Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพ.)

อพวช. ต้อนรับปิดเทอมสร้างสรรค์จัดเต็มนิทรรศการวิทยาศาสตร์ เสริมกิจกรรมพิเศษเพื่อเยาวชนตลอดปิดเทอมนี้

Hits 11 ครั้ง
URL: 
http://www.most.go.th/main/th/news/380-activity-news/7958-2019-03-06-02-47-18
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Thursday, March 7, 2019
รายละเอียด: 

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากมายตลอดปิดเทอม ได้แก่ นิทรรศการดินแดนแสงแห่งสีสัน (Wonder Light Land Exhibition) ,นิทรรศการ “วิกฤตเต่าทะเล”,นิทรรศการ Virtual Reality Powered by SAMSUNG , กิจกรรมค่าย One day camp ประจำปี 2562 เป็นต้น เพื่อเสริมแรงบันดาลใจและสร้างการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในช่วงวันหยุดปิดเทอมให้กับเยาวชน ครอบครัว และประชาชนทั่วไป ณ อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. สามย่าน กรุงเทพฯ

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า “ในช่วงปิดเทอมนี้ อพวช. ต้อนรับช่วงปิดเทอมโดยจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ส่งมอบความสุข และความสนุกด้านวิทยาศาสตร์มากมาย หวังกระตุ้นและเสริมสร้างการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้กับเยาวชน ครอบครัว และประชาชนทั่วไปตลอดช่วงปิดเทอมนี้ ซึ่ง อพวช. ได้จัดนิทรรศการและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ดังนี้

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ จัดแสดงนิทรรศการดินแดนแสงแห่งสีสัน (Wonder Light Land Exhibition) โดยนำเสนอเรื่องราวของ แสง และได้สัมผัสประสบการณ์สีสันแห่งแสงจากหลายแหล่งที่มาในบรรยากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจ

สำหรับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา จัดนิทรรศการ “วิกฤตเต่าทะเล” เรียนรู้และทำความรู้จักเต่าทะเล รวมทั้งผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากฝีมือของมนุษย์ที่ส่งผลให้เต่าทะเลกำลังจะสูญพันธ์ และกิจกรรมบอกรักเต่าทะเลและการอนุรักษ์เต่าทะเลอย่างไร
ส่วนพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ พบกับ นิทรรศการ Virtual Reality Powered by SAMSUNG เชิญชวนเยาวชนไปสนุกกับเทคโนโลยีสุดล้ำ พร้อมสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ ผ่านเครื่องเล่น Virtual Reality (VR) อันน่าตื่นตาตื่นใจ

และที่พลาดไม่ได้ คือ กิจกรรม ค่าย One Day Camp ที่เปิดรับสมัครน้องๆ เยาวชนมาร่วมเข้าค่ายวิทยาศาสตร์แบบ 1 วัน สำหรับน้อง ๆ ที่มีใจรักวิทยาศาสตร์ อยากทดลองเกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์ พร้อมฝึกทักษะกระบวนการคิด วิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ค่ายวิทยาศาสตร์ที่พร้อมจะสร้างนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์สู่สังคม และกิจกรรมค่ายหลักสูตร EiE: Engineering is Elementary for Out-of-School Program โดย Museum of Science, Boston ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่จะพาเรียนรู้ด้วยกระบวนการออกแบบทางวิศวกรรม (Engineering Design Process,EDP) ซึ่งเป็นการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มาสร้างเทคโนโลยี เพื่อแก้ปัญหาหรือสร้างสิ่งของตามความต้องการอย่างเป็นขั้นตอน โดยกิจกรรมทั้ง 2 ค่าย จัดขึ้น ณ อพวช. คลองห้า ปทุมธานี และจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ชั้น 4 อาคารจามจุรีสแควร์ สามย่าน กรุงเทพฯ

สำหรับผู้เข้าชมที่สนใจเข้าชมนิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0-2577-9999 ต่อ 2122,2123 หรือ www.nsm.or.th

ประเภทข่าว: 
news

รู้หรือไมธาตุใดที่มีมากที่สุดในร่างกายของมนุษย์

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, March 5, 2019
รายละเอียด: 

รู้หรือไม่ธาตุใดที่มีมากที่สุดในร่างกายของมนุษย์

ร่างกายของมนุษย์มีกลไกการทำงานที่ซับซ้อน ซึ่งกลไกการทำงานเหล่านี้ต้องอาศัยธาตุอื่น ๆ อีกมากมาย ในปริมาณที่ต่างกันไปเพื่อควบคุมให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้เป็นปกติ และธาตุที่มีปริมาณที่สุดในร่างกายก็คือ ออกซิเจน (Oxygen, O) ซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้น 65% โดยมวลของร่างกาย หรือเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำหนักตัว เนื่องจากออกซิเจนมีการหมุนเวียนอยู่ในร่างกายในรูปของน้ำประมาณ 60% ของร่างกาย ขณะที่บางส่วนก็อยู่ในกระบวนการเมทาบอลิซึมซึ่งไม่สามารถวัดค่าได้ นอกจากนี้ บางส่วนยังพบในปอดด้วย จากการหายใจเข้าซึ่งมีออกซิเจนอยู่ประมาณ 20% ของอากาศที่หายใจเข้าไปทั้งหมด โดยเป็นกุญแจสำคัญในการหายใจระดับเซลล์ที่ร่างกายจะนำไปใช้ที่ไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) ภายในเซลล์ เพื่อสร้างพลังงานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์

shutterstock 1297451833

ที่มาข้อมูล
https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/67386/-blo-scibio-sci-

ภาพจาก shutterstock

เรียบเรียงโดย นายชนินทร์ สาริกภูติ

Hits 12 ครั้ง

กัญชา

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Monday, March 4, 2019
รายละเอียด: 

หากพูดถึงกัญชาบางคนมักจะนึกถึงยาเสพติด เพราะกัญชาถูกเพ่งเล็งไปที่โทษซะมากกว่าจนลืมนึกถึงประโยชน์ของมัน กัญชาก็ไม่ต่างจากยา หรืออาหารอื่น ๆ ซึ่งจะเกิด
ประโยชน์ หรือโทษนั้นก็อยู่ที่ปริมาณที่รับประทาน หรือปริมาณที่นำเข้าสู่ร่างกาย โดยประโยชน์ของกัญชา ได้แก่ สาร Tetrahydrocannabinol (THC) ในกัญชาทำให้
เรารู้สึกผ่อนคลาย สบายเคลิบเคลิ้ม ทางการแพทย์ใช้ในการรักษาอาการเบื่ออาหารในคนที่เป็นโรคเอดส์ ช่วยรักษาโรคไขมันอุดตันหลอดเลือดจากการสูบบุหรี่ โรคหัวใจ
ช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็งได้ และใช้รักษาโรคผิวหนังอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบสาร Cannabidiol (CBD) ในกัญชา ที่มีฤทธิ์ยับยั้งมะเร็ง สามารถบรรเทา
อาการเจ็บปวดได้ดี ไม่มีฤทธิ์ต่อจิต และประสาท อีกทั้งไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงแม้เลิกสูบกะทันหัน

หลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา หรือออสเตรเลีย กัญชานั้นเป็นเสมือนพืชสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายแบบไม่ผิดกฎหมาย แม้กระทั่งใช้ผสมลงในอาหาร
ในขณะที่ประเทศไทยนั้น กัญชายังถูดจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 อยู่ โดยบัญชีสารเสพติดแบ่งตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522นั้น มี 5 ประเภทด้วยกัน
ได้แก่ ประเภท 1 ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง เช่น เฮโรอีน ฯลฯ, ประเภท 2 ยาเสพติดให้โทษทั่วไป เช่น มอร์ฟีน ฯลฯ, ประเภท 3 ยาเสพติดให้โทษชนิดเป็นตำรับยา
ที่มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 เป็นส่วนผสม เช่น ยาแก้ไอที่มีฝิ่น หรือโคเดอีนผสมอยู่, ประเภท 4 สารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือ ประเภท 2
เช่น อาเซติคแอนไฮไดรด์ฯ และประเภท 5 ยาเสพติดให้โทษที่มิได้เข้าข่ายอยู่ในประเภท 1 ถึงประเภท 4 เช่น พืชกระท่อม และกัญชานั่นเอง ในประเทศไทยแม้จะเคยมี
การเรียกร้องให้ถอดกัญชาออกจากพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ แต่เรื่องยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และวิจัยอย่างถี่ถ้วน เพราะการเปลี่ยนแนว
ความคิดเดิม ๆ ของคนไทย ที่มีต่อกัญชานั้น เป็นเรื่องอ่อนไหว และต้องใช้เวลาในการผลักดันอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตามหากกัญชาถูกถอดออกจากพ.ร.บ.ยาเสพติด
ให้โทษ พ.ศ. 2522 สำเร็จนั่น จะเป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์อย่างมาก

เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวการอนุญาตให้ทดลองปลูกกัญชาใน จังหวัดสกลนครเป็นแห่งแรกของประเทศไทย แท้ที่จริงแล้วพืชดังกล่าว คือ กัญชง ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีถิ่น
กำเนิดมาจากพืชชนิดเดียวกันกับกัญชา โดยกัญชงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cannnabis sativa L. Subsp. sativa ส่วนกัญชามีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า
Cannabis sativa L. Subsp. indica ความใกล้ชิดกันของถิ่นกำเนิดทำให้พืชทั้งสองมีสัณฐานวิทยา และสรรพคุณใกล้เคียงกันนั่นเอง โดยความแตกต่างเด่น ๆ
ของกัญชง คือ ลำต้นสูงมากกว่า 2 เมตร (กัญชาสูงไม่ถึง 2 เมตร) ใบมีแฉก 7-9 แฉก (กัญชาใบมีแฉก 5-7 แฉก) และกัญชงมี THC หรือสารที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
น้อยกว่า 0.3% (กัญชามี THC 1-10%) ซึ่งสาเหตุที่อนุญาตให้ทดลองปลูกกัญชงได้เนื่องจาก กัญชงมีสาร THC น้อยกว่าในกัญชา โดยอนุญาตให้ปลูกเพื่อนำมาใช้
ในทางการแพทย์ และอุตสาหกรรมอย่างเหมาะสม

ที่มา :

ไทยรัฐออนไลน์. 2561. 10 ข้อ ดราม่ากัญชา ฝรั่งกินได้ถูกกฎหมาย คนไทยอย่าริลอง. อาหาร. แหล่งที่มา:
https://www.thairath.co.th/content/1179823. 25 เมษายน 2561
MedThai. 2560. กัญชง สรรพคุณและประโยชน์ของต้นกัญชง 14 ข้อ. สมุนไพร. แหล่งที่มา:
https://medthai.com/กัญชง/. 25 เมษายน 2561
TCIJ ออนไลน์. 2559. ปี 2560 เริ่มปลูก 'กัญชง' เพื่ออุตสาหกรรมใน 6 จังหวัด. ยาเสพติด. แหล่งที่มา:
https://www.tcijthai.com/news/2016/28/current/6620. 25 เมษายน 2561
Honestdocs. 2561. กัญชา รวมเรื่องน่ารู้ และสรรพคุณทางการแพทย์ ที่รู้แล้วต้องอึ้ง. อยู่ดีกินดี. แหล่งที่มา:
https://www.honestdocs.co/interesting-cannabis-medicinal-properties. 25 เมษายน 2561
กรุงเทพธุรกิจ. 2561. ชัดเจน!! ปลูก 'กัญชา' ผิดกฎหมาย ให้ปลูกแค่ 'กัญชง'. การเมือง. แหล่งที่มา:

เรียบเรียงโดย
นางสาวเพชรกวินท์ เนื่องสมศรี
นักวิชาการ กองพัฒนากิจกรรม

Hits 12 ครั้ง

ร่องรอยบนหน้าผากอาจบ่งบอกถึงสุขภาพหัวใจของคุณ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, February 28, 2019
รายละเอียด: 

หากพูดถึงริ้วรอยบนหน้าผากใครหลายคนมักจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงาม หรือเรื่องสุขภาพของผิว เช่น ผิวบริเวณหน้าผากได้รับแสงแดดเป็นเวลานาน
ขาดความชุ่มชื้น หรือการเสื่อมโทรมของคอลลาเจน และอิลาสตินในชั้นหนังแท้ โดยชั้นหนังแท้ (Dermis) นี้อยู่ระหว่างชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และชั้นไขมัน
(Hypodermis) ของผิวหนัง ซึ่งมีเซลล์สำคัญที่สร้างคอลลาเจน และอิลาสตินเพื่อให้ความแข็งแรง รวมถึงซ่อมแซมผิวหนังของเรา นอกเหนือจากปัญหาการเสื่อมโทรม
ของคอลลาเจน และอิลาสตินแล้ว เราควรให้ความใส่ใจในเรื่องสุขภาพอื่นด้วย เช่น การทำงานผิดปกติของสมอง ไตอ่อนแอ และการนอนไม่หลับ
ซึ่งล่าสุดการศึกษาจากนักวิจัยชาวฝรั่งเศสพบว่าผู้ที่มีริ้วรอยเป็นร่องลึกก่อนวัยอันควรมักจะเสียชีวิตเนื่องจากโรคหัวใจ

โดยการศึกษาครั้งนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากวัยผู้ใหญ่ในประเทศฝรั่งเศสมากกว่า 3,200 คน อายุ 32 42 52 และ 62 ปี จากการนับจำนวนร่องหน้าผาก และรอยลึกของร่อง
ซึ่งการศึกษาได้เฝ้าติดตามผลมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ได้กำหนดค่าคะแนนทั้งหมด 4 เกณฑ์โดย คะแนนต่ำสุด คือ 0 หมายถึงไม่มีร่องบนหน้าผาก และคะแนนมากสุด
คือ 3 หมายถึง ริ้วรอยลึกจำนวนมาก โดยผู้ที่มีค่าคะแนนจำนวนร่องหน้าผาก และรอยลึกอยู่ในเกณฑ์มาก พบว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจมีมากถึง 10 เท่าของคนที่
ไม่มีร่องบนหน้าผาก

อย่างไรก็ตามผลการวิเคราะห์นี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ยังจำเป็นต้องได้รับการศึกษาเพิ่มเติม
ซึ่งร่องรอยบนหน้าผากนั้นสามารถสังเกตได้ง่าย และมองเห็นได้ด้วยตาจึงอาจเป็นตัวเลือกหนึ่งในการนำไปเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจในอนาคต
ทั้งนี้ทั้งนั้นการสังเกตเพียงร่องรอยบนหน้าผากอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะโรคหัวใจสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหลายกลุ่มโรค จำเป็นต้องทราบข้อมูลอื่น ๆ
ต้องสังเกตอาการ และตรวจร่างกายประกอบ เช่น อายุ เพศ ความดันโลหิต ประวัติการสูบบุหรี่ อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับไขมันในเลือด เป็นต้น

ที่มา :
Rachael Rettner. 2018. What Forehead Wrinkles Might Tell You About Your Heart Health. LIVE SCIENCE. Resource: https://www.livescience.com/63432-forehead-wrinkles-heart-health.html?ut.... 2 September. 2018

Hits 17 ครั้ง

การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติวิทยาระดับประเทศ ประจำปี 2562 ภายใต้หัวข้อ “รู้ รักษ์ ดินและน้ำตามรอยพ่อ”

Hits 12 ครั้ง
URL: 
http://www.nsm.or.th/event/competition/naturalscienceproject.html
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Thursday, February 28, 2019
รายละเอียด: 

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชนกับการเรียนรู้เรื่องราวด้านธรรมชาติวิทยา
และสิ่งแวดล้อม จึงจัดการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติวิทยาระดับประเทศ ประจำปี 2562 ภายใต้หัวข้อ “รู้ รักษ์ ดินและน้ำตามรอยพ่อ” มุ่งเน้นให้
เยาวชนศึกษาค้นคว้าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติวิทยาที่ตนเองสนใจในท้องถิ่นของตนเอง เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างการดำรงชีวิตกับธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว และเป็นเวทีสำหรับเยาวชนได้มีโอกาสแสดงความคิดสร้างสรรค์ ผลิตสื่อ และถ่ายทอดเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์
ในธรรมชาติ ผ่านการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยใช้ทักษะกระบวนการคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล มีลำดับขั้นตอน สามารถวิเคราะห์และกลั่นกรององค์ความรู้
รอบตัวได้ รวมทั้งสามารถเรียนรู้ได้ตามอัธยาศัย ส่งเสริมให้เกิดทัศนคติที่ดี ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยโครงงานเยาวชนที่
ได้รับคัดเลือกในแต่ละภูมิภาค จะได้เข้าร่วมการประกวดรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

กลุ่มเป้าหมาย
• โครงงานของเยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 40 โครงงาน โครงงานละ 2 คน
• อาจารย์ที่ปรึกษา จำนวน 40 คน (โครงงานละ 1 คน)

ดาวน์โหลดใบสมัคร

การดำเนินการ
รอบคัดเลือก
• ผู้สนใจส่งคลิป VDO หัวข้อโครงงาน พร้อมแนวคิดในการทำโครงงานเป็นภาษาไทย ความยาวไม่เกิน 5 นาที พร้อมใบสมัครเข้าร่วมประกวด
ผ่านทาง E-mail: nsmthailandproject@gmail.com
• ปิดรับสมัครวันที่ 15 มีนาคม 2562
• ประกาศผลรอบคัดเลือกวันที่ 26 มีนาคม 2562 ผ่านทาง www.nsm.or.th

รอบชิงชนะเลิศ
• โครงงานที่ผ่านรอบคัดเลือก จะได้เข้าร่วมการการประกวดรอบชิงชนะเลิศ โดยนำเสนอโครงงานจริง
ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ปทุมธานี ระหว่างวันที่ 26-29 มิถุนายน 2562 (รวม 4 วัน 3 คืน)

ประเภทข่าว: 
news

“โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 4”

Hits 14 ครั้ง
URL: 
http://www.nsm.or.th/event/competition/science-short-story.html
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Wednesday, February 27, 2019
รายละเอียด: 

โครงการประกวดเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยและผู้สนใจ เกิดความตื่นตัวและสนใจในเรื่องราวด้านวิทยาศาสตร์ สื่อสารวิทยาศาสตร์
ผ่านงานเขียนเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาผลงานเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ และสร้างเวทีเปิดโอกาสให้
คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจ ได้มีโอกาสทำความเข้าใจและสร้างเสริมจินตนาการไปกับองค์ความรู้อันหลากหลายทางวิทยาศาสตร์
ได้แสดงความสามารถและสะท้อนออกมาเป็นเรื่องราวที่มีความสัมพันธ์กับวิทยาศาสตร์ในสื่อ “เรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์”

การประกวดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. ประเภทเยาวชน (อายุตั้งแต่ 15 ปี แต่ไม่เกิน 25 ปี)
2. ประเภทประชาชนทั่วไป (ไม่จำกัดเพศ อายุ และวุฒิการศึกษา)

หมดเขตส่งผลงานเข้าประกวด วันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2562
ประกาศผลการตัดสิน จันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2562 ทาง www.nsm.or.th

กติกาการประกวด ใบสมัครการประกวด สำหรับประชาชนทั่วไป ใบสมัครการประกวด สำหรับเยาวชน

ประเภทข่าว: 
news

โครงงานวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติวิทยาระดับประเทศ

Hits 26 ครั้ง
URL: 
http://www.nsm.or.th/event/competition/naturalscienceproject.html
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Tuesday, February 12, 2019
รายละเอียด: 

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชนกับการเรียนรู้เรื่องราวด้านธรรมชาติวิทยา
และสิ่งแวดล้อม จึงจัดการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติวิทยาระดับประเทศ ประจำปี 2562 ภายใต้หัวข้อ “รู้ รักษ์ ดินและน้ำตามรอยพ่อ” มุ่งเน้นให้
เยาวชนศึกษาค้นคว้าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ด้านธรรมชาติวิทยาที่ตนเองสนใจในท้องถิ่นของตนเอง เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างการดำรงชีวิตกับธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว และเป็นเวทีสำหรับเยาวชนได้มีโอกาสแสดงความคิดสร้างสรรค์ ผลิตสื่อ และถ่ายทอดเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์
ในธรรมชาติ ผ่านการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยใช้ทักษะกระบวนการคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล มีลำดับขั้นตอน สามารถวิเคราะห์และกลั่นกรององค์ความรู้
รอบตัวได้ รวมทั้งสามารถเรียนรู้ได้ตามอัธยาศัย ส่งเสริมให้เกิดทัศนคติที่ดี ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยโครงงานเยาวชนที่
ได้รับคัดเลือกในแต่ละภูมิภาค จะได้เข้าร่วมการประกวดรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

กลุ่มเป้าหมาย
• โครงงานของเยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 40 โครงงาน โครงงานละ 2 คน
• อาจารย์ที่ปรึกษา จำนวน 40 คน (โครงงานละ 1 คน)

ดาวน์โหลดใบสมัคร

การดำเนินการ
รอบคัดเลือก
• ผู้สนใจส่งคลิป VDO หัวข้อโครงงาน พร้อมแนวคิดในการทำโครงงานเป็นภาษาไทย ความยาวไม่เกิน 5 นาที พร้อมใบสมัครเข้าร่วมประกวด
ผ่านทาง E-mail: nsmthailandproject@gmail.com
• ปิดรับสมัครวันที่ 15 มีนาคม 2562
• ประกาศผลรอบคัดเลือกวันที่ 26 มีนาคม 2562 ผ่านทาง www.nsm.or.th

รอบชิงชนะเลิศ
• โครงงานที่ผ่านรอบคัดเลือก จะได้เข้าร่วมการการประกวดรอบชิงชนะเลิศ โดยนำเสนอโครงงานจริง
ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ปทุมธานี ระหว่างวันที่ 26-29 มิถุนายน 2562 (รวม 4 วัน 3 คืน)

ประเภทข่าว: 
news

วิกฤตฝุ่นละออง PM 2.5

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, February 8, 2019
รายละเอียด: 

กรมควบคุมมลพิษแจ้งเตือนค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง
ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวของประชาชนจำนวนมากเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ โดยฝุ่นละออง PM 2.5 ตามข่าวนั้นเป็นฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กและไม่สามารถมองเห็นได้
ด้วยตาเปล่า เพราะมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (ไมโครเมตร) หรือเล็กกว่าเส้นผมคนเราถึง 20 เท่าเลยทีเดียว

โดยปกติในเมืองใหญ่ ๆ จะมีฝุ่นชนิดนี้อยู่แล้วในระดับที่ยอมรับได้ แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ภาครัฐต้องออกมาเตือนประชาชนเนื่องมาจากมีการสะสมของฝุ่น PM 2.5
เกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานซึ่งกรมควบคุมมลพิษ กำหนดไว้ที่ 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร มีสาเหตุหลักมาจากควันเสียของรถยนต์โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล
โรงงานอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง รวมถึงสภาพอากาศในช่วงนี้มีลักษณะแบบอากาศนิ่งและสภาพอากาศปิด ทำให้ฝุ่นละอองในอากาศไม่สามารถลอยตัวขึ้น
ทำให้มีการสะสมเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ

pm2 5 2

ด้วยอนุภาคของฝุ่นละอองที่มีขนาดที่เล็ก ทำให้เมื่อเราหายใจเข้าไปจะส่งผลให้เกิดการระคายเคือง ไอ จามหรือมีเสมหะ ฝุ่นละออง PM 2.5 นี้สามารถผ่านเข้าไป
จนถึงส่วนในสุดของปอดซึ่งจะมีผลกระทบต่อหลอดลมฝอยและถุงลม สามารถผ่านผนังถุงลมเข้าสู่เส้นเลือดฝอยและกระจายตัวไปทั่วร่างกายของเรา ส่งผลกระทบ
ต่อสุขภาพในหลายๆด้าน อีกทั้งยังเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคมะเร็งปอด ภาวะหลอดเลือดแข็ง หลอดเลือดสมองตีบและหัวใจ
เต้นผิดจังหวะ

การป้องกันที่เราสามารถทำได้คือ การลดกิจกรรมที่อยู่นอกตัวอาคารในช่วงเวลาที่มีระดับของฝุ่นละอองอยู่ในปริมาณที่สูง แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องเดินทางไป
ในบริเวณที่มีความเสี่ยงควรใส่อุปกรณ์ป้องกันที่ได้มาตรฐานและต้องมีความละเอียดของเส้นใยสูงพอที่จะกรองฝุ่นเล็กขนาด 2.5 ไมครอนโดยการใส่หน้ากาก
อนามัย N95 ซึ่งหน้ากากชนิดนี้ต่างจากหน้ากากอนามัยที่ไปใช้กันทั่วไป เนื่องจากสามารถป้องกันฝุ่นขนาด 0.1-0.3 ไมครอน ได้ 95% การสวมใส่จำเป็นต้อง
คำนึงถึงขั้นตอนการใส่ที่ถูกต้องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและไม่ควรใส่นานเกินไปเพราะอาจส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพออีกด้วย

แหล่งข้อมูล :
https://www.bbc.com/thai/thailand-46643980
http://www.pcd.go.th/Public/News/GetNewsThai.cfm?task=lt2019&id=18542
https://www.honestdocs.co/pm-2-5-environmental-nano-pollutants

Hits 39 ครั้ง

ร่องรอยบนหน้าผากอาจบ่งบอกถึงสุขภาพหัวใจของคุณ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, February 8, 2019
รายละเอียด: 

หากพูดถึงริ้วรอยบนหน้าผากใครหลายคนมักจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงาม หรือเรื่องสุขภาพของผิว เช่น ผิวบริเวณหน้าผากได้รับแสงแดดเป็นเวลานาน
ขาดความชุ่มชื้น หรือการเสื่อมโทรมของคอลลาเจน และอิลาสตินในชั้นหนังแท้ โดยชั้นหนังแท้ (Dermis) นี้อยู่ระหว่างชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และชั้นไขมัน
(Hypodermis) ของผิวหนัง ซึ่งมีเซลล์สำคัญที่สร้างคอลลาเจน และอิลาสตินเพื่อให้ความแข็งแรง รวมถึงซ่อมแซมผิวหนังของเรา นอกเหนือจากปัญหาการเสื่อมโทรม
ของคอลลาเจน และอิลาสตินแล้ว เราควรให้ความใส่ใจในเรื่องสุขภาพอื่นด้วย เช่น การทำงานผิดปกติของสมอง ไตอ่อนแอ และการนอนไม่หลับ
ซึ่งล่าสุดการศึกษาจากนักวิจัยชาวฝรั่งเศสพบว่าผู้ที่มีริ้วรอยเป็นร่องลึกก่อนวัยอันควรมักจะเสียชีวิตเนื่องจากโรคหัวใจ

โดยการศึกษาครั้งนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากวัยผู้ใหญ่ในประเทศฝรั่งเศสมากกว่า 3,200 คน อายุ 32 42 52 และ 62 ปี จากการนับจำนวนร่องหน้าผาก และรอยลึกของร่อง
ซึ่งการศึกษาได้เฝ้าติดตามผลมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ได้กำหนดค่าคะแนนทั้งหมด 4 เกณฑ์โดย คะแนนต่ำสุด คือ 0 หมายถึงไม่มีร่องบนหน้าผาก และคะแนนมากสุด
คือ 3 หมายถึง ริ้วรอยลึกจำนวนมาก โดยผู้ที่มีค่าคะแนนจำนวนร่องหน้าผาก และรอยลึกอยู่ในเกณฑ์มาก พบว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจมีมากถึง 10 เท่าของคนที่
ไม่มีร่องบนหน้าผาก

อย่างไรก็ตามผลการวิเคราะห์นี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ยังจำเป็นต้องได้รับการศึกษาเพิ่มเติม
ซึ่งร่องรอยบนหน้าผากนั้นสามารถสังเกตได้ง่าย และมองเห็นได้ด้วยตาจึงอาจเป็นตัวเลือกหนึ่งในการนำไปเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจในอนาคต
ทั้งนี้ทั้งนั้นการสังเกตเพียงร่องรอยบนหน้าผากอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะโรคหัวใจสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหลายกลุ่มโรค จำเป็นต้องทราบข้อมูลอื่น ๆ
ต้องสังเกตอาการ และตรวจร่างกายประกอบ เช่น อายุ เพศ ความดันโลหิต ประวัติการสูบบุหรี่ อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับไขมันในเลือด เป็นต้น

ที่มา

Rachael Rettner. 2018. What Forehead Wrinkles Might Tell You About Your Heart Health. LIVE SCIENCE. Resource: https://www.livescience.com/63432-forehead-wrinkles-heart-health.html?ut.... 2 September. 2018

Lifecenterthailand. 2559. ริ้วรอยบนใบหน้า กับอาการป่วยที่ควรระวัง. Life Center Thailand. แหล่งที่มา: https://lifecenterthailand.wordpress.com/2016/06/28. 2 กันยายน 2561

Hits 28 ครั้ง

โครงการงานเวทีเยาวชนไทย “อนุรักษ์ความหลากหลายทางธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน”

Hits 16 ครั้ง
URL: 
http://www.nsm.or.th/event/competition/thailand-biodiversity-youth-forum.html
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Thursday, February 7, 2019
รายละเอียด: 

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
จึงได้ร่วมกันจัดโครงการงานเวทีเยาวชนไทย“อนุรักษ์ความหลากหลายทางธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน” (Thailand Biodiversity Youth Forum 2019, BYF 2019)
ขึ้นในรูปแบบการประกวดโครงงานธรรมชาติวิทยา เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเกิดความตระหนักถึงการอนุรักษ์ด้านความหลากหลายทางธรรมชาติ
มีส่วนร่วมในการสื่อสารและรณรงค์ รวมทั้งเสนอแนวคิดเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในชุมชนของตนเองอย่างยั่งยืน เน้นการศึกษาค้นคว้า
เพื่อทำความรู้จักและเข้าใจความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในพื้นถิ่นของตนเองและคัดเลือกผู้สมัครจำนวน ๓๐ ทีมจากทั่วประเทศเพื่อนำเสนอผลงานในระหว่าง
วันที่ 3-5 เมษายน 2562 ณ อพวช. โดยผู้ที่ได้รับรางวัลจากงานเวทีเยาวชนไทยฯครั้งนี้ จะได้เข้าร่วมนำเสนอผลงานระดับประเทศใน
งาน International Conference on Biodiversity 2019 ในระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2562 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์
เซ็นทรัลเวิลด์กรุงเทพมหานคร

กลุ่มเป้าหมาย
- นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3) จำนวน 60 คน
- โครงงานธรรมชาติวิทยาด้านความหลากหลายทางธรรมชาติ จำนวน 30 โครงงาน (ทีมละ 2 คน)
- ครู อาจารย์ที่ปรึกษา จำนวน 30 ท่าน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สำนักพัฒนาความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)
เทคโนธานี ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120
โทร ๐๒ ๕๗๗ ๙๙๙๙ ต่อ 1460 – 62 (รักชนก 087 126 3634 / ทศวรรษ 083 337 9085 )
โทรสาร 02 577 9990
E-mail:sciencecampnsm@gmail.com

ประเภทข่าว: 
news
Subscribe to RSS - องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพ.)