Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

"ลมไนโตรเจน"

วันที่เผยแพร่: 
Fri 10 November 2017
ภาพประกอบ: 
รายละเอียด: 

เข้าใจกันว่า ... การเติมลมยางด้วย “ลมไนโตรเจน” นั้น จะช่วยให้ยางรถร้อนช้าลง ลดความเสี่ยงต่อการระเบิดของยาง ช่วยยืดอายุการใช้งานของยางและระบบช่วงล่างของรถ แถมยังช่วยประหยัดค่าน้ำเชื้อเพลิงได้อีกด้วย ซึ่งเหมาะมากกับยุคสมัยนี้ที่คนทั่วโลกส่วนใหญ่หันมาตระหนักและใส่ใจในการประหยัดพลังงานกันมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน ... มีการใช้เครื่องมือที่สามารถแยกแก๊สไนโตรเจนออกมาจากอากาศทั่วไปได้ โดยคัดแยกเฉพาะแก๊สไนโตรเจนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งจะมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่าการเติมลมยางแบบเดิมที่มีแก๊สอื่น ๆ ผสมอยู่ด้วยนั่นเอง โดยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเติมลมยางของพาหนะต่าง ๆ ในบางประเทศมีการออกกฎหมายบังคับให้รถโดยสาร รถบรรทุก หรือแม้กระทั่งเครื่องบิน ต้องเติมลมยางไนโตรเจนเท่านั้น แต่ปัจจุบันในเมืองไทยนั้น สถานที่ให้บริการเติมลมไนโตรเจนมีอยู่ค่อนข้างน้อย และยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการเติมลมยางแบบธรรมดาอีกต่างหาก

ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยให้เราสามารถนำมาปรับใช้ในการเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียได้ แท้ที่จริงลมไนโตรเจน ก็คือแก๊สไนโตรเจนที่อยู่ในอากาศรอบๆตัวเรา ถ้าเราแบ่งอากาศในบรรยากาศโลกออกเป็น 5 ส่วน จะมีแก๊สไนโตรเจนอยู่ถึง 4 ใน 5 ส่วน เทียบเป็นสัดส่วนคือ 78 % ของอากาศทั่วไป (ก็ประมาณ 80% แล้วนะเนี่ย!!) ที่เหลือก็จะเป็นแก๊สออกซิเจนที่เราใช้ในกระบวนการหายใจ รวมกับแก๊สอื่นๆอีกหลายชนิด

ข้อดีของแก๊ซไนโตรเจน:
1. มีน้ำหนักเบาและเย็นกว่าลมยางทั่วไป
2. ไม่ทำปฏิกิริยากับยาง ทำให้ยางมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น และยังช่วยอุดรูรั่วเล็กๆ ระหว่างขอบยางกับขอบล้อได้ดี
3. ไม่มีความชื้น ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ทำปฏิกิริยากับล้อ ให้เกิดสนิม
4. แก๊ซไนโตรเจนไม่ค่อยรั่วไหลออกจากยางง่าย ๆ เหมือนลมยางทั่วไป

ข้อดีของลมธรรมดา:
1. เข้าถึงง่าย มีเติมได้ทุกที่
2. ส่วนใหญ่ มีบริการเติมฟรี

ฉะนั้น ... การเติมลมยางแบบธรรมดา กับการเติมลมยางด้วยลมไนโตรเจน ก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไปซึ่งเราสามารถใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาวิเคราะห์
เพื่อพิจารณาได้ว่าความคุ้มค่ากับความเหมาะสมที่จะเลือกใช้นั้น ขึ้นอยู่กับตัวเรา

เจ้าของข้อมูล: 
http://www.nsm.or.th/index.php?option=com_k2&view=item&id=5686:2016-09-02-08-30-01&Itemid=184
Hits 16 ครั้ง