Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

ขยะ

7 วิธีแยกขยะในบ้านก่อนนำไปทิ้ง

วันที่: 
Thursday, December 12, 2019

แยกขยะช่วยโลก ทำได้ง่ายๆ ได้ที่บ้าน
มาดู 7 วิธีแยกขยะในบ้านก่อนทิ้ง เรื่องเล็กๆ ที่ให้ผลลัพธ์มหาศาล
 
1. ขั้นตอนแรก ให้แยกขยะ 4 ประเภทออกจากกัน
∙ ขยะย่อยสลาย : ให้แยกระหว่างเศษอาหารกับเศษใบไม้
∙ ขยะรีไซเคิล : ให้แยกขยะรีไซเคิลแต่ละชนิดออกจากกัน เช่นกระดาษ แก้ว โลหะ และพลาสติก
∙ ขยะอันตราย : ให้แยกขยะอันตรายออกจากขยะประเภทอื่น
∙ ขยะทั่วไป : เก็บรวมกันไว้ได้เลย
 
2. แยกขยะแต่ละประเภทใส่ถังหรือถุงแยกสีให้ชัดเจน
 
3. เก็บถุงขยะหรือถังขยะทั้งหมดไว้ในบริเวณที่สะอาด สว่าง อากาศถ่ายเท
 
4. แยกขยะอันตรายออกห่างจากขยะประเภทอื่น
 
5. อย่าเก็บขยะที่เสี่ยงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์
 
6. หากระหว่างล้างขยะแล้วมีไขมันหรือน้ำมันปนเปื้อน ควรกรองเศษตะกอนต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ไหลลงไปอุดตันในท่อระบายน้ำสาธารณะ
 
7. หลีกเลี่ยงการเผาทำลายขยะโดยไม่จำเป็น
 
เท่านี้ก็จะช่วยให้การแยกขยะเพื่อนำไปจัดการในขั้นตอนต่อไปทำได้ง่ายขึ้น เพียงแค่พวกเราทุกคนช่วยกัน เริ่มต้นทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน ก็ถือว่าได้ช่วยโลกแล้วล่ะครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://home.kapook.com/view214035.html
ภาพประกอบ: 

สวทช.-พันธมิตร โชว์นวัตกรรม ‘ถุงพลาสติกสลายตัวได้’จากแล็บสู่ใช้งานจริง ประเดิมงาน ‘กาชาดสีเขียว 2562’

Hits 22 ครั้ง
URL: 
https://www.nstda.or.th/th/news/12895-20191113
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Thursday, November 14, 2019
รายละเอียด: 

วันที่ 13 พฤศจิกายน2562 ณ ห้องคริสตัล 1-2 ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย (TBiA) และพันธมิตรภาคเอกชนร่วมแถลงข่าว "ถุงพลาสติกสลายตัวได้สำหรับขยะอินทรีย์ จากแล็บสู่การขยายผลเพื่อใช้งานจริง” ซึ่งเป็นการนำ "ถุงพลาสติกสลายตัวได้สำหรับขยะอินทรีย์” ผลงานวิจัยของเอ็มเทค สวทช. ที่ร่วมกับ บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด พัฒนาสูตรพลาสติกชีวภาพมาแปรรูปเป็นพลาสติกและทำการผสมสูตรเพื่อเพิ่มสมบัติทางวิศวกรรมให้เหมาะสมกับการนำไปขึ้นรูปเป็นฟิล์มบาง

โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีอุตสาหกรรมพลาสติก ได้แก่ บริษัท โททาล คอร์เบียน พีแอลเอ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท บีเอเอสเอฟ (ไทย) จำกัด ผู้สนับสนุนวัตถุดิบเม็ดพลาสติกชีวภาพ และบริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) สนับสนุนกระบวนการเป่าขึ้นรูปถุงพลาสติกสลายตัวได้ สำหรับใช้แยกขยะอินทรีย์ใน “งานกาชาด 2562” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-24 พฤศจิกายนนี้ ที่สวนลุมพินี

ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. กล่าวว่า ปัญหา“ขยะพลาสติก” ทั้งบนบกและในทะเลกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกตื่นตัวกันมาก ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 6 ของประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติกสู่ท้องทะเลมากที่สุดในโลก สาเหตุสำคัญมาจากพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Single-use Plastic) มีอัตราส่วนที่มากถึง 40% ของขยะพลาสติกทั้งหมด จากผลกระทบของการหลุดรอดของขยะออกไปสู่สิ่งแวดล้อมทำให้ภาครัฐร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก 20 ปี และกำหนดการลดและเลิกใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง จำนวน 7 ชนิด ที่พบมากในทะเลของประเทศไทยและก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม และในโอกาสที่การจัดงานกาชาด ปีนี้มุ่งเป้าเป็นต้นแบบงาน ‘การกุศลสีเขียว’ เพื่อลดขยะ งดใช้โฟม ลดพลาสติก

ผู้อำนวยการ เอ็มเทค สวทช. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สิ่งสำคัญของกระบวนการจัดการขยะมีความจำเป็นต้องใช้ถุงพลาสติกเพื่อรวบรวมและขนส่งขยะ โดยเฉพาะขยะอินทรีย์เช่น ขยะเศษอาหาร ไม่ให้ปนเปื้อนกับขยะที่รีไซเคิลได้และขยะอื่นๆ และเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานเก็บขยะ เอ็มเทค สวทช. ได้ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย (TBiA) ผลิต "ถุงพลาสติกสลายตัวได้สำหรับขยะอินทรีย์” ที่เป็นผลงานวิจัยของเอ็มเทค สวทช. ร่วมกับ บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด พัฒนาสูตรพลาสติกชีวภาพขึ้นโดยใช้วัตถุดิบที่มีในประเทศไทยคือ แป้งมันสำปะหลัง นำมาแปรรูปเป็นพลาสติกและทำการผสมสูตรเพื่อเพิ่มสมบัติทางวิศวกรรมให้เหมาะสมกับการนำไปขึ้นรูปเป็นฟิล์มบาง

"ถุงพลาสติกสลายตัวได้สำหรับขยะอินทรีย์” เป็นนวัตกรรมที่ผลิตขึ้นโดยนักวิจัยไทยและภาคเอกชนของไทย เตรียมประเดิมใช้ในงานกาชาด 2562 ตั้งแต่วันที่ 15-24 พฤศจิกายน 2562 ณ สวนลุมพินีเป็นงานแรก ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคีอุตสาหกรรมพลาสติก ได้แก่ บริษัท โททาล คอร์เบียน พีแอลเอ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท บีเอเอสเอฟ (ไทย) จำกัด ผู้สนับสนุนวัตถุดิบเม็ดพลาสติกชีวภาพ และบริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) สนับสนุนกระบวนการเป่าขึ้นรูปถุงพลาสติกสลายตัวได้ จึงอยากเชิญชวนทุกท่านที่มาเที่ยวงานกาชาดครั้งนี้ ช่วยกันคัดแยกขยะเพื่อการนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนและส่งเสริมการจัดการขยะอย่างยั่งยืน ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) และสนับสนุนการสร้างค่านิยมใหม่ให้คนไทย บริโภคด้วยความรับผิดชอบ และสร้างสังคมที่มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาขยะ ด้วยการคัดแยกตั้งแต่ต้นทางเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของโครงการในการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมในทางที่ดีขึ้น

ดร.นพดล เกิดดอนแฝก นักวิจัยทีมวิจัยเทคโนโลยีพลาสติก กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง เอ็มเทค สวทช. เปิดเผยว่า จุดเด่นของถุงพลาสติกย่อยสลายได้ มีส่วนผสมจากวัตถุดิบธรรมชาติ คือ แป้งมันสำปะหลัง จากบริษัท เอสเอ็มเอสฯ นำมันสำปะหลังของเกษตรกรไทยเป็นวัตถุดิบหลักมาผสมด้วยการใช้ความร้อนหลอม ซึ่งทีมวิจัยมีการออกแบบกระบวนการผสมเทคนิค โดยหลอมนวดเนื้อวัตถุดิบให้เข้ากันได้ดี ผลิตออกมาเป็นเม็ดคอมพาวด์ หรือเม็ดพลาสติกผสมที่มีความเหนียว ยืดหยุ่นและมีความแข็งแรง สามารถเป่าขึ้นรูปได้ง่ายด้วยเครื่องจักร เครื่องเป่าถุงที่โรงงานบริษัท ทานตะวันฯ โดยที่ไม่ต้องดัดแปลงเครื่องจักรและได้ต้นแบบถุงพลาสติกย่อยสลายได้ สำหรับใช้คัดแยกขยะอินทรีย์มี 2 ขนาด คือ ถุงหน้ากว้าง 18 นิ้ว สำหรับใช้ตามร้านขายอาหาร และถุงหน้ากว้าง 30 นิ้วสำหรับวางตามจุดคัดแยกมากกว่า 40 จุดทั่วงานกาชาด โดยมีทีมงานจิตอาสาที่จะคอยให้ข้อมูลและแนะนำวิธีการคัดแยกขยะที่ถูกต้องก่อนที่ทางกรุงเทพมหานครจะนำไปบริหารจัดการขยะในโรงงานขยะต่อไป

“ทีมวิจัยเรามีความคาดหวังว่า ถุงขยะย่อยสลายได้นี้จะถูกนำไปใช้งานจริงและจะช่วยพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บขยะ สามารถจัดการขยะเปียกได้ง่ายขึ้น มีความปลอดภัย สามารถนำขยะในถุงนี้ไปทิ้งในพื้นที่ (หมักขยะ หรือหมักปุ๋ย) ถึงแม้ในห้องแล็บจะรู้ว่าถุงนี้ย่อยสลาย แต่เรายังมีทีมวิจัยที่จะไปติดตามการย่อยสลาย ขยะและถุงขยะยังจะถูกติดตามไปอีก 3 เดือนในสภาวะจริง ผลงานวิจัยนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่ายจะจุดประกายให้ทุกคนช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม” ดร.นพดล กล่าว

ด้าน ดร.วีรวัฒน์ เลิศวนวัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะผู้แทนสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย (TBiA) เปิดเผยว่า บริษัทเอสเอ็มเอสฯ สนับสนุนแป้งมันสำปะหลังดัดแปรในรูปของเม็ดพลาสติก TAPIOPLAST สำหรับผลิตถุงขยะย่อยสลายได้ในงานกาชาดปี 2562 ในฐานะที่บริษัท เอสเอ็มเอสฯ คือผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังดัดแปรสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร กระดาษ กาว สิ่งทอ และอีกหลากหลายอุตสาหกรรม โดยใช้วัตถุดิบจากมันสำปะหลังซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่มากในประเทศไทย ผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการเพิ่มมูลค่าให้กับมันสำปะหลังเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ให้กับชาวไร่ของไทย

ซึ่งปัจจุบันมีการใช้พลาสติกชีวภาพเพียง 1 % ของการใช้พลาสติกทั้งหมด และอุปสรรคในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพที่สำคัญคือ ปัญหาในด้านต้นทุนการผลิตทำให้การนำมาประยุกต์ใช้จริงเป็นไปได้ยาก หากบริษัทฯ สามารถช่วยลดต้นทุนส่วนนี้ได้ ก็จะเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป“การคิดค้นพัฒนาแป้งมันสำปะหลังให้อยู่ในรูปของเม็ดพลาสติก TAPIOPLAST และนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้ เช่น ขึ้นแผ่นฟิล์มสำหรับถุงขยะย่อยสลายได้นั้น เนื่องจาก TAPIOPLAST มีความเข้ากันได้กับเม็ดพลาสติกย่อยสลาย จึงสามารถนำมาผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพที่มีคุณภาพดีและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เกิดเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และปุ๋ยในดินที่เป็นประโยชน์กับพืช ดังนั้นการใช้ TAPIOPLAST เป็นส่วนผสมในการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกย่อยสลาย นอกจากทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันด้านราคาได้มากขึ้นและยังเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม” ดร.วีรวัฒน์ กล่าว

ด้าน นางสาวนฤศสัย มหฐิติรัฐ กรรมการบริหาร บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทานตะวันมีนโยบายการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ทานตะวันเพื่อทุกชีวิตที่ยั่งยืน” และดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง และสำหรับงานกาชาดประจำปี 2562 นี้ เราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งผลักดันให้เกิดการจัดงานกาชาดในรูปแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม “Green Fair” ผ่านการ สนับสนุนถุงขยะพลาสติกชีวภาพที่สามารถสลายตัวได้โดยธรรมชาติ ซึ่งบริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรมฯ มีการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มาโดยตลอด “ทานตะวันฯ เชื่อว่าภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมงานกาชาดในปีนี้ นอกจากจะได้จับจ่ายสินค้าคุณภาพดี ได้มาเที่ยวภายในงานกาชาดแล้ว ทุกท่านก็มีความใส่ใจ และอยากดูแลปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมด้วยไปพร้อมกันทุกคน สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพที่สลายได้ตามธรรมชาติ 100% ของบริษัทฯ ภายใต้เครื่องหมายการค้า (SUNBIO) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของบริษัทฯ เราส่งเสริมการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผ่านช่องทางออนไลน์ พันธมิตรทางธุรกิจในช่องทาง Modern Trade และตัวแทนจำหน่ายต่างๆ อย่างไรก็ดีอยากย้ำเตือนว่าพลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย พลาสติกเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และอยู่ในชีวิตประจำวัน เมื่อเรานำมาใช้ซ้ำ และมีการจัดการอย่างถูกวิธีที่เหมาะสม ซึ่งทานตะวันในฐานะองค์กรหนึ่งที่ตั้งอยู่และดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งรณรงค์ส่งเสริมกับพันธมิตรที่สนับสนุนการจัดงาน ให้งานกาชาดประจำปี 2562 นี้ ให้เป็นงานกาชาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเข้ากับคอนเซ็ปต์ “Green Fair”
นางสาวนฤศสัย กล่าวทิ้งท้าย

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

ประเภทข่าว: 
news

นักอนุรักษ์กู้ขยะพลาสติก 40 ตันจากแพขยะใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิก

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Wednesday, July 10, 2019
รายละเอียด: 

ทีมกะลาสีอาสาสมัครบนเรือสินค้าขนาด 43 เมตร เดินทางจากฮาวายไปยังใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิกเพื่อกอบกู้ขยะพลาสติกที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในทะเล และได้เดินทางกลับไปยังฮอลโนลูลูพร้อมขยะ 40 ตัน ส่วนใหญ่ของขยะที่เก็บได้เป็นชิ้นส่วนของอวนหาปลา

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเก็บกู้อวนหาปลาที่เป็นอันตรายต่อวาฬ เต่า ปลา และยังสร้างความเสียหายแก่ปะการังด้วย

ทีมอาสาสมัครทีมนี้ทำงานให้กับสถาบันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Ocean Voyages Institute ที่ไม่หวังผลกำไร ที่ตั้งอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ได้กอบกู้อวนหาปลาเหล่านี้ออกจากมหาสมุทรบริเวณนี้ที่กระแสน้ำทะเลจากฮาวายกับแคลิฟอร์เนียมาบรรจบกัน

Mary Crowley ผู้ก่อตั้งกลุ่ม กล่าวว่า การกอบกู้ขยะครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของทีมงานที่ยาวนาน 25 วัน เรือสินค้าเดินทางกลับไปยังฮอนโนลูลูเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน มีการแยกขยะพลาสติกจากอวนหาปลาที่กอบกู้มา และนำไปบริจาคแก่ศิลปินท้องถิ่นหลายคนเพื่อนำไปแปรรูปเป็นงานศิลปะเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับมลพิษขยะพลาสติกในมหาสมุทร

ส่วนขยะที่เหลือถูกนำไปมอบให้โรงงานผลิตไฟฟ้าที่ปลอดจากควันเสีย โดยขยะจะถูกเผาเพื่อผลิตเป็นพลังงาน

Nick Mallos ผู้อำนายการของโครงการ Trash Free Seas Program แห่งหน่วยงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไม่หวังผลกำไร Ocean Conservancy ประมาณว่ามีอวนและอุปกรณ์หาปลาราว 600,000 ถึง 800,000 ตันถูกทิ้งลงทะเลหรือสูญหายไปในทะเลในช่วงเกิดมรสุมหลายครั้งทุกปี

บรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า นอกจากนี้ยังมีขยะอีก 9 ล้านตันที่เป็นขยะพลาสติก ทั้งขวดพลาสติก ถุงพลาสติก ของเล่น และวัสดุอื่นๆ ที่ไหลลงไปในทะเลทุกปีจากชายทะเล แม่น้ำและลำธาร

สถาบัน Ocean Voyages Institute เป็นหนึ่งในสถาบันทั่วโลกที่พยายามจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกในทะเล ส่วนใหญ่เน้นทำความสะอาดชายหาดแห่งต่างๆ ด้วยการเก็บอวนหาปลา กับดักปลา และอุปกรณ์หาปลาอื่นๆ ที่มาเกยฝั่ง และพยายามผลักดันให้มีการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า แพขยะใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิกมีขยะที่น่าจะมีน้ำหนักรวมทั้งหมด 7 ล้านตัน และมีความหนาจากผิวหน้าทะเลลงไปถึง 9 ฟุต แพขยะแห่งนี้ได้ชื่อว่า "วอร์เท็กซ์ขยะแปซิฟิก" ขยะพลาสติกเหล่านี้ส่วนใหญ่ไหลมาจากประเทศต่างๆ ในเอเชีย

แพขยะตั้งอยู่ระหว่างเกาะฮาวายกับแคลิฟอร์เนีย มองเห็นไม่ง่ายนักจากห้วงอวกาศเพราะกระจัดกระจายเป็นวงกว้าง

ทีมนักวิจัยจากโครงการ Ocean Cleanup กล่าวว่า แพขยะแปซิฟิกกินพื้นที่ 1 ล้าน 6 แสนตารางกิโลเมตร และการวิจัยหลายชื้นชี้ว่า แพขยะมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังพบว่ามีแพขยะคล้ายๆ กันนี้ลอยอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งมีชื่อว่า "แพขยะใหญ่แอตแลนติกเหนือ" ด้วย

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

Hits 55 ครั้ง

มาตรการควบคุม "ขยะ"

วันที่: 
Tuesday, July 2, 2019

หลายประเทศตั้งเป้าหมายในการกำจัดถุงพลาสติกที่เป็นส่วนประกอบหลักของขยะพลาสติกในทะเล ทั้งทวีปอเมริกา แอฟริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง ที่ออกมาตรการเพื่อลดจำนวนถุงพลาสติกอย่างจริงจัง ทั้งการออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติก รณรงค์ให้ใช้ถุงแบบใช้ซ้ำได้ การเก็บค่าถุงพลาสติกจากลูกค้า การเก็บภาษีสำหรับการผลิตและการนำเข้าถุงพลาสติก และการเก็บภาษีถุงพลาสติก

ยกตัวอย่าง ประเทศไอร์แลนด์ เริ่มบังคับใช้การจัดการขยะโดยการเก็บภาษีถุงพลาสติก 15 ยูโรเซนต์ต่อใบ เมื่อปี 2544 ซึ่งปีแรกที่เริ่มเก็บภาษี พบว่า สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ประมาณร้อยละ 90 จาก 1,200 ล้านใบเหลือเพียง 235 ล้านใบ ทำให้ขยะทั่วประเทศมีปริมาณลดลงอย่างมาก ต่อมาปี 2550 ไอร์แลนด์ขึ้นภาษีถุงพลาสติกเป็น 22 ยูโรเซนต์ หลังที่ยอดการใช้ถุงพลาสติกในช่วงปี 2547-2549 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ด้านมาตรการลดปัญหาไมโครบีดส์ ไมโครพลาสติกที่มักใช้ในอุตสาหกรรมการดูแลผิวและเครื่องสำอาง อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ลงนามห้ามใช้ ไมโครบีดส์เพื่อแก้ไขปัญหาและเพิ่มความปลอดภัยของแหล่งน้ำ

ทางด้านกลุ่มประเทศที่เป็นต้นเหตุของการปล่อยขยะลงสู่มหาสมุทรจำนวนมากที่สุดในโลก โดยมีผู้แทนจากประเทศไทย จีน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ให้สัตยาบันจะไม่ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเล แต่ยังไม่ปรากฏมาตรการในการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดผลอย่างรวดเร็ว ในเวทีการประชุมนานาชาติว่าด้วยมหาสมุทร (The Ocean Conference) ของสหประชาชาติ ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 5-9 มิถุนายน 2560

ซึ่งในประเทศไทย สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กำลังเสนอร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม (พ.ศ. 2560) ในวันที่ 16 กันยายน ที่มีการผลักดันการแก้ไข้ปัญหาขยะมูลฝอย ของเสียอันตราย และสารอันตรายของประเทศไทย ซึ่งได้มุ่งเน้นการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และการป้องกันแก้ปัญหาอุตสาหกรรมที่เป็นอันตรายและมูลฝอยติดเชื้อ

ในขณะเดียวกัน คุณอรยุพา สังขะมาน ผู้แทนมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในตำแหน่งอนุกรรมการการจัดทำรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ให้ข้อเสนอแนะต่อร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยอยากให้เพิ่มเติมมาตรการการควบคุมขยะพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง เช่นการจัดเก็บภาษีจากผู้ผลิตพลาสติก หรือการเก็บเงินค่าถุงพลาสติกจากผู้บริโภคในสินค้าฟุ่มเฟือยบางประเภท รวมถึงไปถึงการควบคุมไมโครพลาสติก

แม้การปลูกจิตสำนักให้แก่ประชาชนในการลด ละ เลิก และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับถุงพลาสติกที่ไม่จำเป็นจะเป็นเรื่องดี แต่มันเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาที่ปลายทางเท่านั้นซึ่งได้ผลไม่เกินร้อยละ 10 และทิศทางการรณรงค์จากหลายพื้นที่หรือบริษัทที่ทำการเก็บเงินค่าถุงพลาสติกจะช่วยให้ผู้บริโภคเกิดการตระหนัก เช่น บริษัท Decathlon ที่มีนโยบายคิดเงินค่าถุงจากลูกค้า แต่การดำเนินการเพียงบางพื้นที่หรือบางบริษัทยังเป็นเพียงการรณรงค์ที่ไม่แพร่หลายไปทั่วประเทศ การออกกฎหมาย เช่น การเก็บภาษีถุงพลาสติกจากบริษัทผู้ผลิต หรือการมีนโยบายให้ลูกค้าจ่ายเงินค่าถุงพลาสติกจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง เกิดเป็นมาตรฐานการจัดการดูแล ควบคุม และแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในระดับประเทศอย่างมีประสิทธิภาพที่แท้จริง ดังที่เคยเกิดขึ้นในต่างประเทศมาแล้ว

เมื่อเราไม่อาจแบ่งแยกมหาสมุทรออกจากกัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากไมโครพลาสติกยังคงแผ่กระจายวงกว้าง สัตว์น้อยใหญ่ ตั้งแต่แพลงก์ตอน ปลา นก วาฬกำลังประสบปัญหา

แล้วมนุษย์ที่อยู่ชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหารเล่า… คุณจะรับมือกับความเสี่ยงนี้อย่างไร?

แหล่งที่มา: 
https://www.seub.or.th/bloging/สถานการณ์/ขยะ-ระเบิดเวลาสิ่งแวดล/
ภาพประกอบ: 

ความหน้ากลัวของ ไมโครพลาสติก

วันที่: 
Monday, June 17, 2019

ความน่ากลัวของ “ไมโครพลาสติก”
เบื้องต้นต้องทำความเข้าใจคุณสมบัติของไมโครพลาสติกก่อนว่า เมื่อไมโครพลาสติกลงสู่แหล่งน้ำ มันมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษสารเคมีต่างๆ เช่น ดีดีที (Dichlorodiphenyl trichloroethane) และพีซีบี (Polychlorinated biphenyls) จำพวก ยาฆ่าแมลง กาว สี สารกันรั่วซึม และน้ำมันหล่อลื่น ฯลฯ ซึ่งสารเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพเรื้อรัง รวมไปถึงการรบกวนระบบฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงยีน และเป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งเจ้าไมโครพลาสติกตัวนี้มันสามารถเล็ดลอดผ่านตัวกรองในกระบวนการบำบัดน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและสามารถแพร่กระจายไปในท้องทะเลได้อย่างง่ายดาย แต่ในทางกลับกันนั้นการกำจัดหรือทำความสะอาดทำได้ยาก

วงจรการเกิดไมโครพลาสติก
เมื่อไมโครพลาสติกลงสู่แหล่งน้ำจะลอยอยู่เหนือผิวน้ำ (เพราะมีความหนาแน่นต่ำ) ทำให้ปะปนไปกับแพลงก์ตอนที่เป็นอาหารของสัตว์น้ำ ซึ่งทำให้สามารถพบไมโครพลาสติกในกระเพาะของสัตว์น้ำหลายชนิดได้ อาทิ ปลา หอย เต่า แมวน้ำ เม่นทะเล ไส้เดือนทะเล เป็นต้น เรียกได้ว่าปรากฏในห่วงโซ่อาหาร พบได้ตั้งแต่แพลงก์ตอนสัตว์ไปจนถึงวาฬเลยทีเดียว ผลกระทบต่อสัตว์ที่ได้รับไมโครพลาสติกซึ่งดูดซับสารพิษเข้าไปในร่างกายพบหลักฐานมากมายทั้งในระดับเซลล์และเนื้อเยื่อ เช่น การทำลายเนื้อเยื่อหลอดเลือด ผลกระทบต่อระบบหัวใจ ความเป็นพิษต่อตับ รวมไปถึงสารพิษที่ทำให้ต่อมไร้ท่อเปลี่ยนระดับฮอร์โมนเพิ่มอัตราการเกิดโรคบางอย่างและก่อให้เกิดปัญหาการสืบพันธุ์และการเสียชีวิต ในความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่กินต่อกันเป็นทอดๆ ทำให้ไมโครพลาสติกระจายตามลำดับการกินตามห่วงโซ่อาหาร โดยมีมนุษย์อยู่ปลายทางการบริโภคสัตว์น้ำที่ได้รับการปนเปื้อนไมโครพลาสติกเหล่านี้อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่พบการศึกษาวิจัยออกมายืนยันชัดเจนถึงผลกระทบการบริโภคอาหารที่มีปนเปื้อนไมโครพลาสติกต่อมนุษย์ แต่กระบวนการย่อยสลายก็ไม่อาจทำได้ รวมถึงการสะสมสารพิษในร่างกายย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดี เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่เหล่านักวิจัยกำลังให้ความสำคัญ ความสนใจ และพยายามศึกษาในประเด็นผลกระทบต่อไป

แพลงก์ตอน
แพลงก์ตอน (อังกฤษ: plankton) มาจากคำว่า πλανκτος ("planktos") ในภาษากรีกแปลว่า wanderer หรือผู้ท่องเที่ยวไปโดยไร้จุดหมาย คือสิ่งมีชีวิต ทั้งพืชและสัตว์ที่ล่องลอยไปตามกระแสน้ำ ไม่สามารถว่ายน้ำไปยังทิศทางที่ต้องการอย่างอิสระ

ประเภทของแพลงก์ตอน
1. แพลงก์ตอนพืช (อังกฤษ: Phytoplankton มาจากคำว่า phyton ในภาษากรีกแปลว่า พืช) คือ น้ำสีเขียว แพลงก์ตอนเป็นพืชเซลล์เดียว เป็นสาหร่ายชนิดหนึ่ง พวกนี้สามารถสร้างอาหารเองได้ คือสาหร่ายต่างๆ เช่น ไดอะตอม และสาหร่ายเปลวไฟ ในน้ำทุกชนิดมีแพลงก์ตอนชนิดนี้อาศัยอยู่
2. แพลงก์ตอนสัตว์ (อังกฤษ: Zooplankton มาจากคำว่า zoon ในภาษากรีกแปลว่า สัตว์ ) คือโพรทิสต์พวกโพรโทซัว แมงกะพรุน หวีวุ้น ตัวอ่อนของสัตว์หลายชนิด เช่น กุ้ง ปู กั้ง หอย ปลาบางชนิด พวกจุลินทรีย์ พวกบาซิลัสเป็นต้น

แหล่งที่มา: 
https://www.seub.or.th/bloging/สถานการณ์/ขยะ-ระเบิดเวลาสิ่งแวดล/
ภาพประกอบ: 

"ขยะ" ระเบิดเวลาสิ่งแวดล้อม

วันที่: 
Friday, May 24, 2019

“ภัยร้ายที่ย้อนกลับมาสู่มนุษย์ในไม่ช้า” และ “แค่ทิ้งขยะคนละชิ้น มหาสมุทรก็สิ้นแล้ว” เป็นคำนิยามที่หัวหน้าฝ่ายวิชาการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร คุณอรยุพา สังขะมาน ได้ให้ไว้เมื่อเอ่ยถึงสถานการณ์ขยะในแผนพับสถานการณ์ป่าไม้ไทย ประจำปี พ.ศ. 2559-2560

เพราะปัญหาขยะที่ค่อยๆ พอกพูนขึ้น กำลังส่งผลกระทบต่อสรรพชีวิตทั้งหมด เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และควรให้ความสนใจ สร้างความเข้าใจ ต่อขยะทุกชิ้นที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของเราทุกคน ดังเช่นที่ปรากฎปัญหาการสะสมของขยะพลาสติกในท้องทะเล สิ่งนี้เปรียบเสมือนการนับถอยหลังระเบิดเวลาที่ผลกระทบต่างๆ จะย้อนกลับมาสู่มนุษย์ในที่สุด

องค์กรอนุรักษ์ท้องทะเล (Ocean Conservancy) ได้จัดอันดับชนิดของขยะที่พบปริมาณมากที่สุดในรอบ 25 ปี และตีพิมพ์ในรายงาน Talking Trash: 25 years of actions for ocean ซึ่งทั้ง 10 อันดับแรกนี้มีขยะจำนวนทั้งสิ้น 132,077,087 ชิ้น (คิดเป็นร้อยละ 80 จากขยะทั่วโลกที่มีจำนวน 166,144,420 ชิ้น) อันประกอบไปด้วย

1. ก้นบุหรี่ 52.90 ล้านชิ้น (คิดเป็นร้อยละ 32)
2. ห่อ/ซอง พลาสติก 14.76 ล้านชิ้น (คิดเป็นร้อยละ 9)
3. ฝาขวดพลาสติก 13.58 ล้านชิ้น (คิดเป็นร้อยละ 8)
4. ภาชนะบรรจุอาหาร 10.11 ล้านชิ้น (คิดเป็นร้อยละ 6)
5. ขวดพลาสติก 9.54 ล้านชิ้น (คิดเป็นร้อยละ 6)
6. ถุงพลาสติก 7.82 ล้านชิ้น (คิดเป็นร้อยละ 5)
7. ขวดแก้ว 7.06 ล้านชิ้น (คิดเป็นร้อยละ 4)
8. กระป๋องเครื่องดื่ม 6.75 ล้านชิ้น (คิดเป็นร้อยละ 4)
9. หลอด 6.26 ล้านชิ้น (คิดเป็นร้อยละ 4)
10. เชือก 3.25 ล้านชิ้น (คิดเป็นร้อยละ 2)

และเป็นที่น่าสนใจว่าประเทศผู้ปล่อยขยะลงมหาสมุทรมากที่สุดในโลก (จัดอันดับโดยองค์กรอนุรักษ์ท้องทะเลร่วมกับ McKinsey Center of business and Environment) ระบุว่า ขยะร้อยละ 60 มีแหล่งที่มาจากทั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศจีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ประเทศเวียดนาม และประเทศไทยของเรา ซึ่งขยับจากอันดับที่ 6 มาเป็นอันดับที่ 5 แทนประเทศศรีลังกาในการจัดอันดับก่อนหน้า

มีการประมาณการว่าภายในปี 2568 มหาสมุทรจะมีปริมาณขยะพลาสติก 1 ตันต่อปริมาณปลาทะเล 3 ตันซึ่งพลาสติกที่ปรากฏอยู่ในมหาสมุทรนั้นมีตั้งแต่พลาสติกขนาดจิ๋วและขยะทั่วไปดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นโดยขยะเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศตลอดจนห่วงโซ่อาหารทั้งมหาสมุทรทั่วโลกอย่างมหาศาล

ฐานข้อมูลขยะทะเลจากกรมทรัพยากรทางทะเล ในปี 2558 ได้เผยแพร่ข้อมูลซึ่งอ้างอิงจากผลการสำรวจประเมินจากภาพรวมปริมาณขยะมูลฝอยของประเทศ ในปี 2558 ซึ่งมีจำนวนขยะประมาณ 26.85 ล้านตันต่อปี หรือคิดเฉลี่ยเป็นคนหนึ่งคนจะผลิตขยะในปริมาณ 1.13 กิโลกรัมต่อวัน โดยแบ่งชนิดของขยะที่พบได้ตามลำดับดังต่อไปนี้

(1) ถุงพลาสติก ร้อยละ 13 (2) หลอด ร้อยละ 10 (3) ฝาพลาสติก ร้อยละ 8 (4) ภาชนะบรรจุอาหาร ร้อยละ 8 (5) เชือก ร้อยละ 6 (6) ก้นบุหรี่ ร้อยละ 5 (7) กระป๋อง ร้อยละ 5 (8) กระดาษ ร้อยละ 5 (9) โฟม ร้อยละ 5 (10) ขวดแก้ว ร้อยละ 5

จากการสำรวจประเมินโดยทีมนักวิจัย มหาวิทยาลัยจอร์เจีย พบว่าประมาณร้อยละ 10 ของขยะที่ตกค้างเนื่องจากจัดการไม่ถูกวิธีจะไหลลงทะเล ซึ่งนั่นหมายถึงมีขยะไหลลงทะเลปีละประมาณ 50,000-60,000 ตันต่อปี ซึ่งประเมินว่าในแต่ละปีจะมีปริมาณขยะพลาสติกในทะเลประมาณ 50,000 ตัน หรือ 750 ล้านชิ้น

และในปีต่อมา (2559) คนไทยผลิตขยะเพิ่มขึ้นรวมเป็น 27.06 ล้านตัน หรือคิดเฉลี่ยเป็นคนหนึ่งคนจะผลิตขยะในปริมาณ 1.14 กิโลกรัมต่อวัน โดยกรมควบคุมมลพิษปีเดียวกันนี้ให้ข้อมูลแบ่งประเภทขยะภายในประเทศไทยเป็น 4 ประเภท ได้แก่

1. ขยะภายในประเทศไทยได้ถูกนำกลับไปใช้ประโยชน์ คิดเป็นร้อยละ 16
2. ขยะที่ถูกกำจัดอย่างถูกต้อง คิดเป็นร้อยละ 26
3. ขยะสะสมขาดการจัดเก็บ คิดเป็นร้อยละ 27
4. ขยะที่กำจัดไม่ถูกต้อง คิดเป็นร้อยละ 31

ซึ่งในส่วนของขยะข้อ 3 และ 4 นั้น จะเป็นส่วนหนึ่งของขยะที่ถูกพัดหรือชะลงแหล่งน้ำและทะเล โดยคาดการณ์ว่าในปี 2560 นี้จะมีขยะที่ถูกปล่อยลงทะเลในปริมาณ 2.83 ล้านตัน
ในขณะที่ขยะเหล่านี้สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทำให้สัตว์ทะเลหายากตายจากการกินขยะและเศษเครื่องมือทำประมงเฉลี่ย 300 ตัวต่อปี

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี ขณะที่ดำรงตำแหน่งผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเล (ทช.) ได้แบ่งสาเหตุการตายของสัตว์ทะเลหายากว่า โลมาและวาฬกินขยะร้อยละ 60 ส่วนเต่าพบปัญหาขยะในทะเลติดพันขาและลำตัวสูงถึงร้อยละ 70

ขณะเดียวกันภัยร้ายที่คืบคลานมาอย่างเงียบเชียบแต่สร้างผลกระทบและไปสะสมในระบบนิเวศทางทะเล นั่นคือ “พลาสติกขนาดจิ๋ว”

“พลาสติกขนาดจิ๋ว” หรือ “ไมโครพลาสติก” คือพลาสติกที่มีขนาด 1 นาโนเมตรถึง 5 มิลลิเมตร (ขนาดไม่เกินเมล็ดข้าว) เกิดจากขยะพลาสติกในแหล่งน้ำสลายตัวจากผลกระทบของคลื่นและแสงอาทิตย์กลายเป็นเศษพลาสติก กระทั่งลดขนาดลงเรื่อยๆ เป็นพลาสติกขนาดจิ๋วที่เราเรียกกันว่า “ไมโครพลาสติก”

แหล่งที่มา: 
https://www.seub.or.th/bloging/สถานการณ์/ขยะ-ระเบิดเวลาสิ่งแวดล/
ภาพประกอบ: 

อย่าเมินเฉย! ปัญหาขยะ 6 วิธี ช่วยลดขยะ ที่ทุกคนทำได้ง่ายๆ

วันที่: 
Wednesday, May 15, 2019

6 วิธีช่วยลดขยะ ที่ทุกคนทำได้ง่ายๆ
1. เลิก / ลด การใช้ถุงพลาสติก
ลองคิดดูนะว่าใน 1 วันคุณใช้ถุงพลาสติกไปแล้วกี่ใบ และถุงพลาสติกใช้เวลากี่ปีในการย่อยสลาย ง่ายๆ แค่หันมาใช้ถุงผ้า แต่ถ้าบางคนที่ไม่ถนัดพกถุงผ้า แนะนำให้ใช้ถุงพลาสติกซ้ำอย่างน้อยก็ช่วยลดขยะไปได้ และในซุปเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งถ้านำถุงผ้าไปเองยังได้แต้มเพิ่มอีก มีแต่คุ้มกับคุ้ม
2. เลิกใช้หลอดพลาสติก
หลายๆ คนมองข้ามเรื่องหลอดพลาสติก เพราะคิดว่าเป็นขยะชิ้นเล็กๆ เอง ไม่เป็นอะไรหรอก แต่รู้ไหมว่า หลอดพลาสติกเป็นขยะที่พบเยอะเป็นลำดับต้นๆ เลยนะ ลองไม่ใช้หลอด หรือใครติดการใช้หลอดก็ลองซื้อหลอดสแตนเลสมาใช้ดูนะ แต่อย่าลืมดูแลเรื่องความสะอาดด้วยล่ะ
3. ซื้อของขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
ซื้อของที่ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เช่น จากที่เคยซื้อโลชั่นขวดเล็กๆ ลองซื้อขนาดที่ใหญ่กว่าเดิม ลดขยะไปได้อย่างน้อย 1 ชื้นเลยนะ แถมบางทีถ้าเทียบขนาดกับราคาแล้วยังถูกกว่าอีกด้วย
4. พกขวด หรือแก้ว
ต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้มีแก้วน้ำ หรือขวดน้ำลายน่ารักๆ น่าพกเยอะไปหมดเลย บางอันสามารถเก็บความเย็นได้ดีมากๆ อีกด้วย ลองกรอกน้ำใส่ขวดพกไปโรงเรียน ไปมหาวิทยาลัย ไปที่ทำงาน หรือพกไปร้านกาแฟ ถือเก๋ๆ แล้วยังได้ส่วนลดในบางร้านด้วยนะถ้านำแก้วไปเอง
5. พกกล่อง / ปิ่นโต
ลองหาซื้อกล่องดีๆ น่ารักๆ เอาไว้ซื้อกับข้าวกลับบ้านแทนการใช้กล่องโฟม เพราะกล่องโฟมย่อยสลายยากและยังไม่ดีต่อสุขภาพ อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งอีกด้วย
6. DIY
วันไหนว่างๆ เบื่อๆ ลองหยิบขวดน้ำ หรืออะไรที่ไม่ใช้แล้ว เช่น เสื้อผ้า มาประดิษฐ์ทำให้มีประโยชน์ขึ้นมาใหม่ ถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดียอวดคนอื่นได้อีกด้วยนะว่าอันนี้ชั้นทำเองแหละแก

แหล่งที่มา: 
https://lifestyle.campus-star.com/scoop/119271.html
ภาพประกอบ: 

ขวดแก้วจากขยะ

วันที่: 
Friday, April 26, 2019

แก้วทุกวันนี้มาจากไหนกัน? จะตกใจไหมถ้าบอกว่ามาจากเศษขยะ?
 
แก้วที่เราใช้ทุกวันนี้ ถูกหลอมขึ้นใหม่มาไม่รู้กี่ครั้งในตลอดช่วงชีวิตของมัน แก้วในปัจจุบันนี้เริ่มต้นจากถังขยะ โดยคัดแยะให้เหลือแต่แก้วเท่านั้น และส่งเข้าโรงงานรีไซเคิล
 
แก้วทั้งหมดจะถูกแยกสีและนำไปบด เรียกว่า Cullet แก้วที่ถูกบดแล้วจะถูกผสมในเครื่องผสมก่อนนำไปหลอม โดยมีส่วนผสมหลักๆ ได้แก่ ทราย, หินปูน และ โซเดียมคาร์บอเนตหรือโซดาแอช
 
ส่วนผสมทั้งหมดจะถูกหลอมเหลวด้วยอุณหภูมิกว่า 1,538 องศาเซลเซียส และนำไปขึ้นเป็นรูปต่างๆ เช่น แก้ว, ขวด หรือแจกันต่างๆ
 
และนี่ก็คือความน่าทึ่งของมนุษย์ที่สามารถนำวัสดุธรรมชาติมาใช้ซ้ำ เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาตินั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/65278/-sciche-sci-
ภาพประกอบ: 

“แอปเปิล” เปิดตัวหุ่นยนต์กำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์รุ่นล่าสุด

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Monday, April 22, 2019
รายละเอียด: 

แอปเปิล (Apple) เปิดตัวหุ่นยนต์กำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์รุ่นล่าสุด Daisy ที่สามารถรีไซเคิลไอโฟนได้ราว 1.2 ล้านเครื่องต่อปี ตามรายงานด้านสิ่งแวดล้อมประจำปีของ Apple เมื่อวันพฤหัสบดี

หุ่นยนต์ Daisy สามารถแยกชิ้นส่วนไอโฟน 15 รุ่นของ Apple ได้ และรีไซเคิลไอโฟนได้เฉลี่ย 200 เครื่องต่อชั่วโมง ขณะที่ขนาดของหุ่นยนต์ Daisy เล็กกว่าหุ่นยนต์รีไซเคิลรุ่นเก่าของ Apple ที่มีชื่อว่า Liam และที่สำคัญปีนี้จะเป็นครั้งแรกที่ชิ้นส่วนจากไอโฟนที่หุ่นยนต์ Daisy คัดแยกออกมาจะกลับไปอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่ผลิตในปีนี้ อย่างเช่น แผ่นอลูมิเนียมจากไอโฟนรุ่นเก่าจะนำกลับไปใช้เป็นส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์พกพา Macbook Air เครื่องใหม่ที่ผลิตในปีนี้

นอกจากนี้ Apple ยังเปิด Material Recovery Lab ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส บนพื้นที่ 9,000 ตารางฟุต สำหรับการพัฒนาระบบรีไซเคิลขนาดใหญ่ที่ใช้หุ่นยนต์และระบบ machine learning ในกระบวนการรีไซเคิลด้วย

ข้อมูลเมื่อปี พ.ศ. 2559 พบว่า ทั่วโลกก่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ราว 44.7 ล้านตัน แต่มีเพียงร้อยละ 20 ของขยะทั้งหมดนี้ที่ได้รับการรีไซเคิลอย่างถูกต้องเหมาะสม ขณะที่ Apple ระบุว่า บริษัทได้ปรับปรุงอุปกรณ์ของบริษัทมากกว่า 7.8 ล้านชิ้น ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ราว 48,000 ตันที่จะต้องนำไปทิ้งในแหล่งกำจัดขยะเมื่อปีที่แล้ว

Hits 110 ครั้ง

ลดของเสีย ลดโลกร้อน แยกขยะก่อนทิ้ง

วันที่: 
Tuesday, April 2, 2019

จุดมุ่งหมายในการแยกขยะการแยกขยะ มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดขยะ ที่ต้องนำไปกำจัดจริงๆ ให้เหลือน้อยที่สุด คนไทยแยกขยะไม่ถูกวิธี ไร้ระบบเก็บขยะแบบคัดแยก เสี่ยงอันตรายสุขภาพการแยกขยะแบบถูกวิธี
GENERAL WASTE ขยะทั่วไป ขยะที่ย่อยสลายยากและไม่คุ้มค่าในการนำไปรีไซเคิล เช่น พลาสติก หลอด ซองขนม จากปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด ประมาณ 9%
COMPOSTABLE WASTE ขยะย่อยสลายได้ เศษอาหารและพืชผัก ที่เหลือจากการรับประทานอาหารและการประกอบอาหาร จากปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด ประมาณ 46%
RECYCLE WASTE ขยะรีไซเคิล ขยะที่สามารถนำไปขายได้ เช่น ขวด แก้วพลาสติก เศษแก้ว ซึ่งจากปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด ประมาณ 42%
HAZARDOUS WASTE ขยะมีพิษ ต้องเก็บรวบรวมแล้วนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี เช่น กระป๋องยาฆ่าแมลง หลอดไฟ จากปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด ประมาณ 3%
การลดการใช้ หรือการลดขยะจากแหล่งที่เกิด เช่น การใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติกวิธีการลดและจัดการขยะก่อนนำไปทิ้ง การนำผลิตภัณฑ์มาใช้ซ้ำหรือนำมาใช้ทำ ประโยชน์อื่น ๆ โดยแบ่งได้เป็น 2 ขั้นตอน
1. ขั้นตอนการผลิตสินค้า พยายามทำให้เกิดเศษวัสดุหรือของเสียน้อยที่สุด
2. ขั้นตอนการนำของใช้มาใช้ซ้ำเป็นการยืดอายุการใช้งานก่อนจะนำไปทิ้ง
2.1 การนำกลับมาผลิตใหม่ เป็นการแยกวัสดุ ที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ออกจากขยะและรวบรวมใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าขึ้นใหม่ หรือเรียกว่า รีไซเคิล
2.2 การหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุกำจัดยาก เช่น กล่องโฟม การใช้จานหรือแก้วกระดาษ ยาฆ่าแมลงควรใช้สมุนไพรเป็นสารกำจัด
2.3 การซ่อมแซมนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นการซ่อมแซมวัสดุที่ใช้แล้วที่สามารถซ่อมแซมนำกลับมาใช้ใหม่ได้
รีไซเคิล (Recycle) เป็นการจัดการวัสดุเหลือใช้ที่กำลังจะเป็นขยะ โดยนำไปผ่านกระบวนการแปรสภาพ โดยเฉพาะการหลอม เพื่อให้เป็นวัสดุใหม่แล้วนำกลับมาใช้ได้อีกซึ่งวัสดุที่ผ่านการแปรสภาพนั้นอาจจะเป็นผลิตภัณฑ์เดิมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ก็ได้
วัสดุที่สามารถรีไซเคิล แก้ว, ขวด, กระจกกระดาษพลาสติก โลหะ, เหล็ก, ทองแดง, อะลูมิเนียม ยางแอสฟัลต์
วัสดุที่ไม่สามารถรีไซเคิล ขยะเปียก, ซากอินทรียวัตถุผ้า ไม้ ยางรถยนต์สารกัมมันตรังสี

แหล่งที่มา: 
https://today.line.me/th/pc/article/การแยกขยะแบบถูกวิธี+รู้จักกับขยะประเภทต่างๆ+ให้มากขึ้น-y5MEPo, https://sites.google.com/site/karrisikheilrecycle/risikheil-khux
ภาพประกอบ: 
Subscribe to RSS - ขยะ