Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

นาซ่า

นาซ่าเตรียมส่งยาน 'ดราก้อนฟลาย' สำรวจดวงจันทร์เยือกแข็ง 'ไททัน'

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Wednesday, July 10, 2019
รายละเอียด: 

หากดูเผินๆ เเล้ว ดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์มีลักษณะคล้ายกับโลกอย่างมาก มีทะเลสาบและมหาสมุทรกระจายทั่วไปเเละมีฝนตกเป็นบางครั้งบางคราว ทำให้ทรายที่เป็นผิวหน้าของดวงจันทร์ไททันมีความเปียกชื้น

เเต่ดวงจันทร์ไททันก็เเตกต่างจากโลกเช่นกัน โดยมีความหนาวเย็นติดลบจนน้ำกลายเป็นน้ำเเข็ง เเก๊สมีเทนกลายเป็นแก๊สเหนียวเหมือนน้ำมัน พื้นทรายบนดวงจันทร์ไททันเกิดขึ้นจากวัสดุอินทรีย์ชนิดต่างๆ คือ คาร์บอน ไฮโดรเจน ไนโตรเจน เเละออกซิเจน ซึ่งต่างจากเม็ดทรายที่พบทั่วไปตามชายหาดบนโลก

Elizabeth Turtle หัวหน้านักวิจัยประจำโครงการ ดราก้อนฟลาย (Dragonfly) กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่น่าตื่นเต้นมากเกี่ยวกับดวงจันทร์ไททันอยู่ที่ดวงจันทร์ดวงนี้มีทั้งความเหมือนเเละความเเตกต่างจากโลก

เราไม่สามารถมองเห็นผิวหน้าของดวงจันทร์ไททันได้เพราะถูกบดบังจากชั้นบรรยากาศที่ขมุกขมัวของดวงจันทร์ดวงนี้ ซึ่งมีความหนาเเน่นมากกว่าชั้นบรรยากาศโลกสี่เท่าตัว เมื่อรวมเข้ากับเเรงดึงดูดระดับต่ำกว่าโลกถึง 1 ใน 7 ทำให้ดวงจันทร์ไททันเหมาะเเก่การสำรวจจากทางอากาศ

ยานสำรวจดราก้อนฟลายมีใบพัดสองชุด รวมสี่ใบพัด โดยวางทับด้านบนทำให้มองเเล้วเหมือนกับโดรน เพียงเเต่มีขนาดใหญ่กว่าโดรนทั่วไปมาก มีความยาวที่ประมาณ 3 เมตร เเละสูงกว่าหนึ่งเมตร

การออกแบบนี้ช่วยให้ยานสำรวจสามารถถ่ายภาพจากทั้งทางอากาศเเละจากภาคพื้นดินได้ ตลอดจนสามารถลงจอดบนพื้นผิวที่เย็นจนกลายเป็นน้ำเเข็งของดวงจันทร์ไททันได้ การสำรวจเน้นที่พื้นที่บริเวณใกล้กับจุดศูนย์สูตรของไททันที่มีเนินทรายปกคลุม ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆกับเนินทรายของทะเลทรายบนโลก

จากจุดนี้ ดราก้อนฟลายจะเริ่มการสำรวจดวงจันทร์ไททันด้วยการกระโดดกบ เพื่อตระเวณสำรวจจุดเป้าหมายต่อไปว่ามีอะไรอยู่ในบริเวณบ้าง เเล้วจะกลับมายังจุดลงจอดเพื่อวิเคราะห์ตัวอย่างของผิวหน้า ถ่ายภาพเเละตรวจหาแผ่นดินไหว หรือ titanquakes

ยานดราก้อนฟลายเดินทางไกล 8 กิโลเมตรต่อการกระโดดกบหนึ่งครั้ง ทำให้สามารถเดินทางเข้าไปถึงหลุม Selk crater ที่อยู่ห่างจากจุดลงจอดไปกว่า 100 กิโลเมตรได้

ทีมนักวิทยาศาสตร์คิดว่า ความร้อนที่เกิดจากการพุ่งชนของลูกอุกาบาตจนทำให้พื้นผิวกลายเป็นหลุม น่าจะร้อนมากจนทำให้น้ำเเข็งในเปลือกของดวงจันทร์ไททันละลาย สร้างสภาพเเวดล้อมที่มีองค์ประกอบเพียบพร้อมสำหรับสิ่งมีชีวิต

ทีมงาน ดราก้อนฟลาย ต้องการค้นหาคำตอบว่าการรวมตัวของวัสดุอินทรีย์กับน้ำที่เป็นของเหลวเเละพลังงานในรูปของความร้อน ช่วยก่อให้เกิดโมเลกุลที่มีความซับซ้อนหรือสิ่งมีชีวิตได้หรือไม่

Melissa Trainer รองหัวหน้านักวิจัยของโครงการดราก้อนฟลาย กล่าวว่า ทีมงานมีโอกาสได้สำรวจโลกอีกโลกหนึ่งที่เรารู้ว่ามีองค์ประกอบทุกอย่างที่เหมาะเเก่สิ่งมีชีวิต เเต่ต้องการรู้ว่ามีสิ่งชีวิตกำเนิดขึ้นหรือไม่

หากมีสิ่งมีชีวิตกำเนิดขึ้นบนดวงจันทร์ไททัน ยานสำรวจดราก้อนฟลายน่าจะสามารถตรวจพบได้โดยใช้อุปกรณ์ที่ช่วยเสาะหากรดอะมีโอชนิดหนึ่งที่พบในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก

ยานสำรวจดราก้อนฟลายจะถูกส่งออกไปทำงานสำรวจในปี ค.ศ. 2026 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า เเละจะเดินทางไปถึงดวงจันทร์ไททันในปี ค.ศ. 2034 โดยจะใช้เวลาเดินทางในห้วงอวกาศนาน 8 ปี

ในขณะนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์เเละวิศวกรในโครงการมีงานทำมากมายและเเม้ว่ายังต้องใช้เวลานานอีกหลายปี พวกเขามั่นใจว่างานสำรวจดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ครั้งนี้จะคุ้มค่าแก่การรอคอยอย่างเเน่นอน

(เรียบเรียงโดย ทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

Hits 16 ครั้ง

ธารน้ำแข็งกรีนแลนด์เริ่มขยายตัวอีกครั้ง

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, March 29, 2019
รายละเอียด: 

รายงานขององค์การอวกาศสหรัฐฯ หรือ นาซ่า (NASA) พบว่า ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่บนเกาะกรีนแลนด์ที่เคยละลายและหดหายไปอย่างรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้เริ่มขยายตัวขึ้นอีกครั้ง

รายงานการศึกษาของนาซ่าที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Geoscience เมื่อวันจันทร์ ระบุว่า "ธารน้ำแข็งยาค็อบชาเวน (Jakobshavn)" ซึ่งเคยหดหายไปราว 3 กิโลเมตร และบางลงเกือบ 40 เมตรต่อปี ตั้งแต่ปี ค.ศ.2012 เป็นต้นมานั้น ขณะนี้ได้เริ่มขยายตัวอีกครั้งในช่วงสองปีมานี้ ในอัตราคงที่

แต่นักวิทยาศาสตร์ผู้จัดทำรายงานชิ้นนี้เชื่อว่า การขยายตัวที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์แบบชั่วคราวเท่านั้น

นักวิทยาศาตร์ด้านสภาพภูมิอากาศและธารน้ำแข็ง เจสัน บ็อกซ์ กล่าวว่า ธารน้ำแข็งยาค็อบชาเวนถือเป็นธารน้ำแข็งที่สำคัญที่สุดในกรีนแลนด์ เพราะเป็นสถานที่ที่ปล่อยน้ำแข็งออกมามากที่สุดในซีกโลกทางเหนือ

นักวิทยาศาสตร์ผู้นี้บอกด้วยว่า ที่ผ่านมาเรารู้แต่เพียงว่าธารน้ำแข็งนี้กำลังหดหายไปเรื่อยๆ ดังนั้นการที่มันขยายตัวอีกครั้งจึงสร้างความแปลกใจอย่างมาก แม้จะเป็นเพียงชั่วคราวก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าธารน้ำแข็งนี้ไม่ได้หดหายไปรวดเร็วอย่างที่คิด

คุณอลา คาร์เซนดาร์ นักธรณีวิทยาด้านธารน้ำแข็งขององค์การนาซ่า ผู้จัดทำรายงานชิ้นนี้ ชี้ว่า วงจรการไหลเวียนของน้ำตามธรรมชาติในแถบมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ คือสาเหตุหลักที่ทำให้ธารน้ำแข็งขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับความผันผวนของระดับอุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรบริเวณนั้น คล้ายกับปรากฎการณ์เอลนิญโญ่ที่เกิดในมหาสมุทรแปซิฟิก

โดยรายงานชิ้นนี้พบว่า จุดที่ธารน้ำแข็งยาค็อบชาเวนบรรจบกับมหาสมุทร คือที่อ่าวดิสโค มีอุณหภูมิของน้ำทะเลเย็นกว่าเมื่อสองปีก่อนราว 2 องศาเซลเซียส

อย่างไรก็ตาม แม้ว่านี่ถือเป็น "ข่าวดี" ในระยะสั้น แต่อาจเป็น "ข่าวร้าย" ในระยะยาว เพราะนักวิทยาศาสตร์ได้เรียนรู้ว่า อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรมีบทบาทสำคัญต่อการขยายตัวหรือหดตัวของธารน้ำแข็งมากกว่าที่เคยคิดไว้

คุณจอช วิลลิส นักภูมิอากาศวิทยาของนาซ่า กล่าวว่า หลายสิบปีที่ผ่านมา ภาวะโลกร้อนจากน้ำมือของมนุษย์ ทำให้อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้ธารน้ำแข็งนี้หดหายในอัตราที่รวดเร็วกว่าเดิมได้อีกในอนาคต และหมายถึงระดับน้ำทะเลที่อาจสูงขึ้นทั่วโลก

ด้านอาจารย์ เอียน จัคกิน แห่ง University of Washington ผู้เคยทำนายเหตุการณ์ลักษณะนี้ไว้เมื่อ 7 ปีก่อน ชี้ว่าจะเป็นเรื่องผิดพลาดร้ายแรง หากมีการแปลความหมายของการขยายตัวของธารน้ำแข็งกรีนแลนด์ในครั้งนี้ว่าเป็นความก้าวหน้าด้านการต่อสู้ภาวะโลกร้อน

เพราะในที่สุดแล้วปรากฏการณ์นี้ก็ไม่ต่างจากการที่ดัชนีหุ้นร่วงลงไปให้แตกตื่นกันเพียงชั่วครู่ชั่วยาม แต่ก็กลับขึ้นมาอีกครั้งตามแนวโน้มที่เกิดขึ้นในระยะยาว

Hits 85 ครั้ง
Subscribe to RSS - นาซ่า