สวทน. ประกาศตัวเลขลงทุนวิจัยปี 58 สูงถึง 84,000 ล้านบาท ชี้อุตสาหกรรมอาหาร ยานยนต์ เคมี แชมป์ “รมว.วิทย์” เผยพร้อมหนุนเต็มที่ เชื่อเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ

ข่าวประจำวันที่: 
13/03/2017

 

สวทน. ประกาศตัวเลขลงทุนวิจัยปี 58 สูงถึง 84,000 ล้านบาท ชี้อุตสาหกรรมอาหาร ยานยนต์ เคมี แชมป์ “รมว.วิทย์” เผยพร้อมหนุนเต็มที่ เชื่อเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ

          สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดงาน CEO Innovation Forum 2017 “นวัตกรรมนำไทยสู่ประเทศพัฒนาแล้ว” ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ โดยมี ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อม เสวนาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายและยุทธศาสตร์ประเทศในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยนวัตกรรม” ร่วมกับ ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยผู้บริหารจากภาคเอกชนยักษ์ใหญ่ ดร.วิไลพร เจตนจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเทคโนโลยี บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และ คุณนินนาท ไชยธีรภิญโญ รองประธานกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ดำเนินการเสวนาโดย คุณชลพรรษา นารูลา
 
  
          ดร.อรรชกา กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม กระทรวงวิทย์ฯ จึงมีบทบาทสำคัญในการนำเอาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช้ขับเคลื่อนประเทศในด้านต่างๆ โดยหนึ่งในหน้าที่สำคัญซึ่งเราได้รับมอบหมายจากรัฐบาล คือ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งขณะนี้ได้มีการตั้ง “สภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ” (สวนช.) ขึ้นมาแทน คณะกรรมการชาติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม 3 คณะที่ได้มีการยกเลิกไป เพื่อให้ความมีเอกภาพและลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน
 
          ดร.อรรชกา กล่าวด้วยว่า กระทรวงวิทย์ฯ ได้กำหนดมาตรการแรงจูงใจเพื่อส่งเสริมการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ได้แก่ มาตรการด้านยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่าย RDI 300% สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม กองทุนสนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) จำนวน 2,500 ล้านบาท กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่ร่วมดำเนินการกับ BOI มาตรการเสริมสร้างความเข้มแข็งและผลิตภาพของเอสเอ็มอี ทั้ง iTAP ที่ช่วยสนับสนุน SMEs เพิ่มมูลค่าทางเทคโนโลยีสู่ตลาดโลก การพัฒนานวัตกรรมสำหรับ เอสเอ็มอี ด้วยคูปองนวัตกรรม และคูปองโอท็อป  มาตรการผลิตและพัฒนากำลังคนที่ใช้นวัตกรรมเข้มข้น ผ่านโครงการวิล (WiL) โรงเรียนในโรงงาน ที่ถอดความรู้ด้านอุตสาหกรรมมาสอนนักเรียนสายอาชีวะ ให้เรียนและปฏิบัติงานจริงในโรงงานไปด้วยในเวลาเดียวกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อกิจกรรมวิจัยและพัฒนา ซึ่งมีโครงการนำร่องไปแล้วคือเมืองนวัตกรรมอาหาร และสุดท้าย คือสนับสนุนให้มีเกิดการอุดหนุนผลงานวัตกรรมของไทย โดยการอนุญาตให้หน่วยงานรัฐดำเนินการด้วยวิธีพิเศษในการจัดซื้อจัดจ้างนวัตกรรมที่อยู่ในบัญชีนวัตกรรมไทย
 
แหล่งที่มา: 
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี