Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

ดวงจันทร์

ตำนานกระต่ายบนดวงจันทร์

วันที่: 
Saturday, March 9, 2019

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกระต่ายตัวหนึ่งหลงรักแสงจันทร์ยามค่ำคืน จึงขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มันได้อยู่คู่ดวงจันทร์ตลอดไป เรื่องเล่านี้เหมือนเป็นตำนานของดวงจันทร์ที่เล่ากันต่อมารุ่นสู่รุ่นของคนไทย แล้วเรื่องเล่าของต่างประเทศล่ะ? มาดูกันครับ
 
ตำนานอินเดียเชื่อว่า ภาพที่เห็นบนผิวดวงจันทร์คือ “เทพแห่งดวงจันทร์” ชื่อ “จันทรา” ผู้ซึ่งถือกระต่ายไว้ในมือ เนื่องจากคำว่ากระต่ายในภาษาสันสกฤต คือ “ศศะ” ดังนั้นจึงเรียกดวงจันทร์ว่า “ศศิน” แปลว่ากระต่าย
 
ตำนานจีนเชื่อว่า ภาพที่ปรากฏบนดวงจันทร์ คือ กระต่ายกำลังตำข้าวในครก กระต่ายตัวนี้เชื่อกันว่าเป็นผู้รับใช้เซียนหรือผู้วิเศษโดยมีหน้าที่ปรุงยาอายุวัฒนะ
 
ตำนานของคนญี่ปุ่นเชื่อว่า บนดวงจันทร์มีกระต่ายอยู่คู่หนึ่ง กำลังช่วยตายายที่อาศัยอยู่บนดวงจันทร์ตำแป้งทำขนมโมจิอยู่
 
ที่ทุกประเทศเห็นเป็นกระต่ายเหมือนกันทั้งหมด เกิดมาจากมีเงาดำบริเวณหนึ่งบนดวงจันทร์ที่มีรูปร่างคล้ายกระต่าย ในคืนนี้ลองออกไปมองดวงจันทร์ แล้วมาบอกกันบ้างนะครับ ว่าเห็นเป็นรูปอะไรกันบ้าง
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.petcitiz.info/เรื่องเล่าตำนาน-กระต่าย
ภาพประกอบ: 

ดวงจันทร์ยูโรป้า Europa Moon

วันที่: 
Monday, March 4, 2019

ทำความรู้จัก ยูโรป้า (Europa Moon) หนึ่งในดวงจันทร์ของดาวเสาร์กันเถอะ
 
ยูโรป้า เป็นดาวบริวารดวงหนึ่งของดาวพฤหัสบดี ค้นพบในปี ค.ศ. 1610 โดย กาลิเลโอ กาลิเลอี มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3,000 กิโลเมตร มีบรรยากาศที่เบาบาง ประกอบไปด้วยออกซิเจนเป็นส่วนใหญ่ พื้นผิวเปลือกนอกที่เป็นน้ำแข็ง และมีน้ำ ซึ่งอยู่ในสถานะของเหลวอยู่ข้างใต้
 
และในปี ค.ศ. 2013 นาซ่า (NASA) ได้รายงานการตรวจพบแร่ธาตุที่คล้ายกับดินปะปนอยู่บนเปลือกน้ำแข็งชั้นนอกอีกด้วย
 
ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังไม่มียานอวกาศลำใดที่ลงสำรวจในดาวบริวารดวงนี้ แต่ด้วยคุณสมบัติที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำ แร่ธาตุคล้ายดิน และออกซิเจน ทำให้นาซ่าวางแผนส่งยานไปสำรวจในช่วงปี ค.ศ. 2020 ด้วยล่ะครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://th.wikipedia.org/wiki/ยูโรปา_(ดาวบริวาร)
ภาพประกอบ: 

สดร. ชวนตื่นเช้าชมความงาม “3 ดาวสว่างเด่น” และ “ดาวเคียงเดือน” ส่งท้ายเดือนมกราคมนี้

Hits 22 ครั้ง
URL: 
http://www.most.go.th/main/th/news/380-activity-news/7851-most3010202019
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Tuesday, January 22, 2019
รายละเอียด: 

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนตื่นเช้าชมความงาม 3 ดาวสว่างเด่น ได้แก่ ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี และดาวแอนทาเรส ช่วงเช้ามืด 22-24 ม.ค. 62 จากนั้นรอชม “ดาวเคียงเดือน” 31 ม.ค. - 1 ก.พ. 62 ดาวพฤหัสบดี - ดาวศุกร์เคียงดวงจันทร์เสี้ยว สังเกตได้ตั้งแต่ 03.45 น. เป็นต้นไปจนถึงรุ่งเช้า ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เห็นชัดด้วยตาเปล่าทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า ในช่วงนี้ ดาวศุกร์ และ ดาวพฤหัสบดี 2 ดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้า จะปรากฏในช่วงเช้ามืด และวันที่ 22-24 มกราคม 2562 จะมีดาวสว่าง 3 ดวง ปรากฏใกล้กัน ได้แก่ ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี และดาวแอนทาเรส ซึ่งเป็นดาวฤกษ์สว่างในกลุ่มดาวแมงป่อง สังเกตด้วยตาเปล่าได้ชัดเจนมาก ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.45 น. เป็นต้นไปจนถึงรุ่งเช้า ดาวศุกร์และดาวพฤหัสบดีจะค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้กันมากที่สุดในช่วงเช้าวันที่ 23 มกราคม 2562 ห่างเพียง 2.5 องศา (การวัดระยะเชิงมุมท้องฟ้า ใช้มือเหยียดสุดแขนขึ้นบนฟ้า ระยะ 2 องศา จะห่างกันประมาณ 1 นิ้วโป้ง)

นายศุภฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังมีปรากฏการณ์ “ดาวเคียงเดือน” ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏบนท้องฟ้าเคียงข้างดวงจันทร์ แรม 10 ค่ำ ห่างกันประมาณ 2.3 องศา หลังจากนั้น วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ดวงจันทร์ แรม 11 ค่ำ จะเคลื่อนมาใกล้ดาวศุกร์ ห่างกันประมาณ 3 องศา ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นเสี้ยวบาง สังเกตได้ในช่วงเช้ามืดเช่นกัน ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.45 น. เป็นต้นไปจนถึงรุ่งเช้า

ช่วงเดือนมกราคม ประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูหนาว สภาพท้องฟ้าส่วนใหญ่จึงมีทัศนวิสัยดีเหมาะแก่การดูดาวเป็นอย่างยิ่ง จึงขอเชิญชวนผู้สนใจตื่นเช้าชมความสวยงามของปรากฏการณ์ท้องฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว สามารถดูได้ด้วยตาเปล่า ไม่จำเป็นต้องมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ นายศุภฤกษ์กล่าวปิดท้าย

ข้อมูลข่าวโดย : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.)

ประเภทข่าว: 
news

10 เรื่องดาราศาสตร์น่าติดตามในปี 2562

วันที่: 
Thursday, December 20, 2018

สดร.เผย10เรื่องดาราศาสตร์ ที่น่าติดตามในปี2562 
สดร.เผยเรื่องเด่นดาราศาสตร์ปีหน้า ชูครบรอบ 50 ปี ยานอะพอลโล 11 นำมนุษย์เหยียบบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรก  พร้อมชวนติดตามปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่สำคัญทั้งจันทรุปราคาบางส่วนและสุริยุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทย   
 

วันนี้( 19 ธันวาคม 2561)ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)   หรือ สดร.  แถลงข่าว  “10 เรื่องดาราศาสตร์ที่น่าติดตามในปี 2562”   

ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสดร. เปิดเผยว่า  เรื่องเด่น10 เรื่องที่สดร.นำมาเสนอ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2562  ซึ่งมีหลายเรื่องที่น่าสนใจ  โดยในปี 2562 นี้ เรื่องแรกก็คือ การครบรอบ 50 ปี ยานอะพอลโล 11 ที่นำมนุษย์เหยียบบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม  2512    ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจที่ก่อให้เกิดความก้าวหน้ามหาศาลทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เรื่องต่อมาคือการครบรอบ 100 ปี สุริยุปราคาเต็มดวงพิสูจน์ทฤษฎีสัมพันธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ ( 29 พฤษภาคม) ซึ่งเป็นการพิสูจน์ที่ทำให้มุมมองของมนุษย์ต่อเอกภพเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง  ส่วนเรื่องที่สามคือ สดร.จะเดินหน้าปักหมุดสร้าง “หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ”  และ ติดตั้ง “กล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ” ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์ของไทย  ที่ขยายขีดความสามารถงานวิจัยด้านดาราศาสตร์ในช่วงคลื่นวิทยุ และ เชื่อมเครือข่ายร่วมกับกล้องโทรทรรศน์วิทยุนานาชาติ เพื่อการพัฒนางานวิจัยระดับโลก

สำหรับเรื่องที่สี่ก็คือการ เตรียมสร้าง “ดาวเทียมวิจัย” ของคนไทย โดยคนไทย เพื่อคนไทย ผสานภาคี 3 สถาบัน ได้แก่สดร. สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) หวังใช้ดาราศาสตร์เป็นโจทย์สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ก้าวแรกในการพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอวกาศและดาวเทียมของไทย   และห้าในช่วงกลางปี2562  สดร.พร้อมเปิด “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา”  หอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนเต็มรูปแบบ แห่งที่ 3 ของไทย  เพื่อบริการวิชาการดาราศาสตร์ สนับสนุนงานวิจัยดาราศาสตร์สำหรับนักเรียน นักศึกษา และสถาบันการศึกษาในภาคใต้ และเป็นศูนย์เรียนรู้ดาราศาสตร์มุสลิมอย่างครบวงจร

ดร.ศรัณย์   กล่าวว่า เรื่องที่หก คือ ปรากฎการณ์ด้านดาราศาสตร์ที่สำคัญคือจะเกิดจันทรุปราคาบางส่วนและสุริยุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทย   โดย ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน  จะเกิดขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคม 2562  สังเกตได้ทุกภูมิภาคของไทย ตั้งแต่เวลาประมาณ 01:44 - 06:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)  ส่วนปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน  จะเกิดในวันที่  26 ธันวาคม 2562   สังเกตได้ทุกภูมิภาคของไทย ตั้งแต่เวลาประมาณ 10:18 - 13:57 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ดวงอาทิตย์ถูกบังมากที่สุดบริเวณภาคใต้ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประมาณร้อยละ 81      

สำหรับเรื่องเด่นทางดาราศาสตร์เรื่องที่เจ็ดคือ  ปรากฎการณ์ ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้-ไกลโลกที่สุดในรอบปี ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี หรือ ซูเปอร์  ฟูลมูน (Super Full Moon) ในวันที่  19 กุมภาพันธ์  2562 และ ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี หรือ ไมโครฟูลมูน (Micro Full Moon)  ในวันที่  14 กันยายน 2562
 
ส่วนเรื่องที่แปดคือ ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ใกล้โลก  ดาวพฤหัสบดีใกล้โลก ในวันที่  10 มิถุนายน 2562 และดาวเสาร์ใกล้โลก     9 กรกฎาคม  2562   ซึ่งโอกาสดีที่จะสังเกตการณ์ได้ยาวนานตลอดคืนตั้งแต่อาทิตย์ตกลับขอบฟ้าจนถึงรุ่งเช้า   และเก้าคือปรากฎการณ์ ฝนดาวตก ที่มีให้ชมตลอดทั้งปี แต่ที่น่าจับตาได้แก่ ฝนดาวตกควอดรานติดส์ ในวันที่  3-4 มกราคม (เฉลี่ย 120 ดวงต่อชั่วโมง) ฝนดาวตกอีต้า-อควอริดส์  6-7 พฤษภาคม (เฉลี่ย 50 ดวงต่อชั่วโมง) และ ฝนดาวตกเดลต้า -  อควอริดส์  30-31 กรกฎาคม (เฉลี่ย 25 ดวงต่อชั่วโมง)        

และเรื่องสุดท้ายคือการชวนชาวไทยจับตาข้ามปี “ดาวเสาร์เคียงดาวพฤหัสบดี” (The Great Conjunction 2020)     ซึ่งดาวเสาร์และดาวพฤหัสบดีเริ่มขยับเข้าใกล้ตั้งแต่ปลายปี 2561  ก่อนที่จะเข้าใกล้กันที่สุด ในวันที่ 21 ธันวาคม 2563  โดยห่างเพียง 0.1 องศา มองด้วยตาจะเห็นเป็นดาวดวงเดียวกัน ซึ่งนับเป็นการเข้าใกล้กันมากที่สุดในรอบ 397 ปี

ดร. ศรัณย์ กล่าวอีกว่า นอกจาก 10 เรื่องดาราศาสตร์ที่น่าติดตาม ปี 2562 ยังเป็นปีแห่งวาระพิเศษที่ สดร. ดำเนินงานครบรอบ 10 ปี การดำเนินงานที่ผ่านมา สถาบันฯ ได้เน้นการพัฒนาองค์ความรู้ดาราศาสตร์ พัฒนาบุคลากร สร้างความตระหนักและความตื่นตัวทางดาราศาสตร์ ตลอดจนประสานความร่วมมือกับเครือข่ายดาราศาสตร์ระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยี พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้ดาราศาสตร์ สร้างแรงบันดาลใจใฝ่รู้วิทยาศาสตร์ให้แก่เยาวชน นับเป็นการเสริมความเข้มแข็งด้านองค์ความรู้ใน  ทุกระดับ  และสถาบันฯ จะยังคงเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดาราศาสตร์เป็นเครื่องมือพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างคนเก่งมาช่วยขับเคลื่อนประเทศชาติต่อไป

แหล่งที่มา: 
https://www.dailynews.co.th/it/683409
ภาพประกอบ: 

ดวงจันทร์ มีผลกับสภาพอากาศบนโลก

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, November 27, 2018
รายละเอียด: 

เมื่อมีวัตถุที่มีมวลมหาศาลอยู่ใกล้กันย่อมมีแรงดึงดูดกระทำต่อกัน หรือที่เรียกว่า แรงโน้มถ่วง ซึ่งแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ทำให้เกิดแรงที่เรียกว่า
แรงไทเดล (Tidal force) ซึ่งส่งผลต่อปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อความกดอากาศ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลก และรวมถึงปริมาณน้ำฝนด้วย

จากงานวิจัยตีพิมพ์ในปี 2557 ของศาสตราจารย์โคยาม่า อาจารย์ภาควิทยาศาสตร์ชั้นบรรยากาศ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา อธิบายว่า ความกดอากาศสูง
ขึ้นเมื่อดวงจันทร์อยู่เหนือหัวหรือใต้เท้าเรา โดยแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ทำให้ชั้นบรรยากาศโป่งออก-เข้าหาดวงจันทร์ มวลของอากาศที่มารวมกันก่อให้เกิดความ
กดอากาศที่เพิ่มขึ้นและตามมาด้วย

อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย อากาศที่มีความอุ่นย่อมสามารถรับความชื้นได้สูงขึ้น ทำให้เอื้อต่อการเกิดฝนมากขึ้น
แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.washington.edu/news/2016/01/29/phases-of-the-moon-affect-amou...

เรียบเรียงโดย : นุชจริม เย็นทรวง

Hits 32 ครั้ง

วิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์ ตอน ซูเปอร์มูน

VDO Cover Image: 
ปีงบประมาณ: 
2561
Hits 64 ครั้ง
รายละเอียด: 

ครั้งแรกของมนุษย์กับการเดินทางไปดวงจันทร์

วันที่: 
Sunday, September 23, 2018

“นีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong)” ชื่อนี้ทุกคนต้องเคยได้ยินในคาบเรียนวิทยาศาสตร์แน่ๆ เขาคือมนุษย์คนแรกที่ได้เหยียบพื้นผิวของดวงจันทร์ เราไปทำความรู้จักภารกิจครั้งนี้ให้มากกว่าเดิมกันครับ
 
ในสมัยสงครามเย็นระหว่างสหรัฐและสหภาพโซเวียต ได้มีการแข่งกันเป็นเจ้าด้านการสำรวจอวกาศ ด้วยการแข่งกันนำยานออกไปสำรวจดวงจันทร์ โดยโซเวียตเป็นฝ่ายนำยานออกไปนอกอวกาศได้ก่อน ซึ่งมีชื่อว่า "ลูน่า" ในขณะที่สหรัฐส่งออกไปได้ทีหลังชื่อว่า "เรนเจอร์"
 
จนภายหลังเข้าสู่ยุคโครงการอะพอลโล่ สหรัฐฯ ได้ส่งยานอวกาศออกไปทั้งหมด 12 ลำและยานที่ได้ลงจอดบนดวงจันทร์เป็นลำแรกได้แก่ ยานอะพอลโล่ 11 โดยมี นีล อาร์มสตรอง เป็นนักบินอวกาศคนแรกที่ได้เหยียบพื้นผิวดวงจันทร์
 
ภารกิจในครั้งนี้ คือ การเก็บตัวอย่างและทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น เก็บตัวอย่างหินบนดวงจันทร์ ติดตั้งแผ่นวัดแผ่นดินไหว หรืออุปกรณ์วัดรังสี เพื่อการศึกษาในอนาคตนั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
http://www.narit.or.th/index.php/nso-news/116-2012-11-27-03-03-24
ภาพประกอบ: 

พบสารอินทรีย์สำคัญต่อสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์ของดาวเสาร์

วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, July 10, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.bbc.com/thai/features-44642527
รายละเอียด: 

ดวงัจนทร์ของดาวเสาร์

มีการค้นพบโมเลกุลสารอินทรีย์ที่ซับซ้อนซึ่งมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลัก ในละอองน้ำที่ถูกพ่นออกมาจากมหาสมุทรใต้พื้นผิวของดวงจันทร์ "เอนเซลาดัส" (Enceladus) ซึ่งเป็นบริวารของดาวเสาร์

สารประกอบอินทรีย์ดังกล่าว เดิมพบได้แต่บนโลกและพบในอุกกาบาตเป็นบางครั้งเท่านั้น แต่ในครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์คาดว่า สารเคมีสำคัญที่มีความจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตดังกล่าวก่อตัวขึ้น จากปฏิกิริยาระหว่างน้ำและหินร้อนที่ก้นมหาสมุทรใต้พื้นผิวของเอนเซลาดัสเอง

ดร. แฟรงก์ โพสต์เบิร์ก จากมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์กของเยอรมนี และคณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ตีพิมพ์ผลการศึกษาข้างต้นลงในวารสาร Nature โดยระบุว่าการค้นพบดังกล่าวมาจากข้อมูลที่รวบรวมโดยยานแคสสินีขณะบินผ่านดวงจันทร์เอนเซลาดัส ก่อนจะทำลายตัวเองด้วยการพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์เมื่อปีที่แล้ว

"นี่เป็นการค้นพบสารอินทรีย์ที่ซับซ้อนครั้งแรกจากดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยน้ำ โดยเป็นสารที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต แต่เรายังบอกไม่ได้ว่า สารอินทรีย์นี้มีความเกี่ยวข้องหรือมาจากสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์เอนเซลาดัสหรือไม่" ดร. โพสต์เบิร์กกล่าว

ดวงจันทร์

รายงานการวิจัยระบุว่า สารอินทรีย์ดังกล่าวประกอบด้วยคาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน และอาจรวมถึงไนโตรเจน มีความซับซ้อนยิ่งกว่ากรดอะมิโนหลายชนิด และหนักกว่ามีเทนราว 10 เท่า โดยพบในละอองของน้ำและน้ำแข็งจากไอพ่นขนาดยักษ์ที่พวยพุ่งขึ้นจากมหาสมุทรใต้พื้นผิวสู่ชั้นบรรยากาศบริเวณ "รอยแตกลายเสือ" (Tiger stripes) ที่ขั้วใต้ของดาว

เชื่อว่าใต้พื้นผิวของดวงจันทร์เอนเซลาดัสนั้นเป็นมหาสมุทรทั้งหมด โดยมีแกนกลางที่ร้อนและเป็นรูพรุนซ่อนอยู่ใต้มหาสมุทรที่ลึกถึง 50 กิโลเมตร ความร้อนที่แร่ธาตุบริเวณก้นมหาสมุทรได้รับอาจทำให้เกิดสารอินทรีย์ขึ้นได้

ดร. คริสโตเฟอร์ เกลน นักวิจัยอาวุโสจากสถาบัน Southwest Research Institute ของสหรัฐฯ หนึ่งในทีมวิจัยครั้งนี้ระบุว่า "เราได้พบน้ำในสถานะของเหลว แหล่งพลังงาน และโมเลกุลสารอินทรีย์ ซึ่งนับว่าเป็นปัจจัยที่ครบถ้วนต่อการก่อกำเนิดและการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์เอนเซลาดัส"

"แต่เราก็ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่า มีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวแห่งนี้หรือไม่ จนกว่าจะมีการตรวจสอบอีกครั้งด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยขึ้น ในภารกิจสำรวจอวกาศครั้งต่อไป"

หมวดหมู่ OECD: 
Hits 69 ครั้ง

ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ตอนที่ 4 สุริยุปราคา

วันที่: 
Thursday, February 1, 2018

เนื่องจากวงโคจรของดวงจันทร์รอบโลกเป็นรูปวงรี ระนาบวงโคจรของดวงจันทร์
และระนาบวงโคจรของโลกไม่ซ้อนทับกันพอดี จึงทำให้เกิดสุริยุปราคาได้ 3 แบบ

- สุริยุปราคาเต็มดวง (Total Solar Eclipse) เกิดขึ้นเมื่อผู้สังเกตการณ์อยู่ในเงามืด
บนพื้นผิวโลก (A) จะมองเห็นดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ได้มิดดวง
- สุริยุปราคาบางส่วน (Partial Solar Eclipse) เกิดขึ้นเมื่อผู้สังเกตการณ์อยู่ในเงามัว
บนพื้นผิวโลก (B) จะมองเห็นดวงอาทิตย์สว่างเป็นเสี้ยว
- สุริยุปราคาวงแหวน (Annular Solar Eclipse) เนื่องจากวงโคจรของดวงจันทร์เป็น
รูปวงรีบางครั้งดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลกมาก จนเงามืดของดวงจันทร์ทอดยาวไม่ถึง
ผิวโลก (C)ดวงจันทร์จึงมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์ ทำให้ผู้สังเกตการณ์มอง
เห็นดวงอาทิตย์เป็นรูปวงแหวน

สุริยรุปราคาเกิดขึ้นในเวลากลางวันเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่ผ่านหน้าดวงอาทิตย์​ ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้น
นานประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ช่วงเวลาที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงจะกินเวลาเพียง 2 - 5 นาทีเท่านั้น เนื่องจาก
เงามืดของดวงจันทร์มีขนาดเล็กมาก และดวงจันทร์เคลื่อนที่ผ่านดวงอาทิตย์ด้วยความเร็ว 1 กิโลเมตรต่อวินาที

แหล่งที่มา: 
ที่มา : http://www.lesa.biz/astronomy/astro-events/solar-eclipse
ภาพประกอบ: 

โมเดลแผนที่ดวงจันทร์

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Wednesday, January 10, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
http://www.nsm.or.th/index.php?option=com_k2&view=item&id=6027:2017-01-31-10-04-26&Itemid=219
รายละเอียด: 

"โมเดลแผนที่ดวงจันทร์"
ดวงจันทร์ Moon เป็นบริวารตามธรรมชาติดวงเดียวของโลก มีลักษณะคล้ายดาวพุธ คือมีชั้นบรรยากาศที่เบาบางมาก แทบเป็นสูญญากาศ ทำให้พื้นผิวเป็นหลุมบ่อมากมาย เนื่องจากถูกชนจากอุกาบาต มนุษย์ได้จินตนาการพื้นผิวของดวงจันทร์เป็นรูปร่างต่างๆ เช่น กระต่าย คนแก่ตำข้าว คนแก่นั่งปั่นด้าย เป็นต้น
คำว่า จันทร์ นั้นเป็นคำศัพท์มาจากภาษาสันสกฤต (चंद्र อ่านว่า จัน-ดระ หรือคนไทยเราเรียกว่า จัน-ทระ) ซึ่งหมายถึงพระจันทร์ ในภาษาไทยเดิมมักเรียกว่า เดือน หรือ ดวงเดือน (ลาว: ເດືອນ เดือน, ไทใหญ่: เหลิน) สำหรับในภาษาอังกฤษ ดวงจันทร์ ใช้คำว่า Moon (ภาษาอังกฤษใช้อักษรตัวใหญ่ขึ้นต้นคำ) เป็นคำนามมาจากคำว่า moone (ราวปี ค.ศ. 1380) ซึ่งมาจากคำ mone (ราวปี ค.ศ. 1135) ซึ่งมาจากภาษอังกฤษเก่าแก่ mōna (ราว 725 ปีก่อน ค.ศ.) และมีลักษณะคล้ายภาษาเจอร์แมนิก mǣnōn
Selene (Σελήνη เซเลเน่) เป็นชื่อเรียกเทพีแห่งดวงจันทร์ของชาวกรีก ซึ่งเป็นธิดาของ Titans Hyperion กับ Theia ส่วนชาวโรมัน เรียกเทพีแห่งดวงจันทร์ว่า Luna (ลูน่า) ซึ่งเป็นภาษาลาตินหมายถึง ดวงจันทร์
ในภาษาอังกฤษปัจจุบันคำคุณศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับดวงจันทร์ Moon จะใช้คำ lunar เซเลเน่ ได้มีบทบาทอย่างมากในวิหารของเธอ ซึ่งเก่าแก่มากกว่าวิหารโอลิมปิกเสียอีกอย่างไรก็ตาม เซเลเน่ก็ได้ถูกแทนที่โดย Artemis เช่นเดียวกับ ลูน่า ที่ถูกแทนที่โดย Diana
ดวงจันทร์มีผลกับโลกของเราทั้งทางกายภาพและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลก ทำให้แกนหมุนของโลกส่าย ทำให้เกิดน้ำขึ้น-น้ำลง ทำให้กลางคืนบนโลกสว่าง ไม่มืดมากซึ่งเอื้อต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตบนโลก ทั้งทำให้เกิดขนบธรรมเนียมเกี่ยวกับดวงจันทร์มากมาย

หมวดหมู่ OECD: 
Hits 373 ครั้ง
Subscribe to RSS - ดวงจันทร์