Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

ความร่วมมือ

ดร.อัจฉรา รองปลัด อว. เป็นประธานเปิดงาน ความร่วมมือระหว่าง ไฟเซอร์และซีโอฮุน รุกจัดการปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ

Hits 9 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/282-mhesi-seaohun-10-7-62
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Thursday, July 11, 2019
รายละเอียด: 

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2562) บริษัทไฟเซอร์ประเทศไทยและเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia One Health University Network) หรือ "ซีโอฮุน" (SEAOHUN) ซึ่งมีเครือข่ายมหาวิทยาลัย 72 แห่งในแถบภูมิภาคอาเซียน ร่วมสร้างศักยภาพการ
ดำเนินงานสุขภาพหนึ่งเดียว หรือ One Health พร้อมร่วมประกาศเจตจำนงจัดการภัยคุกคามอันเกิดจากการดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย ด้วยการควบคุมกำกับดูแลการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการให้ความรู้และฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขชุมชนทั่วประเทศไทยรวมถึง
ประเทศสมาชิกภายในเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างการใช้ยาปฏิชีวนะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมี ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน

สำหรับการประกาศเจตจำนงร่วมกันครั้งนี้ระหว่างบริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย และซีโอฮุน นับว่าสอดรับกับ "แผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ.2560-2564" ซึ่งครอบคลุมประเด็นการเฝ้าระวัง การควบคุมกำกับดูแลการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม ทั้งในการแพทย์การสาธารณสุข การสัตวแพทย์ และการเกษตรรวมไปถึงการกำหนดกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวกับการกระจายยาต้านจุลชีพ ทั้งรวมถึงการเพิ่มพูนความรู้ความตระหนักรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดื้อยาต้านจุลชีพ

ความร่วมมือระหว่างซีโอฮุนและไฟเซอร์ในครั้งนี้ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับ บริษัท ไฟเซอร์ ได้ยกระดับการดำเนินงานด้านการแบ่งปันความรู้และการพัฒนาขีดความสามารถ ผ่านการเผยแพร่ความรู้ด้านการแพทย์อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการร่วมจัดทำสื่อการให้ความรู้ และการดำเนินกลยุทธ์ในด้านการควบคุมกำกับดูแลการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม โดยมีหน่วยงานเครือข่ายของซีโอฮุนเป็นศูนย์กลางสำหรับการเผยแพร่ความรู้ต่างๆ ภายในกลุ่มประเทศสมาชิกเพื่อช่วยยกระดับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการดื้อยาต้านจุลชีพ

ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ภารกิจของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) คือ การปรับปรุงประสิทธิภาพของ R&D และปรับปรุงเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเป็นการริเริ่ม ความร่วมมือของ Pfizer และ SEAOUN ที่พัฒนายาปฏิชีวนะสําหรับอาชีพการรักษาทางการแพทย์

นอกจากนี้ ยังมีองค์กรภายใต้กระทรวง อว. ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) ที่ร่วมกันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงเกี่ยวกับ AMR ซึ่งนอกจากจะเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างความร่วมมือที่มีอยู่แล้วนั้น ยังพัฒนาความร่วมมือใหม่ให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย ถือเป็นเรื่องที่น่าดีใจ ที่ในอนาคตเราจะมีความสามารถในการทํางานร่วมกันอย่างแข็งแกร่งในสาขา AMR ระหว่างพวกเรา นอกจากนี้ ข้อตกลงนี้ยังสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติสําหรับการต่อต้านเชื้อโรคในประเทศไทย รวมถึงการตรวจสอบ AML และการบริหารจัดการแอนติบอดี (AMS) การเพิ่มความรู้และการรับรู้เกี่ยวกับการรักษาแอนตี้บอดี เพื่อมนุษย์ สัตว์ และเกษตรกรรม ทั้งนี้ ทางกระทรวง อว. มีความยินดีที่จะสนับสนุนความร่วมมือในครั้งนี้ต่อไป

นางสาวซูซาน ซิลเบอร์มันน์ ประธานกรรมการ บริษัทไฟเซอร์ อิงค์ (ตลาดเกิดใหม่) กล่าวว่า "ไฟเซอร์ มุ่งมั่นที่จะป้องกัน และช่วยเหลือผู้ป่วยในทุกระยะเพื่อต่อสู้กับโรคติดเชื้อร้ายแรงซึ่งอาจเป็นภัยคุกคามถึงชีวิต ทั้งนี้ไฟเซอร์เชื่อว่า หน้าที่ความรับผิดชอบขององค์กรนั้น มิใช่เพียงแค่ผลิตและสนับสนุนให้มีการเข้าถึงยาปฏิชีวนะและวัคซีน แต่บริษัท ไฟเซอร์ ยังร่วมมือกับภาครัฐ สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ รวมถึงชุมชนสาธารณสุขขนาดใหญ่ บริษัทไฟเซอร์ ตระหนักดีว่า ทุกภาคส่วนต่างมีบทบาทอันสำคัญยิ่งต่อความพยายามในการร่วมมือกัน เพื่อแก้ไขปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ ความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไฟเซอร์ กับ ซีโอฮุน จึงเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัท ไฟเซอร์ ในการต่อสู้กับภัยคุกคามจากการดื้อยาต้านจุลชีพทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

ดร.วิพัฒน์ คุรุจิตธรรม กรรมการบริหารเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือซีโอฮุน กล่าวว่า "ความร่วมมือระหว่างซีโอฮุนและไฟเซอร์ จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถของผู้เชี่ยวชาญ ระบบสุขภาพหนึ่งเดียวในด้านการดื้อยาต้านจุลชีพ โดยเชื่อว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกขนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภารกิจในการต่อสู้กับปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพทั้งในประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"

ประเภทข่าว: 
news

ปส. และ อต. กระชับความร่วมมือในการใช้ประโยชน์ข้อมูลแผ่นดินไหวและอุตุนิยมวิทยา

Hits 20 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/164-2019-05-30-07-14-14
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Tuesday, June 4, 2019
รายละเอียด: 

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ กรมอุตุนิยมวิทยา (อต.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการใช้ประโยชน์ข้อมูลแผ่นดินไหวและข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาเพื่อการปฏิบัติงานของทั้งสองหน่วยงานโดยหวังให้เกิดความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อการใช้ประโยชน์ในภารกิจของทั้งสองหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น. นางสาววิไลวรรณ ตันจ้อย เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ พร้อมด้วย ดร.ภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
ว่าด้วยการใช้ประโยชน์ข้อมูลแผ่นดินไหวและข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา เพื่อการปฏิบัติงานของทั้งสองหน่วยงาน ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารอำนวยการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

นางสาววิไลวรรณ กล่าวถึงเจตนารมณ์ของ ปส. ในการลงนาม MOU ครั้งนี้ว่า ปส. มีหน้าที่กำกับดูแลความความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี เฝ้าตรวจกัมมันตภาพรังสีในสิ่งแวดล้อมและเตรียมการรับมือต่ออุบัติเหตุทางนิวเคลียร์และรังสี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างทั้งสองหน่วยงานในครั้งนี้ จะทำให้ ปส. สามารถใช้ข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาในการพยากรณ์ การแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีที่อาจจะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์และรังสีได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ อันจะทำให้สามารถวางแผนรับมือกับผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความความปลอดภัยต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ ดร.ภูเวียง ประคำมินทร์ เปิดเผยว่าการลงนาม MOU ในครั้งนี้มีการขยายขอบเขตความร่วมมือจาก MOU ระหว่าง อต. กับ ปส. ฉบับเดิมปี 2549 ที่ให้การสนับสนุนเฉพาะข้อมูลด้านแผ่นดินไหว โดยจะให้การสนับสนุนข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาเพิ่ม อาทิเช่น ปริมาณฝน อุณหภูมิ ทิศทางและความเร็วลม ข้อมูลรังสีและโอโซน สำหรับข้อมูลที่ ปส. ได้ให้การสนับสนุนนั้น อต. ได้นำไปใช้ในการหาตำแหน่งศูนย์กลางแผ่นดินไหว และมีการวางแผนที่จะนำไปใช้ในการศึกษา วิจัยและพัฒนางานด้านการติดตาม เฝ้าระวังและคาดการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตุนิยมวิทยาและแผ่นดินไหวในอนาคตต่อไป

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างสองหน่วยงานในวันนี้ นับเป็นโอกาสในการดำเนินการร่วมกันที่สำคัญยิ่งต่อประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ ทั้งในยามปกติ และเมื่อเกิดภัยจากสภาวะอากาศ แผ่นดินไหวและสึนามิ อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการกระชับความสัมพันธ์ผ่านกิจกรรมความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานที่พึงมีในอนาคตอย่างต่อเนื่องต่อไป

ข้อมูลข่าวโดย : สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.)

ประเภทข่าว: 
news
Subscribe to RSS - ความร่วมมือ