Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)

ปลัดสรนิต แจงความคืบหน้าและนโยบายการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

Hits 14 ครั้ง
URL: 
http://www.most.go.th/main/th/
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Tuesday, April 30, 2019
รายละเอียด: 

วันนี้ (29 เมษายน 2562) รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึง พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (Ministry of Higher Education Science Research and Innovation) หรือ อว. ว่า อว. มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัยและการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อให้การพัฒนาประเทศเท่าทันการเปลี่ยนแปลงโลก โดยมีความเป็นอิสระทางวิชาการและการบริหารจัดการ ให้มีการพัฒนากำลังคนสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ และดำเนินการวิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพัฒนาชุมชน สังคมและประเทศ ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และ สหวิทยาการ ซึ่งเน้นไปที่ 3 ด้านพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบไปด้วย พ.ร.บ. ด้านสภานโยบาย เป็นการปรับระบบบริหารจัดการภาครัฐให้มีเอกภาพ คล่องตัวและผลสัมฤทธ์, พ.ร.บ. ด้านการอุดมศึกษา เพื่อเพิ่มความสะดวกแก่สถาบันอุดมศึกษาในการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ การหมุนเวียนบุคลากร การถ่ายทอดเทคโนโลยี การริเริ่มสร้างสรรค์หลักสูตรใหม่และการจัดการศึกษารูปแบบใหม่ และ พ.ร.บ. ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างองค์ความรู้และสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ในเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการพัฒนากำลังคน เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมีส่วนราชการดังต่อไปนี้ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้การพิจารณาเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น อยู่ในระหว่างการเสนอโปรดเกล้าฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ต่อไป

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมแห่งชาติเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มีเป้าหมายหลักในการเตรียมสังคมและคนไทยเพื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ยกระดับการพัฒนากำลังคนของประเทศให้มีทักษะและสมรรถนะอย่างสูง การขับเคลื่อน Thailand 4.0 การสร้างระบบการส่งเสริมและการยกระดับงานวิจัย และการสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศโดยประเด็นการพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่ มหาวิทยาลัย 4.0, Startup, Smart SMEs, อุตสาหกรรมเป้าหมาย, EEC, Food Innopolis, การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน, ดิจิทัลแพลตฟอร์ม, Smart OTOP เป็นต้น ทั้งหมดที่กล่าวข้างต้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนทางยุทศศาสตร์ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมอันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การลดความเหลื่อมล้ำและกระจายโอกาส การพัฒนาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนและการพัฒนาศักยภาพคนไทยและความมั่นคงในสังคม

ทั้งนี้ ครม. ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้น 3 ชุด ได้แก่ คณะทำงานกำกับการจัดโครงสร้างและอัตรากำลังของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ คณะทำงานกำกับการเตรียมการจัดตั้งกระทรวงฯ และคณะทำงานพัฒนาระบบและแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพกระทรวงฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งกระทรวงใหม่เมื่อกฎหมายถูกประกาศใช้แล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง คือ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของกระทรวง ที่จะมีการปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ในบางหน่วยงาน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลมากที่สุด

รศ.นพ.สรนิต กล่าวปิดท้ายว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีการจัดโครงการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งต้องรอติดตามเกณฑ์การประกวดต่างๆ โดยเกณฑ์ที่ต้องมีแน่ๆ คือ ต้องมี 3 สีหลัก ได้แก่ 1. สีส้ม สีประจำวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว "พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย"/ 2. สีม่วง เป็นสีประจำวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์ผู้ให้กำเนิดการอุดมศึกษาของประเทศ โดยทรงยกฐานะโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นเป็น "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" สถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของคนไทย/ และ 3. สีเหลือง สีประจำวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช "พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย" และ "พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย" และเป็นสีที่สื่อถึงความเป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย

ประเภทข่าว: 
news

ปส. - WINS ปั้นหลักสูตรเพิ่มสมรรถนะด้านความมั่นคงปลอดภัยนิวเคลียร์

Hits 20 ครั้ง
URL: 
http://www.most.go.th/main/th/news/380-activity-news/8079-world-institute-for-nuclear-security-wins
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Monday, April 22, 2019
รายละเอียด: 

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ สถาบันโลก เพื่อความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (World Institute for Nuclear Security : WINS) สนับสนุนโดยรัฐบาลแคนาดา หารือจัดทำหลักสูตรสำหรับบุคลากรทางนิวเคลียร์ของไทย หวังเสริมสมรรถนะด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสี พร้อมผลักดันความร่วมมือไทย - แคนาดาในอนาคต

วันนี้ (18 เมษายน 2562) เวลา 9.00 น. นางสุชิน อุดมสมพร ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมหารือ เรื่อง การจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ในไทย (Scoping Visit) ณ ห้องประชุม 103 ปส. ประกอบด้วยคณะผู้แทนจากรัฐบาลแคนาดา เจ้าหน้าที่ WINS บุคลากรจากภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) จำนวนกว่า 25 คน โดยจะร่วมหารือกำหนดหลักสูตรฝึกอบรมให้สอดคล้องตรงกับความต้องการของประเทศไทยมากที่สุด ซึ่งจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับความร่วมมือหรือความช่วยเหลืออื่น ๆ ที่ไทยได้รับ นอกจากนี้ ยังจะได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ รวมทั้งเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ของ ปส. สทน. และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพิ่มเติมอีกด้วย

นางสุชิน กล่าวต่อไปว่า การประชุมครั้งนี้ถือว่าเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและแคนาดาด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ที่มีมาอย่างยาวนาน รวมทั้งเป็นการปูทางสู่ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของทั้ง 2 ประเทศในอนาคต ปส. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างสูงสุดที่จะได้เร่งพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ได้เต็มศักยภาพ นำมาซึ่งประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรม เพื่อความปลอดภัยต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มความร่วมมือและประสานงานระหว่างประเทศ โทร 0 2596 7600 ต่อ 2123

ข่าวโดย : กลุ่มส่งเสริมฝึกอบรมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

ประเภทข่าว: 
news

อะตอม...เพื่ออนาคต

เอกสารประกอบ: 
คำสำคัญ: 
ชุดหนังสือ: 
Hits 47 ครั้ง

เศรษฐกิจอัจฉริยะ

เอกสารประกอบ: 
ชุดหนังสือ: 
Hits 40 ครั้ง

เศรษฐกิจสีเขียว

เอกสารประกอบ: 
ชุดหนังสือ: 
Hits 47 ครั้ง

เศรษฐกิจร่วมใช้ประโยชน์

เศรษฐกิจผู้สูงวัย

เอกสารประกอบ: 
ชุดหนังสือ: 
Hits 32 ครั้ง

เศรษฐกิจชีวภาพ

เอกสารประกอบ: 
ชุดหนังสือ: 
Hits 33 ครั้ง

ไอศกรีมไทยกึ่งสำเร็จรูป แค่ “เติมนม-เขย่า-แช่แข็ง”

Hits 17 ครั้ง
URL: 
http://www.most.go.th/main/th/knowledge/modern-science/150-open-innovation/8046-2019-03-23-08-10-24
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Monday, March 25, 2019
รายละเอียด: 

สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ให้บริการด้านบ่มเพาะธุรกิจผ่านโครงการบ่มเพาะธุรกิจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ดำเนินการพัฒนาไอศกรีมซอร์เบท์ และไอศกรีมโพรไบโอติค ที่มีส่วนผสมของผลไม้ โดยลดปริมาณน้ำตาลเพื่อกลุ่มคนรักสุขภาพ พร้อมส่งเสริมด้านการตลาด พัฒนาบรรจุภัณฑ์ เครื่องหมายการค้า รวมทั้งเชื่อมโยงเครือข่ายอุทยานฯ จับมืออาจารย์อิศรพงษ์ พงษ์ศิริกุล นักวิจัยจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมวิจัยและพัฒนาไอศกรีมไทยแบบผงกึ่งสำเร็จรูปโดยผสานเทคโนโลยี Spray Dry และ Freeze Dry ในกระบวนการผลิตเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรม โดยผู้ประกอบการจากบริษัทเชียงรายโฮมเมดไอศกรีม จำกัด ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ไอศกรีมผงกึ่งสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ Happy Plus พร้อมชูจุดเด่นผลิตภัณฑ์ที่ใครๆ ก็สามารถทำไอศกรีมเองได้ที่บ้านในสามขั้นตอนโดยไม่ต้องใช้เครื่องปั่น เพียงเติมนม เขย่า และแช่แข็ง ซึ่งมาพร้อมกับรสชาติยอดนิยมสำหรับกลุ่มลูกค้าต่างชาติ อย่าง กะทิ ชาไทย และทุเรียน อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบาเหมาะกับการเป็นของฝาก โดยวางจำหน่ายสินค้ากลุ่ม Modern Trade ในห้างสรรพสินค้า

ที่มา :
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ประเภทข่าว: 
news

สกว.-สกอ.จัดปฐมนิเทศนักวิจัยใหม่รุ่นสุดท้าย ผลิตกำลังคนตรงตามความต้องการของตลาด

Hits 26 ครั้ง
URL: 
http://www.most.go.th/main/th/news/380-activity-news/7966-2019-03-08-03-35-59
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Wednesday, March 13, 2019
รายละเอียด: 

สกว.จับมือ สกอ. จัดเวทีปฐมนิเทศอาจารย์และนักวิจัยรุ่นใหม่เป็นรุ่นสุดท้ายก่อนย้ายสังกัดไปกระทรวงใหม่ ตั้งเป้าผลิตกำลังคนด้านการวิจัยให้ตรงความต้องการของตลาด สร้างนวัตกรรมหรือผลกระทบสำคัญที่ตอบโจทย์ประเทศ เพื่อให้พ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

เมื่อวันที่ (6 มีนาคม 2562) ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธานเปิดการประชุม “การปฐมนิเทศผู้รับทุนพัฒนาศักยภาพในการทำงานวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่ และทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ ประจำปี 2562” ณ โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค กรุงเทพฯ ซึ่งฝ่ายวิชาการ สกว. จัดร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พันธมิตรที่ให้การสนับสนุนทุนวิจัย และร่วมพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนับเป็นรุ่นที่ 17 เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศบนพื้นฐานของการสร้างองค์ความรู้จากงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม

ผู้อำนวยการ สกว. กล่าวว่า นักวิจัยรุ่นนี้จะถือเป็นรุ่นสุดท้ายภายใต้การสนับสนุนของ สกว.-สกอ. ก่อนย้ายสังกัดใหม่ภายใต้ พร้อมทั้งอธิบายสรุปการทำงานของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นกระทรวงใหม่ ถึงขอบเขตภาระหน้าที่ในการเชื่อมโยงงานทั้งภายในและภายนอกกระทรวง ตลอดจนประชาชนคนไทย พร้อมกับย้ำกับผู้รับทุนว่า “ผลงานตีพิมพ์ยังไม่ใช่ผลกระทบที่ สกว.ต้องการ อยากให้นักวิจัยคิดต่อไปว่าผลสุดท้ายของงานวิจัยอยู่ที่ไหน ที่สำคัญจะต้องเปลี่ยนความรู้ไปสู่ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง (Knowledge Translation) มีผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัย

ด้าน ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง รองผู้อำนวยการ สกว. ด้านการวิจัยพื้นฐานและพัฒนานักวิจัย และผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ กล่าวว่า บทบาทของหน่วยวิจัยตาม พ.ร.บ.ใหม่ นักวิจัยจะต้องอยู่ในหน่วยงานที่ทำวิจัยและสร้างนวัตกรรมให้กับประเทศ ทั้งนี้ ประเทศไทยยังติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางเพราะขาด นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยไม่เข้มแข็ง จึงยังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ได้ ขณะที่ด้านสังคมยังมีปัญหาการศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และทุจริตคอร์รัปชั่น นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ดังนั้นเราจึงต้องร่วมกันสร้างองค์ความรู้ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนานักวิจัย นักวิจัยทุกคนต้องทำหน้าที่เป็นนักวิจัยที่ดี สร้างแรงบันดาลใจ “อย่าหยุดที่จุดใดจุดหนึ่งก่อนจะถึงการสร้างผลกระทบที่สำคัญ และหวังว่าทุกคนจะสามารถก้าวมาเป็นนักวิจัยในระดับที่สูงขึ้นตามบันไดอาชีพแผนที่กำหนด”

ขณะที่นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาทรัพยากรบุคคล สกอ. กล่าวระหว่างการบรรยาย “สกอ.กับนโยบายการให้ทุนอาจารย์รุ่นใหม่” ว่าทิศทางของอุดมศึกษาไทยในอนาคต สิ่งแรกคือ การผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพสนองความต้องการตลาด ให้ตอบโจทย์ของประเทศและภาคอุตสาหกรรม จึงต้องมีการพัฒนาศักยภาพของคนทั้งประเทศ ซึ่งเราลงทุน 11 ล้านคน ด้วยงบ 1 แสนบาท/ปีกับอุดมศึกษา แต่ลงทุนไม่กี่หมื่นล้านบาทกับแรงงาน 35-40 ล้านคน โดยจะต้องสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยลัยต้องสร้างเครือข่ายร่วมกัน เชื่อมต่อด้วยอินเตอร์เน็ต เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของโลกสมัยใหม่ที่มีการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงสูงอยู่ตลอดเวลา ความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ มหาวิทยาลัยจะดำรงตนอย่างโดดเดี่ยวเหมือนเดิมไม่ได้อีกต่อไปในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล จึงควรแลกเปลี่ยนเนื้อหาหรือหลักสูตรโดยเน้นเป้าหมายใหม่คือ คนวัยทำงานและผู้สูงอายุ รวมถึงช่วยกันพัฒนาเนื้อหา/หลักสูตร เปลี่ยนตัวเองให้เป็นสถานที่ที่ผู้คนทั่วไปและนักศึกษาต่างมหาวิยาลัยสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ และเอื้อต่อวิทยาลัยชุมชนด้วย ที่สำคัญคือต้องยกระดับความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษและทักษะด้านดิจิทัล

“เราต้องเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เน้นการผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพสูง ผลิตนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่ม โดยใช้สถาบันอุดมศึกษาเป็นหัวรถจักรขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ นำพาประเทศไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว มีรายได้ประชาชาติ 1.2 หมื่นเหรียญสหรัฐต่อปีภายในปี 2030 สำหรับ สกอ.กับการพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่นั้นจะมุ่งผลิตบุคลากรด้านวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพในการทำงานวิจัยและพัฒนางานวิจัยในระดับที่สูงขึ้น สามารถนำผลงานวิจัยไปแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศในระยะยาวต่อไป นอกจากการจัดสรรทุนแล้วยังจะมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น จัดประชุมวิชาการประจำปี การปฐมนิเทศ รวมถึงกิจกรรมเพื่อสร้างเครือข่ายและความร่วมมือด้านการวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

ข้อมูลข่าวโดย : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

ประเภทข่าว: 
news
Subscribe to RSS - สำนักงานปลัดกระทรวง (สป.)