Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

จุลินทรีย์

ภัยจากวัตถุกันเสีย

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, November 13, 2018
รายละเอียด: 

ธรรมชาติของอาหารเกือบทุกชนิด เมื่อเก็บไว้นานๆ ย่อมเปลี่ยนสภาพ จากของสดใหม่กลายเป็นเน่าเสีย นั่นก็เพราะฝีมือของจุลินทรีย์ในอากาศที่รายล้อมตัวเรามากมาย เมื่อใดที่จุลินทรีย์เหล่านี้ปะปนลงไปในอาหาร นั่นหมายความว่ากระบวนการเน่าเสียได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เพราะการเน่าเสียเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก กระบวนการถนอมอาหารจึงเกิดขึ้น ทั้งการใช้ความร้อน ความเย็น ความเค็มของเกลือ การฉายรังสี หรือแม้แต่สารเคมีสังเคราะห์ที่เรียกกันทั่วไปว่าสารกันบูด

เนื่องจากปัจจุบันคนส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ เพื่อแข่งกับเวลา ทั้งสภาพที่อยู่อาศัย และลักษณะนิสัยในการบริโภคอาหารก็เปลี่ยนไปจากอดีต ขนมปัง หรือขนมขบเคี้ยวต่างๆ จึงเป็นอาหารที่มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตมากขึ้น เพราะหาซื้อง่าย สะดวกและมีหลากหลายชนิดให้เลือกตามความต้องการ เราอาจเคยเห็นขนมปังที่ใส่ถุงพลาสติกวางขายในชนบทหรือตามร้านขายของชำ ที่วางขายได้นานเป็นอาทิตย์ ๆ โดยที่ไม่ขึ้นรา เราอาจจะคิดว่าเพราะบรรจุภัณฑ์ของขนมปังปิดสนิท เชื้อโรคไม่สามารถเข้าไปได้ แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น อาหารเหล่านี้ไม่บูด หรือเน่าเสียเพราะในขั้นตอนการผลิตได้มีการเติมสารบางอย่างลงไป
เพื่อรักษาสภาพของอาหารให้สด ใหม่ ไม่เน่าเสีย สารนั้นก็คือสารกันบูดหรือวัตถุกันเสียนั่นเอง

สารกันบูด คือสารเคมีหรือของผสมของสารเคมีที่ใช้ในการถนอมอาหาร โดยอาจจะใส่ลงในอาหาร พ่น ฉาบรอบๆ ผิวของอาหารหรือภาชนะบรรจุ สารดังกล่าวจะทำหน้าที่ยับยั้งหรือทำลายจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเน่าเสียโดยอาจจะไปออกฤทธิ์ต่อผนังเซลล์รบกวนการทำงานของเอนไซม์หรือกลไกทางพันธุกรรม (genetic mechanism)ในเซลล์ ยังผลให้จุลินทรีย์ไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้หรือตายในที่สุดแต่ถ้าหากในแต่ละวันเราได้รับสารกันบูดในปริมาณน้อย ร่างกายจะสามารถกำจัดออกทางปัสสาวะได้ตามปกติ แต่หากได้รับในปริมาณมากทุกวัน ตับและไตจะต้องทำงานหนักขึ้นและหากกำจัดออกไปไม่หมดก็จะเกิดการสะสมในร่างกายซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพของตับและไตในการกำจัดสารเคมีเหล่านี้ลดลงและอาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยต่อตับและไตได้

สารกันบูดที่ใช้ในอาหารมีหลายชนิด กรดเบนโซอิกเป็นสารกันบูดที่นิยมนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปหลายประเภท เนื่องจากเป็นสารเคมีที่มีความเป็นพิษต่อมนุษย์ต่ำ และสามารถขับออกได้ทางปัสสาวะ แต่ถ้าได้รับมากเกินไปอาจเกิดผลเสียต่อสุขภาพตามที่กล่าวไว้แล้วข้างต้นและเกิดอาการแพ้ได้ โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ในแต่ละวันไม่ควรได้รับกรดเบนโซอิกเกินค่าความปลอดภัย (Acceptable Daily Intake – ADI) คือ 5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น เด็กประถมที่น้ำหนัก 35 กิโลกรัม ไม่ควรได้รับกรดเบนโซอิกเข้าสู่ร่างกายในแต่ละวัน เกิน 35 X 5 = 175 มิลลิกรัม ดังนั้นเด็กเล็กย่อมมีโอกาสที่จะได้รับสารกันบูดเกินค่าความปลอดภัยได้ง่ายกว่าเด็กโต หรือผู้ใหญ่

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ได้อนุญาตให้ใช้ในอาหารทุกชนิด และอาหารที่อนุญาตให้ใช้ก็ไม่ใช่ปริมาณเท่ากันหมด คือให้ใช้ในเครื่องดื่ม ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ขนมหวานที่ทำจากนม (ไอศกรีม โยเกิร์ตปรุงแต่ง/ผสมผลไม้) ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ขนมที่ทำจากผลไม้ ผัก ถั่ว แยม เยลลี่ และผักผลไม้กวน-ดอง-ทำไส้ขนม ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัมหรือแค่ 1 กรัมต่อกิโลกรัมเท่านั้นเองจะเห็นว่าปริมาณที่อนุญาตให้ใส่น้อยมาก ต้องใช้เครื่องชั่งน้ำหนักที่มีความละเอียดสูง แม้ไม่น่าจะเป็นปัญหาในผู้ผลิตรายใหญ่ ๆ แต่อาหารท้องตลาดที่เราพบว่าใส่ปริมาณเกินกำหนดอาจทั้งตั้งใจเพราะเข้าใจผิดว่ายิ่งมากยิ่งดี ที่แย่กว่านั้นคือการใช้ในอาหารที่ไม่อนุญาตให้ใช้ เช่น ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปพวก ลูกชิ้น ไส้กรอก ปูอัด ฮ่อยจ๊อและขนมอบหลายชนิด (อนุญาตให้ใส่เฉพาะส่วนไส้ขนม) จากการสุ่มสำรวจอาหารภายในและภายนอกโรงเรียน โดยสถาบันโภชาการมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2555 พบว่าในตัวอย่างอาหารที่ใส่กรดเบนโซอิกสูงมาก ๆ จะสูงกว่าที่ใส่กันโดยเฉลี่ยถึงเกือบ 4 เท่า

หากนักเรียนไปซื้ออาหารเจ้านั้นเป็นประจำ (เพราะเป็นเจ้าที่ขายในหรือหน้าโรงเรียนนั้น) และได้รับต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานาน ก็อาจส่งผลให้ตับและไตทำงานลดลงซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ในอนาคตเมื่ออายุมากขึ้น แต่ถ้าได้รับปริมาณสูงมาก ๆ อาจทำให้เจ็บป่วยทันที โดยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว อ่อนเพลีย และเกิดอาการแพ้ (ลมพิษ ผื่นคัน) ในบางคนการป้องกันความเสี่ยงที่ง่ายที่สุดคือ กินอาหารที่ผลิตจากอาหารสดหากเป็นผลิตภัณฑ์อาหารก็ควรดูที่มี อย. รับรอง และเมื่อกินอาหารทั่วไปที่ไม่มีฉลากให้พึงคิดเสมอว่าเราอาจได้รับสารกันบูดในปริมาณสูงได้โดยไม่รู้ตัว จึงไม่ควรกินอาหารนั้น ๆ บ่อย ๆ คือไม่กินทุกวัน ถ้าไม่มั่นใจในร้านค้านั้น ๆ ก็ไม่ควรซื้อในร้านเดิมเป็นประจำด้วย

เรียบเรียงโดย
น.ส.นิชาภา ชูศิริโรจน์
ที่มา
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/171560
https://www.dekthaidd.com/knowledge-detail.aspx?nid=84
http://elib.fda.moph.go.th/library/default.asp?page2=subdetail&id_L1=27&...
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา.(ม.ป.ป.).อันตราย...อาหารกับสารกันบูด.สืบค้นเมื่อ 15 ธันวาคม, 2559,

Hits 77 ครั้ง

วิทยาศาสตร์จุลชีววิทยา ตอน จุลินทรีย์

VDO Cover Image: 
ปีงบประมาณ: 
2561
Hits 227 ครั้ง
รายละเอียด: 

วารสารข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฉบับที่ 6 ประจำเดือนมิถุนายน 2560

สาระวิทย์ ฉบับที่ 55 เดือนตุลาคม 2560

วารสารข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ กรุงบรัสเซลส์ ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมกราคม 2560

10 สิ่งที่น่ารู้เกี่ยวกับอากาศ

วันที่เผยแพร่: 
Wednesday, October 11, 2017
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.nstda.or.th/th/sci-kids-menu/11533-air
รายละเอียด: 

1. อากาศส่วนใหญ่เป็นก๊าซ อากาศในบรรยากาศโลกประกอบด้วยประมาณ 78% ไนโตรเจน 21% ออกซิเจน และก๊าซอื่นๆ ในปริมาณเล็กน้อย เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจน
2. อากาศไม่มีเพียงก๊าซ ในอากาศยังมีอนุภาคขนาดเล็กจำนวนมาก เช่น ฝุ่น นอกจากนี้ในอากาศยังมีควัน เขม่า
3. อากาศสำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิต พวกเรา สัตว์และพืชต้องหายใจ และในขบวนการหายใจ ต้องใช้ออกซิเจนจากอากาศและปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และให้พลังงานที่จำเป็นในการดำรงชีวิตของสัตว์และพืช
4. คาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศมีทั้งข้อดีและข้อเสีย พืชใช้ก๊าซนี้กับแสงแดดเพื่อทำให้ได้อาหารและออกซิเจน ขบวนการนี้เรียกว่าการสังเคราะห์แสง แต่จำนวนมากของก๊าซนี้ที่เป็นผลผลิตจากรถยนต์และโรงงานเผาไหม้น้ำมัน ถ่าน และน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (global warming)
5. อากาศยังมีน้ำ
6. อากาศเปลี่ยนในขณะที่คุณอยู่สูงขึ้น
7. อากาศเป็นเมือนเกราะป้องกัน อากาศในบรรยากาศโลกทำให้โลกไม่หนาวหรือร้อนเกินไป โอโซนในอากาศยังป้องกันพวกเราจากแสงแดดที่รุนแรง นอกจากนี้อากาศในบรรยากาศโลกยังป้องกันพวกเราจากสะเก็ดดาว (meteoroids) เมื่อสะเก็ดดาวผ่านอากาศจะถูกเผาเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนจะมาถึงโลก
8. มีสิ่งมีชีวิตในอากาศ ได้แก่ จุลินทรีย์ขนาดเล็ก
9. อากาศสามารถเคลื่อนที่เร็วและไกล
10. อากาศเสีย (air pollution) สามารถทำลายแผนไปข้างนอก (outdoor plans) อากาศเสียถูกวัดด้วย Air Quality Index (AQI) ถ้ายิ่ง AQI ต่ำ อากาศยิ่งสะอาด ที่ AQI มากกว่า 100 และคุณอยู่ข้างนอก จะเหมือนกับว่าคุณกำลังหายใจเอาไอเสียจากรถยนต์ตลอดวัน ดังนั้นคุณไม่ควรใช้เวลามากเกินไปอยู่ข้างนอก

Hits 343 ครั้ง

สาระวิทย์ ฉบับที่ 53 เดือนสิงหาคม 2560

Subscribe to RSS - จุลินทรีย์