Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

พิธีเปิดงาน “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2019”

Hits 14 ครั้ง
URL: 
https://www.tistr.or.th/TISTR/newsboard/shownews.php?Category=newsboard&No=1468
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Thursday, January 2, 2020
รายละเอียด: 

(25 ธันวาคม 2562) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิด “งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2019” ณ สวนไม้งามริมน้ำกก จังหวัดเชียงราย โอกาสนี้ ดร.อาภารัตน์ มหาขันธ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ดร.เรวดี อนุวัฒนา นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม และทีมนักวิจัย ร่วมเฝ้ารับเสด็จและถวายรายงานการจัดแสดงนิทรรศการของ วว. ที่นำผลงานวิจัยสร้างสร้างมูลค่าเพิ่มและใช้ประโยชน์กับขยะชุมชนและของเหลือทิ้งภาคการเกษตร ช่วยปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามแนวคิด BCG โมเดลเศรษฐกิจใหม่สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

สำหรับงาน “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2019 จัดขึ้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ 12 มกราคม 2563 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก (ศูนย์ราชการฝั่งหมิ่น)อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยจัดแสดงดอกไม้นานาพันธุ์ ทั้งดอกไม้พื้นเมือง และดอกไม้เมืองหนาวที่หาชมได้ยาก รวมทั้งสวนกล้วยไม้ และไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ เช่น ทิวลิป ลิลลี่ บีโกเนียร์ เป็นต้น พร้อมทั้งจัดแสดงกิจกรรมต่างๆ อาทิ ลานกาสะลองชัย ประติมากรรมที่ออกแบบโดยศิลปินจากขัวศิลปะ การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศเมียนมา มาประดิษฐานเพื่อให้นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศได้มาเคารพสักการะเพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต กาดหมั้วครัวล้านนา การจัดแสดงวิถีชีวิตวัฒนธรรมล้านนาและชนเผ่า และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนเชียงรายขายดี เป็นต้น รวมถึงเป็นการเผยแพร่แนวคิด “เลิก…กล่องโฟม ลด….พลาสติก ใช้…ถุงผ้า” มาใช้ในการบริหารจัดการขยะสอดคล้องยุทธศาสตร์การบริหารจังหวัดเชียงรายอีกด้วย

ประเภทข่าว: 
news

วว./คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมวิจัยพัฒนาทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์วัสดุอุปกรณ์เพื่อสุขภาพการแพทย์

Hits 12 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/756-2019-12-23-07-08-40
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Monday, December 23, 2019
รายละเอียด: 

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการวิจัย พัฒนา และทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ และวัสดุอุปกรณ์เพื่อสุขภาพและการแพทย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่าง “วว” และ “ศิริราช” ในการสนับสนุน ส่งเสริม และเสริมสร้างความเข้มแข็ง ด้านการวิจัย พัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์ เพื่อสุขภาพและการแพทย์ รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่าง “วว.” และ “ศิริราช” ในการพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม เพื่อใช้เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและการแพทย์บนฐานความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โอกาสนี้ ดร.อาภารัตน์ มหาขันธ์ รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. พร้อมผู้บริหาร พนักงาน ทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นเกียรติ ในวันที่ 20 ธันวาคม 2562 ณ ห้องประชุม กวท. ชั้น 8 อาคาร RD1 วว. เทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี

“....ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก วัสดุชนิดต่าง ๆ สามารถนำมาพัฒนาและสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่แพทย์และผู้ป่วยได้มากขึ้น ซึ่งการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมไปถึงการวิเคราะห์ทดสอบเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในวันนี้จะนำมาซึ่งความเข้มแข็งของการพัฒนางานวิจัยด้านการแพทย์ให้ยั่งยืนต่อไป...” ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต กล่าว

ขอบเขตความร่วมมือภายใต้การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.“วว.” ดำเนินการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน จะมีหน้าที่วิจัยและพัฒนา องค์ความรู้ เทคโนโลยีในการพัฒนาวัสดุ อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและการแพทย์ จากยางพาราและกลุ่มวัสดุฐานชีวภาพ ในระดับห้องปฏิบัติการ และโรงงานนำทาง เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงพาณิชย์ รวมทั้งการนำผลงานวิจัยมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม 2.“วว.” ดำเนินการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน จะมีหน้าที่วิจัยและพัฒนา เทคโนโลยี เครื่องมือ อุปกรณ์เพื่อสุขภาพและการแพทย์ เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับการใช้งานต่อไป 3.“ศิริราช” ดำเนินการเชิงบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน จะมีหน้าที่ในการสนับสนุนและส่งเสริมงานวิจัยด้านการทดสอบวัสดุ อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ ต่อการยับยั้ง ไรฝุ่น ปรสิต หรือ จุลชีพ อื่น ๆ เป็นต้น และ 4.“ศิริราช” ดำเนินการเชิงบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน จะมีหน้าที่ศึกษาผลทดสอบการใช้งานผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์และเครื่องมือ โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกัน ส่งเสริมการพัฒนา สนับสนุนกิจกรรมของแต่ละหน่วยงาน ที่ตกลงดำเนินการเพิ่มเติมในอนาคตตามกรอบความร่วมมือในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว

ข้อมูลข่าวโดย : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
เผยแพร่ข่าว : นางสาวพรนภา สวัสดี
ส่วนสื่อสารองค์กร
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732 โทรสาร 0 2333 3834
Facebook : @MHESIThailand
Call Center โทร.1313

ประเภทข่าว: 
news

วว. ขอเชิญเข้าร่วมการสัมมนาวิชาการเกี่ยวกับกัญชา ฟรี! หัวข้อเรื่อง “THE INTERNATIONAL CANNABIS-BASED MEDICINE INDUSTRY 2019”

Hits 13 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/699-the-international-cannabis-based-medicine-industry-2019
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Wednesday, December 11, 2019
รายละเอียด: 

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดสัมมนาวิชาการเกี่ยวกับกัญชา ฟรี! หัวข้อเรื่อง “The International Cannabis-based Medicine Industry 2019” ในวันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2562 เวลา 8.30 - 14.50 น. ณ อาคารบริหาร ชั้น 5 วว. เทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อคิดเห็น และนำเสนอความก้าวหน้าของงานวิจัย และประโยชน์ทางการแพทย์ของสารสกัดกัญชา รวมถึงสร้างความร่วมมือระหว่างเครือข่ายด้านการวิจัยและพัฒนากับหน่วยงานต่างๆทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมนำเสนอความก้าวหน้าการวิจัยและพัฒนาในการสัมมนา ดังนี้ ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. ในหัวข้อเรื่อง “บทบาทของ วว.กับการวิจัยและพัฒนาด้านกัญชง - กัญชา” Dr.Joost Heeroma, GH Medical หัวข้อเรื่อง “Sharing experiences : Cannabis activities around the globe” และ “CBM for healthcare professionals and disease showcase” Mr.Christopher Smith, GH Medical หัวข้อเรื่อง “AI and Blockchais technology for cannabis - based medicine industry” นอกจากนี้ยังมีการจัด Workshop ในกรอบความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาด้านกัญชง-กัญชา ด้วย

ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมการสัมมนาได้แล้วตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2562 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2577 9054, 095 734 0088 (คุณวรวรรณ กีรติมณีกร) ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ (ศคช.) วว.

ข้อมูลข่าวโดย : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
เผยแพร่ข่าว : นางสาวพรนภา สวัสดี
ส่วนสื่อสารองค์กร
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732 โทรสาร 0 2333 3834
Facebook : @MHESIThailand
Call Center โทร.1313

ประเภทข่าว: 
news

วว.รับรางวัล RECOGNITION OF EXCELLENCE... หน่วยงานรัฐปฏิบัติภารกิจเสริมศักยภาพ SME ด้วย วทน.

Hits 22 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/556-recognition-of-excellence-sme
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Monday, October 21, 2019
รายละเอียด: 

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รับรางวัล Recognition of Excellence ในงานสัมมนา Thailand OpenGov Leadership Forum 2019 ในฐานะที่ วว. เป็นหน่วยงานรัฐที่ปฏิบัติภารกิจด้านการส่งเสริมศักยภาพ SMEs ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) เพื่อให้ SMEs สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และส่งเสริมให้สังคมไทยก้าวสู่ Thailand 4.0 โอกาสนี้ ดร.อาภารัตน์ มหาขันธ์ รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน และนายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. ร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดี ในวันที่ 17 ตุลาคม 2562 ณ ห้อง Watergate Ballroom A&B ชั้น 6 โรงแรม Amari Watergate Bangkok

ข้อมูลข่าวโดย : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
เผยแพร่ข่าว : นางสาวพรนภา สวัสดี
ส่วนสื่อสารองค์กร
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732 โทรสาร 0 2333 3834
Facebook : @MHESIThailand
Call Center โทร.1313

ประเภทข่าว: 
news

วว. โดยสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช/พันธมิตร อ.วังน้ำเขียว จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล “วิ่งชีวมณฑล @ สะแกราช 2019” ระบุเป็นการวิ่งครั้งแรกของประเทศไทยในพื้นที่ชีวมณฑลของยูเนสโก

Hits 33 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/524-2019
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Tuesday, October 8, 2019
รายละเอียด: 

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับอำเภอวังน้ำเขียว สภ. วังน้ำเขียว และส่วนราชการ องค์กรส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในอำเภอวังน้ำเขียว จัดกิจกรรมการกุศลวิ่งเชิงอนุรักษ์ “วิ่งชีวมณฑล @ สะแกราช 2019” เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2562 โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมมอบรายได้เพื่อการกุศลของกิ่งกาชาดวังน้ำเขียวและสาธารณประโยชน์ อำเภอวังน้ำ จังหวัดนครราชสีมา

กิจกรรม ประกอบด้วย เส้นทางการวิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร โดยได้รับความสนใจจากนักวิ่งเชิงอนุรักษ์เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,500 คน เป็นการวิ่ง-เดิน เพื่อสุขภาพ ไม่มีการแข่งขัน กิจกรรมเริ่มจากโรงเรียนบ้านวังน้ำเขียว (พ่วงโพธิ์อุปถัมภ์) โดยวิ่งข้ามถนน 304 เข้าไปภายในสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช หน่วยงานในสังกัดของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโกให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลของโลกและเป็นแห่งแรกของไทย ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น ในเส้นทางการวิ่งที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติของป่าเขา ต้นไม้ที่เขียวขจีอุดมสมบูรณ์ นักวิ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับอากาศบริสุทธิ์ตลอดเส้นทาง ทั้งนี้ผู้ที่วิ่งเข้าเส้นชัยทุกท่านได้รับเหรียญที่ระลึกจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

อนึ่ง สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2510 โดยมีภารกิจการวิจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยา จนถึงขณะนี้มีผลงานวิจัยในพื้นที่แห่งนี้มากกว่า 500 เรื่อง ขณะเดียวกัน ในปี พ.ศ. 2519 สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก ภายใต้โครงการ MAB (Man and Biosphere Program) ให้เป็นแหล่งสงวนชีวมณฑลแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นแห่งแรกของประเทศไทย และเป็น 1 ใน 7 แห่งของเอเชียในขณะนั้น และในปัจจุบันสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช วว. ตั้งอยู่ในเขตแกนกลางพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช และในปี 2562 ได้รับรางวัลสำนักงานสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมระดับดีเยี่ยม

สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชปกคลุมด้วยป่าไม้สำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง พันธุ์ไม้ที่สำคัญของป่าดิบแล้งชนิดนี้ ประกอบด้วย ตะเคียนหิน ตะเคียนทอง กระเบากลัก เป็นต้น ส่วนป่าเต็งรัง ประกอบด้วย เต็ง รัง เหียง พะยอม เป็นต้น ป่าทั้งสองชนิดครอบคลุมเนื้อที่ประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ นอกนั้นเป็นป่าชนิดอื่น เช่น ป่าไผ่ ป่าปลูก และทุ่งหญ้า

สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชมีความหลากหลายชีวภาพ ของชนิดพันธุ์พืช สัตว์และสิ่งมีชีวิตจำพวกเห็ดรา จากการศึกษาความหลากหลายของเห็ด (Mushroom) ในพื้นที่เบื้องต้น สามารถจำแนกได้ 94 ชนิด 32 วงศ์ จากตัวอย่างสัณฐานวิทยาของเห็ดราขนาดใหญ่ (Macro fungi) มากกว่า 330 สัณฐาน นอกจากนี้ยังมีสัตว์ 486 ชนิด ประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 79 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 29 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน(Reptiles) 88 ชนิด นกและสัตว์ปีก 290 ชนิด โดยมี “ไก่ฟ้าพญาลอ” นกประจำชาติไทยเป็นจุดเด่นซึ่งแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในพื้นที่แห่งนี้

สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชมีศักยภาพในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ทั้งหมดปีละ 146,059 ตัน ประกอบด้วย 1) ป่าดิบแล้ง พื้นที่ 26,474 ไร่ ดูดซับได้ 3.26 ตัน/ไร่/ปี หรือปีละ 86,305 ตัน ป่าเต็งรัง พื้นที่ 7,373 ไร่ ดูดซับ 2.84 ตัน/ไร่/ปี หรือปีละ 20,939 ตัน 3) ป่าปลูก พื้นที่ 12,028 ไร่ ดูดซับได้ 3.23 ตัน/ไร่/ปี หรือปีละ38,850 ตัน

ความสำคัญของสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชในด้านอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ได้แก่ 1) เป็นสถานที่เพื่อการวิจัย ทางด้านสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาป่าเขตร้อน (ป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง) จนถึงขณะนี้การวิจัยในพื้นที่แห่งนี้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 500 เรื่อง ซึ่งความรู้ดังกล่าวได้สร้างสรรค์ภูมิปัญญาแก่นักวิชาการและยังได้นำไปช่วยเหลือในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนอีกด้วย 2) เป็นห้องปฏิบัติการธรรมชาติ สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ใช้พื้นที่ป่าไม้ ในเขตสถานีฯ เป็นสถานที่เพื่อการศึกษาและวิจัยทางด้านธรรมชาติของป่าไม้ นอกจากนั้น บริเวณโดยรอบของพื้นที่ป่าไม้ ของสถานีฯ ยังมีหมู่บ้านจำนวน 9 หมู่บ้าน ที่อยู่กับป่าไม้ ได้อย่างสมดุลซึ่งเป็นสถานที่เพื่อการวิจัยทางด้านสังคมเศรษฐกิจกับป่าไม้ได้อีกด้านหนึ่ง ซึ่งปีหนึ่งมีจำนวนมาก 3) เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล (UNESCO Biosphere Reserves) แห่งหนึ่งของ โลกที่ทำหน้าที่ดำเนินการอนุรักษ์ พัฒนา และการสนับสนุนการศึกษาวิจัยที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายนานาชาติทั่วโลก 4) เป็นสถานที่ศึกษาธรรมชาติและพักผ่อนหย่อนใจ ทางด้านธรรมชาติ ของป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง พรรณพืชและพันธุ์สัตว์นานาชนิด และ 5) เป็นศูนย์การประชุมและสัมมนาเนื่องจากมีความพร้อมทั้งที่พัก สถานที่ประชุมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช วว. ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา 30370 ได้ที่ โทร. 09 8219 5570, 06 1102 1707, 08 5774 3539, 08 4823 7974 และ 0 4400 9556 เว็บไซต์: www.tistr.or.th/sakaerat อีเมล์: sakaerat@tistr.or.th

ข้อมูลข่าวโดย : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
เผยแพร่ข่าว : นางสาวพรนภา สวัสดี
ส่วนสื่อสารองค์กร
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ประเภทข่าว: 
news

วว. เชิญชมนิทรรศการ ร่วมกิจกรรม “TISTR LAND…ดินแดนนวัตกรรมเกษตร สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2562 @ HALL 8 อิมแพค เมืองทองธานี

Hits 51 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/377-tistr-land-2562-hall-8
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Wednesday, August 14, 2019
รายละเอียด: 

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ขอเชิญชวนเยาวชน ผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมของ วว. ในรูปแบบนิทรรศการและกิจกรรม “TISTR Land…ดินแดนนวัตกรรมเกษตร สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด (Theme) “TISTR Land…ดินแดนแห่งเกษตรสร้างสรรค์” @ Hall 8 ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2562 ซึ่ง กระทรวง อว. โดยการดำเนินงานของ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-25 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00-19.00 น. ณ อิมแพค เมืองทอง

โดยน้องๆ เยาวชน ผู้ปกครอง จะได้ร่วมสนุก เพิ่มพูนความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ผลงานวิจัยพัฒนาของ วว. ในงานดังกล่าว ซึ่งจะนำเสนอผ่านสื่อสมัยใหม่ที่ทันสมัยและดึงดูดใจผู้เข้าชม ในรูปแบบนิทรรศการและกิจกรรมวิทยาศาสตร์ ที่เกี่ยวเนื่องกับความเชี่ยวชาญด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อมของ วว. ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อาทิ

ต้นกำเนิดเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต นำเสนอการเก็บรักษาพันธุกรรมพืช เพื่อลดความเสี่ยงการสูญพันธุ์และสร้างความตระหนักการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

ผลงานวิจัยการเกษตรและสิ่งแวดล้อม นำเสนอความสำเร็จจากการนำองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) สู่การบูรณาการวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี/นวัตกรรม การถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อให้บริการภาคเศรษฐกิจและสังคมอย่างครบวงจรในยุค Thailand 4.0

วว. กับการแก้วิกฤตสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างความสำเร็จและองค์ความรู้ที่เป็นรูปธรรมเพื่อปลูกฝังเยาวชนให้ตระหนักและร่วมเป็นพลังสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของประเทศและโลกของเรา

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรเพื่อชุมชน นำเสนอผลงานภายใต้โครงการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์เพื่อเศรษฐกิจและสังคมฐานราก โดยมุ่งเน้นผลงานเด่นของ 10 จังหวัดยากจนในประเทศไทย เพื่อสร้างการเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดไอเดียด้วย วทน. สร้างงาน สร้างอาชีพ

กิจกรรม DIY สร้างสรรค์ด้วยมือคุณ เพื่อร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต่อยอดจินตนาการ พร้อมทั้งนำผลงานที่สร้างสรรค์นั้นกลับไปเป็นของฝากได้

“…วว. หวังเป็นอย่างยิ่งว่านิทรรศการและกิจกรรมที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจ การตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่น้องๆเยาวชน ผู้ปกครอง จากรุ่นสู่รุ่น จากหลายๆความร่วมมือ ที่ร่วมแรงร่วมใจ เพื่อความยั่งยืนของโลกเรา…” ผู้ว่าการ วว. กล่าวสรุป

ข้อมูลข่าวโดย : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

ประเภทข่าว: 
news

วว. เปิดโครงการ “มัคคุเทศก์จิตอาสา” @สถานีวิจัยลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา

Hits 42 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/346-2019-08-06-08-40-14
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Wednesday, August 7, 2019
รายละเอียด: 

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดโครงการ “มัคคุเทศก์จิตอาสา” รุ่นที่ 1 คัดเลือก 30 เยาวชนจากโรงเรียนไตรรัตน์วิทยาคาร...สถานศึกษาใกล้สถานีวิจัยลำตะคอง วว. จังหวัดนครราชสีมา เป็น “มัคคุเทศก์” นำชมอาคารเฉลิมพระเกียรติ เรือนกระจกหลังที่ 1 และเรือนกระจกหลังที่ 2 เปิดหลักสูตรเสริมทักษะด้านการสื่อสาร บทบาทภารกิจสถานีฯ องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ พฤกษศาสตร์ หวังสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ช่วยบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. ชี้แจงว่า โครงการ “มัคคุเทศก์จิตอาสา” เป็นโครงการหนึ่งภายใต้โครงการความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ของ วว. มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดความรู้ สร้างความเข้าใจให้แก่เยาวชนโดยรอบสถานีวิจัยลำตะคอง สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมอาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรือนกระจกหลังที่ 1 และเรือนกระจกหลังที่ 2 รวมถึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนรอบข้างสถานีวิจัยลำตะคอง ในการประชาสัมพันธ์สถานีวิจัยลำตะคอง ตลอดจนช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของ วว. ในการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

“.... วว. ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากโรงเรียนไตรรัตน์วิทยาคาร คัดเลือกเยาวชนจำนวน 30 คน เพื่อร่วมกับกิจกรรมภายใต้โครงการ “มัคคุเทศก์จิตอาสา” โดย วว. มุ่งเน้นพัฒนากระบวนการเรียน เสริมความรู้ให้กับเยาวชน การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ความรู้เกี่ยวกับการเป็นจิตอาสา การพัฒนาตนเองด้าน บุคลิกภาพและเทคนิคการพูด รวมถึงฝึกการนำชมอาคารเฉลิมพระเกียรติ เรือนกระจกหลังที่ 1 และเรือนกระจกหลังที่ 2 ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านด้านพฤกษศาสตร์ เกษตรศาสตร์ กีฏวิทยา การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช และความสัมพันธ์ของแมลงกับการเกษตรและสิ่งแวดล้อม วว.หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเยาวชนจะได้รับความรู้และเปิดโลกทัศน์ในมุมมองต่างๆ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างทรัพยากรบุคคลให้เติบโต เป็นพลเมืองที่ดี ช่วยบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมและส่วนรวมต่อไป....” ผู้ว่าการ วว. กล่าวเพิ่มเติม

อนึ่งสถานีวิจัยลำตะคอง เป็นหน่วยงานในสังกัดศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. ตั้งอยู่ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพฤกษศาสตร์ เกษตรศาสตร์ กีฏวิทยา การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช และความสัมพันธ์ของแมลงกับการเกษตรและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งจะเป็นแหล่งรวบรวมและจัดแสดงความหลากหลายทางชีวภาพด้านพืชที่ถูกต้องตามหลักวิชาการสากล สถานีฯ นับเป็นศูนย์แห่งการเรียนรู้ เกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การวิจัยต่อยอดบนองค์ความรู้ของเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bio-economy) เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

ข้อมูลข่าวโดย : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

ประเภทข่าว: 
news

วว.โชว์ผลงานวิจัยพัฒนาเครื่องแยกผลปาล์มออกจากทะลาย ภายใต้การดำเนินโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มผลิตภาพและมูลค่าพืชไร่ชุมชน

Hits 47 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/285-2019-07-11-08-20-48
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Friday, July 12, 2019
รายละเอียด: 

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ ภายใต้การดำเนินโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มผลิตภาพและมูลค่าพืชไร่ชุมชน เล็งเห็นความสำคัญและความต้องการที่จะต้องทำการวิจัยและพัฒนาเครื่องแยกผลปาล์มออกจากทะลาย ที่ใช้งานได้ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพสูง มุ่งเน้นให้สามารถช่วยรักษาคุณภาพและเพิ่มปริมาณผลผลิต โดยให้ความสำคัญในการนำเครื่องจักรมาพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ทั้งนี้เนื่องจากในปัจจุบันเครื่องแยกเม็ดทะลายปาล์มอัตโนมัติที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มทั่วไป ส่วนใหญ่สั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งมีการสึกหรอเร็วและยังต้องสั่งเพิ่มเข้ามาจากต่างประเทศอยู่เสมอ

ด้วยเหตุผลดังกล่าว วว. จึงมีการวิจัยและพัฒนาเพื่อช่วยชาวเกษตรกรที่แปรรูปปาล์มน้ำมัน เพื่อลดปัญหาปริมาณทะลายปาล์มที่เกิดการสูญเสีย ไม่ได้คุณภาพ และผลผลิตล้นตลาด ทำให้ราคาทะลายปาล์มตกต่ำ และเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบ โดยมีการวิจัยพัฒนาสร้างเครื่องแยกผลปาล์มออกจากทะลายขึ้นอย่างเป็นระบบที่มีระดับคุณภาพตามมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการทางการตลาดเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ

โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัยและพัฒนา ดังนี้

1. เพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจการค้าปาล์มน้ำมัน โดยการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) และชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

2. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจปาล์มน้ำมันมีการจำหน่ายผลผลิตปาล์มน้ำมันให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น

3. เพื่อพัฒนาศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการปาล์มน้ำมัน สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างเข้มแข็ง ยั่งยืน และแข่งขันทางการค้าได้ รวมทั้งยกระดับไปสู่การเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneur)

การออกแบบเครื่องแยกผลปาล์มออกจากทะลาย ในปี 2559 ได้มีการออกแบบเครื่องแยกผลปาล์มออกจากทะลาย ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่

1. ชุดป้อนปาล์มทะลายเข้าระบบ

2. ชุดอุปกรณ์แยกผลปาล์มออกจากทะลาย

3. ชุดแยกและลำเลียงผลกับทะลายปาล์มออกจากระบบ

สร้างเครื่องแยกผลปาล์มออกจากทลาย

ในช่วงปี 2560 - 2561 ได้ดำเนินการสร้างและติดตั้งเครื่องแยกผลปาล์มออกจากทะลาย ณ สถานติดตั้ง สหกรณ์กองทุนสวนยางโมถ่ายจากัด 37/2 หมู่ที่ 2 ตำบล โมถ่าย อำเภอ ไชยา จังหวัด สุราษฎร์ธานี

การทดสอบประสิทธิภาพระบบการผลิตเครื่องแยกผลปาล์มออกจากทลาย

วว. ได้มีการทดสอบเครื่องแยกผลปาล์มออกจากทะลาย ร่วมกับ บริษัท เอสเทอร์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ในระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2561 ณ สถานติดตั้ง สหกรณ์กองทุนสวนยางโมถ่ายจำกัด ผลการทดสอบ มีดังนี้

1. ชุดป้อนทะลายปาล์มเข้าระบบ จำนวน 1 ชุด เป็นระบบโซ่ลำเลียงที่สามารถนำทะลายปาล์มจากกองบนพื้นนำขึ้นไปลำเลียงเข้าระบบแยกผลกับทะลายได้อย่างต่อเนื่องและราบเรียบไม่มีการสะดุด และติดขัดจากการลำเลียงทะลายปาล์ม สามารถป้อนทะลายปาล์มที่กำลังผลิตไม่น้อยกว่า 10 ตันต่อชั่วโมง มีการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและมีระบบควบคุม

2. อุปกรณ์แยกผลปาล์มออกจากทะลาย จำนวน 1 ชุด เป็นระบบที่สามารถทำให้ผลหลุดออกจากทะลายปาล์มได้อย่างต่อเนื่องและราบเรียบไม่มีการติดขัด สามารถสับ ฉีก แยกทะลายปาล์มที่กำลังผลิตไม่น้อยกว่า 10 ตันต่อชั่วโมง ตามการป้อนของชุดป้อนทะลายปาล์มเข้าระบบ มีการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าและมีระบบควบคุม

3. ชุดแยกและลำเลียงผลกับทะลายปาล์มออกจากระบบ จำนวน 1 ชุด แบ่งออกเป็น 3 อุปกรณ์ ดังนี้

1. อุปกรณ์หมุนปั่นแยกทะลายกับผลปาล์ม จำนวน 1 ชุด

2. อุปกรณ์ลำเลียงผลปาล์มด้วยสกรูลำเลียง จำนวน 2 ชุด

3 .อุปกรณ์ลำเลียงทะลายปาล์มด้วยสายพานลำเลียง จำนวน 1 ชุด

ผลการดำเนินงานในภาพรวม พบว่าเครื่องแยกผลปาล์มออกจากทะลายแบบอัตโนมัติ ทำการออกแบบ ให้สามารถใช้งานได้ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดปัญหาปริมาณทะลายปาล์มที่เกิดการสูญเสียไม่ได้คุณภาพ และผลผลิตล้นตลาด ผ่านการเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบ โดยมุ่งเน้นให้สามารถช่วยรักษาคุณภาพและเพิ่มปริมาณผลผลิตให้มากขึ้น ด้วยการใช้วิธีทางกล ด้วยระบบสับ ฉีก และแยกทะลายปาล์มออกจากผลปาล์มแบบใช้แรงเหวี่ยงหมุนปั่นแยก ผ่านตะแกรงร่อน และมีระบบขนถ่ายระหว่างทะลายปาล์มและผลปาล์มแยกได้อย่างชัดเจน ด้วยกำลังผลิต 10 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมสู่เชิงพาณิชย์ได้ สามารถตอบสนองต่อความต้องการทางการตลาดเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ ผลจากการที่กลุ่มสหกรณ์กองทุนสวนยางโมถ่าย ได้นำเครื่องแยกผลปาล์มออกจากทะลายไปใช้ ทำให้สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนชาวสวนปาล์ม โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึง ร้อยละ 9.82 ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีกระบวนการผลิตรวมทั้งเครื่องมือเครื่องจักรในกระบวนการผลิตให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีกระบวนการผลิตต่อไปในอนาคต

นอกจากนั้นโครงการยังได้มีการยื่นจดสิทธิบัตรต้นแบบเครื่องแยกผลปาล์มออกจากทะลายแบบอัตโนมัติ จำนวน 1 เรื่อง

ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ วว. โทร. 0 2577 9000 โทรสาร 0 2577 9362 E-mail : tistr.or.th

ข้อมูลข่าวโดย : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

ประเภทข่าว: 
news

วว. เพิ่มศักยภาพเกษตรกร จ.ประจวบฯ ด้วย วทน. จัดฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวสับปะรดผลสดเพื่อการส่งออก

Hits 45 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/250-2019-07-01-07-20-27
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Tuesday, July 2, 2019
รายละเอียด: 

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดฝึกอบรมหลักสูตร “การถ่ายทอดเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวสับปะรดผลสดเพื่อการส่งออก” เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จำนวน 100 คน ภายใต้ความร่วมมือกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในโครงการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาจังหวัด มุ่งให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ ในวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2562 ณ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงคัดบรรจุสับปะรด วว. ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายสายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. กล่าวว่า การฝึกอบรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวสับปะรดผลสดเพื่อการส่งออกให้แก่พี่น้องเกษตรกร เป็นการเพิ่มศักยภาพและพัฒนาการแข่งขัน ซึ่งการดำเนินงานโดย วว. ร่วมกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้บันทึกข้อตกลงการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาจังหวัด มุ่งให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ทั้งนี้จากการศึกษาพบว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นแหล่งปลูกสับปะรดที่สำคัญของประเทศ มีมูลค่าผลผลิตปีละหลายหมื่นล้านบาท ผลผลิตเฉลี่ยในแต่ละปีประมาณ 1 ล้านตัน ซึ่งมากเป็นครึ่งหนึ่งของผลผลิตทั้งประเทศ โดยผลผลิต 80% ส่งเข้าโรงงานแปรรูป อีก 20% บริโภคภายในประเทศ แต่การส่งออกสับปะรดไปต่างประเทศยังมีปริมาณน้อยมาก เนื่องจากมีปัญหาหลายประการ ได้แก่ คุณภาพไม่สม่ำเสมอ ปัญหาการปนเปื้อน สิ่งสกปรก โรคแมลง ปัญหาอายุการเก็บรักษาเทคโนโลยีหลังเก็บเกี่ยว และที่สำคัญผลสับปะรดมีลักษณะอาการไส้ดำ

“...วว. เป็นหน่วยงานที่มีผลงานวิจัยและองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตภาพและมูลค่าพืชไร่ชุมชน (สับปะรด จ.ประจวบคีรีขันธ์) มีระยะเวลาการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2559-2561 โดยบูรณาการองค์ความรู้งานวิจัยภายใน วว. เพื่อนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ไปใช้แก้ปัญหาให้เกิดประโยชน์กับการผลิตสับปะรดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างครบวงจร หนึ่งในนั้นคือการจัดสร้างโรงคัดบรรจุสับปะรดมาตรฐาน ที่มีความสามารถในการผลิตสับปะรดผลสดส่งจำหน่ายต่างประเทศ ขนาดกำลังการผลิต 3 ตันต่อชั่วโมง เป็นโรงคัดบรรจุผลสดทันสมัยแห่งแรกของประเทศไทย ที่มีเครื่องจักรและกระบวนการผลิตมาตรฐานครบวงจร ที่สามารถใช้งานได้จริงในพื้นที่และเป็นศูนย์เรียนรู้ศึกษาดูงานของผู้ผลิตผู้ประกอบการสับปะรดจากพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ นอกจากนั้นโรงคัดบรรจุแห่งนี้สามารถประยุกต์ต่อยอดการใช้ประโยชน์กับการผลิตผลไม้อื่นๆในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และใกล้เคียงได้อีกด้วย...” รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. กล่าว

ทั้งนี้การนำ วทน. เข้าไปแก้ปัญหาให้เกิดประโยชน์กับการผลิตสับปะรดฯ อย่างครบวงจร นอกจากการจัดสร้างโรงคัดบรรจุสับปะรดมาตรฐานแล้ว วว. ยังมีการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวสับปะรดและผลไม้อื่นๆในพื้นที่ได้อย่างครบถ้วน วิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปสับปะรด โดยมีห้องแปรรูปที่เป็นไปตามมาตรฐาน GMP เครื่องจักรแปรรูป ประกอบด้วย เครื่องคั้นน้ำ เครื่องฆ่าเชื้อ เครื่องบดย่อย เครื่องกวน และเครื่องอบแห้ง เป็นต้น

นายสายันต์ ตันพานิช กล่าวถึงภารกิจของศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงคัดบรรจุสับปะรด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมสับปะรดว่า จะเป็นทั้งที่ปรึกษาให้แก่เกษตรกรในระดับต้นน้ำ การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการขั้นปลายน้ำเกี่ยวกับมาตรฐานของผลผลิตที่จะรับซื้อจากเกษตรกร การเป็นเสมือนตัวกลางในการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อยกระดับการวิจัยพัฒนาและโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรและเทคโนโลยีการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูกสับปะรด โดยผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระยะยาว คือ การทำให้เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดมีความสามารถในการพัฒนาคุณภาพผลผลิต มีอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลางและมีรายได้เพิ่มขึ้น

8

4 5 3

นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญวิจัย วว. และหัวหน้าโครงการศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงคัดบรรจุสับปะรด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินงานศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงคัดบรรจุสับปะรดว่า ปัจจุบัน วว. อยู่ในระหว่างดำเนินการปรับปรุงศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงคัดบรรจุสับปะรด ให้เป็นไปตามมาตรฐาน GMP เพื่อการส่งออกสับปะรดผลสด ทั้งนี้กำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ วว. ได้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับการให้บริการภายในศูนย์ฯ อย่างครบวงจร ตั้งแต่เครื่องคัดขนาด เครื่องตัดแต่ง เครื่องคัดผลดีผลเสีย อุโมงค์ลมทำความสะอาด เครื่องเคลือบแว็กซ์ สายพานลำเลียง การบรรจุภัณฑ์ เครื่องรัดกล่อง เครื่องลดอุณหภูมิแบบ Froced Air Cooling และห้องเย็น โดยเทคโนโลยีดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาอาการไส้ดำในสับปะรด ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา ลดการสูญเสียน้ำหนัก คงคุณภาพผลผลิต มีภาพลักษณ์ที่สวยงามและช่วยให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่ดีขึ้น

นอกจากความพร้อมด้านเครื่องมืออุปกรณ์ดังกล่าว ภายในศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงคัดบรรจุสับปะรด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยังมีพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ สำหรับอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ลูกค้า โดยปัจจุบันได้จัดเตรียมสถานที่ไว้รองรับผลผลิตจากเกษตรกรที่ขนส่งมายังโรงงานไว้ด้านหน้า ซึ่งในอนาคตจะมีการปรับปรุงเป็นห้องเย็นสำหรับเก็บรักษาผลผลิตก่อนนำมาคัดบรรจุ และเมื่อผลผลิตผ่านกระบวนการต่างๆ รวมทั้งเข้าสู่ห้องเย็นที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Froced Air Cooling แล้ว ก็จะลำเลียงไปยังพื้นที่ด้านข้างโรงงานเพื่อขึ้นตู้คอนเทนเนอร์ ในขณะเดียวกันศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงคัดบรรจุสับปะรด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยังให้บริการด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้หลังการเก็บเกี่ยวสับปะรดแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ซึ่งประกอบด้วยองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ดังนี้ เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์เพื่อรักษาคุณภาพของสับประรดผลสดเพื่อการจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เทคโนโลยีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากสับปะรด

อนึ่ง การฝึกอบรมหลักสูตร “การถ่ายทอดเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวสับปะรดผลสดเพื่อการส่งออก” มีเกษตรกรเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพจำนวน 100 คน ประกอบด้วยกิจกรรมบรรยายถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีจากนักวิจัย วว. ได้แก่ ความก้าวหน้าการดำเนินงานศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงคัดบรรจุสับปะรด การใช้เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวสับปะรดผลสดเพื่อการส่งออก เทคโนโลยีการผลิตสับปะรดผลสดเพื่อการส่งออกในโรงงานต้นแบบ วว. และการเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบการผลิตและบรรจุสับปะรดผลสดเพื่อการส่งออก ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงคัดบรรจุสับปะรด วว.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงคัดบรรจุสับปะรด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ที่ (นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์) โทร. 0 2577 9000 โทรสาร 0 2577 9009 E-mail : samphan@tistr.or.th / tistr@tistr.or.th

ข้อมูลข่าวโดย : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

ประเภทข่าว: 
news

ห้องปฏิบัติการทดสอบบรรจุภัณฑ์ วว. ได้รับการรับรองความสามารถการทดสอบบรรจุภัณฑ์การขนส่งจาก ISTA ประเทศสหรัฐอเมริกา

Hits 50 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/241-ista
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Friday, June 28, 2019
รายละเอียด: 

สถานีวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยห้องปฏิบัติการทดสอบบรรจุภัณฑ์ ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย (ศบท.) ได้รับการรับรองความสามารถการทดสอบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งจาก ISTA ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบจากห้องปฏิบัติการทดสอบบรรจุภัณฑ์ สามารถแสดงเครื่องหมาย Transit Tested Certification Mark บนกล่องกระดาษลูกฟูกที่ผ่านการทดสอบก่อนการส่งออก ย้ำ วว. มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพการให้บริการ สนองตอบความต้องการของภาคเอกชน ช่วยยกระดับขีดความสามารถการส่งออกของประเทศไทย

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. ชี้แจงว่า การขนส่งสินค้าไปยังผู้บริโภค จำเป็นต้องบรรจุสินค้าในกล่องกระดาษลูกฟูกเพื่อการขนส่ง เพื่อช่วยลดความเสียหายของสินค้า กล่องกระดาษลูกฟูกต้องมีความแข็งแรง สามารถลดความเสียหายของสินค้า และมีขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ระวางสินค้าหรือตู้ขนส่ง ดังนั้นการทดสอบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งจึงจำเป็น เพื่อให้สามารถเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสม โดยมีมาตรฐานที่ใช้ในการทดสอบแตกต่างกันไป เช่น ASTM D 4169, ISTA เป็นต้น

สำหรับ International Safe Transit Association (ISTA) เป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กำหนดวิธีการทดสอบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งและบรรจุภัณฑ์ E-Commerce เช่น วิธีการทดสอบ ISTA Proce-dure 1A และ ISTA Procedure 2A เป็นต้น ซึ่งบรรจุภัณฑ์จะผ่านการทดสอบความต้านการเรียงซ้อน ความต้านการสั่นสะเทือน และการตกกระแทกตามลำดับเพื่อจำลองสภาวะในการขนส่ง ขนถ่าย และเก็บรักษา

“... ขณะนี้ห้องปฏิบัติการทดสอบบรรจุภัณฑ์ ศบท. ได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบจาก ISTA เนื่องจากมีความพร้อมทั้งเครื่องมือทดสอบ สถานที่ให้บริการ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ จึงสามารถให้บริการทดสอบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งที่สอดคล้องตามมาตรฐานของ ISTA ได้ ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบโดยห้องปฏิบัติการทดสอบบรรจุภัณฑ์ ศบท. สามารถแสดงเครื่องหมาย Transit Tested Certification Mark บนกล่องกระดาษลูกฟูกที่ผ่านการทดสอบก่อนการส่งออกได้ คาดว่าจะช่วยสนองตอบความต้องการของภาคเอกชน และยกระดับขีดความสามารถการส่งออกของประเทศไทยอีกด้วย..” ผู้ว่าการ วว.กล่าวเพิ่มเติม

ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ ผอ.ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย วว. กล่าวเพิ่มเติมว่า ศบท. มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพในการให้บริการ และตอบสนองความต้องการของภาคเอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออก นอกจากให้บริการทดสอบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งดังกล่าวแล้ว ศบท.ยังให้บริการทดสอบวัสดุบรรจุภัณฑ์ ด้วยเครื่องมืออันทันสมัยและวิธีการที่ได้มาตรฐาน เช่น กระดาษ พลาสติก เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นห้องปฏิบัติการเดียวในประเทศที่ให้บริการทดสอบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งสำหรับสินค้าอันตรายอีกด้วย

ข้อมูลข่าวโดย : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

ประเภทข่าว: 
news
Subscribe to RSS - สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)