Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

ดวงจันทร์

น้ำบนดวงจันทร์ การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์

วันที่: 
Monday, August 5, 2019

เผยโฉมครั้งแรก แผนที่น้ำบนดวงจันทร์ อันพาไปสู่โครงการอวกาศในอนาคต
 
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบราวน์ (Brown University) ได้ทำแผนที่แสดงจุดที่มีน้ำ พร้อมกับปริมาณของน้ำในแต่ละแหล่งบนพื้นผิวดวงจันทร์ขึ้นมาเป็นครั้งแรก โดยใช้ข้อมูลของยานสำรวจแอลคอร์สส์ (LCROSS - Lunar Crater Observation and Sensing Satellite) ที่ตรวจพบน้ำครั้งแรกบนดวงจันทร์ ประกอบกับอุปกรณ์สำรวจหินแร่ นำมาทำเป็นกราฟแสดงข้อมูลน้ำในชั้นผิวนอกสุดของดวงจันทร์
 
ถึงแม้ว่า น้ำที่มีอยู่บนดวงจันทร์ เมื่อเทียบแล้วมีน้อยกว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่ในสันทรายในทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดของโลก แต่ก็ดีกว่าไม่พบน้ำเลย แผนที่น้ำอันนี้จะนำไปต่อยอด โครงการอวกาศในอนาคต ทีมผู้เชี่ยวชาญยังจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเรื่องนี้โดยเฉพาะต่อไปนั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.prachachat.net/spinoff/science-technology/news-47037
ภาพประกอบ: 

ดวงจันทร์อาจเคยมีสิ่งมีชีวิต

วันที่: 
Friday, July 12, 2019

นักชีวดาราศาสตร์เสนอแนวคิดใหม่ที่ว่า
"ดวงจันทร์" อาจจะเคยมีสิ่งมีชีวิตมาก่อน!?
 
ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ได้เปิดเผยว่า ดวงจันทร์อาจเคยมีสิ่งมีชีวิตมาก่อน
 
เมื่อดวงจันทร์เกิดใหม่เริ่มเย็นตัวลงราว 4 พันล้านปีก่อน กลุ่มก๊าซร้อนและไอน้ำที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในช่วงก่อกำเนิด ได้สะสมตัวจนเป็นชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีความหนาเพียงพอจะเก็บกักรักษาน้ำในรูปของเหลวให้คงอยู่บนพื้นผิวดาวได้
 
ซึ่งคาดการณ์ได้ว่า น่าจะมีสิ่งมีชีวิตแบบพื้นฐานอย่างไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria) เกิดขึ้น โดยอาศัยกระบวนการเดียวกันกับการก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตบนโลกของเรานี่เอง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจเคยมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงราว 70 ล้านปี ก่อนที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์และไร้สิ่งมีชีวิตในที่สุด
 
เป็นไงบ้างครับสำหรับความรู้เรื่องดวงจันทร์วันนี้ แต่นี่เป็นเพียงแค่การสันนิษฐานที่ไม่ได้ยืนยันว่า ดวงจันทร์เคยมีสิ่งมีชีวิต แต่เป็นการเพิ่มข้อสังเกตเวลาสำรวจดวงจันทร์ครั้งต่อไป ให้หาร่องรอยสิ่งมีชีวิตที่อาจเคยเกิดขึ้นก็เป็นได้
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.bbc.com/thai/international-44936812
ภาพประกอบ: 

นาซ่าเตรียมส่งยาน 'ดราก้อนฟลาย' สำรวจดวงจันทร์เยือกแข็ง 'ไททัน'

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Wednesday, July 10, 2019
รายละเอียด: 

หากดูเผินๆ เเล้ว ดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์มีลักษณะคล้ายกับโลกอย่างมาก มีทะเลสาบและมหาสมุทรกระจายทั่วไปเเละมีฝนตกเป็นบางครั้งบางคราว ทำให้ทรายที่เป็นผิวหน้าของดวงจันทร์ไททันมีความเปียกชื้น

เเต่ดวงจันทร์ไททันก็เเตกต่างจากโลกเช่นกัน โดยมีความหนาวเย็นติดลบจนน้ำกลายเป็นน้ำเเข็ง เเก๊สมีเทนกลายเป็นแก๊สเหนียวเหมือนน้ำมัน พื้นทรายบนดวงจันทร์ไททันเกิดขึ้นจากวัสดุอินทรีย์ชนิดต่างๆ คือ คาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน เเละออกซิเจน ซึ่งต่างจากเม็ดทรายที่พบทั่วไปตามชายหาดบนโลก

Elizabeth Turtle หัวหน้านักวิจัยประจำโครงการ ดราก้อนฟลาย (Dragonfly) กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่น่าตื่นเต้นมากเกี่ยวกับดวงจันทร์ไททันอยู่ที่ดวงจันทร์ดวงนี้มีทั้งความเหมือนเเละความเเตกต่างจากโลก

เราไม่สามารถมองเห็นผิวหน้าของดวงจันทร์ไททันได้เพราะถูกบดบังจากชั้นบรรยากาศที่ขมุกขมัวของดวงจันทร์ดวงนี้ ซึ่งมีความหนาเเน่นมากกว่าชั้นบรรยากาศโลกสี่เท่าตัว เมื่อรวมเข้ากับเเรงดึงดูดระดับต่ำกว่าโลกถึง 1 ใน 7 ทำให้ดวงจันทร์ไททันเหมาะเเก่การสำรวจจากทางอากาศ

ยานสำรวจดราก้อนฟลายมีใบพัดสองชุด รวมสี่ใบพัด โดยวางทับด้านบนทำให้มองเเล้วเหมือนกับโดรน เพียงเเต่มีขนาดใหญ่กว่าโดรนทั่วไปมาก มีความยาวที่ประมาณ 3 เมตร เเละสูงกว่าหนึ่งเมตร

การออกแบบนี้ช่วยให้ยานสำรวจสามารถถ่ายภาพจากทั้งทางอากาศเเละจากภาคพื้นดินได้ ตลอดจนสามารถลงจอดบนพื้นผิวที่เย็นจนกลายเป็นน้ำเเข็งของดวงจันทร์ไททันได้ การสำรวจเน้นที่พื้นที่บริเวณใกล้กับจุดศูนย์สูตรของไททันที่มีเนินทรายปกคลุม ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆกับเนินทรายของทะเลทรายบนโลก

จากจุดนี้ ดราก้อนฟลายจะเริ่มการสำรวจดวงจันทร์ไททันด้วยการกระโดดกบ เพื่อตระเวณสำรวจจุดเป้าหมายต่อไปว่ามีอะไรอยู่ในบริเวณบ้าง เเล้วจะกลับมายังจุดลงจอดเพื่อวิเคราะห์ตัวอย่างของผิวหน้า ถ่ายภาพเเละตรวจหาแผ่นดินไหว หรือ titanquakes

ยานดราก้อนฟลายเดินทางไกล 8 กิโลเมตรต่อการกระโดดกบหนึ่งครั้ง ทำให้สามารถเดินทางเข้าไปถึงหลุม Selk crater ที่อยู่ห่างจากจุดลงจอดไปกว่า 100 กิโลเมตรได้

ทีมนักวิทยาศาสตร์คิดว่า ความร้อนที่เกิดจากการพุ่งชนของลูกอุกาบาตจนทำให้พื้นผิวกลายเป็นหลุม น่าจะร้อนมากจนทำให้น้ำเเข็งในเปลือกของดวงจันทร์ไททันละลาย สร้างสภาพเเวดล้อมที่มีองค์ประกอบเพียบพร้อมสำหรับสิ่งมีชีวิต

ทีมงาน ดราก้อนฟลาย ต้องการค้นหาคำตอบว่าการรวมตัวของวัสดุอินทรีย์กับน้ำที่เป็นของเหลวเเละพลังงานในรูปของความร้อน ช่วยก่อให้เกิดโมเลกุลที่มีความซับซ้อนหรือสิ่งมีชีวิตได้หรือไม่

Melissa Trainer รองหัวหน้านักวิจัยของโครงการดราก้อนฟลาย กล่าวว่า ทีมงานมีโอกาสได้สำรวจโลกอีกโลกหนึ่งที่เรารู้ว่ามีองค์ประกอบทุกอย่างที่เหมาะเเก่สิ่งมีชีวิต เเต่ต้องการรู้ว่ามีสิ่งชีวิตกำเนิดขึ้นหรือไม่

หากมีสิ่งมีชีวิตกำเนิดขึ้นบนดวงจันทร์ไททัน ยานสำรวจดราก้อนฟลายน่าจะสามารถตรวจพบได้โดยใช้อุปกรณ์ที่ช่วยเสาะหากรดอะมีโอชนิดหนึ่งที่พบในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก

ยานสำรวจดราก้อนฟลายจะถูกส่งออกไปทำงานสำรวจในปี ค.ศ. 2026 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า เเละจะเดินทางไปถึงดวงจันทร์ไททันในปี ค.ศ. 2034 โดยจะใช้เวลาเดินทางในห้วงอวกาศนาน 8 ปี

ในขณะนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์เเละวิศวกรในโครงการมีงานทำมากมายและเเม้ว่ายังต้องใช้เวลานานอีกหลายปี พวกเขามั่นใจว่างานสำรวจดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ครั้งนี้จะคุ้มค่าแก่การรอคอยอย่างเเน่นอน

(เรียบเรียงโดย ทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

Hits 16 ครั้ง

สดร. จัดชมจันทร์เต็มดวงคืนวันวสันตวิษุวัต

Hits 58 ครั้ง
URL: 
http://www.most.go.th/main/th/news/380-activity-news/8041-2019-03-22-02-40-51
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Friday, March 22, 2019
รายละเอียด: 

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดชม “ดวงจันทร์เต็มดวงคืนวันวสันตวิษุวัต” คืน 21 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา วันดังกล่าวดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกพอดีและตกทางทิศตะวันตกพอดี เรียก “วันวสันตวิษุวัต” นอกจากนี้ยังตรงกับช่วงดวงจันทร์ เต็มดวงมีระยะทางใกล้โลก ห่างประมาณ 360,761 กิโลเมตร จะสังเกตเห็นดวงจันทร์มีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย จึงเชิญชวนประชาชนร่วมส่องดวงจันทร์เต็มดวงผ่านกล้องโทรทรรศน์หลากชนิดและวัตถุท้องฟ้าอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ โอไรออนเนบิวลา กระจุกดาวลูกไก่ ดาวอังคาร ณ 3 จุดสังเกตการณ์หลักที่หอดูดาว อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก

ข้อมูลโดย : งานประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ประเภทข่าว: 
news

ตำนานกระต่ายบนดวงจันทร์

วันที่: 
Saturday, March 9, 2019

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกระต่ายตัวหนึ่งหลงรักแสงจันทร์ยามค่ำคืน จึงขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มันได้อยู่คู่ดวงจันทร์ตลอดไป เรื่องเล่านี้เหมือนเป็นตำนานของดวงจันทร์ที่เล่ากันต่อมารุ่นสู่รุ่นของคนไทย แล้วเรื่องเล่าของต่างประเทศล่ะ? มาดูกันครับ
 
ตำนานอินเดียเชื่อว่า ภาพที่เห็นบนผิวดวงจันทร์คือ “เทพแห่งดวงจันทร์” ชื่อ “จันทรา” ผู้ซึ่งถือกระต่ายไว้ในมือ เนื่องจากคำว่ากระต่ายในภาษาสันสกฤต คือ “ศศะ” ดังนั้นจึงเรียกดวงจันทร์ว่า “ศศิน” แปลว่ากระต่าย
 
ตำนานจีนเชื่อว่า ภาพที่ปรากฏบนดวงจันทร์ คือ กระต่ายกำลังตำข้าวในครก กระต่ายตัวนี้เชื่อกันว่าเป็นผู้รับใช้เซียนหรือผู้วิเศษโดยมีหน้าที่ปรุงยาอายุวัฒนะ
 
ตำนานของคนญี่ปุ่นเชื่อว่า บนดวงจันทร์มีกระต่ายอยู่คู่หนึ่ง กำลังช่วยตายายที่อาศัยอยู่บนดวงจันทร์ตำแป้งทำขนมโมจิอยู่
 
ที่ทุกประเทศเห็นเป็นกระต่ายเหมือนกันทั้งหมด เกิดมาจากมีเงาดำบริเวณหนึ่งบนดวงจันทร์ที่มีรูปร่างคล้ายกระต่าย ในคืนนี้ลองออกไปมองดวงจันทร์ แล้วมาบอกกันบ้างนะครับ ว่าเห็นเป็นรูปอะไรกันบ้าง
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.petcitiz.info/เรื่องเล่าตำนาน-กระต่าย
ภาพประกอบ: 

ดวงจันทร์ยูโรป้า Europa Moon

วันที่: 
Monday, March 4, 2019

ทำความรู้จัก ยูโรป้า (Europa Moon) หนึ่งในดวงจันทร์ของดาวเสาร์กันเถอะ
 
ยูโรป้า เป็นดาวบริวารดวงหนึ่งของดาวพฤหัสบดี ค้นพบในปี ค.ศ. 1610 โดย กาลิเลโอ กาลิเลอี มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3,000 กิโลเมตร มีบรรยากาศที่เบาบาง ประกอบไปด้วยออกซิเจนเป็นส่วนใหญ่ พื้นผิวเปลือกนอกที่เป็นน้ำแข็ง และมีน้ำ ซึ่งอยู่ในสถานะของเหลวอยู่ข้างใต้
 
และในปี ค.ศ. 2013 นาซ่า (NASA) ได้รายงานการตรวจพบแร่ธาตุที่คล้ายกับดินปะปนอยู่บนเปลือกน้ำแข็งชั้นนอกอีกด้วย
 
ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังไม่มียานอวกาศลำใดที่ลงสำรวจในดาวบริวารดวงนี้ แต่ด้วยคุณสมบัติที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำ แร่ธาตุคล้ายดิน และออกซิเจน ทำให้นาซ่าวางแผนส่งยานไปสำรวจในช่วงปี ค.ศ. 2020 ด้วยล่ะครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://th.wikipedia.org/wiki/ยูโรปา_(ดาวบริวาร)
ภาพประกอบ: 

สดร. ชวนตื่นเช้าชมความงาม “3 ดาวสว่างเด่น” และ “ดาวเคียงเดือน” ส่งท้ายเดือนมกราคมนี้

Hits 70 ครั้ง
URL: 
http://www.most.go.th/main/th/news/380-activity-news/7851-most3010202019
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Tuesday, January 22, 2019
รายละเอียด: 

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนตื่นเช้าชมความงาม 3 ดาวสว่างเด่น ได้แก่ ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี และดาวแอนทาเรส ช่วงเช้ามืด 22-24 ม.ค. 62 จากนั้นรอชม “ดาวเคียงเดือน” 31 ม.ค. - 1 ก.พ. 62 ดาวพฤหัสบดี - ดาวศุกร์เคียงดวงจันทร์เสี้ยว สังเกตได้ตั้งแต่ 03.45 น. เป็นต้นไปจนถึงรุ่งเช้า ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เห็นชัดด้วยตาเปล่าทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า ในช่วงนี้ ดาวศุกร์ และ ดาวพฤหัสบดี 2 ดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้า จะปรากฏในช่วงเช้ามืด และวันที่ 22-24 มกราคม 2562 จะมีดาวสว่าง 3 ดวง ปรากฏใกล้กัน ได้แก่ ดาวศุกร์ ดาวพฤหัสบดี และดาวแอนทาเรส ซึ่งเป็นดาวฤกษ์สว่างในกลุ่มดาวแมงป่อง สังเกตด้วยตาเปล่าได้ชัดเจนมาก ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.45 น. เป็นต้นไปจนถึงรุ่งเช้า ดาวศุกร์และดาวพฤหัสบดีจะค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้กันมากที่สุดในช่วงเช้าวันที่ 23 มกราคม 2562 ห่างเพียง 2.5 องศา (การวัดระยะเชิงมุมท้องฟ้า ใช้มือเหยียดสุดแขนขึ้นบนฟ้า ระยะ 2 องศา จะห่างกันประมาณ 1 นิ้วโป้ง)

นายศุภฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังมีปรากฏการณ์ “ดาวเคียงเดือน” ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏบนท้องฟ้าเคียงข้างดวงจันทร์ แรม 10 ค่ำ ห่างกันประมาณ 2.3 องศา หลังจากนั้น วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ดวงจันทร์ แรม 11 ค่ำ จะเคลื่อนมาใกล้ดาวศุกร์ ห่างกันประมาณ 3 องศา ดวงจันทร์จะปรากฏเป็นเสี้ยวบาง สังเกตได้ในช่วงเช้ามืดเช่นกัน ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.45 น. เป็นต้นไปจนถึงรุ่งเช้า

ช่วงเดือนมกราคม ประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูหนาว สภาพท้องฟ้าส่วนใหญ่จึงมีทัศนวิสัยดีเหมาะแก่การดูดาวเป็นอย่างยิ่ง จึงขอเชิญชวนผู้สนใจตื่นเช้าชมความสวยงามของปรากฏการณ์ท้องฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว สามารถดูได้ด้วยตาเปล่า ไม่จำเป็นต้องมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ นายศุภฤกษ์กล่าวปิดท้าย

ข้อมูลข่าวโดย : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.)

ประเภทข่าว: 
news

10 เรื่องดาราศาสตร์น่าติดตามในปี 2562

วันที่: 
Thursday, December 20, 2018

สดร.เผย10เรื่องดาราศาสตร์ ที่น่าติดตามในปี2562 
สดร.เผยเรื่องเด่นดาราศาสตร์ปีหน้า ชูครบรอบ 50 ปี ยานอะพอลโล 11 นำมนุษย์เหยียบบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรก  พร้อมชวนติดตามปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่สำคัญทั้งจันทรุปราคาบางส่วนและสุริยุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทย   
 

วันนี้( 19 ธันวาคม 2561)ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)   หรือ สดร.  แถลงข่าว  “10 เรื่องดาราศาสตร์ที่น่าติดตามในปี 2562”   

ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสดร. เปิดเผยว่า  เรื่องเด่น10 เรื่องที่สดร.นำมาเสนอ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2562  ซึ่งมีหลายเรื่องที่น่าสนใจ  โดยในปี 2562 นี้ เรื่องแรกก็คือ การครบรอบ 50 ปี ยานอะพอลโล 11 ที่นำมนุษย์เหยียบบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม  2512    ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจที่ก่อให้เกิดความก้าวหน้ามหาศาลทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เรื่องต่อมาคือการครบรอบ 100 ปี สุริยุปราคาเต็มดวงพิสูจน์ทฤษฎีสัมพันธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ ( 29 พฤษภาคม) ซึ่งเป็นการพิสูจน์ที่ทำให้มุมมองของมนุษย์ต่อเอกภพเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง  ส่วนเรื่องที่สามคือ สดร.จะเดินหน้าปักหมุดสร้าง “หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ”  และ ติดตั้ง “กล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ” ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์ของไทย  ที่ขยายขีดความสามารถงานวิจัยด้านดาราศาสตร์ในช่วงคลื่นวิทยุ และ เชื่อมเครือข่ายร่วมกับกล้องโทรทรรศน์วิทยุนานาชาติ เพื่อการพัฒนางานวิจัยระดับโลก

สำหรับเรื่องที่สี่ก็คือการ เตรียมสร้าง “ดาวเทียมวิจัย” ของคนไทย โดยคนไทย เพื่อคนไทย ผสานภาคี 3 สถาบัน ได้แก่สดร. สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) หวังใช้ดาราศาสตร์เป็นโจทย์สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ก้าวแรกในการพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอวกาศและดาวเทียมของไทย   และห้าในช่วงกลางปี2562  สดร.พร้อมเปิด “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา”  หอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนเต็มรูปแบบ แห่งที่ 3 ของไทย  เพื่อบริการวิชาการดาราศาสตร์ สนับสนุนงานวิจัยดาราศาสตร์สำหรับนักเรียน นักศึกษา และสถาบันการศึกษาในภาคใต้ และเป็นศูนย์เรียนรู้ดาราศาสตร์มุสลิมอย่างครบวงจร

ดร.ศรัณย์   กล่าวว่า เรื่องที่หก คือ ปรากฎการณ์ด้านดาราศาสตร์ที่สำคัญคือจะเกิดจันทรุปราคาบางส่วนและสุริยุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทย   โดย ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน  จะเกิดขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคม 2562  สังเกตได้ทุกภูมิภาคของไทย ตั้งแต่เวลาประมาณ 01:44 - 06:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)  ส่วนปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน  จะเกิดในวันที่  26 ธันวาคม 2562   สังเกตได้ทุกภูมิภาคของไทย ตั้งแต่เวลาประมาณ 10:18 - 13:57 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ดวงอาทิตย์ถูกบังมากที่สุดบริเวณภาคใต้ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประมาณร้อยละ 81      

สำหรับเรื่องเด่นทางดาราศาสตร์เรื่องที่เจ็ดคือ  ปรากฎการณ์ ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้-ไกลโลกที่สุดในรอบปี ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี หรือ ซูเปอร์  ฟูลมูน (Super Full Moon) ในวันที่  19 กุมภาพันธ์  2562 และ ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี หรือ ไมโครฟูลมูน (Micro Full Moon)  ในวันที่  14 กันยายน 2562
 
ส่วนเรื่องที่แปดคือ ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ใกล้โลก  ดาวพฤหัสบดีใกล้โลก ในวันที่  10 มิถุนายน 2562 และดาวเสาร์ใกล้โลก     9 กรกฎาคม  2562   ซึ่งโอกาสดีที่จะสังเกตการณ์ได้ยาวนานตลอดคืนตั้งแต่อาทิตย์ตกลับขอบฟ้าจนถึงรุ่งเช้า   และเก้าคือปรากฎการณ์ ฝนดาวตก ที่มีให้ชมตลอดทั้งปี แต่ที่น่าจับตาได้แก่ ฝนดาวตกควอดรานติดส์ ในวันที่  3-4 มกราคม (เฉลี่ย 120 ดวงต่อชั่วโมง) ฝนดาวตกอีต้า-อควอริดส์  6-7 พฤษภาคม (เฉลี่ย 50 ดวงต่อชั่วโมง) และ ฝนดาวตกเดลต้า -  อควอริดส์  30-31 กรกฎาคม (เฉลี่ย 25 ดวงต่อชั่วโมง)        

และเรื่องสุดท้ายคือการชวนชาวไทยจับตาข้ามปี “ดาวเสาร์เคียงดาวพฤหัสบดี” (The Great Conjunction 2020)     ซึ่งดาวเสาร์และดาวพฤหัสบดีเริ่มขยับเข้าใกล้ตั้งแต่ปลายปี 2561  ก่อนที่จะเข้าใกล้กันที่สุด ในวันที่ 21 ธันวาคม 2563  โดยห่างเพียง 0.1 องศา มองด้วยตาจะเห็นเป็นดาวดวงเดียวกัน ซึ่งนับเป็นการเข้าใกล้กันมากที่สุดในรอบ 397 ปี

ดร. ศรัณย์ กล่าวอีกว่า นอกจาก 10 เรื่องดาราศาสตร์ที่น่าติดตาม ปี 2562 ยังเป็นปีแห่งวาระพิเศษที่ สดร. ดำเนินงานครบรอบ 10 ปี การดำเนินงานที่ผ่านมา สถาบันฯ ได้เน้นการพัฒนาองค์ความรู้ดาราศาสตร์ พัฒนาบุคลากร สร้างความตระหนักและความตื่นตัวทางดาราศาสตร์ ตลอดจนประสานความร่วมมือกับเครือข่ายดาราศาสตร์ระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยี พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้ดาราศาสตร์ สร้างแรงบันดาลใจใฝ่รู้วิทยาศาสตร์ให้แก่เยาวชน นับเป็นการเสริมความเข้มแข็งด้านองค์ความรู้ใน  ทุกระดับ  และสถาบันฯ จะยังคงเดินหน้าใช้เทคโนโลยีดาราศาสตร์เป็นเครื่องมือพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างคนเก่งมาช่วยขับเคลื่อนประเทศชาติต่อไป

แหล่งที่มา: 
https://www.dailynews.co.th/it/683409
ภาพประกอบ: 

ดวงจันทร์ มีผลกับสภาพอากาศบนโลก

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, November 27, 2018
รายละเอียด: 

เมื่อมีวัตถุที่มีมวลมหาศาลอยู่ใกล้กันย่อมมีแรงดึงดูดกระทำต่อกัน หรือที่เรียกว่า แรงโน้มถ่วง ซึ่งแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ทำให้เกิดแรงที่เรียกว่า
แรงไทเดล (Tidal force) ซึ่งส่งผลต่อปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อความกดอากาศ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลก และรวมถึงปริมาณน้ำฝนด้วย

จากงานวิจัยตีพิมพ์ในปี 2557 ของศาสตราจารย์โคยาม่า อาจารย์ภาควิทยาศาสตร์ชั้นบรรยากาศ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา อธิบายว่า ความกดอากาศสูง
ขึ้นเมื่อดวงจันทร์อยู่เหนือหัวหรือใต้เท้าเรา โดยแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ทำให้ชั้นบรรยากาศโป่งออก-เข้าหาดวงจันทร์ มวลของอากาศที่มารวมกันก่อให้เกิดความ
กดอากาศที่เพิ่มขึ้นและตามมาด้วย

อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย อากาศที่มีความอุ่นย่อมสามารถรับความชื้นได้สูงขึ้น ทำให้เอื้อต่อการเกิดฝนมากขึ้น
แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.washington.edu/news/2016/01/29/phases-of-the-moon-affect-amou...

เรียบเรียงโดย : นุชจริม เย็นทรวง

Hits 79 ครั้ง

วิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์ ตอน ซูเปอร์มูน

VDO Cover Image: 
ปีงบประมาณ: 
2561
Hits 113 ครั้ง
รายละเอียด: 

Subscribe to RSS - ดวงจันทร์