Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (พว.)

เอ็มเทค สวทช. จับมือ พพ.แถลงข่าวการนำร่องใช้น้ำมัน บี10 จากไบโอดีเซลคุณภาพสูง (H-FAME) ในภาคขนส่ง

Hits 18 ครั้ง
URL: 
https://www.nstda.or.th/th/news/12298-20181206-b10
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Friday, December 7, 2018
รายละเอียด: 

6 ธันวาคม 2561 ณ เรืออังสนา หน้าหอประชุมกองทัพเรือ กรุงเทพฯ - กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ภายใต้การสนับสนุนจาก กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน

แถลงข่าวการนำร่องใช้น้ำมัน บี10 จากไบโอดีเซลคุณภาพสูง (H-FAME) ในภาคขนส่ง ภายใต้โครงการ “สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้สูงขึ้น” เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการผลักดันการเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซล ในอนาคต

ดร.อารี ธนบุญสมบัติ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าวว่า ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือเอ็มเทค เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีหน้าที่หลักในการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยออกไปใช้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ และสร้างคุณค่าให้แก่สังคม โดยโครงการ “สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้สูงขึ้น” นี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ผ่านกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) โดยการต่อยอดเทคโนโลยี เฮช-เฟม (H-FAME) จากโครงการร่วมวิจัย ไทย-ญี่ปุ่น ซาเทรป (SATREPS) เพื่อผลิตในระดับโรงงานสาธิตในประเทศ สำหรับการนำร่องใช้น้ำมัน บี10 ในเครื่องยนต์

นายวันชัย บรรลือสินธุ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า ในวันนี้เป็นการแถลงข่าวการนำร่องใช้น้ำมัน บี10 จากไบโอดีเซลคุณภาพสูง (H-FAME) ในภาคขนส่ง ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรงานวิจัยญี่ปุ่น ได้แก่ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) และ สถาบันวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมชั้นสูง ประเทศญี่ปุ่น (AIST) เพื่อผลิตน้ำมันไบโอดีเซลคุณภาพสูง H-FAME ขึ้นในประเทศ ก่อนนำไปผสมเป็นน้ำมัน B10 เพื่อนำร่องใช้ในภาคขนส่งกว่า 80 คัน จาก กรมอู่ทหารเรือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ สวทช เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้น้ำมัน B10 ในสภาวะการใช้งานจริง อันจะเป็นการสนับสนุนแนวทางการใช้ไบโอดีเซลในสัดส่วนที่สูงขึ้นในอนาคต ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558-2579

ดร.นุวงศ์ ชลคุป นักวิจัยอาวุโสและหัวหน้าโครงการวิจัยฯ เอ็มเทค สวทช. กล่าวว่า การนำร่องใช้น้ำมัน B10 ในยานพาหนะที่หลากหลายประเภทกว่า 80 คัน จาก 4 หน่วยงานข้างต้นนี้ จะมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยจะมีการติดตามเก็บข้อมูลการใช้งาน เช่น ระยะทางวิ่งต่อวัน ปริมาณน้ำมัน B10 ที่ใช้ต่อวัน ทัศนะคติของผู้ขับ เพื่อประมวลผลและวิเคราะห์แนวทางการใช้น้ำมัน B10 อย่างยั่งยืนในอนาคต

พลเรือตรี ดร. สมัย ใจอินทร์ เจ้ากรมพัฒนาการช่าง กรมอู่ทหารเรือ กล่าวว่า ทาง กรมอู่ มีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ นี้ โดยการนำยานพาหนะของข้าราชการ ทหาร ลูกจ้างและพนักงานราชการในสังกัด กรมพัฒนาการช่างและอู่ทหารเรือธนบุรี เข้าร่วมนำร่องการใช้ B10 เพื่อใช้ในการติดต่อราชการขนส่งและเดินทาง โดยจะติดตามการใช้งานยานพาหนะดังกล่าว ร่วมกับเอ็มเทคอย่างใกล้ชิด เพื่อทำการประเมินการใช้ B10 จากไบโอดีเซลที่ได้รับการเพิ่มคุณภาพแล้ว ในภาคสนาม ทั้งนี้กรมอู่ฯ ได้มีการดำเนินโครงการด้านการผลิตและใช้ไบโอดีเซลมาตั้งแต่ปี 2543 อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เกิดจากพระอัจฉริยะภาพและสายพระเนตรที่ยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช น้อมเกล้าลงสู่ทหารเรือ เหนืออื่นใดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 กองทัพเรือได้จัดเรืออังสนาซึ่งผ่านการใช้ B100 จากโครงการวิจัยของกรมอู่ทหารเรือ

ถวายให้เป็นเรือพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จฯ ทางชลมารค เพื่อทรงทำพิธีเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และสะพานภูมิพล ๑-๒ ต.ทรงคะนอง อ.พระประเแดง จ.สมุทรปราการ นับเป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มต้นขับเคลื่อนโครงการ “สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้สูงขึ้น” ต่อหน้าเรือพระที่นั่งลำแรกที่ใช้น้ำมันไบโอดีเซล B100 ตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่าน

ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะมีการนำรถโดยสารสวัสดิการที่วิ่งภายในวิทยาเขตบางเขน และรถยนต์ส่วนกลาง เข้าร่วมนำร่องการใช้ B10 โดยจะติดตามการใช้งานยานพาหนะดังกล่าว ร่วมกับเอ็มเทคอย่างใกล้ชิด เพื่อทำการประเมินการใช้ B10 จากไบโอดีเซลที่ได้รับการเพิ่มคุณภาพแล้ว ภายใต้สภาวะการใช้งานจริง ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยสร้างความตระหนักการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในมหาวิทยาลัยแล้ว จะช่วยลดมลพิษที่เกิดขึ้นจากการเดินรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัยอีกด้วย”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นที ภู่รอด รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จะมีการนำยานพาหนะของมหาวิทยาลัย ที่มีทั้งรถกระบะบรรทุก รถตู้ และรถบรรทุกอเนกประสงค์การเกษตร (รถอีแต๋น) ตลอดจนเครื่องจักรกลการเกษตรที่ใช้สูบน้ำภายในมหาวิทยาลัย เข้าร่วมนำร่องการใช้ B10 โดยจะร่วมมือกับทางทีมวิจัยจากเอ็มเทคในการติดตามการใช้ดังกล่าว เพื่อทำการประเมินการใช้ B10 ในหลากหลายรูปแบบ”

ประเภทข่าว: 
news

เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ด้วยมาตรฐานและเทคโนโลยีวิเคราะห์ทดสอบสมัยใหม่ วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 เวลา 13.00 - 15.15 น.

Hits 27 ครั้ง
URL: 
https://www.nstda.or.th/th/news/12243-seminar-nstda-20181121
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Thursday, November 22, 2018
รายละเอียด: 

ขอเชิญเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง
"เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ด้วยมาตรฐานและเทคโนโลยีวิเคราะห์ทดสอบสมัยใหม่"
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 เวลา 13.00 - 15.15 น.
ไบเทค บางนา ห้อง MR 214
ลงทะเบียนฟรี https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSelH-z_8ugr2m8-zU-0RdJA0sobQL4F...

ประเภทข่าว: 
news

นายกรัฐมนตรี ชมผลงานกระทรวงวิทย์ฯ พร้อมใช้แสดงในงานขับเคลื่อน Thailand 4.0

Hits 24 ครั้ง
URL: 
http://www.most.go.th/main/th/news/sort-by-strategic/strategic1/34-news-gov/7709-most4-0201161
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Wednesday, November 21, 2018
รายละเอียด: 

ณ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ - ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ชมตัวอย่างผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่จะนำไปจัดแสดงในงานขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (THAILAND 4.0 IN THE MAKING) ระหว่างวันที่ 23 - 25 พฤศจิกายนนี้ ที่สยามสแควร์ โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด เพื่อนำเสนอภาพรวมการจัดงานที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ประเทศไทยในการขับเคลื่อน Thailand 4.0 อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมสร้างความสามารถด้านเศรษฐกิจและสังคม และเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21

ในโอกาสนี้ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ได้เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัย DentiiScan เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สําหรับงานทันตกรรม และแผงรวมแสงอาทิตย์แบบรางพาราโบลา โดยมี รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ดร.เสาวภาคย์ ธงวิจิตรมณี นักวิจัยอาวุโสเนคเทคและหัวหน้าโครงการวิจัย DentiiScan และ ดร.พิศิษฐ์ คำหน่อแก้ว นักวิจัยและหัวหน้าห้องปฏิบัติการเคลือบผิวนาโนเฉพาะทาง ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ร่วมให้การต้อนรับ

ผลงานเครื่องมือ DentiiScan (เดนตีสแกน) เป็นเครื่องสแกนฟันแบบ 360 องศา ที่พัฒนาโดยนักวิจัยจาก สวทช. โดย เนคเทค และเอ็มเทค ขณะที่ผลงานวิจัยการพัฒนาสารเคลือบและกระบวนการเคลือบดูดซับความร้อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของท่อนำความร้อนที่ใช้กับแผงรวมแสงอาทิตย์แบบรางพาราโบลา มีคุณสมบัติพิเศษที่เป็นท่อดูดซับความร้อนด้วยการผลิตจากเทคโนโลยีของ นาโนเทค สวทช. ช่วยลดต้นทุนนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

ซึ่งผลงานวิจัยทั้งสองผลงานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของนิทรรศการงานวิจัยที่พร้อมใช้ และนำไปจัดแสดงในงานขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่างวันที่ 23 - 25 พฤศจิกายนนี้ ที่สยามสแควร์

ข้อมูลข่าวโดย : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.)

เผยแพร่ข่าวโดย : นายวรุฒ กิ่่งเล็ก
ส่วนสื่อสารองค์กร
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732 โทรสาร 0 2333 3834
e-mail : pr@most.go.th
Facebook : sciencethailand
Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

ประเภทข่าว: 
news

ขอเชิญ SME ร่วมสัมมนากระบวนการคิดเชิงออกแบบเพื่อสร้างนวัตกรรม

Hits 39 ครั้ง
URL: 
https://www.nstda.or.th/th/aboutus-nstda
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Thursday, October 11, 2018
รายละเอียด: 

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ SME เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (workshop) ในหัวข้อ “การใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) เพื่อสร้างนวัตกรรมให้แก่ผู้ประกอบการ” เติมเต็มความรู้และความพร้อมในการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมตอบโจทย์ผู้บริโภค พร้อมทำเวิร์กช็อปสร้างแนวคิดนวัตกรรมทางธุรกิจและผลิตภัณฑ์ด้วยโจทย์ตัวอย่างของ SME เอง

ในวันพฤหัสบดีที่ 25 ต.ค. 2561 เวลา 08.30-16.30 น. ณ ห้องบุษกร ชั้น 1 อาคารเนคเทค สวทช. อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย รังสิต จ.ปทุมธานี ขอสงวนสิทธิ์รับเฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนนิติบุคคล จำนวนจำกัด 25 บริษัทเท่านั้น ภายใน 19 ต.ค. ศกนี้ สอบถามเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ คุณพนิตา ศรีประย่า โทร. 0 2564 7000 ต่อ 1301, 1368, 1381 มือถือ 063-915-6656 หรืออีเมล panita@nstda.or.th

ประเภทข่าว: 
news

ขอเชิญร่วมสัมมนายกระดับมาตรฐานการทดสอบอาหารและสินค้าเกษตร

Hits 163 ครั้ง
URL: 
https://www.nstda.or.th/th/news/11948-20180502
แหล่งที่มา: 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (พว.)
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Wednesday, May 2, 2018
รายละเอียด: 

ขอเชิญร่วมสัมมนายกระดับมาตรฐานการทดสอบอาหารและสินค้าเกษตร

          สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ (NCTC) ร่วมกับ SHIMADZU CORPORATION และบริษัท พาราไซแอนติฟิค จำกัด ขอเชิญผู้ประกอบการ SME ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าทางการเกษตร และผู้สนใจ เข้าร่วมงาน “สัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อยกระดับมาตรฐานการทดสอบอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0” เพื่อร่วมกันพัฒนาและยกระดับวิธีวิเคราะห์และทดสอบ สินค้า ผลิตภัณฑ์อาหารและเกษตรให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ส่งเสริมการส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ ระหว่างวันที่ 8 - 9 พฤษภาคม 2561 เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ ห้อง Lecture 2 อาคารบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2117 6850 ต่อ 6850 (คุณละอองดาว) หรืออีเมล laorngdao.sudla@nstda.or.th ตั้งแต่บัดนี้ถึง 7 พฤษภาคม 2561
          ภายในงานสัมมนา พบกับข้อกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหารและเกษตรของประเทศญี่ปุ่น เทคโนโลยีการวิเคราะห์สารตกค้างในปริมาณต่ำ วิธีวิเคราะห์และทดสอบความปลอดภัยของอาหาร การวิเคราะห์ขั้นสูงด้วยเทคนิค Mass Spectrometry พร้อมการนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาวิจัยด้านต่างๆ ตลอดจนเข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ NCTC

 

  

 

ประเภทข่าว: 
news

สวทช. นำชุดสื่อการสอนประถมปลาย“สารเรืองแสง” และ “กลนักวิทย์น้อยในห้องครัว” ถ่ายทอดแก่ครูวิทย์และคณิต

Hits 198 ครั้ง
URL: 
https://www.nstda.or.th/th/news/11946-20180428-1
แหล่งที่มา: 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (พว.)
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Monday, April 30, 2018
รายละเอียด: 

สวทช. นำชุดสื่อการสอนประถมปลาย“สารเรืองแสง” และ “กลนักวิทย์น้อยในห้องครัว” ถ่ายทอดแก่ครูวิทย์และคณิต


          สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยฝ่ายวิชาการและกิจกรรมพัฒนาเยาวชนวิทยาศาสตร์ (AYS) ร่วมกับ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดกิจกรรม “การอบรมเชิงปฏิบัติการครูผู้สอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ สำหรับศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ สสวท.” ระหว่างวันที่ 27 - 30 เมษายน 2561 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี



          แก่คณะครูผู้สอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ จากศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ สสวท. ทั้งในกรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาค กว่า 120 คน เพื่ออบรมทักษะกระบวนการที่จะสามารถนำไปพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีให้แก่นักเรียน โดย สวทช. ได้นำชุดกิจกรรมเจาะลึกเทคโนโลยีด้วยวิทยาศาสตร์ (Science behind Technology) ตอน “สนุกกับสารเรืองแสง” และ “กลนักวิทยาศาสตร์น้อยในห้องครัว” ถ่ายทอดให้กับคณะครูในค่ายครั้งนี้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้ผ่านการทดลองแล้วว่าสามารถปฏิบัติได้จริงและมีความเหมาะสมสำหรับผู้เรียนในระดับประถมศึกษาตอนปลาย (ประถมศึกษาปีที่ 4 - 6)


  


          กิจกรรมเจาะลึกเทคโนโลยีด้วยวิทยาศาสตร์ หรือ Science behind Technology ชุด “สนุกกับสารเรืองแสง” ชี้แจงภาพรวมกิจกรรมโดยคุณกรกนก จงสูงเนิน นักวิชาการ สวทช. ประกอบด้วย 4 ฐานกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมสกัดสารคลอโรฟิลล์จากใบไม้ กิจกรรมสร้างอุปกรณ์ทดสอบสารคลอโรฟิลล์เรืองแสง กิจกรรมนักสำรวจสารเรืองแสง และกิจกรรมการนำสารเรืองแสงไปใช้ประโยชน์ ขณะที่กิจกรรมชุด “กลนักวิทยาศาสตร์น้อยในห้องครัว” ชี้แจงภาพรวมกิจกรรมโดยคุณสุปราณี สิทธิไพโรจน์สกุล นักวิชาการอาวุโส สวทช. ประกอบด้วย 5 ฐานกิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมสกัดดีเอ็นเอจากมะเขือเทศ กิจกรรมเสียงดนตรีจากผลไม้ กิจกรรมยีสต์เป่าลูกโป่ง กิจกรรมช็อกโกแลตสลายพลังเหนียวของหมากฝรั่ง และกิจกรรมแป้งข้าวโพดจอมพลัง


  


          คุณกรกนก จงสูงเนิน นักวิชาการ สวทช. บรรยายถึงจุดสนใจหลักของกิจกรรมชุดของ สวทช. ว่า เป็นกิจกรรมที่ผู้สอนสามารถนำไปใช้สอนเสริมจากเนื้อหาหลักรายวิชาหรือใช้จุดประกายในการทำโครงงานได้ โดย สามารถใช้เป็นหลักของการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้นเชื่อมโยงกับสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ผู้เรียนจะได้เห็นถึงการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในงานอาชีพ รวมถึงผู้เรียนเกิดความต้องการที่จะใฝ่หาความรู้เพื่อแก้ปัญหาโดยเน้นผู้เรียนเป็นผู้ตัดสินใจในสิ่งที่ต้องการแสวงหาความรู้ และรู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม ตลอดจนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงที่ผู้สอนนำเข้าสู่บทเรียน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดและดำเนินการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ด้วยตนเองเพื่อให้เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่อยู่รอบตัวเราได้ดียิ่งขึ้น โดยมีผู้สอนคอยชี้แนะและช่วยจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิภาพในการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้นต่อไป


ประเภทข่าว: 
news

สวทช. ร่วมกับกลุ่มมิตรผล เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วย Biorefinery Technology เสริมแกร่งในพื้นที่ EECi

Hits 195 ครั้ง
URL: 
https://www.nstda.or.th/th/news/11943-20180430-eeci
แหล่งที่มา: 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (พว.)
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Monday, April 30, 2018
รายละเอียด: 

สวทช. ร่วมกับกลุ่มมิตรผล เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วย Biorefinery Technology เสริมแกร่งในพื้นที่ EECi

          สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ลงนามความร่วมมือกับบริษัท มิตรผลวิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation, EECi) ด้วยการนำองค์ความรู้ด้าน Biorefinery มาใช้ประโยชน์ในการผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูงตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม อันจะส่งผลต่อการปฏิรูปภาคการเกษตรและเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจฐานชีวภาพของประเทศ

          โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคุณอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการกลุ่มมิตรผล เป็นสักขีพยาน พร้อมด้วย ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณา รองผู้อำนวยการ สวทช. คุณกฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มมิตรผล และ รศ.ดร.กล้าณรงค์ ศรีรอต กรรมการบริษัท มิตรผลวิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด ร่วมลงนาม

  

          ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการวิจัยเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ (Modern Agriculture) และยกระดับผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bioeconomy) และเพื่อสร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งกระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจชีวภาพเป็นอย่างมาก สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการสนับสนุนการดำเนินการตามเป้าหมายหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals)

  

แต่ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมนั้น ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรด้วยการนำผลิตผลทางการเกษตรมาวิจัยและพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูง อันจะส่งผลต่อการปฏิรูปภาคการเกษตร อาหาร สาธารณสุข การแพทย์และพลังงาน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกด้วย ดังนั้น หากมีการเดินหน้าลงทุนในการศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรในประเทศไทย จะทำให้ประเทศมีศักยภาพในการเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bioeconomy) ของภูมิภาคสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ บริษัท มิตรผลวิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด จึงเห็นความสำคัญในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้วยองค์ความรู้ทางด้าน Biorefinery เพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบทางการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงที่สามารถตอบสนอง

  

          ความต้องการในอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมชีวเคมีซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะดำเนินการในพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ Eastern Economic Corridor of Innovation (EECi) เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่พัฒนาในพื้นที่ EECi ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งร่วมกันสนับสนุนข้อมูล องค์ความรู้ การศึกษาความเป็นไปได้เพื่อนำสู่การกำหนดทิศทางการวิจัย การพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ โดยรูปแบบความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้เป็นได้ทั้งร่วมมือกับ สวทช. และ/หรือ ร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เป็นเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศ และยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมในทุกภาคส่วน สร้างความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมชีวภาพของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

  

          คุณกฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มมิตรผล กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีศักยภาพและมีความได้เปรียบทางด้านการเกษตร เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ เนื่องจากมีสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูก มีความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายในทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลให้สามารถผลิตวัตถุดิบทางการเกษตรได้ทั้งปริมาณและหลากหลายชนิด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการผลิตผลิตภัณฑ์ด้าน Bio-based กลุ่มมิตรผล ในฐานะขององค์กรที่อยู่ใน ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล มีแนวทางการพัฒนาองค์กรสู่เศรษฐกิจฐานชีวภาพโดยใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกับการบริหารจัดการอย่างบูรณาการ สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0ของรัฐบาล ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการนำงานวิจัยและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาต่อยอดผลผลิต ทางการเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น สำหรับความร่วมมือในวันนี้ ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานชีวภาพของไทยด้วย Biorefinery Technology ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผลผลิตทางการเกษตรมีมูลค่าสูงขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เกษตรกรไทยมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนได้ต่อไป”

  

          ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวแสดงความยินดีถึงความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับ บริษัท มิตรผลวิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด ดร.สุวิทย์ฯ มั่นใจว่า ความร่วมมือพัฒนากันในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศด้วยเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bioeconomy) และจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความเชื่อมั่นกับภาคเอกชนรายอื่นเพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่ EECi ต่อไป

ประเภทข่าว: 
news

นักวิจัยนาโนเทค คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการแข่งขัน โครงการ “FAMELAB THAILAND 2018”

Hits 132 ครั้ง
URL: 
https://www.nstda.or.th/th/news/11944-20180428-famelab-thailand-2018
แหล่งที่มา: 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (พว.)
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Monday, April 30, 2018
รายละเอียด: 

นักวิจัยนาโนเทค คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการแข่งขัน โครงการ “FAMELAB THAILAND 2018”


          หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร: นางสาวปองกานต์ จักรธรานนท์ นักวิจัยจากหน่วยวิจัยวัสดุนาโนและวิศวกรรมระบบนาโน ห้องปฏิบัติการวัสดุนาโนเพื่อพลังงานและการเร่งปฏิกิริยา ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการแข่งขัน โครงการ “FameLab Thailand 2018” ด้วยหัวข้อการนำเสนอ "เชื้อเพลิงจากแสงอาทิตย์" (Fuel from the sun)



          โครงการ FameLab 2018 ดำเนินการโดย บริติช เคานซิล ร่วมกับ สวทช. สวทน. อพวช. ทรู คอร์ปอเรชั่น และเดอะ สแตนดาร์ด  เปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์หรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ได้พูดถึงงานวิจัยหรืองานวิทยาศาสตร์ที่ตนเองสนใจ ภายในเวลา 3 นาที เพื่อให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว สนุกและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ ครอบคลุมหลักเกณฑ์ 3 ข้อ คือ เนื้อหาชัดเจน (content) ถูกต้อง (clarity) และน่าสนใจ (charisma) ซึ่งจากการแข่งขันรอบแรก มีผู้สมัครจากทั่วประเทศจำนวน 82 คน ได้ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นโดยคณะกรรมการจนเหลือ 10 คนสุดท้าย และได้เข้าร่วมการอบรมพิเศษ หรือมาสเตอร์คลาส (Masterclass) โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์จากสหราชอาณาจักร โดยในรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศโครงการ “FameLab Thailand 2018” ได้จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 28 เมษายน 2561 ณ ห้องออดิทอเรี่ยม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับเกียรติจาก นางสุวรรณี คำมั่น เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงานประธานคณะกรรมการบริหาร กลุ่มทรู และ นายแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย ร่วมเปิด การแข่งขัน


  


สามารถรับชมคลิปการแข่งขันย้อนหลังได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=2QnQjnvjk0I


ประเภทข่าว: 
news

การถ่ายทอดวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมด้านการผลิตข้าวแบบครบวงจร สำหรับเกษตรกร (ตอนที่ 3 แปรรูป เพิ่มมูลค่า)

การถ่ายทอดวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมด้านการผลิตข้าวแบบครบวงจร สำหรับเกษตรกร (ตอนที่ 2 เรียนรู้เข้าใจ หลังเก็บเกี่ยว)

Subscribe to RSS - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (พว.)