Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

ปัญหา

รู้จัก 'ม่านสาหร่าย' นวัตกรรมใหม่แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, July 30, 2019
รายละเอียด: 

ม่านสาหร่ายที่ถูกเรียกว่า biocurtains เป็นสิ่งประดิษฐ์กึ่งวิศวกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและกึ่งศิลปะ โดยผ้าม่านที่ได้รับการออกแบบไม่เหมือนใครนี้จะถูกเติมด้วยสาหร่ายที่ช่วยดูดคาร์บอนและปล่อยออกซิเจนออกมา

ม่านสาหร่ายนี้ยังอาจเป็นองค์ประกอบเล็กๆ ในด้านวิศวกรรม ที่ช่วยในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงอีกด้วย

เจลชีวภาพสีเขียวเป็นสาหร่ายที่มีชีวิต ซึ่งดำรงชีวิตอยู่ด้วยคาร์บอนเป็นหลัก และช่วยปล่อยออกซิเจนออกมาสู่บรรยากาศ โดยเจลสีเขียวนี้จะถูกปั๊มส่งเข้าไปในม่านที่แขวนอยู่บนผนังกลางแจ้ง

Marco Poletto จาก ecoLogicStudio ซึ่งเป็นผู้ปั๊มเจลสีเขียวเข้าไปในม่านนี้กล่าวว่า Cyanobacteria เป็นสาหร่ายขนาดเล็ก เซลล์ขนาดเล็กๆ นี้เป็นเครื่องสังเคราะห์แสงที่ทรงพลังมาก พวกมันจะแปลงพลังงานจากดวงอาทิตย์และดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ อนุภาค และก๊าซต่างๆ ในอากาศ และกักรวมสิ่งเหล่านั้นไว้ในตัวเอง

และว่า ไบโอเจลในปริมาณหนึ่งตารางเมตรสามารถดูดคาร์บอนได้วันละ 31 กรัม และปล่อยออกซิเจนได้วันละ 24 กรัม

Poletto และเพื่อนร่วมงาน กล่าวว่า คาร์บอนไม่ได้ถูกนำไปเก็บไว้เพียงเท่านั้น แต่ยังถูกนำไปเปลี่ยนเป็นมวลชีวภาพเพื่อใช้เรื่องของอาหาร สุขภาพ อย่างเช่นในอุตสาหกรรมความสวยความงาม อุตสาหกรรมยา หรือนำไปใช้เป็นพลังงานได้

แต่เจลชีวภาพนี้เมื่อถูกนำไปใส่ในผ้าม่านแล้วจะไม่ได้คงอยู่ตลอดไป คือต้องมีการเปลี่ยนใหม่ทุกๆ สองสัปดาห์

ม่านสาหร่ายนี้ได้ถูกติดตั้งไว้ในอาคารหลายแห่งในยุโรป และถูกนำไปแสดงในงานนิทรรศการด้านเทคโนโลยีในกรุงปารีส

ทั้ง นี้ทางบริษัทสามารถสร้างม่านที่กำหนดขนาดเองได้ทุกที่ตั้งแต่ 300 ถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่

Hits 10 ครั้ง

ดร.อัจฉรา รองปลัด อว. เป็นประธานเปิดงาน ความร่วมมือระหว่าง ไฟเซอร์และซีโอฮุน รุกจัดการปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ

Hits 12 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/282-mhesi-seaohun-10-7-62
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Thursday, July 11, 2019
รายละเอียด: 

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2562) บริษัทไฟเซอร์ประเทศไทยและเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia One Health University Network) หรือ "ซีโอฮุน" (SEAOHUN) ซึ่งมีเครือข่ายมหาวิทยาลัย 72 แห่งในแถบภูมิภาคอาเซียน ร่วมสร้างศักยภาพการ
ดำเนินงานสุขภาพหนึ่งเดียว หรือ One Health พร้อมร่วมประกาศเจตจำนงจัดการภัยคุกคามอันเกิดจากการดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย ด้วยการควบคุมกำกับดูแลการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการให้ความรู้และฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขชุมชนทั่วประเทศไทยรวมถึง
ประเทศสมาชิกภายในเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างการใช้ยาปฏิชีวนะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมี ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน

สำหรับการประกาศเจตจำนงร่วมกันครั้งนี้ระหว่างบริษัท ไฟเซอร์ ประเทศไทย และซีโอฮุน นับว่าสอดรับกับ "แผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ.2560-2564" ซึ่งครอบคลุมประเด็นการเฝ้าระวัง การควบคุมกำกับดูแลการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม ทั้งในการแพทย์การสาธารณสุข การสัตวแพทย์ และการเกษตรรวมไปถึงการกำหนดกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวกับการกระจายยาต้านจุลชีพ ทั้งรวมถึงการเพิ่มพูนความรู้ความตระหนักรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดื้อยาต้านจุลชีพ

ความร่วมมือระหว่างซีโอฮุนและไฟเซอร์ในครั้งนี้ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับ บริษัท ไฟเซอร์ ได้ยกระดับการดำเนินงานด้านการแบ่งปันความรู้และการพัฒนาขีดความสามารถ ผ่านการเผยแพร่ความรู้ด้านการแพทย์อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการร่วมจัดทำสื่อการให้ความรู้ และการดำเนินกลยุทธ์ในด้านการควบคุมกำกับดูแลการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม โดยมีหน่วยงานเครือข่ายของซีโอฮุนเป็นศูนย์กลางสำหรับการเผยแพร่ความรู้ต่างๆ ภายในกลุ่มประเทศสมาชิกเพื่อช่วยยกระดับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการดื้อยาต้านจุลชีพ

ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ภารกิจของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) คือ การปรับปรุงประสิทธิภาพของ R&D และปรับปรุงเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเป็นการริเริ่ม ความร่วมมือของ Pfizer และ SEAOUN ที่พัฒนายาปฏิชีวนะสําหรับอาชีพการรักษาทางการแพทย์

นอกจากนี้ ยังมีองค์กรภายใต้กระทรวง อว. ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) ที่ร่วมกันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงเกี่ยวกับ AMR ซึ่งนอกจากจะเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างความร่วมมือที่มีอยู่แล้วนั้น ยังพัฒนาความร่วมมือใหม่ให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย ถือเป็นเรื่องที่น่าดีใจ ที่ในอนาคตเราจะมีความสามารถในการทํางานร่วมกันอย่างแข็งแกร่งในสาขา AMR ระหว่างพวกเรา นอกจากนี้ ข้อตกลงนี้ยังสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติสําหรับการต่อต้านเชื้อโรคในประเทศไทย รวมถึงการตรวจสอบ AML และการบริหารจัดการแอนติบอดี (AMS) การเพิ่มความรู้และการรับรู้เกี่ยวกับการรักษาแอนตี้บอดี เพื่อมนุษย์ สัตว์ และเกษตรกรรม ทั้งนี้ ทางกระทรวง อว. มีความยินดีที่จะสนับสนุนความร่วมมือในครั้งนี้ต่อไป

นางสาวซูซาน ซิลเบอร์มันน์ ประธานกรรมการ บริษัทไฟเซอร์ อิงค์ (ตลาดเกิดใหม่) กล่าวว่า "ไฟเซอร์ มุ่งมั่นที่จะป้องกัน และช่วยเหลือผู้ป่วยในทุกระยะเพื่อต่อสู้กับโรคติดเชื้อร้ายแรงซึ่งอาจเป็นภัยคุกคามถึงชีวิต ทั้งนี้ไฟเซอร์เชื่อว่า หน้าที่ความรับผิดชอบขององค์กรนั้น มิใช่เพียงแค่ผลิตและสนับสนุนให้มีการเข้าถึงยาปฏิชีวนะและวัคซีน แต่บริษัท ไฟเซอร์ ยังร่วมมือกับภาครัฐ สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ รวมถึงชุมชนสาธารณสุขขนาดใหญ่ บริษัทไฟเซอร์ ตระหนักดีว่า ทุกภาคส่วนต่างมีบทบาทอันสำคัญยิ่งต่อความพยายามในการร่วมมือกัน เพื่อแก้ไขปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ ความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไฟเซอร์ กับ ซีโอฮุน จึงเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัท ไฟเซอร์ ในการต่อสู้กับภัยคุกคามจากการดื้อยาต้านจุลชีพทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

ดร.วิพัฒน์ คุรุจิตธรรม กรรมการบริหารเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือซีโอฮุน กล่าวว่า "ความร่วมมือระหว่างซีโอฮุนและไฟเซอร์ จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถของผู้เชี่ยวชาญ ระบบสุขภาพหนึ่งเดียวในด้านการดื้อยาต้านจุลชีพ โดยเชื่อว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกขนนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภารกิจในการต่อสู้กับปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพทั้งในประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"

ประเภทข่าว: 
news

แดนกีวีเริ่มแล้ว! แบนถุงพลาสติก ฝ่าฝืนปรับกว่า 2 ล้านบาท

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Monday, July 8, 2019
รายละเอียด: 

มาตรการห้ามใช้ถุงพลาสติกเริ่มมีผลบังคับใช้แล้วทั่วนิวซีแลนด์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป โดยหากพบว่าห้างร้านไหนยังให้ถุงพลาสติกแก่ลูกค้า อาจถูกลงโทษปรับไม่เกิน $67,000 หรือราว 2 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์หลายคนบอกว่ามาตรการนี้ยังคงน้อยเกินไปสำหรับการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในนิวซีแลนด์

แต่ละปี ชาวนิวซีแลนด์ใช้ถุงพลาสติกราว 750 ล้านชิ้น ซึ่งผลสำรวจชี้ว่าประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนมาตรการห้ามใช้ถุงพลาสติกที่รัฐบาลนิวซีแลนด์บอกว่าเป็นตัวการสำคัญในการทำลายสิ่งแวดล้อม

รัฐบาลแดนกีวีขอให้ประชาชนรายงานต่อทางการทันทีหากพบว่าห้างหรือร้านไหนที่ยังคงให้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งแก่ลูกค้าอยู่ นอกจากนี้จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปสุ่มตรวจตามร้านต่างๆ เป็นประจำ

ยูจีนี เซจ ผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า คำสั่งแบนครั้งนี้คือส่วนหนึ่งของมาตรการกำจัด "วัฒนธรรมการทิ้งขยะ" ของนิวซีแลนด์

เธอบอกด้วยว่า คนรุ่นเก่าแก่ อย่างเช่นคุณยายของเธอนั้นแทบไม่ต้องใช้ถุงพลาสติกเวลาไปจ่ายตลาดหรือซื้อของ มาตรการนี้จึงเหมือนเป็นการย้อนไปสู่วัฒนธรรมแบบเดิมที่เรายังใช้ถุงพลาสติกไม่มากนัก

นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ จาซินดา อาร์เดิร์น ประกาศมาตรการห้ามใช้ถุงพลาสติกมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยคำสั่งที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ครอบคลุมถึงถุงพลาสติกบางที่มีความหนาไม่ถึง 70 ไมครอน แต่ทางการยังคงยกเว้นให้ใช้ถุงขยะ ถุงผ้าร่ม และถุงสำหรับเก็บของเสียของสุนัขและสัตว์เลี้ยงต่างๆ

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์นโยบายนี้บอกว่าช่องโหว่ที่เกิดจากมาตรการดังกล่าวคือ ห้างร้านต่างๆ จะสามารถขายถุงพลาสติกแบบหนาที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้มากขึ้น ซึ่งถุงพลาสติกดังกล่าวสามารถเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าถุงพลาสติกแบบบาง เพราะใช้เวลาย่อยสลายนานกว่า

ปัจจุบันมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก รวมทั้ง จีนและฝรั่งเศส ได้ใช้กฎหมายจำกัดหรือห้ามใช้ถุงพลาสติกแบบที่นิวซีแลนด์นำมาใช้ในขณะนี้ และอีกหลายประเทศ รวมทั้ง แคนาดา ที่กำลังจะนำมาใช้เร็วๆ นี้เช่นกัน

Hits 14 ครั้ง

พบปัญหา "เฟสบุ๊ก-ทวิตเตอร์" ล่มทั่วโลกหลายชั่วโมง!

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, July 5, 2019
รายละเอียด: 

สื่อสังคมออนไลน์เฟสบุ๊ก อินสตาแกรม วอทส์แอพ และทวิตเตอร์ เกิดเหตุขัดข้องทั่วโลกร่วมหลายชั่วโมงในวันพุธ ตามรายงานของซีเอ็นเอ็นและบีบีซี

ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เฟสบุ๊ก, เฟสบุ๊ก แมสเซนเจอร์, อินสตาแกรม วอทส์แอพ เกิดข้อขัดข้องที่ไม่สามารถโพสต์ภาพนิ่ง คลิปวิดีโอ หรือแนบไฟล์เอกสารออนไลน์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียดังกล่าวได้

ขณะที่ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า สื่อสังคมออนไลน์ ทวิตเตอร์ เกิดข้อขัดข้องในการส่งข้อความส่วนตัว หรือ direct message และระบบการแจ้งเตือนในทวิตเตอร์ ซึ่งทางทวิตเตอร์ได้ทวีตข้อความถึงเหตุขัดข้องดังกล่าว และว่าจะเร่งแก้ไขโดยเร็วที่สุด

ทางผู้บริหารเฟสบุ๊ก ซึ่งเป็นเจ้าของ 3 แอพพลิเคชันสื่อสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้หลายพันล้านคน เปิดเผยกับบีบีซีว่า กำลังหาทางแก้ไขข้อขัดข้องดังกล่าวอย่างรวดเร็วที่สุด

โดยขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของความขัดข้องล่าสุดที่เกิดขึ้นกับสื่อสังคมออนไลน์ทั่วโลกเมื่อวันพุธ แต่ทางเฟสบุ๊กยืนยันว่าไม่ได้มาจากการโจมตีบนโลกไซเบอร์อย่างที่กังวล ขณะที่ทวิตเตอร์ไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุของความขัดข้องนี้

รายงานระบุด้วยว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาขัดข้องนี้มากที่สุด คือ สหรัฐฯ ยุโรป และอเมริกาใต้ ซึ่งเริ่มเกิดปัญหาในการเข้าเฟสบุ๊กตั้งแต่ช่วงเช้าวันพุธตามเวลาในสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เฟสบุ๊กและอินสตาแกรม เคยเกิดภาวะขัดข้องเกือบ 24 ชั่วโมง นับว่ายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งสื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้ขึ้นมา และในเดือนเมษายนก็เกิดปัญหาขัดข้องขึ้นอีกครั้งและกับแอพพลิเคชั่นวอทส์แอพด้วย

Hits 13 ครั้ง

502 Bad Gateway คืออะไร แก้อย่างไร? สำหรับผู้ชมเว็บ

วันที่เผยแพร่: 
Monday, July 9, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.it24hrs.com/2018/502-bad-gateway-fix/
รายละเอียด: 

502 Bad Gateway ที่คุณอาจเจอบ่อยในกรณีมีคนอื่นเข้าชมเว็บไซต์นั้นเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน อันเนื่องมาจากการแย่งคลิกบัตรชมการแสดงคอนเสิร์ต การแย่งจองบัตรโดยสารเครื่องบิน บัตรชมภาพยนตร์ หรือการแย่งซื้อสินค้าทางออนไลน์จนเกิดปัญหาขึ้นมา แล้วปัญหานี้มันคืออะไร และเราควรทำอย่างไรเพื่อให้สามารถชมเว็บหน้านั้นได้

502 Bad Gateway

502 Bad Gateway คืออะไร

ปัญหาที่เกิดจากการที่ Server ได้รับ Error จากอีก Server หนึ่งเลยทำให้เกิด Error 502 ขึ้นมา กล่าวคือมีปัญหาในการรับส่งข้อมูลกันระหว่าง Server นั่นเอง หากเจอกรณีนี้ ผู้ชมเว็บจะทำอย่างไรได้บ้าง

Refresh หน้าเว็บไซต์เพื่อเริ่มโหลดหน้าเว็บอีกครั้ง

เริ่มจากกดปุ่ม Refresh หรือกดปุ่ม F5 เพื่อรีรันการโหลดหน้าเว็บไซต์นี้อีกครั้ง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะอาการหลุดชั่วคราวก็ได้ แต่ถ้าไม่ติดจริงๆอาจต้องลองวิธีต่อไป

502 Bad Gateway

ตรวจสอบว่าเว็บไซต์ที่เรียกนั้นล่มจริงๆมั้ย

โดยเข้าไปดูที่เว็บ isitdownrightnow.com และ downforeveryoneorjustme.com หากขึ้นไฟเขียวแสดงว่าปกติ ต้องลองเข้าเว็บเดิมนั้นอีกครั้ง แต่ถ้าขึ้นรายงานว่าเว็บนั้นล่มจริงๆ จะต้องรอสักพักแล้วเข้าเว็บไซต์นั้นใหม่ หรือจะลองวิธีต่อไปด้านล่าง

ลองใช้เว็บเบราว์เซอร์ตัวอื่น

เช่น Microsoft Edge, Opera, Firefox เข้าชมหน้าเว็บไซต์ที่คุณต้องการชมแต่มีปัญหา ซึ่งถ้าไม่มีปัญหาก็ต้องรันหน้าเว็บไซต์นั้นได้

502 Bad Gateway

จัดการเคลีย Cache และ Cookies

หากยังไม่ทำงานละก็ เป็นไปได้ว่าเว็บเบราว์เซอร์เผลอจำ Cache ไว้ก็ให้ทำการเคลียร์ Cache และลบ Cookies บนเว็บเบราว์เซอร์ให้หมด แล้วลองเข้าเว็บไซต์นั้น

ลองรีสตาร์ทเครื่อง แล้วเข้าเรียกหน้าเว็บไซต์ใหม่

หากทำบนเว็บเบราว์เซอร์ใช้เครื่องมือตามวิธีข้างต้นแล้ว แต่ไม่ได้ผล วิธีสุดท้ายที่อาจได้ผลก็คือการรีสตาร์ทเครื่องใหม่ แล้วรันหน้าเว็บอีกครั้ง เพื่อให้เครื่องคอมของคุณได้ทำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต Wi-Fi , Router ใหม่ แล้วเริ่มเข้าเว็บไซต์ที่เป็นปัญหานั้น

อย่างไรก็ตามปัญหานี้ก็ต้องมาลุ้นฝั่งทาง Servers หรือ HOST ของเว็บที่เราจะเข้าชมนั้นด้วย เพราะอาจไม่ได้เป็นที่ฝั่งผู้ชมเว็บไซต์เสมอไปแต่ทั้งหมดนี้คือวิธีเบื้องต้นในระหว่างที่ขึ้นหน้าจอ 502 แบบนี้เพราะปัญหาอาจเป็นไปได้หลายปัจจัย หนึ่งในนั้นอาจเป็นที่เครื่องเราเองก็ได้

Hits 104 ครั้ง
Subscribe to RSS - ปัญหา