Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

นอน

อาบน้ำร้อนก่อนนอน 1-2 ชม. ช่วยเพิ่มคุณภาพการนอน?

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, July 26, 2019
รายละเอียด: 

นักวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเท็กซัส ที่เมืองออสติน พบว่าการอาบหรือแช่น้ำร้อนก่อนเวลานอนราว 1 ถึง 2 ชั่วโมง จะช่วยให้ร่างกายปรับอุณหภูมิและช่วยเรื่องการนอนได้

เพราะโดยปกติแล้ว อุณหภูมิร่างกายของคนเราจะผันแปรไปตามเวลาของวัน และถูกควบคุมโดยนาฬิกาชีวะ หรือที่เรียกว่า circadian rhythm

และการอาบน้ำร้อนก่อนนอน 1 ถึง 2 ชั่วโมงจะช่วยกระตุ้นระบบที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายทำให้ร่างกายเย็นลง และเป็นผลดีต่อวงจรการนอน ทั้งในแง่ของการทำให้หลับได้เร็วขึ้น นานขึ้น และหลับได้ลึกมากขึ้นด้วย

คำถามคือว่า น้ำร้อนที่ว่านี้ควรจะมีอุณหภูมิเท่าใด ซึ่งนักวิจัยให้คำตอบว่าควรอยู่ระหว่าง 104 ถึง 109 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 40 ถึง 43 องศาเซลเซียส

แม้ฟังดูแล้วจะเป็นเรื่องขัดแย้งในตัวเองที่ว่า การอาบน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นก่อนนอนจะช่วยปรับอุณหภูมิของร่างกายให้เย็นลง แต่นักวิจัยบอกว่า น้ำร้อนนั้นจะช่วยให้ร่างกายเย็นลงในขณะที่น้ำเย็นกลับทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น ซึ่งทำให้มีปัญหาต่อการนอน

จากผลการศึกษาเรื่องนี้ นักวิจัยกำลังพัฒนาเตียงน้ำซึ่งจะสามารถปรับอุณหภูมิของเตียงเพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิและระดับความดันโลหิตของผู้ใช้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างคุณภาพของการนอนตลอดทั้งคืน

Hits 70 ครั้ง

นอนมาแล้วกี่คน? 'ผ้าปูเตียงฝังชิพ' เผยให้ทราบว่าซักรีดครั้งสุดท้ายเมื่อไร

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, July 19, 2019
รายละเอียด: 

จีนเปิดตัวระบบไฮเทคที่บอกให้ทราบว่าผ้าปูเตียงถูกซักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เพื่อช่วยให้นักเดินทางที่เหนื่อยล้าได้เบาใจ

ร้านบริการซักรีดในเมืองอู๋ฮั่นในภาคกลางของจีน ใช้วิธีการติดไมโครชิพลงในผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว และผ้าห่ม ซึ่งลูกค้าสามารถใช้โทรศัพท์มือถืออ่านดูวันที่ผ้าเหล่านั้นถูกซักเป็นครั้งสุดท้ายได้

สำนักข่าวซินหว่ารายงานว่า ชิพดังกล่าวจะถูกติดไว้ที่มุมหนึ่งของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ส่งไปซักที่ร้านซักรีด Wuhan Kunteng Laundry ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซักรีดแก่โรงแรมและหอพักหลายๆ แห่งของเมือง

ชิพแต่ละตัวมีรหัส QR ที่สามารถสแกนได้ด้วยโทรศัพท์มือถือ สามารถกันน้ำได้และทนต่ออุณหภูมิสูง ดังนั้นชิพเหล่านี้จะยังใช้การนานได้แม้ว่าจะผ่านการซักรีดหลายครั้งหลายหนก็ตาม

เมืองอู๋ฮั่นมีประชากรมากกว่า 10 ล้านคนและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องของประวัติศาสตร์จีน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางการขนส่งที่สำคัญภายในประเทศจีนอีกด้วย

นวัตกรรมนี้เป็นคลื่นลูกใหม่ของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วโรงแรมต่างๆ ในจีน

เมื่อปีที่แล้ว เครือโรงแรม InterContinental ร่วมมือกับ Baidu ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีจีนที่มีความเชี่ยวชาญด้านบริการค้นหาทางอินเทอร์เน็ตและปัญญาประดิษฐ์ ในการเปิดตัว “ห้องอัจฉริยะ” หรือ “Smart Rooms” ซึ่งรองรับเทคโนโลยี AI ในประเทศจีน

ความก้าวหน้าดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในโรงแรมธุรกิจขนาดใหญ่สองแห่งของประเทศ คือ InterContinental Beijing Sanlitun และ InterContinental Guangzhou ซึ่งได้เปิดตัวห้องสวีทระบบ AI จำนวน 100 ห้อง

ส่วนโรงแรมอื่นๆ เช่น โรงแรม Hangzhou Marriott Hotel Qianjiang และโรงแรม Sanya Marriott Hotel Dadonghai Bay ได้กลายเป็นโรงแรมระดับนานาชาติแห่งแรกของแมริออท ที่ใช้เทคโนโลยีระบบจดจำใบหน้าในการเช็คอินเข้าพักในโรงแรม

Hits 36 ครั้ง

งานวิจัยชี้ "เปิดไฟนอน" อาจทำให้รอบเอวเพิ่ม

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, June 14, 2019
รายละเอียด: 

รายงานการวิจัยชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ JAMA Internal Medicine ชี้ว่า การนอนหลับโดยที่เปิดไฟหรือเปิดทีวีทิ้งไว้ อาจเกี่ยวข้องกับรอบเอวของเราได้

นักวิจัยที่ National Institute of Environmental Health Science ในรัฐนอร์ธแคโรไลน่า เปิดเผยรายงานการศึกษาเรื่องผลกระทบของแสงที่มีต่อการนอน โดยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นสตรีชาวอเมริกัน 43,722 คน อายุระหว่าง 35 – 74 ปี และใช้เวลา 5 ปี (2003 – 2009) ภายใต้การวิจัยที่มีชื่อว่า Sister Study

ผลการวิจัยพบว่า การมีแสงสว่างภายในห้องตอนกลางคืน ไม่ว่าจะเป็นแสงจากหลอดไฟหรือจากทีวีที่เปิดทิ้งไว้ อาจมีความเชื่อมโยงกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มตัวอย่างเหล่านั้น

คุณเดล แซนด์เลอร์ ผู้นำการวิจัยครั้งนี้ชี้ว่า ได้ให้กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดตอบแบบสอบถาม โดยเลือกพฤติกรรมการนอนของตนเองใน 4 กลุ่ม คือ 1.นอนแบบปิดไฟ 2.เปิดไฟหัวนอนทิ้งไว้ 3.เปิดไฟไว้นอกห้อง 4.เปิดไฟสว่างหรือเปิดทีวีทิ้งไว้ในห้องนอน

ผลวิจัยชี้ให้เห็นว่า 22% ของคนที่เปิดไฟสว่างหรือเปิดทีวีทิ้งไว้ตอนนอนหลับมีโอกาสที่จะมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน และ 33% มีโอกาสที่จะเป็นโรคอ้วน

และเมื่อเจาะลึกลงไป พบว่าในกลุ่มตัวอย่างที่ 4 นี้ โดยเฉลี่ยแล้วน้ำหนักจะขึ้นราว 5 กิโลกรัมหรือมากกว่านั้น ในช่วง 5 ปีที่ทำการสำรวจ หรืออาจมีค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index – BMI) เพิ่มขึ้นราว 10% เทียบกับคนที่นอนแบบปิดไฟ

งานวิจัยชิ้นนี้ให้ตัวเลขในทำนองเดียวกับงานวิจัยเมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Clinical Endocrinology and Metabolism ที่ชี้ว่าการเปิดไฟไว้ขณะนอนหลับอาจเพิ่มค่า BMI ราว 10% เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม คุณเดล แซนด์เลอร์ ระบุว่า ข้อจำกัดของงานวิจัยชิ้นนี้คือใช้วิธีให้กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถามซึ่งมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้มาก ดังนั้นจึงแนะนำให้มีการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้

ถึงกระนั้น ดร.แนทธาเนียล วัตสัน ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาแห่ง University of Washington กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้ช่วยเน้นย้ำถึงสิ่งที่แพทย์และผู้เชี่ยวชาญพยายามแนะนำมาโดยตลอด คือการทำให้ช่วงเวลานอนหลับของเรามีประสิทธิภาพมากที่สุด และดีต่อสุขภาพมากที่สุด ด้วยการกำจัดสิ่งรบกวนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แสงไฟ ทีวี หรืออุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ทุกประเภท

(ทรงพจน์ สุภาผล เรียบเรียงรายงานจาก CNN)

Hits 51 ครั้ง

ผลการศึกษายืนยัน 'นักศึกษานอนเต็ม' ทำคะแนนดีกว่า 'นักศึกษาอดนอน

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, January 22, 2019
รายละเอียด: 

อาจารย์มหาวิทยาลัยในรัฐเท็กซัสของอเมริกา เสนอไอเดียการ “เพิ่มคะแนน” ให้กับนักศึกษาที่นอนหลับมากขึ้น เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาว

สำหรับนักเรียนนักศึกษา เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนและเกรดอันงดงาม ก็ต้องพากเพียรศึกษาเล่าเรียนทั้งในห้องเรียนและที่บ้าน หรือบางคนก็พยายามจะเป็น “อัจฉริยะข้ามคืน” ด้วยการอ่านทบทวนตำรากันแบบไม่หลับไม่นอน

สำหรับอาจารย์ไมเคิล สคัลลิน (Michael Scullin) อาจารย์ด้านจิตวิทยาและระบบประสาท จากมหาวิทยาลัย Baylor University ในรัฐเท็กซัส ผู้มุ่งเน้นการสอนบทเรียนเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิต ที่เป็นผลมาจากการขาดการนอนหลับ พบผลเสียของการขาดการพักผ่อนว่า ผู้ที่ขาดการพักผ่อนเพียงพอ จะส่งผลให้ขาดสมาธิ มีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ และเพิ่มความเสี่ยงของโรคต่างๆ ได้

ในตอนแรกนักศึกษา ก็ดูจะเข้าอกเข้าใจกับบทเรียนเรื่องการนอนหลับ แต่กลับทำตามไม่ได้สักที

อาจารย์ไมเคิล จึงกลับมาด้วยแนวคิดใหม่ที่กระตุ้นให้นักศึกษาพักผ่อนมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยการเพิ่มคะแนนในช่วงสอบปลายภาคให้กับนักศึกษา ซึ่งเป็นการสอบตัดสินอนาคตทางการเรียนวิชาของเขา

โดยกำหนดให้นักศึกษานอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวันเป็นเวลา 5 วันก่อนการสอบปลายภาค ซึ่งอาจารย์จะเพิ่มคะแนนให้ 2-3 คะแนนสำหรับการนอนหลับที่มากขึ้น ปรากฏว่าวิธีนี้ได้ผลเกินคาด

อาจารย์ไมเคิล พบว่า นักศึกษาที่นอนหลับมากขึ้นจะสามารถทำคะแนนได้ดีขึ้น แม้จะเป็นชั้นเรียนที่แตกต่างกันก็ตาม โดยพบว่า นักศึกษา 8 คน จาก 18 คนในชั้นเรียนที่เขาทำสอนที่เลือกนอนหลับมากขึ้น และสามารถทำคะแนนสอบได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้นอนหลับเพียงพอราว 5 คะแนนทีเดียว ซึ่งให้ผลเดียวกันในชั้นเรียนอื่นๆ อีกทั้งคะแนนที่ทำได้มาจากผลงานของนักศึกษาล้วนๆ ก่อนที่จะมีการเพิ่มคะแนนพิเศษให้

ด้านนายแดเนียล เบสเซเซ่น จากมหาวิทยาลัยโคโลราโด ผู้ศึกษาเรื่องการนอนหลับ สนับสนุนการศึกษาเรื่องการนอนต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา โดยบอกว่า ผู้เรียนที่พยายามเป็นอัจฉริยะข้ามคืน หรือที่เรียกว่า cram ผู้ที่อ่านหนังสือทบทวนตำราหามรุ่งหามค่ำเพื่อการสอบปลายภาค มีแนวโน้มที่จะได้ผลกระทบที่ไม่ดีนัก

แม้ว่าข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC แนะให้คนในวัยผู้ใหญ่นอนหลับอย่างน้อยวันละ 7 ชั่วโมง เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง แต่กลับมีรายงานว่าตอนนี้ชาวอเมริกันนอนหลับน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันแล้ว

ทางนายแดเนียล และอาจารย์ไมเคิล ให้คำแนะนำถึงการนอนหลับที่ดีต่อสุขภาพว่า

พ่อแม่ผู้ปกครองควรเป็นแบบอย่างในพฤติกรรมการนอนหลับที่ดีแก่เด็ก
หลีกเลี่ยงการมองหรือใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า อย่าง โทรทัศน์ หรือสมาร์ทโฟน ก่อนนอน
งดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน 6 ชั่วโมงก่อนนอน
พยายามปรับเวลานอนให้ตรงกันและเท่ากันทุกวัน
หากยังไม่สามารถนอนหลับได้หลังจากเอนกายลงบนเตียงภายใน 10 นาที ขอให้ลุกขึ้นมาเขียนสิ่งที่กำลังคิดวนอยู่ในสมองลงไปให้ เพื่อจัดการเรื่องราวรบกวนหัวใจก่อนเข้านอน

Hits 71 ครั้ง
Subscribe to RSS - นอน