Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

คอเลสเตอรอล

การดื่มน้ำมีผลกับการบริโภคอาหาร

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Wednesday, November 7, 2018
รายละเอียด: 

งานวิจัยเผยหากเราดื่มน้ำเปล่ามากขึ้นในหนึ่งวัน จะทำให้บริโภคอาหารได้น้อยลง รวมถึงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวคอเลสเตอรอล น้ำตาล และโซเดียมเป็นส่วนประกอบ

สำนักข่าว ScienceDaily รายงานผลการศึกษาของนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการดื่มน้ำเปล่ากับปริมาณการบริโภคอาหารของคนวัยทำงานชาวอเมริกันจำนวน 18,300 คน ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า โดยเฉลี่ย อาสาสมัครในการศึกษาครั้งนี้ ดื่มน้ำเปล่าประมาณ 4.2 แก้วเป็นประจำทุกวัน ซึ่งมากกว่าการบริโภคอาหารปกติที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ และอาสาสมัครได้รับแคลอรี่จากการบริโภคอาหารโดยเฉลี่ย 2,157 แคลอรี่ ในจำนวนนี้ 125 แคลอรี่ มาจากเครื่องดื่มที่มี่รสหวาน และ 432 แคลอรี่ จากอาหารกลุ่มโภชนาการต่ำ อาทิ ขนมหวาน ขนมขบเคี้ยว และข้อมูลจากการเก็บประวัติการบริโภคอาหารตลอดระยะเวลาการเข้าเป็นอาสาสมัครในโครงการเผยให้เห็นว่า ถ้าเพิ่มปริมาณการดื่มน้ำเปล่า 1 - 3 แก้ว (1 แก้ว ประมาณ 250 มิลลิลิตร) ต่อวันทุกวัน จะลดปริมาณพลังงาน (แคลอรี่) จากการบริโภคอาหารได้ประมาณ 68 - 205 แคลอรี่ (หรือประมาณไข่ไก่ต้ม 1 – 3 ฟอง) ต่อวัน ลดการบริโภคโซเดียมได้ประมาณ 78 - 235 กรัมต่อวัน ลดการบริโภคน้ำตาลได้ประมาณ 5 – 18 กรัมต่อวัน และลดการบริโภคคอเลสเตอรอลได้ถึง 7 - 21 กรัมต่อวัน

Link ที่เกี่ยวข้อง
https://www.sciencedaily.com/releases/2016/03/160301174759.htm

ภาพจาก : http://images.medicaldaily.com/sites/medicaldaily.com/files/styles/headl...
/05/13/woman-drinking-glass-water-morning.jpg

Hits 18 ครั้ง

ไขมันดี ไขมันไม่ดี มันต่างกันอย่างไร

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Monday, October 22, 2018
รายละเอียด: 

สมัยนี้คนเราห่วงสุขภาพกันมากขึ้น เราจึงเห็นคนจำนวนไม่น้อยพากันไปออกกำลังกาย บางคนก็ควบคุมอาหาร แต่ทั้งนี้สำหรับบางคน ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการคุมอาหาร นั่นก็คือ ไม่รับประทานไขมันเลย หรือ เลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลทุกชนิด ทำไม่ถึงผิดล่ะ? ไขมัน กับ คอเลสเตอรอล มันเป็นตัวการที่ทำให้อ้วนไม่ใช่เหรอ ?

จริงอยู่ที่คนรูปร่างอ้วนนั้นเกิดจากมีไขมันไปพอกตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่ไขมันเหล่านี้ สามารถลดได้จากการออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายสร้างสัดส่วนระหว่างกล้ามเนื้อกับไขมันขึ้นมาใหม่ ทำให้ร่างกายสมส่วนขึ้น แต่ไขมันจากอาหารนั้น ไม่ได้ไปสะสมในร่างกายทั้งหมด รวมถึงคอเลสเตอรอล ซึ่งก็ไม่ใช่ตัวร้ายสุด ๆ อย่างที่บางคนเข้าใจ เพราะคอเลสเตอรอลมีประโยชน์ อาทิ ช่วยให้เซลล์ยืดหยุ่น และลำเลียงฮอร์โมนกับวิตามินบางชนิดให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ด้วย ซึ่งจริง ๆแล้ว ร่างกายเราก็สังเคราะห์คอเลสเตอรอลออกมาใช้เองได้ด้วย ที่เรากินเข้าไปจึงจัดว่าเป็นส่วนน้อยเท่านั้น

การที่คอเลสเตอรอลจะส่งผ่านไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้นั้น ต้องผ่านเซลล์ไขมัน 2 ชนิด นั่นก็คือ เซลล์ไขมันชนิดความหนาแน่นสูง หรือ high density lipoprotein (HDL) และชนิดความหนาแน่นต่ำ หรือ low density lipoprotein (LDL)

องค์ประกอบของ HDL กับ LDL นั้นคล้ายกันมาก นั่นคือจะประกอบไปด้วยไขมันเป็นแกน และมีโปรตีนกับคอเลสเตอรอลติดไปกับไขมันนี้ สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ ความหนาแน่น โดย HDL มีความหนาแน่นสูงเนื่องจากปริมาณไขมันน้อย จึงทำให้มัน “แตกกระจาย” ได้ยากระหว่างที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด ดังนั้นข้อดีของ HDL คือ ระหว่างที่มันไหลไปกับเลือดนั้น HDL จะไปจับกับคอเลสเตอรอลส่วนเกินและนำไปส่งที่ตับ เพื่อนำไปสร้างน้ำดี

แต่ LDL นั้นมีความหนาแน่นต่ำ และหน้าที่ของมันก็คือ ส่งคอเลสเตอรอลไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ร่างกายในสภาวะปกติต้องการคอเลสเตอรอลไม่มากนัก อีกทั้งเนื่องจากมีความหนาแน่นน้อย ทำให้มัน” แตกกระจาย” ได้ง่ายเวลาที่ไหลอยู่ในกระแสเลือด ดังนั้นแทนที่ร่างกายจะได้คอเลสเตอรรอลไปให้ผนังเซลล์ พอมันแตก ร่างกายเรากลับได้ “อนุมูลอิสระ” แทน ซึ่งเป็นสิ่งไม่ดีต่อร่างกาย แต่ยังดีที่ HDL สามารถเก็บกวาดอนุมูลเหล่านี้กลับไปได้

ดังนั้น ร่างกายที่มีสุขภาพดี ควรมี HDL สูง ๆ และ LDL ต่ำ ๆ ซึ่งอาหารบางอย่างมีไขมันสูงก็จริง แต่ก็เป็นไขมันที่ไปสร้าง HDL ให้กับร่างกาย การที่เรางดรับไขมันทุกอย่าง ก็ทำให้เราลดโอกาสสร้างไขมันดีไปด้วยนั่นเอง

แล้วเราควรกินไขมันแบบไหน? ไขมันที่ร่างกายต้องการคือ “ไขมันไม่อิ่มตัว” พบมากในพืชตระกูลถั่ว และปลาต่าง ๆ ไขมันไม่อิ่มตัวจะเพิ่ม HDL และลด LDL ให้กับร่างกาย เราจึงควรรับประทานไขมันชนิดนี้ไว้บ้าง ส่วนไขมันจากสัตว์ เช่น มันหมู กะทิ เป็นต้น พวกนี้คือ “ไขมันอิ่มตัว” ซึ่งจะเพิ่มทั้ง HDL และ LDL ให้กับร่างกาย เราจึงไม่ควรบริโภคมากนัก แต่ไขมันที่น่ากลัวที่สุดเลยก็คือ “ไขมันทรานส์” ซึ่งเกิดจากการเติมสารเคมีบางอย่างให้กับไขมันพืช อาหารที่มีไขมันทรานส์ ก็คืออาหารที่ประกอบด้วย มาการีน อาหารทอดต่าง ๆ ที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำไปซ้ำมานาน ๆ ไขมันชนิดนี้ เพิ่ม LDL ให้กับร่างกายมหาศาล และยังลด HDL อีกด้วย ดังนั้น เราจึงควรเลี่ยงอาหารพวกนี้ครับ

เรียบเรียงโดย : นายศิรภัทร ศิระโรจนกุล นักวิชาการ อพวช.

Hits 35 ครั้ง

ชี้ฟอสซิลสิ่งมีชีวิต 558 ล้านปี คือสัตว์ชนิดเก่าแก่ที่สุดของโลก

วันที่เผยแพร่: 
Thursday, September 27, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.bbc.com/thai/45599312
รายละเอียด: 

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) ค้นพบร่องรอยของโมเลกุลคอเลสเตอรอล ในซากฟอสซิลสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ที่มีอายุถึง 558 ล้านปี ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งมีชีวิตดังกล่าวเป็นสัตว์ ไม่ใช่พืชหรือเชื้อรา ทั้งยังเป็นสัตว์ชนิดเก่าแก่ที่สุดของโลก เท่าที่เคยมีการค้นพบมาอีกด้วย

สิ่งมีชีวิตดังกล่าวมีชื่อว่า "ดิกคินโซเนีย" (Dickinsonia) เป็นสัตว์ทะเลซึ่งมีลักษณะคล้ายแมงกะพรุนที่ถูกผ่าลำตัวบางส่วนออก เดิมถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตโบราณยุคอีดีแอคารัน (Ediacaran) ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์จำพวกแรกที่ปรากฏตัวขึ้นบนโลกเมื่อราว 635-541 ล้านปีก่อน

ก่อนหน้านี้นักบรรพชีวินวิทยาไม่สามารถจำแนกชี้ชัดได้ว่า ดิกคินโซเนียและสิ่งมีชีวิตยุคอีดีแอคารันเป็นพืช สัตว์ หรือเชื้อรากันแน่ เนื่องจากไม่พบร่องรอยของสารอินทรีย์ในซากฟอสซิลที่แสดงว่าเป็นสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตประเภทอื่น ๆ มาก่อน จนกระทั่งได้มาพบโมเลกุลของคอเลสเตอรอลซึ่งเป็นไขมันที่มีในสัตว์ ในฟอสซิลดิกคินโซเนียหลายชิ้นที่ได้มาจากชายฝั่งทะเลขาว (White Sea) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย

ฟอสซิลอายุ 558 ล้านปีImage copyrightILYA BOBROVSKIY

คำบรรยายภาพฟอสซิลอายุ 558 ล้านปีมีร่องรอยของคอเลสเตอรอล ซึ่งชี้ว่าเป็นสัตว์ชนิดเก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบมา

มีการตีพิมพ์รายงานการค้นพบดังกล่าวลงในวารสาร Science โดยนายอิลยา โบบรอฟสกี นักศึกษาวิจัยระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ผู้นำการวิจัยครั้งนี้ระบุว่า "ฟอสซิลเหล่านี้มาจากภูมิภาคที่ห่างไกลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทีมสำรวจต้องเดินทางไปด้วยเฮลิคอปเตอร์ และต้องปีนหน้าผาสูงเพื่อเจาะเอาฟอสซิลเหล่านี้ออกมาจากหินทรายที่ส่วนกลางของหน้าผา"

ฟอสซิลที่นำไปสู่การค้นพบครั้งนี้ ได้มาจากชายฝั่งทะเลขาวทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซียImage copyrightILYA BOBROVSKIY

คำบรรยายภาพฟอสซิลที่นำไปสู่การค้นพบครั้งนี้ ได้มาจากชายฝั่งทะเลขาวทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย

"เดิมทีการศึกษาสิ่งมีชีวิตยุคอีดีแอคารัน จะใช้ฟอสซิลที่พบบริเวณเนินเขาอีดีแอคาราในออสเตรเลียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งฟอสซิลกลุ่มนั้นแทบจะไม่มีร่องรอยของสารอินทรีย์หลงเหลืออยู่ เพราะได้ผ่านความร้อน แรงกดดันใต้พื้นพิภพ และถูกชะล้างด้วยสภาพภูมิอากาศมานานหลายล้านปี ต่างจากฟอสซิลในยุคเดียวกันจากรัสเซียซึ่งยังคงมีโมเลกุลของคอเลสเตอรอลหลงเหลืออยู่สูงถึง 93% เลยทีเดียว" นายโบบรอฟสกีกล่าว

การค้นพบครั้งนี้เท่ากับไขปริศนาด้านบรรพชีวินวิทยาที่ติดค้างอยู่มานานถึง 75 ปีให้กระจ่าง โดยนักวิทยาศาสตร์สามารถสรุปได้ว่า สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์จำนวนมากเมื่อ 558 ล้านปีก่อนนั้น มักเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่และพบได้ทั่วไปในท้องทะเล แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตยุคอีดีแอคารันได้สูญพันธุ์ไปเป็นส่วนใหญ่ เมื่อย่างเข้าสู่ยุคแคมเบรียนที่มีสัตว์หลากหลายชนิดพันธุ์เกิดขึ้น

Hits 24 ครั้ง

10 ประโยชน์ของการวิ่ง

วันที่: 
Friday, August 10, 2018

1. ความเครียดหายไป ควรเลือกวิ่งช่วงเช้าหรือเย็น ไม่ใช่ไปวิ่งกลางแดดแรงๆ การวิ่งเพื่อให้มีความสุข ลดความเครียดนั้น จะต้องวิ่งเหยาะๆให้ได้ 30 นาทีขึ้นไป
2. ได้เหงื่อ ได้เหงื่อจากการออกกำลังกายแล้วจะมีความสุข นอกจากความสุขก็คือผิวสวย เมื่อเหงื่อของคุณชะล้างสิ่งสกปรกในรูขุมขนออกมาด้วย หลังจากเหงื่อออกแล้ว ร่างกายก็จะสดชื่น นั่งพักและอย่าหมักเหงื่อเอาไว้ พักสักแล้วก็ไปอาบน้ำ
3. สมองไวขึ้น ควรวิ่งให้ได้ประมาณ 30 นาที หรือ 5,400 ก้าว นั่นจะช่วยให้สมองของคุณทำงานได้ดี    มีการตอบโต้รวดเร็ว ลดโอกาสเป็นอัลไซเมอร์ด้วย
4. วิ่งให้ได้ 45 นาที เผาผลาญไขมันไปอีก 14 ชั่วโมง นอกจากจะเกิดการเผาผลาญระหว่างการวิ่งแล้ว เมื่อหยุดวิ่ง ร่างกายจะเผาผลาญไขมันไปได้อีก 14 ชั่วโมง ประมาณ 190 กิโลแคลอรี่
5. ข้อต่อไม่เสื่อมง่าย คุณต้องวิ่งให้ได้สม่ำเสมอสัปดาห์ละประมาณ 5 วัน หรือทุกวันยิ่งดี และต้องวิ่งนานหน่อยประมาณ 1 ชั่วโมง
6. ลดความดันโลหิต วิ่งให้ได้ครั้งละ 50 นาที วันเว้นวันหรือสัปดาห์ละประมาณ 4 ครั้ง 
7. สร้างกล้ามเนื้อ ฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่ลดลงไปเมื่ออายุเกิน 30 ปี วิ่งให้ได้ ครั้งละ 45 นาที
8. ลดคอเลสเตอรอล การวิ่งคือการลดคอเรสเตอรอล อย่างพวกไขมันเลวได้ดีที่สุด และจะเพิ่มไขมันดีขึ้นในร่างกายของเราด้วยนะ ถ้าจะทำให้ได้ ก็ต้องวิ่งวันละ 1 ชั่วโมง ให้ได้แทบทุกวันในสัปดาห์ และใช้เวลานานหน่อย ประมาณ 2 เดือน
9. การวิ่งช่วยให้คุณมีเวลากับตัวเองมากขึ้น การวิ่งอาจทำให้คุณงดงานเสียเงินอื่น ๆ อย่างช้อปปิ้งหรือปาร์ตี้ คนที่วิ่งมาก ๆ จะติด หยุดไม่ได้ วันไหนไม่ได้วิ่งจะกระวนกระวาย นี่เป็นเรื่องที่ดี เพราะคุณจะมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น
10. บุคลิกภาพดูดีมาก คุณกลายเป็นหนุ่มสาว สปอร์ต ตัวจริงแล้วนะ มันช่วยให้บุคลิกดูดี กับรองเท้าวิ่งคู่ใหม่ กางเกงวอร์มสวย ๆ เอวคอด หลังตรง ท่าเดินกระฉับกระเฉง
 

แหล่งที่มา: 
https://www.cosmenet.in.th/cosme-intrend/27973/10-ประโยชน์ของการวิ่ง-อ่านจบแล้วอยากลุกไปวิ่ง
ภาพประกอบ: 

3 วิธีลดคอเลสเตอรอล

วันที่: 
Tuesday, September 26, 2017

คอเลสเตอรอลเป็นศูนย์รวมของไขมันทุกชนิด มีทั้งดีและไม่ดี.....3 วิธีลดคอเลสเตอรอล
ข้อมูลเพิ่มเติ่ม : http://club.sanook.com/19334/ ผัก-ผลไม้-ชนิดใดที่ช่วยล/

แหล่งที่มา: 
http://www.sanook.com/health/7949/
ภาพประกอบ: 
3 วิธีลดคอเลสเตอรอล

ไขข้อข้องใจทุเรียน...ลดอ้วนจริงหรือ

วันที่: 
Thursday, July 20, 2017

"ทุเรียน" จัดเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของประเทศไทยที่หลายคนนิยมรับประทาน การกินทุเรียนนั้นสามารถกินได้หากเป็นวัยหนุ่ม สาว คนที่ไม่มีโรคประจำตัวกินแล้วก็ควรหาวิธีเผาผลาญพลังงานออกอย่างถูกต้อง
http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2137/vitamin-e-tocopherol

แหล่งที่มา: 
http://www.thaihealth.or.th/Content/36606-ไขข้อข้องใจ'ทุเรียน'ลดอ้วนจริงหรือไม่.html
ภาพประกอบ: 
ไขข้อข้องใจ “ทุเรียน” ลดอ้วนจริงหรือ

พิซซ่า...กับไขมัน

วันที่: 
Wednesday, July 12, 2017

พิซซ่า อาหารฟาสต์ฟู้ดที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันที่เป็นยุคของความเร่งรีบ หากทานให้พอเหมาะจะเป็นประโยชน์กับร่างกาย แต่หากทานมากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

แหล่งที่มา: 
https://www.thairath.co.th/content/893727
ภาพประกอบ: 
พิซซ่า...กับไขมัน

4 คุณประโยชน์ดีๆของน้ำมันมะกอก

วันที่: 
Friday, June 30, 2017

ก้าวแรกของการมีสุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่ตัวเรา...4 คุณประโยชน์ดีๆของน้ำมันมะกอก

แหล่งที่มา: 
http://www.thaihealth.or.th/Content/36229-4%20คุณประโยชน์ดีๆ%20ของน้ำมันมะกอก.html
ภาพประกอบ: 
4 คุณประโยชน์ดีๆของน้ำมันมะกอก

ไข่ต้ม ไขมันน้อยกว่า ไข่ดาว ไม่ทำให้เป็นโรคหัวใจ

วันที่: 
Thursday, June 8, 2017

ไข่ต้ม ไขมันน้อยกว่า ไข่ดาว ไม่ทำให้เป็นโรคหัวใจ

แหล่งที่มา: 
http://www.thaihealth.or.th/Content/2582-
ภาพประกอบ: 
ไข่ต้ม ไขมันน้อยกว่า ไข่ดาว ไม่ทำให้เป็นโรคหัวใจ

6 อัศวินช่วยลดไขมันในเส้นเลือด

วันที่: 
Wednesday, March 22, 2017

คอเลสเตอรอลเกิดจากการเกาะตัวกันของไขมันภายในผนังเส้นเลือด ถ้ามีปริมาณมากก็จะทำให้หลอดเลือดตีบและทำให้เลือดไหลผ่านได้ยากขึ้น...6 อัศวินช่วยลดไขมันในเส้นเลือด

แหล่งที่มา: 
http://inherb.blogspot.com/2015/01/6.html
ภาพประกอบ: 
6 อัศวินช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
Subscribe to RSS - คอเลสเตอรอล