Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

พยากรณ์

ระบบพยากรณ์อากาศ 'แม่นยำสูง' กำลังขยายไปทั่วโลก

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Wednesday, December 4, 2019
รายละเอียด: 

เคยไหมที่พยากรณ์อากาศบอกพรุ่งนี้จะหนาว ปรากฏเอาเข้าจริงร้อนมาก? หรือบอกจะแดดจ้า เรากลับเจอพายุฝน? นี่นับเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับหลาย ๆ ธุรกิจ หลาย ๆ อุตสาหกรรม ข้อมูลสภาพอากาศที่แม่นยำมีความจำเป็นอย่างมาก

แต่อีกไม่นานระบบการพยากรณ์อากาศแบบที่เรียกว่า high-resolution กำลังจะครอบคลุมทั่วโลก

บริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง IBM กำลังจะทำให้การพยากรณ์อากาศที่มีความแม่นยำสูงเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น ให้สอดคล้องกับสภาวะอากาศทั่วโลกที่มีความแปรปรวน จากเดิมที่การวิเคราะห์สภาพอากาศแบบความละเอียดสูงนี้ใช้ในประเทศพัฒนาแล้วเท่านั้น เช่น ประเทศสหรัฐฯ ประเทศญี่ปุ่น และประเทศในยุโรป เป็นต้น

เชื่อว่าระบบนี้จะช่วยให้ผู้คนรับมือกับสภาพอากาศฉุกเฉิน อย่างเช่น พายุที่มีความรุนแรง ได้ดียิ่งขึ้น นักบินจะสามารถเลือกเส้นทางบินได้เหมาะสม เกษตรกรจะวางแผนการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวได้ถูกต้อง รวมถึงช่วยให้ผู้คนที่สัญจรไปมาในแต่ละวันดูแลตัวเองได้ดีขึ้น

ระบบพยากรณ์อากาศทั่วไปจะมีความละเอียดที่ 10-15 ตารางกิโลเมตร และจะปรับข้อมูลให้ทันสถานการณ์ทุก ๆ 6-12 ชั่วโมง แต่ระบบ Global High-Resolution Atmospheric Forecasting System หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า GRAF จากบริษัท IBM จะใช้ความละเอียดที่ 3 ตารางกิโลเมตรและปรับข้อมูลทุก ๆ 1 ชั่วโมง โดยระบบ GRAF จะทำงานด้วย Supercomputer ที่มีสมรรถนะสูง

เควิน เพตตี้ ผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์และพยากรณ์อากาศของบริษัท The Weather Company ที่มีบริษัท IBM เป็นเจ้าของระบุว่า ระบบนี้จะให้รายละเอียดของสภาพอากาศแบบที่เราไม่เคยได้เห็นในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างเช่น ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา และอเมริกาใต้

เพตตี้บอกว่า “ระบบจะให้รายละเอียดที่ตรงกับเป้าหมายมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้น”

เขายังบอกกับวีโอเอเพิ่มเติมว่า “เรามาถึงจุดที่คอมพิวเตอร์มีศักยภาพมากพอที่จะประมวลผลระดับรายละเอียดสูง ทำให้เราสามารถขยายพื้นที่ไปทั่วโลก และให้ข้อมูลนี้กับคนที่จำเป็นเพื่อนำไปใช้งาน”

ทางด้าน เฟรด คาร์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านอุตุนิยมวิทยาจาก มหาวิทยาลัย University of Oklahoma ได้อธิบายว่า ระบบการพยากรณ์อากาศแบบความละเอียดสูงหรือ high-resolution นี้มีใช้ในประเทศสหรัฐฯ เป็นระบบที่ใช้เวลาการประมวลผลจากคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมาก และการขยายระบบนี้ไปใช้งานทั่วโลก ถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ

ศาสตราจารย์คาร์ยังพูดถึงจุดสำคัญของระบบว่า ความแม่นยำของการพยากรณ์นั้นสัมพันธ์กับการเก็บข้อมูล โดยเขาบอกว่า ในสหรัฐฯ การเก็บข้อมูลสภาพอากาศจากเรดาห์ จากสายการบิน และจากภาคพื้น สามารถทำได้ไม่ยาก แต่ตัวเขาเองไม่ทราบว่าทางบริษัท IBM ใช้วิธีในการเก็บข้อมูลอย่างไรในพื้นที่กว่า 98% ของโลก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังไม่เคยใช้ระบบนี้มาก่อน เขาเชื่อว่าในเบื้องต้นข้อมูลอาจจะขาดความแม่นยำ เพราะการเก็บข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์

ในอนาคตบริษัท IBM วางแผนพัฒนาความแม่นยำ โดยจะเก็บข้อมูลจาก “เซนเซอร์วัดความดันบรรยากาศ” ที่ติดตั้งในสมาร์ทโฟนทั่วไป และจะให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกว่าจะป้อนข้อมูลนี้ให้ระบบหรือไม่

แม้ปัจจุบันบริษัทระบุว่ายังไม่ได้ใช้ข้อมูลประเภทนี้ แต่ก็สร้างความกังวลในประเด็นสิทธิความเป็นส่วนตัว

อย่างล่าสุด หน่วยงานจากมหานครลอสแอนเจลิสได้ฟ้องบริษัท IBM จากการกรณีใช้ข้อมูลระบุพื้นที่ของผู้ใช้งาน แอพลิเคชั่น “Weather Channel” อย่างไม่เหมาะสม

ที่มา https://www.voathai.com/a/weather-forecast-ks/5190512.html

Hits 20 ครั้ง

อว. เปิดตัวศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ รับมือวิกฤติฝุ่น PM 2.5 รายงานสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ แถมพยากรณ์ล่วงหน้า 3 วัน จับมือกระทรวงสาธารณสุข ติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่โรงพยาบาลทั่วประเทศ 8,000 แห่ง

Hits 28 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/546-pm-2-5-3-8-000
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Friday, October 18, 2019
รายละเอียด: 

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2562 ได้มีมติจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ (NRCT Air Quality Information Center, NRCT AQC) เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 รวมทั้งสถานการณ์มลพิษทางอากาศ ซึ่งมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงปลายปีนี้และต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า โดยศูนย์เฝ้าระวังฯ เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย กับกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่งศูนย์เฝ้าระวังฯ จะรายงานสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ที่สำคัญจะมีการพยากรณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้า 3 วัน เพื่อแนะนำแนวทางการรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ล่วงหน้า โดยข้อมูลจะมีความถูกต้องแม่นยำและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างทันท่วงที ผ่านระบบข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเบ็ดเสร็จ ผ่านเว็บไซต์ https://pm2_5.nrct.go.th โดยจะแสดงผลคุณภาพอากาศจากการรวบรวมข้อมูลการรายงานค่าความเข้มข้นฝุ่นละออง PM 2.5 และ PM10 จากหลายๆ หน่วยงานทั่วประเทศ รวมจุดติดตั้งประมาณ 800 จุด ซึ่งจะนับเป็นฐานข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน (Single Database) เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลและการรายงานผลคุณภาพ โดยเฉพาะปริมาณ PM 2.5, PM10 และ Air Quality Index มีความแตกต่างกันในแต่ละหน่วยงาน/ สถานีตรวจวัด ทำให้ขาดการบูรณาการ การเชื่อมโยงข้อมูล

รมว.อว. กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับศูนย์ฝ้าระวังฯ อย่างมาก โตยเฉพาะในเรื่องของความถูกต้องทันสมัยของข้อมูล โดยได้เน้นย้ำว่าจะต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้โดยง่าย เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมการรับมือ โดยไม่ให้เกิดความตระหนกและให้ศูนย์ฯ นี้ทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเบื้องต้น อว. จะร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุขในการขยายผลและติดตั้งเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก Dustboy ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั่วประเทศ และคาดว่าจะติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศได้จำนวน 8,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาขนตระหนักและเข้าถึงข้อมูล พร้อมทั้งสามารถรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นละอองได้อย่างทันท่วงที

"โครงการระบบคุณภาพอากาศแบบเบ็ดเสร็จถือเป็นหนึ่งความสำเร็จของโครงการท้าทายไทย (Grand Challenges Thailand) เรื่อง เป็น 1 ใน 4 แพลตฟอร์มสำคัญ ซึ่ง อว. ได้มอบหมายให้ วช. ขับเคลื่อน และขยายผลต่อยอดจากแผนงานวิจัยท้าทายไทยเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควัน สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมตอบโจทย์ท้าทายของสังคม การสร้างนวัตกรรม และรูปแบบธุรกิจที่สร้างความยั่งยืน ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป" ดร. สุวิทย์ กล่าวในที่สุด

ประเภทข่าว: 
news

นักวิทย์คิดถึงในหลวง

Subscribe to RSS - พยากรณ์