Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

ปลอดภัย

รองปลัด อว. เปิดงานสัมมนา “ก้าวทัน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์”

Hits 35 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/280-2019-07-09-09-16-12
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Wednesday, July 10, 2019
รายละเอียด: 

วันนี้ (9 กรกฎาคม 25612) ณ ห้อง M01 ชั้น M อาคารอุทยานนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ/ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศท.) จัดสัมมนา “ก้าวทัน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์” ให้กับบุคลากรของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. เพื่อเป็นกรอบแนวทางการดำเนินการในการปฏิบัติงาน โดยมี นายปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดการสัมมนา พร้อมด้วย นางสาวจันทนา วงศ์เยาว์ฟ้า ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นผู้กล่าวรายงาน

งานสัมมนา “ก้าวทัน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์”ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และนายสถาพร สอนเสนา ผู้อำนวยการกลุ่มงานกฎหมายและระเบียบ กองกฎหมาย สำนักปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับ

ปัจจุบัน หน่วยงานมีการให้บริการภาครัฐ ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่า e-service มากขึ้น รวมถึงมีการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว ข้อมูลสำคัญหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ ประชาชนละการบริหารราชการ ถูกจัดเก็บและประมวลผลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น หน่วยงานภาครัฐเป็นจำนวนมากที่ยังมิได้ตระหนักถึงภัยและผลกระทบอันเนื่องจากการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์

ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐจะต้องเห็นความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในระบบสารสนเทศ โดยการอาศัยมาตรฐาน กฎหมาย กฎระเบียบ และกติกา ที่มีประสิทธิภาพทันสมัยและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์สากล เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัย ความเชื่อมั่น และคุ้มครองสิทธิให้แก่ผู้ใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกภาคส่วน เพื่อก่อให้เกิดการอำนวยความสะดวก ลดอุปสรรค เพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องต่างๆ

โดย พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จึงเป็นกลไกหนึ่งในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมีมาตรการเยียวยาเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากการถูกละเมิดสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล และ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มุ่งที่จะป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามไซเบอร์ ที่อาจกระทบต่อการให้บริการแก่ประชาชน หรือความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ

ทั้งนี้ บุคลากรภาครัฐ มีความจำเป็นที่ต้องตระหนักถึงความสำคัญของ พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับ และจำเป็นที่จะต้องทบทวนการดำเนินงานของหน่วยงาน เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. ด้วย

ประเภทข่าว: 
news

เชื่อมต่อออนไลน์ได้ปลอดภัยขึ้นกับ “Li-Fi”

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, April 25, 2019
รายละเอียด: 

ทีมวิจัยจากกองทุน National Science Foundation พัฒนาการส่งข้อมูลโดยอาศัยแสงภายในบ้าน ผ่านระบบที่เรียกว่า Li-Fi ซึ่งมีแนวคิดมาจาก เซีย โจว หัวหน้าทีมวิจัยจาก Dartmouth College ที่เปลี่ยนแสงรอบๆตัวให้กลายเป็นตัวส่งข้อมูลไร้สาย และเข้าถึงข้อมูลได้ผ่านแสงที่เปลี่ยนแปลงไป

นายโจว พบว่า การส่งข้อมูลผ่าน Li-Fi ด้วยการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์แปลงสัญญาณ จะทำให้แสง LED ทุกชนิดกลายเป็นอุปกรณ์อินเตอร์เน็ตไร้สายได้ทันที อีกทั้งยังปลอดภัยกว่า เนื่องจากแสงไม่สามารถทะลุผ่านกำแพงไปได้ นั่นหมายความว่า ผู้ใช้สามารถควบคุมการสื่อสารภายในห้องโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใช้รายอื่นเข้ามาขโมยข้อมูลจากเครือข่าย Li-Fi ได้

อย่างไรก็ตาม ข้อดีดังกล่าวก็ถือเป็นข้อด้อยของ Li-Fi ที่ไม่สามารถแชร์สัญญาณกับผู้อื่นในพื้นที่ที่แสงไม่อาจทะลุผ่านได้

Hits 90 ครั้ง

ปส. - WINS ปั้นหลักสูตรเพิ่มสมรรถนะด้านความมั่นคงปลอดภัยนิวเคลียร์

Hits 68 ครั้ง
URL: 
http://www.most.go.th/main/th/news/380-activity-news/8079-world-institute-for-nuclear-security-wins
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Monday, April 22, 2019
รายละเอียด: 

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ สถาบันโลก เพื่อความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (World Institute for Nuclear Security : WINS) สนับสนุนโดยรัฐบาลแคนาดา หารือจัดทำหลักสูตรสำหรับบุคลากรทางนิวเคลียร์ของไทย หวังเสริมสมรรถนะด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์และวัสดุกัมมันตรังสี พร้อมผลักดันความร่วมมือไทย - แคนาดาในอนาคต

วันนี้ (18 เมษายน 2562) เวลา 9.00 น. นางสุชิน อุดมสมพร ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมหารือ เรื่อง การจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ในไทย (Scoping Visit) ณ ห้องประชุม 103 ปส. ประกอบด้วยคณะผู้แทนจากรัฐบาลแคนาดา เจ้าหน้าที่ WINS บุคลากรจากภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) จำนวนกว่า 25 คน โดยจะร่วมหารือกำหนดหลักสูตรฝึกอบรมให้สอดคล้องตรงกับความต้องการของประเทศไทยมากที่สุด ซึ่งจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับความร่วมมือหรือความช่วยเหลืออื่น ๆ ที่ไทยได้รับ นอกจากนี้ ยังจะได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ รวมทั้งเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ของ ปส. สทน. และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพิ่มเติมอีกด้วย

นางสุชิน กล่าวต่อไปว่า การประชุมครั้งนี้ถือว่าเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและแคนาดาด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ที่มีมาอย่างยาวนาน รวมทั้งเป็นการปูทางสู่ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของทั้ง 2 ประเทศในอนาคต ปส. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างสูงสุดที่จะได้เร่งพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยทางนิวเคลียร์ได้เต็มศักยภาพ นำมาซึ่งประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรม เพื่อความปลอดภัยต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มความร่วมมือและประสานงานระหว่างประเทศ โทร 0 2596 7600 ต่อ 2123

ข่าวโดย : กลุ่มส่งเสริมฝึกอบรมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

ประเภทข่าว: 
news

ซินโครตรอน มั่นใจ เครื่องกำเนิดแสง ปลอดภัยอันตรายจากรังสี 100%

Hits 93 ครั้ง
URL: 
http://www.most.go.th/main/th/news/380-activity-news/7964-100
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Friday, March 8, 2019
รายละเอียด: 

“เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน” ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ที่สำคัญและได้รับการยอมรับจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ให้เป็นเครื่องมือที่มีพลานุภาพ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่สามารถสร้างคุณประโยชน์มากมายมหาศาลต่องานวิจัยทางด้านการแพทย์ การเกษตร อุตสาหกรรม และด้านอื่น ๆ เพื่อต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ใช้ในการพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจ สังคม การพัฒนาทุนมนุษย์ เป็นต้น

โครงการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV โดยสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) นี้ จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ที่เป็นบวกต่อประเทศ ซึ่งได้แก่ การสร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ ตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้างเครื่องฯ การออกแบบ การผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ตลอดจนการดำเนินงานโครงการ นอกจากนี้เมื่อโครงการแล้วเสร็จสามารถให้บริการแก่ภาคเอกชนได้ อันจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประเทศ อีกไม่น้อยกว่าปีละ 6,000 ล้านบาท

ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สราวุฒิ สุจิตจร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนที่จะจัดสร้างใน เขตนวัตกรรมในพื้นที่โครงการพิเศษภาคตะวันออกหรือ EECi มีระบบการจัดการความปลอดภัยที่ครอบคลุมในทุกด้าน โดยมุ่งเน้นไปที่การป้องกันอันตรายทางรังสีจากเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยทางอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติตามตามกฎหมายและมาตรฐานสากลควบคู่กันไปอย่างเคร่งครัด
การป้องกันอันตรายทางรังสีจากการเดินเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนนั้น เริ่มตั้งแต่การประเมินแหล่งต้นกำเนิดรังสีเพื่อนำไปสู่การออกแบบตัวกำบังรังสี ทั้งในอุโมงค์ที่ติดตั้งเครื่องเร่งอนุภาค และในวงกักเก็บอิเล็กตรอนรวมทั้งในระบบลำเลียงแสงและสถานีทดลองด้วย สำหรับการออกแบบตัวกำบังทางรังสีจำเป็นต้องอาศัยผลจากการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ ประเมินประสิทธิภาพของตัวกำบังรังสีนั้นๆ ก่อนดำเนินการก่อสร้างจริง และการทดลองตรวจวัดรังสีในระหว่างที่มีทดสอบการเดินเครื่องในภายหลังต่อไป โดยอาศัยหลักการที่ให้ผู้ปฏิบัติงานทางรังสีและผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ได้รับปริมาณรังสีให้น้อยที่สุด เป็นไปตามกฎหมายของไทยและมาตรฐานสากลของ IAEA ภายใต้การควบคุมอย่างเคร่งครัด โดยสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

จากการเดินเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน ณ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน จ.นครราชสีมา ผ่านมากว่า 20 ปี เรามีเครื่องวัดรังสีประจำที่ และมีการติดตามการได้รับรังสีของผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งผู้มาใช้บริการภายนอก ไม่พบว่ามีผู้ใดได้รับรังสีเกินระดับเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย และที่สำคัญยิ่งรังสีที่จากแสงซินโครตรอนเกิดนั้นไม่ได้เกิดจากการใช้สารรังสี หรือวัสดุกัมมันตภาพรังสี เช่น ยูเรเนี่ยมหรือ โคบอล์ท ที่เราเคยได้ยินได้ฟังจากภาพข่าวในอดีตแต่อย่างใด ซึ่งถ้าหากจะพูดให้เข้าใจได้ง่ายๆ คือ เมื่อใดที่ถอดปลั๊กไฟฟ้าของเครื่องกำเนิดแสงออกก็จะไม่มีรังสีปล่อยออกมาอีกเลย อีกทั้งชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่อาจปลดปล่อยรังสีจะถูกฝังไว้ใต้ดินอย่างมิดชิดตามหลักเกณฑ์ที่ได้มาตรฐานสากล ดังนั้นสถาบันมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนที่ปฏิบัติงาน ณ เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน รวมถึง ประชาชนและสิ่งแวดล้อม”โดยรอบของสถานที่ตั้งเครื่องกำเนิดแสงฯ ทั้งในนครราชสีมาและ EECi จ.ระยอง จะมีความปลอดภัยทั้งทางด้านความปลอดภัยทางรังสีและความปลอดภัยด้านอาชีวอนามัยอย่างแน่นอน”
“นอกจากนี้ การจัดสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนบนพื้นที่ EECi นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษา ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเบื้องต้น หรือ Initial Environmental Examination โดยได้มีการจัดทำแบบสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ ต.ป่ายุบ อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อให้ประชาชนที่อยู่โดยรอบ ได้มีส่วนร่วมเกี่ยวกับความเพียงพอของมาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาโครงการต่อผู้พักอาศัยบริเวณโดยรอบโครงการในระยะก่อสร้างและระยะดำเนินโครงการอีกด้วย” ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สราวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

ข้อมูลข่าวโดย : สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน

ประเภทข่าว: 
news

LED ชีวิตที่ดี

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, November 6, 2018
รายละเอียด: 

LED ชีวิตที่ดี
ชีวิตความเป็นอยู่ในยุคปัจจุบันนี้ การใช้พลังงานของมนุษย์มีแนวโน้มที่จะใช้กันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าที่เราทุกคนก็ต้องพึ่งพาแสงสว่างในการดำรงชีวิต หรือดำเนินธุรกิจ ตลอดจนการพัฒนาประเทศจึงจำเป็นต้องมีการขยายและต้องหาแหล่งพลังงานเพิ่ม ซึ่งนำมาสู่ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นมากจนหลีกเหลี่ยงไม่ได้เหมือนกันวันนี้จึงมีคำแนะนำในการช่วยลดการใช้พลังงานมาฝากกัน ด้วยการเปลี่ยนการใช้หลอดไฟแบบเก่ามาเป็นหลอดไฟแอลอีดี (LED) กันเถอะ

หลอดไฟ LED (Light-emitting diode) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้ากึ่งตัวนำหรือจะเรียกง่าย ๆ ว่าไดโอดเปล่งแสงโดยการพัฒนาจากอุปกรณ์เล็ก ๆ และเมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปที่ขั้วหลอดไฟ LED ก็จะสว่างขึ้นทันที ซึ่งจะต่างกับหลอดไฟแสงจันทร์ หลอดฟลูออเรสเซนต์ ที่ใช้ตามบ้านเรือนทั่วไป

บอกข้อดีของหลอดไฟ LED กันเลย

หลอดไฟ LED เปิดปุ๊บสว่างปั๊บ ไม่ต้องรอเวลาหลังจากเปิดเหมือนกับหลอดฟลูออเรสเซนต์และหลอดแสงจันทร์ จึงช่วยประหยัดค่าไฟได้ เราสามารถใช้หลอดไฟ LED แทนหลอดประหยัดไฟแบบหลอดตะเกียบได้เลย เพราะถูกออกแบบขั้วหลอดให้ใช้ทดแทนกันได้ (แต่รอให้หลอดตะเกียบหมดอายุก่อนก็ได้นะ แล้วค่อยเปลี่ยน) หลอดไฟ LED สามารถควบคุมการกระจายแสงได้ เพราะถูกออกแบบมาเพื่อให้ควบคุมทิศทางการกระจายแสงได้ตามต้องการ จึงทำให้มีประสิทธิภาพสูง หลอดไฟ LED มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดแบบเก่า โดยมีอายุการใช้งานได้ถึง 60,000 ชั่วโมง โดยความสว่างของหลอดไม่ลดลง และที่สำคัญ หลอดไฟ LED ไม่มีการแพร่กระจายของรังสี UV แต่อย่างใด
ซึ่งปลอดภัยกว่าหลอดไฟรุ่นเก่าแถมยังไม่มีส่วนผสมของสารปรอทหรือสารพิษ จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมอีกด้วยหลอดไฟ LED สามารถลดภาวะโลกร้อนได้ เพราะช่วยลดพลังงาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่สูญเสียไปโดยไม่จำเป็นได้อย่างแท้จริง เราควรหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาโลกร้อน ปัญหาพลังงาน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ด้วยการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED เพิ่มขึ้นเพื่อชีวิตที่ดี

แหล่งอ้างอิง

http://www.changsinled.com/article
http://www.klcbright.com/articles.php

Hits 96 ครั้ง

รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากวอชิงตัน ประจำเดือนเมษายน ฉบับที่ 4/2560

Subscribe to RSS - ปลอดภัย