Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

ดวงจันทร์ยูโรปาอาจเต็มไปด้วย “หนามน้ำแข็ง” ขนาดยักษ์

วันที่เผยแพร่: 
Fri 12 October 2018
รายละเอียด: 

ดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดีImage copyrightNASA / JPL

คำบรรยายภาพดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดี

แม้ดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดีจะมีมหาสมุทรขนาดใหญ่ที่ผืนน้ำแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งดาว แต่การส่งยานสำรวจลงจอดบนพื้นผิวอาจไม่ใช่เรื่องง่าย หลังนักดาราศาสตร์ค้นพบความเป็นไปได้ว่า อุณหภูมิที่เย็นเยียบสุดขั้วอาจทำให้เกิดชั้นน้ำแข็งหนาที่มีรูปร่างเป็นแท่งหนามขนาดยักษ์อยู่เหนือมหาสมุทรดังกล่าว

คาดว่า "หนามน้ำแข็ง" นี้แผ่ปกคลุมไปทั่ว จนพื้นผิวดาวดูคล้ายกับขนเม่น โดยแต่ละแท่งมีลักษณะแหลมคมและสูงได้มากถึง 15 เมตร ซึ่งน่าจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งยานสำรวจลงจอดบนพื้นผิวดาว เพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรเบื้องล่างอย่างมาก เนื่องจากยานสำรวจอาจเสียหายเพราะถูกแท่งหนามน้ำแข็งเสียบแทง หรือยานอาจตกลงไปในหุบเหวลึกระหว่างหนามยักษ์แต่ละแท่งได้

 

ศ. แดเนียล ฮอบลีย์ จากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ของสหราชอาณาจักร ตีพิมพ์ผลการศึกษาข้างต้นลงในวารสาร Nature Geoscience โดยระบุว่าการก่อตัวของน้ำแข็งในรูปแบบดังกล่าวหาพบได้ยากบนโลก เว้นแต่ในบางพื้นที่ของเทือกเขาแอนดีสในอเมริกาใต้ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมบางอย่างคล้ายคลึงกับดวงจันทร์ยูโรปา

ศ. ฮอบลีย์บอกว่า น้ำแข็งบนดวงจันทร์ยูโรปาจะไม่มีการละลายแล้วกลับแข็งตัวใหม่เหมือนกับน้ำแข็งในธรรมชาติบนโลก เนื่องจากดาวมีอุณหภูมิต่ำมากถึง -184 องศาเซลเซียส น้ำแข็งจึงก่อตัวขึ้นในรูปของผลึกที่สามารถเป็นเลนส์รวมหรือหักเหแสงอาทิตย์ลงสู่ฐานล่างได้ ซึ่งปรากฏการณ์นี้ทำให้น้ำแข็งบางส่วนกลายเป็นก๊าซและก่อตัวขึ้นเป็นแท่งหนามขนาดใหญ่

แท่งน้ำแข็งที่เป็นหนามแหลมหรือ Penitentes พบได้บนเทือกเขาแอนดีสในอเมริกาใต้เช่นกันImage copyrightESO

คำบรรยายภาพแท่งน้ำแข็งที่เป็นหนามแหลมหรือ Penitentes พบได้บนเทือกเขาแอนดีสในอเมริกาใต้เช่นกัน

นอกจากนี้ การที่ดวงจันทร์ยูโรปาหันหน้าด้านเดียวเข้าหาดาวพฤหัสบดีเสมอ ยังทำให้ตำแหน่งของดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าของยูโรปาคงที่ จนดาวบริวารดวงนี้ไม่มีความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลที่จะทำให้น้ำแข็งละลายได้

แต่อย่างไรก็ตาม การก่อตัวของหนามน้ำแข็งในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นช้ามาก โดยจะมีความสูงเพิ่มขึ้นเพียง 1 ฟุต ในทุก 1 ล้านปี ซึ่งแสดงว่าทุ่งหนามน้ำแข็งยักษ์ที่ปกคลุมทั่วดวงจันทร์ยูโรปานั้น อยู่ในสภาพที่ไม่เปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลานานอย่างน้อย 50 ล้านปีแล้ว

แม้เรื่องนี้จะยังเป็นเพียงการคาดการณ์ทางทฤษฎี แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่ามีความเป็นไปได้สูง เพราะปัจจุบันมีข้อมูลชี้ว่าดาวเคราะห์แคระอย่างพลูโตและดาวบริวารดวงอื่นในระบบสุริยะก็น่าจะมีหนามน้ำแข็งขนาดใหญ่บนพื้นผิวเช่นกัน แต่น้ำแข็งที่ว่านั้นน่าจะเป็นมีเทนแข็งหรือน้ำแข็งแห้งมากกว่า ซึ่งองค์การนาซาและองค์การอวกาศยุโรปมีแผนจะส่งยานโคจรสำรวจไปยังดวงจันทร์ยูโรปาอีกครั้ง ภายในทศวรรษ 2020 ที่จะถึงนี้