Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

ดวงจันทร์

อินเดียเตรียมส่งยานสำรวจดวงจันทร์อีกครั้งในปีนี้

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, January 7, 2020
รายละเอียด: 

อินเดียวางแผนที่จะเดินหน้าโครงการสำรวจอวกาศรอบใหม่ในปีนี้ หลังจากล้มเหลวไปเมื่อปีก่อน ตามการเปิดเผยของทางการอินเดีย

องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย เตรียมส่งยานสำรวจดวงจันทร์ “จันทรยาน-3” ซึ่งเป็นยานหลักที่ส่งไปยังดวงจันทร์ ก่อนจะส่งยานสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์เข้าไปเก็บชิ้นส่วนตัวอย่างบนพื้นผิวดวงจันทร์อีกทอดหนึ่ง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของโครงการจันทรยานที่ดำเนินมาเป็นรอบที่ 3 ซึ่งตั้งเป้าว่าจะปล่อยยานสำรวจลำใหม่นี้ ในเดือนพฤศจิกายน

ซึ่งหากโครงการจันทรยาน-3 สำเร็จ จะทำให้อินเดียเป็นประเทศที่ 4 ในโลก ตามหลังรัสเซีย, สหรัฐฯ และจีน ที่บรรลุภารกิจสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ และเป็นการสร้างรากฐานสำคัญของอินเดีย ในการเป็นมหาอำนาจด้านอวกาศที่ใช้ต้นทุนต่ำ โดยโครงการจันทรยาน-3 นี้ มีต้นทุน 35 ล้านดอลลาร์

ในโอกาสเดียวกันนี้ องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย เปิดเผยว่าได้คัดเลือกนักบินอวกาศ 4 คน สำหรับภารกิจโคจรรอบโลก ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า

ก่อนหน้านี้ ยานสำรวจอวกาศ จันทรยาน-2 ประสบปัญหาระหว่างการลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ที่มา https://www.voathai.com/a/india-to-launch-new-moon-mission-in-2020/52314...

Hits 8 ครั้ง

กระต่ายบนดวงจันทร์มีจริงหรือไม่?

วันที่: 
Tuesday, November 26, 2019

กระต่ายจันทร์ เป็นความเชื่อรวมกันของหลายชนชาติ ที่เชื่อว่าบนดวงจันทร์มีกระต่ายอาศัยอยู่ โดยพิจารณาจากจันทรสมุทร (หลุมดำบนดวงจันทร์) แล้วเกิดเป็นพาเรียโดเลีย (จินตภาพ) รูปกระต่ายขึ้นมา

ความเชื่อนี้มีในหลายชนชาติทั่วโลก เช่น แอฟริกา, ทิเบต, จีน, ญี่ปุ่น รวมถึงอเมริกากลางและอเมริกาใต้[1][2]

ในปกรณัมของฮินดู พระจันทร์ เทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ เป็นผู้ถือกระต่ายไว้ในพระหัตถ์ เนื่องจากคำว่ากระต่ายในภาษาสันสกฤต คือ "ศศะ" ดังนั้นจึงเรียกดวงจันทร์ว่า "ศศิน" (ศศินฺ) แปลว่า "ซึ่งมีกระต่าย"[3]

ในปกรณัมของจีน ภาพที่ปรากฏบนดวงจันทร์ คือ กระต่ายขาวกำลังตำข้าวในครก กระต่ายนี้เชื่อกันว่าเป็นผู้รับใช้เซียนหรือผู้วิเศษ โดยมีหน้าที่ปรุงยาอายุวัฒนะ หรือเป็นสัตว์เลี้ยงของฉางเอ๋อ เทพธิดาแห่งดวงจันทร์[4] [5]

ในชาดก ซึ่งเป็นนิทานของพุทธศาสนา มีเรื่องหนึ่งเล่าว่า มีชายคนหนึ่งหลงทางในป่า ขณะที่หมดสติไปเพราะความหิวและยากลำบาก มีสัตว์ป่า 3 ชนิดมาพบเข้า ได้แก่ หมี, หมาจิ้งจอก และกระต่าย สัตว์ทั้ง 3 ตกลงกันที่จะช่วยชายผู้นี้ หมีนำปลามาให้ ขณะที่หมาจิ้งจอกนำองุ่นมาให้ แต่กระต่ายไม่อาจหาอะไรมาได้ เพราะกินเป็นแต่หญ้า จึงเสียสละตัวเองกระโดดเข้ากองไฟเพื่อเป็นอาหารให้แก่ชายผู้นี้[6] พระอินทร์จึงวาดภาพกระต่ายจารึกไว้บนดวงจันทร์เพื่อระลึกถึง อย่างไรก็ตามชาดกเรื่องนี้ได้มีรายละเอียดต่างไปเล็กน้อย ๆ เช่น ชายผู้นี้บ้างก็ว่าเป็นพระพุทธเจ้า หรือเป็นพราหมณ์บ้าง หรือกระทั่งว่า กระต่ายตัวนี้คือพระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้าก็มี [7]

ในชนชาติฮอตเทนทอต ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองเร่ร่อนล่าสัตว์ ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา เรื่องราวของกระต่ายบนดวงจันทร์ช่วยอธิบายอาการปากแหว่งเพดานโหว่ ตั้งแต่เกิดของมนุษย์ ตามตำนานพระจันทร์ส่งกระต่ายลงมายังโลกเพื่อบอกกับมนุษย์ว่าเมื่อเธอตายจะกลับฟื้นขึ้นอีกครั้ง และมนุษย์ก็เช่นกัน แต่กระต่ายไม่ใส่ใจจึงจำข้อความผิด ๆ ถูก ๆ ไปบอกมนุษย์ว่า พระจันทร์ตายแล้ว จะไม่ฟื้นคืนมาใหม่ และมนุษย์ก็จะเป็นเช่นเดียวกับเธอ เมื่อพระจันทร์ทราบว่ากระต่ายทำอะไรลงไป เธอโกรธมากและพยายามจะใช้ขวานจามหัวกระต่าย แต่พลาดไปโดนริมฝีปากบนของกระต่ายแทน กระต่ายบาดเจ็บก็ตอบแทนเธอด้วยการข่วนเข้าที่ใบหน้าด้วยอุ้งเล็บ ทำให้เกิดรอยปื้นดำปรากฏบนดวงจันทร์ดังที่เห็นกันทุกวันนี้

แหล่งที่มา: 
https://th.wikipedia.org/wiki/กระต่ายจันทร์_(ความเชื่อ)
ภาพประกอบ: 

วันลอยกระทง

วันที่: 
Friday, November 8, 2019

วันลอยกระทง 2562 (Loy Krathong Festival)
ลอยกระทง เป็นพิธีอย่างหนึ่งที่มักจะทำกันในคืนวันเพ็ญ เดือน 12 หรือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 อันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง และเป็นช่วงที่น้ำหลากเต็มตลิ่ง โดยจะมีการนำดอกไม้ ธูป เทียนหรือสิ่งของใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆ ที่ไม่จมน้ำ เช่น กระทง เรือ แพ ดอกบัว ฯลฯ แล้วนำไปลอยตามลำน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์ และความเชื่อต่างๆ กัน ในปีนี้ วันลอยกระทง ตรงกับ วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562

ประเพณีลอยกระทง (Loy Krathong Festival) มิได้มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศจีน อินเดีย เขมร ลาว และพม่า ก็มีการลอยกระทงคล้ายๆ กับบ้านเรา จะต่างกันบ้าง ก็คงเป็นเรื่องรายละเอียด พิธีกรรม และความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น แม้แต่ในบ้านเราเอง การลอยกระทง ก็มาจากความเชื่อที่หลากหลายเช่นกัน ซึ่งกลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ได้รวบรวมมาบอกเล่าให้ทราบกันดังต่อไปนี้

ทำไมถึงลอยกระทง
การลอยกระทง เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า ปฏิบัติกันมาแต่เมื่อไร เพียงแต่ท้องถิ่นแต่ละแห่ง ก็จะมีจุดประสงค์และความเชื่อในการลอยกระทงแตกต่างกันไป เช่น ในเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ก็จะเป็นการบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์, เป็นบูชารอยพระพุทธบาท ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมมทา ซึ่งปัจจุบันคือแม่น้ำเนรพุททาในอินเดีย หรือต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งไปโปรดพระพุทธมารดา

วัตถุประสงค์ของวันลอยกระทง
นอกจากนี้ ลอยกระทง ก็ยังมีวัตถุประสงค์ เพื่อบูชาพระอุปคุตเถระที่บำเพ็ญบริกรรมคาถาในท้องทะเลลึก หรือสะดือทะเล บางแห่งก็ลอยกระทง เพื่อบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของตน บางแห่งก็เพื่อแสดงความขอบคุณพระแม่คงคา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งขอขมาที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป ส่วนบางท้องที่ ก็จะทำเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์ ลอยทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ และส่วนใหญ่ก็จะอธิษฐานขอสิ่งที่ตนปรารถนาไปด้วย

แหล่งที่มา: 
https://www.sanook.com/campus/910912/
ภาพประกอบ: 

อินเดียหวังปฏิบัติการสำรวจขั้วใต้ดวงจันทร์จะส่งเสริมสถานะด้านอวกาศที่ใช้ต้นทุนต่ำ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, September 3, 2019
รายละเอียด: 

เจ้าหน้าที่ด้านอวกาศของอินเดียคาดว่า ยานสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์ซึ่งแยกตัวจากยานแม่ Chandrayaan 2 ได้สำเร็จเมื่อวันจันท์ จะร่อนลงสัมผัสพื้นผิวของดาวบริวารของโลกดวงนี้ได้ในวันเสาร์ เพื่อปล่อยหุ่นยนต์ขนาดเล็กน้ำหนัก 27 กิโลกรัมออกไปสำรวจและเก็บตัวอย่างต่างๆ ทั้งจากบริเวณผิวหน้าและใต้พื้นผิว โดยใช้เวลารวม 14 วัน เพื่อพิสูจน์ยืนยันเรื่องการมีแหล่งน้ำ

บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์นี้ไม่เคยมีประเทศใดพยายามสำรวจมาก่อน

รัฐบาลอินเดียหวังว่าปฏิบัติการสำรวจดวงจันทร์ที่ว่านี้ ถ้าเป็นผลสำเร็จตามเป้าหมายจะช่วยผลักดันอินเดียให้เป็นประเทศที่สี่ในกลุ่มประเทศระดับแนวหน้าเรื่องการสำรวจดวงจันทร์ เพราะก่อนหน้านี้มีเพียงสหรัฐ รัสเซีย กับจีน เท่านั้นที่เคยส่งยานไปสำรวจดวงจันทร์

หน่วยงานด้านอวกาศของอินเดียแถลงว่า อุปกรณ์ต่างๆ บนยานอวกาศ Chandrayaan 2 ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตที่แปลว่ายานสู่ดวงจันทร์นี้ มีขีดความสามารถในการตรวจหาแหล่งน้ำที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวดวงจันทร์ได้หลายเมตร

และหากพบหลักฐานเรื่องนี้ก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการส่งมนุษย์ขึ้นไปตั้งฐานอยู่บนดวงจันทร์ได้ โดยอินเดียมีแผนจะส่งมนุษย์ขึ้นไปยังดวงจันทร์ภายในปี 2065

โครงการสำรวจดวงจันทร์ดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของอินเดียที่ใช้ต้นทุนต่ำ โดยโครงการสำรวจด้วยยาน Chandrayaan 2 นี้ใช้เงินลงทุนเพียงราว 140 ล้านดอลลาร์ ซึ่งก็เป็นค่าใช้จ่ายเพียงไม่ถึงหนึ่งในสามของงบประมาณสำรวจอวกาศของประเทศตะวันตก

Cr. : https://www.voathai.com/a/india-moon-mission-ct/5067274.html

Hits 59 ครั้ง

น้ำบนดวงจันทร์ การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์

วันที่: 
Monday, August 5, 2019

เผยโฉมครั้งแรก แผนที่น้ำบนดวงจันทร์ อันพาไปสู่โครงการอวกาศในอนาคต
 
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบราวน์ (Brown University) ได้ทำแผนที่แสดงจุดที่มีน้ำ พร้อมกับปริมาณของน้ำในแต่ละแหล่งบนพื้นผิวดวงจันทร์ขึ้นมาเป็นครั้งแรก โดยใช้ข้อมูลของยานสำรวจแอลคอร์สส์ (LCROSS - Lunar Crater Observation and Sensing Satellite) ที่ตรวจพบน้ำครั้งแรกบนดวงจันทร์ ประกอบกับอุปกรณ์สำรวจหินแร่ นำมาทำเป็นกราฟแสดงข้อมูลน้ำในชั้นผิวนอกสุดของดวงจันทร์
 
ถึงแม้ว่า น้ำที่มีอยู่บนดวงจันทร์ เมื่อเทียบแล้วมีน้อยกว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่ในสันทรายในทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดของโลก แต่ก็ดีกว่าไม่พบน้ำเลย แผนที่น้ำอันนี้จะนำไปต่อยอด โครงการอวกาศในอนาคต ทีมผู้เชี่ยวชาญยังจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเรื่องนี้โดยเฉพาะต่อไปนั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.prachachat.net/spinoff/science-technology/news-47037
ภาพประกอบ: 

ดวงจันทร์อาจเคยมีสิ่งมีชีวิต

วันที่: 
Friday, July 12, 2019

นักชีวดาราศาสตร์เสนอแนวคิดใหม่ที่ว่า
"ดวงจันทร์" อาจจะเคยมีสิ่งมีชีวิตมาก่อน!?
 
ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ได้เปิดเผยว่า ดวงจันทร์อาจเคยมีสิ่งมีชีวิตมาก่อน
 
เมื่อดวงจันทร์เกิดใหม่เริ่มเย็นตัวลงราว 4 พันล้านปีก่อน กลุ่มก๊าซร้อนและไอน้ำที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในช่วงก่อกำเนิด ได้สะสมตัวจนเป็นชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีความหนาเพียงพอจะเก็บกักรักษาน้ำในรูปของเหลวให้คงอยู่บนพื้นผิวดาวได้
 
ซึ่งคาดการณ์ได้ว่า น่าจะมีสิ่งมีชีวิตแบบพื้นฐานอย่างไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria) เกิดขึ้น โดยอาศัยกระบวนการเดียวกันกับการก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตบนโลกของเรานี่เอง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจเคยมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงราว 70 ล้านปี ก่อนที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์และไร้สิ่งมีชีวิตในที่สุด
 
เป็นไงบ้างครับสำหรับความรู้เรื่องดวงจันทร์วันนี้ แต่นี่เป็นเพียงแค่การสันนิษฐานที่ไม่ได้ยืนยันว่า ดวงจันทร์เคยมีสิ่งมีชีวิต แต่เป็นการเพิ่มข้อสังเกตเวลาสำรวจดวงจันทร์ครั้งต่อไป ให้หาร่องรอยสิ่งมีชีวิตที่อาจเคยเกิดขึ้นก็เป็นได้
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.bbc.com/thai/international-44936812
ภาพประกอบ: 

นาซ่าเตรียมส่งยาน 'ดราก้อนฟลาย' สำรวจดวงจันทร์เยือกแข็ง 'ไททัน'

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Wednesday, July 10, 2019
รายละเอียด: 

หากดูเผินๆ เเล้ว ดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์มีลักษณะคล้ายกับโลกอย่างมาก มีทะเลสาบและมหาสมุทรกระจายทั่วไปเเละมีฝนตกเป็นบางครั้งบางคราว ทำให้ทรายที่เป็นผิวหน้าของดวงจันทร์ไททันมีความเปียกชื้น

เเต่ดวงจันทร์ไททันก็เเตกต่างจากโลกเช่นกัน โดยมีความหนาวเย็นติดลบจนน้ำกลายเป็นน้ำเเข็ง เเก๊สมีเทนกลายเป็นแก๊สเหนียวเหมือนน้ำมัน พื้นทรายบนดวงจันทร์ไททันเกิดขึ้นจากวัสดุอินทรีย์ชนิดต่างๆ คือ คาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน เเละออกซิเจน ซึ่งต่างจากเม็ดทรายที่พบทั่วไปตามชายหาดบนโลก

Elizabeth Turtle หัวหน้านักวิจัยประจำโครงการ ดราก้อนฟลาย (Dragonfly) กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่น่าตื่นเต้นมากเกี่ยวกับดวงจันทร์ไททันอยู่ที่ดวงจันทร์ดวงนี้มีทั้งความเหมือนเเละความเเตกต่างจากโลก

เราไม่สามารถมองเห็นผิวหน้าของดวงจันทร์ไททันได้เพราะถูกบดบังจากชั้นบรรยากาศที่ขมุกขมัวของดวงจันทร์ดวงนี้ ซึ่งมีความหนาเเน่นมากกว่าชั้นบรรยากาศโลกสี่เท่าตัว เมื่อรวมเข้ากับเเรงดึงดูดระดับต่ำกว่าโลกถึง 1 ใน 7 ทำให้ดวงจันทร์ไททันเหมาะเเก่การสำรวจจากทางอากาศ

ยานสำรวจดราก้อนฟลายมีใบพัดสองชุด รวมสี่ใบพัด โดยวางทับด้านบนทำให้มองเเล้วเหมือนกับโดรน เพียงเเต่มีขนาดใหญ่กว่าโดรนทั่วไปมาก มีความยาวที่ประมาณ 3 เมตร เเละสูงกว่าหนึ่งเมตร

การออกแบบนี้ช่วยให้ยานสำรวจสามารถถ่ายภาพจากทั้งทางอากาศเเละจากภาคพื้นดินได้ ตลอดจนสามารถลงจอดบนพื้นผิวที่เย็นจนกลายเป็นน้ำเเข็งของดวงจันทร์ไททันได้ การสำรวจเน้นที่พื้นที่บริเวณใกล้กับจุดศูนย์สูตรของไททันที่มีเนินทรายปกคลุม ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆกับเนินทรายของทะเลทรายบนโลก

จากจุดนี้ ดราก้อนฟลายจะเริ่มการสำรวจดวงจันทร์ไททันด้วยการกระโดดกบ เพื่อตระเวณสำรวจจุดเป้าหมายต่อไปว่ามีอะไรอยู่ในบริเวณบ้าง เเล้วจะกลับมายังจุดลงจอดเพื่อวิเคราะห์ตัวอย่างของผิวหน้า ถ่ายภาพเเละตรวจหาแผ่นดินไหว หรือ titanquakes

ยานดราก้อนฟลายเดินทางไกล 8 กิโลเมตรต่อการกระโดดกบหนึ่งครั้ง ทำให้สามารถเดินทางเข้าไปถึงหลุม Selk crater ที่อยู่ห่างจากจุดลงจอดไปกว่า 100 กิโลเมตรได้

ทีมนักวิทยาศาสตร์คิดว่า ความร้อนที่เกิดจากการพุ่งชนของลูกอุกาบาตจนทำให้พื้นผิวกลายเป็นหลุม น่าจะร้อนมากจนทำให้น้ำเเข็งในเปลือกของดวงจันทร์ไททันละลาย สร้างสภาพเเวดล้อมที่มีองค์ประกอบเพียบพร้อมสำหรับสิ่งมีชีวิต

ทีมงาน ดราก้อนฟลาย ต้องการค้นหาคำตอบว่าการรวมตัวของวัสดุอินทรีย์กับน้ำที่เป็นของเหลวเเละพลังงานในรูปของความร้อน ช่วยก่อให้เกิดโมเลกุลที่มีความซับซ้อนหรือสิ่งมีชีวิตได้หรือไม่

Melissa Trainer รองหัวหน้านักวิจัยของโครงการดราก้อนฟลาย กล่าวว่า ทีมงานมีโอกาสได้สำรวจโลกอีกโลกหนึ่งที่เรารู้ว่ามีองค์ประกอบทุกอย่างที่เหมาะเเก่สิ่งมีชีวิต เเต่ต้องการรู้ว่ามีสิ่งชีวิตกำเนิดขึ้นหรือไม่

หากมีสิ่งมีชีวิตกำเนิดขึ้นบนดวงจันทร์ไททัน ยานสำรวจดราก้อนฟลายน่าจะสามารถตรวจพบได้โดยใช้อุปกรณ์ที่ช่วยเสาะหากรดอะมีโอชนิดหนึ่งที่พบในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก

ยานสำรวจดราก้อนฟลายจะถูกส่งออกไปทำงานสำรวจในปี ค.ศ. 2026 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า เเละจะเดินทางไปถึงดวงจันทร์ไททันในปี ค.ศ. 2034 โดยจะใช้เวลาเดินทางในห้วงอวกาศนาน 8 ปี

ในขณะนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์เเละวิศวกรในโครงการมีงานทำมากมายและเเม้ว่ายังต้องใช้เวลานานอีกหลายปี พวกเขามั่นใจว่างานสำรวจดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ครั้งนี้จะคุ้มค่าแก่การรอคอยอย่างเเน่นอน

(เรียบเรียงโดย ทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

Hits 55 ครั้ง

สดร. จัดชมจันทร์เต็มดวงคืนวันวสันตวิษุวัต

Hits 94 ครั้ง
URL: 
http://www.most.go.th/main/th/news/380-activity-news/8041-2019-03-22-02-40-51
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Friday, March 22, 2019
รายละเอียด: 

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดชม “ดวงจันทร์เต็มดวงคืนวันวสันตวิษุวัต” คืน 21 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา วันดังกล่าวดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกพอดีและตกทางทิศตะวันตกพอดี เรียก “วันวสันตวิษุวัต” นอกจากนี้ยังตรงกับช่วงดวงจันทร์ เต็มดวงมีระยะทางใกล้โลก ห่างประมาณ 360,761 กิโลเมตร จะสังเกตเห็นดวงจันทร์มีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย จึงเชิญชวนประชาชนร่วมส่องดวงจันทร์เต็มดวงผ่านกล้องโทรทรรศน์หลากชนิดและวัตถุท้องฟ้าอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ โอไรออนเนบิวลา กระจุกดาวลูกไก่ ดาวอังคาร ณ 3 จุดสังเกตการณ์หลักที่หอดูดาว อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก

ข้อมูลโดย : งานประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ประเภทข่าว: 
news

ตำนานกระต่ายบนดวงจันทร์

วันที่: 
Saturday, March 9, 2019

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกระต่ายตัวหนึ่งหลงรักแสงจันทร์ยามค่ำคืน จึงขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มันได้อยู่คู่ดวงจันทร์ตลอดไป เรื่องเล่านี้เหมือนเป็นตำนานของดวงจันทร์ที่เล่ากันต่อมารุ่นสู่รุ่นของคนไทย แล้วเรื่องเล่าของต่างประเทศล่ะ? มาดูกันครับ
 
ตำนานอินเดียเชื่อว่า ภาพที่เห็นบนผิวดวงจันทร์คือ “เทพแห่งดวงจันทร์” ชื่อ “จันทรา” ผู้ซึ่งถือกระต่ายไว้ในมือ เนื่องจากคำว่ากระต่ายในภาษาสันสกฤต คือ “ศศะ” ดังนั้นจึงเรียกดวงจันทร์ว่า “ศศิน” แปลว่ากระต่าย
 
ตำนานจีนเชื่อว่า ภาพที่ปรากฏบนดวงจันทร์ คือ กระต่ายกำลังตำข้าวในครก กระต่ายตัวนี้เชื่อกันว่าเป็นผู้รับใช้เซียนหรือผู้วิเศษโดยมีหน้าที่ปรุงยาอายุวัฒนะ
 
ตำนานของคนญี่ปุ่นเชื่อว่า บนดวงจันทร์มีกระต่ายอยู่คู่หนึ่ง กำลังช่วยตายายที่อาศัยอยู่บนดวงจันทร์ตำแป้งทำขนมโมจิอยู่
 
ที่ทุกประเทศเห็นเป็นกระต่ายเหมือนกันทั้งหมด เกิดมาจากมีเงาดำบริเวณหนึ่งบนดวงจันทร์ที่มีรูปร่างคล้ายกระต่าย ในคืนนี้ลองออกไปมองดวงจันทร์ แล้วมาบอกกันบ้างนะครับ ว่าเห็นเป็นรูปอะไรกันบ้าง
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.petcitiz.info/เรื่องเล่าตำนาน-กระต่าย
ภาพประกอบ: 

ดวงจันทร์ยูโรป้า Europa Moon

วันที่: 
Monday, March 4, 2019

ทำความรู้จัก ยูโรป้า (Europa Moon) หนึ่งในดวงจันทร์ของดาวเสาร์กันเถอะ
 
ยูโรป้า เป็นดาวบริวารดวงหนึ่งของดาวพฤหัสบดี ค้นพบในปี ค.ศ. 1610 โดย กาลิเลโอ กาลิเลอี มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3,000 กิโลเมตร มีบรรยากาศที่เบาบาง ประกอบไปด้วยออกซิเจนเป็นส่วนใหญ่ พื้นผิวเปลือกนอกที่เป็นน้ำแข็ง และมีน้ำ ซึ่งอยู่ในสถานะของเหลวอยู่ข้างใต้
 
และในปี ค.ศ. 2013 นาซ่า (NASA) ได้รายงานการตรวจพบแร่ธาตุที่คล้ายกับดินปะปนอยู่บนเปลือกน้ำแข็งชั้นนอกอีกด้วย
 
ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังไม่มียานอวกาศลำใดที่ลงสำรวจในดาวบริวารดวงนี้ แต่ด้วยคุณสมบัติที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำ แร่ธาตุคล้ายดิน และออกซิเจน ทำให้นาซ่าวางแผนส่งยานไปสำรวจในช่วงปี ค.ศ. 2020 ด้วยล่ะครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://th.wikipedia.org/wiki/ยูโรปา_(ดาวบริวาร)
ภาพประกอบ: 
Subscribe to RSS - ดวงจันทร์