Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

สารอาหาร

'ผลไม้แช่แข็ง' อาจมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าผลไม้สด

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, June 25, 2019
รายละเอียด: 

CNN รายงานผลการศึกษาซึ่งเราอาจจะไม่ทราบมาก่อนว่า ผักผลไม้แช่แข็งนั้นยังคงมีวิตามินและมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าผักผลไม้สดด้วยซ้ำ

การศึกษาของ Ali Bouzari นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร ระบุว่า การแช่แข็งอาหารนั้นดูจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะรักษาวิตามิน รวมทั้งสารเคมีต่างๆ ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารและเป็นประโยชน์ในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งผักผลไม้เหล่านี้มีอยู่

นักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพืชให้คำอธิบายว่า ผักผลไม้แช่แข็งจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าถ้าเราต้องการเก็บอาหารไว้ในระยะยาว หรือเมื่อพ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่มีผักผลไม้ต่างๆ ให้เลือกไปแล้ว ไม่ใช่การเก็บเอาไว้ช่วงสั้นๆ เพียงแค่สองสามวันเท่านั้น

เพราะการแช่แข็งด้วยวิธีใช้ไนโตรเจนในทางอุตสาหกรรมจะช่วยรักษาสารอาหารต่างๆ ในผลไม้สด ที่มักจะเสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติจากการทำปฏิกิริยากับออกซิเจน

เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งของการที่ผักผลไม้ที่ถูกแช่แข็งยังคงมีคุณค่าทางอาหารเหนือกว่าผลไม้สดก็คือ โดยทั่วไปแล้วสินค้าที่แช่แข็งนั้นมักจะถูกเก็บเกี่ยวจากไร่หรือสวนในช่วงเวลาที่มีความสุกและความพร้อมเต็มที่ หรือเรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่ peak ซึ่งวิตามินหรือสารอาหารในผักผลไม้เหล่านี้จะขึ้นถึงระดับสูงสุด เมื่อเทียบกับผักผลไม้สดที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวจากไร่สวนก่อนเวลาและป้อนสู่ท้องตลาด โดยจะต้องผ่านกระบวนการลำเลียงขนส่งมายังซุปเปอร์มาร์เก็ตก่อนที่จะให้เราเลือกซื้อและรับประทาน

ผักผลไม้เหล่านี้จะต้องถูกเก็บเกี่ยวก่อนหน้าช่วงเวลา peak หลายสัปดาห์ เพราะจะต้องเผื่อเวลาสำหรับการลำเลียงขนส่งเดินทาง ดังนั้นความพร้อมสูงสุดของคุณค่าทางอาหารและวิตามินจึงเทียบไม่ได้เท่ากับผลไม้สดที่ถูกเก็บเพื่อแช่แข็ง

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนจะมีข้อยกเว้นอย่างหนึ่งเกี่ยวกับคุณค่าทางอาหารและความอุดมด้วยวิตามินที่ผลไม้แช่แข็งอาจจะด้อยกว่าผลไม้สด คือในกรณีที่ผักไม้สดนั้นสดใหม่จริงมาจากไร่สวนที่เรียกว่า Farmers’ Market หรือตรงจากไร่สวนที่ผลิตถึงผู้บริโภคโดยตรง

เพราะผักผลไม้ประเภทนี้มักจะมีการขายและบริโภคภายในสองถึงสามวันหลังการเก็บเกี่ยวแล้ว ดังนั้นในกรณีนี้ ผักสดในลักษณะดังกล่าวจะยังคงมีความสดจริง และมีคุณค่าทางโภชนการและวิตามินมากกว่าผลไม้แช่แข็ง

Hits 28 ครั้ง

งานประชุมวิชาการสารอาหารและสารพฤกษเคมี

Hits 25 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/197-k12-6-2562-2
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Friday, June 14, 2019
รายละเอียด: 

สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดงานประชุมวิชาการสารอาหารและสารพฤกษเคมี ครั้งที่ 1 ในวันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม 2562 เวลา 08.00 - 16.00 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ

การจัดงานประชุมวิชาการครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ในด้านการวิจัยทางโภชนาการรวมไปถึงการทดสอบเพื่อประกอบการขึ้นทะเบียนกับ อย. โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซลส์ (TCELS) ฝ่ายโปรแกรมบริหารผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเสริมอาหาร, บริษัทแอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด, มูลนิธิแบรนด์เฮลธ์เพื่อการวิจัยสุขภาพของคนไทย และบริษัท ทิปโก้ เอฟแอนด์บี จำกัด ในความร่วมมือครั้งนี้ ทีเซลส์ยังให้การสนับสนุนการวิจัยที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ และรองรับการเกิดอุตสาหกรรมโภชนพันธุศาสตร์ต่อไปในอนาคต

> สนใจลงทะเบียนได้ที่ : https://forms.gle/bs6fastPB3xpjXk78

> ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 26 กรกฎาคม 2562

ประเภทข่าว: 
news

เรื่อง กล้วย ตัวช่วยให้หลับสบาย

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, December 7, 2018
รายละเอียด: 

กล้วยเป็นแหล่งอาหารที่ราคาถูก แต่อุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยในการการนอนหลับได้เป็นอย่างดี เช่น แมกนีเซียมและโพแทสเซียม ที่ช่วยในการคลายกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ กล้วยยังมี ทริปโตแฟน(tryptophan) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของการสร้าง เซเรโทนิน (serotonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ควบคุมการนอนหลับ ซึ่งถ้าหากร่างกายของเรามีระดับเซโรโทนินลดลง จะส่งผลให้รู้สึกกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ และทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียขึ้น ดังนั้น การรับประทานกล้วยหอมหรือกล้วยน้ำว้าก่อนนอนจึงเปรียบเสมือนการเติมเซโรโทนินให้กับร่างกาย ทำให้ร่างกายและสมองของเรารู้สึกผ่อนคลายและทำให้เราหลับง่ายขึ้น ดังนั้น หากคืนไหนที่เรานอนไม่หลับ การทานกล้วยก็อาจเป็นอีกตัวช่วยหนี่งที่ทำให้เรานอนหลับได้อย่างสบายตลอดค่ำคืน

Hits 56 ครั้ง

กินจิ้งหรีดช่วยเพิ่มจุลชีพในลำไส้-ลดการอักเสบทั่วร่างกาย

วันที่เผยแพร่: 
Thursday, August 16, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.bbc.com/thai/features-45077662
รายละเอียด: 

จิ้งหรีดทอด

นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันชี้ว่า จิ้งหรีดคือหนึ่งในแมลงที่นับเป็นสุดยอดอาหารหรือซูเปอร์ฟูดส์ (Super foods) อย่างแท้จริง โดยผลการวิจัยล่าสุดพบว่าการกินจิ้งหรีดช่วยให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้เติบโตเพิ่มจำนวนขึ้น ลดการอักเสบในร่างกาย และไม่เป็นอันตรายแม้กินเข้าไปในปริมาณมาก

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ของสหรัฐฯ ตีพิมพ์เผยแพร่รายงานดังกล่าวในวารสาร Scientific Reports โดยชี้ว่าจิ้งหรีดเป็นอาหารแนวใหม่ที่มีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์มากกว่าที่เคยคาดกันเอาไว้ โดยนอกจากจะมีโปรตีนสูงและมีสารอาหารอื่น ๆ แล้ว ยังช่วยเสริมสร้างให้สุขภาพร่างกายโดยรวมแข็งแรงขึ้น

มีการทดลองนำร่องในกลุ่มจำกัดเพื่อทดสอบว่าเส้นใยอาหาร (ไฟเบอร์) จากจิ้งหรีด เช่นเส้นใยอาหารที่เรียกว่าไคติน (Chitin) จะมีประโยชน์ต่อจุลชีพในร่างกายมนุษย์เป็นพิเศษหรือไม่ เพราะไฟเบอร์จากแมลงนั้นแตกต่างกับของพืชผักผลไม้โดยทั่วไปมาก แม้จะเป็นอาหารของจุลชีพในลำไส้เหมือนกันก็ตาม

ปัจจุบันมีประชากรโลกถึงราว 2,000 ล้านคนที่บริโภคแมลงเป็นประจำImage copyrightGETTY IMAGES

คำบรรยายภาพปัจจุบันมีประชากรโลกถึงราว 2,000 ล้านคนที่บริโภคแมลงเป็นประจำ

ทีมผู้วิจัยให้ชายและหญิงสุขภาพดีอายุระหว่าง 18-48 ปี จำนวน 20 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งรับประทานอาหารเช้าตามปกติ แต่อีกกลุ่มจะได้รับจิ้งหรีดแห้งบดเป็นผง 25 กรัมผสมไปกับขนมและเครื่องดื่มด้วย แล้วให้ทั้งสองกลุ่มรับประทานอาหารแบบนี้ติดต่อกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์

จากนั้นผู้วิจัยให้อาสาสมัครทั้งหมดงดรับประทานจิ้งหรีดอย่างสิ้นเชิงตลอด 2 สัปดาห์ถัดมา แล้วจึงสลับให้กลุ่มที่ไม่ได้กินจิ้งหรีดในตอนแรกเป็นฝ่ายได้รับประทานบ้างอีก 2 สัปดาห์ โดยมีการวิเคราะห์ตัวอย่างเลือด อุจจาระ และคำตอบในแบบสอบถามเรื่องระบบทางเดินอาหารของอาสาสมัครในการทดลองทุกระยะ

ผลที่ได้พบว่า อาสาสมัครทั้งสองกลุ่มมีเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญและส่งผลดีต่อสุขภาพของระบบทางเดินอาหารเพิ่มขึ้น ส่วนโปรตีนในเลือดชื่อ TNF-alpha ซึ่งสัมพันธ์กับการอักเสบ การก่อมะเร็ง และภาวะซึมเศร้านั้นกลับลดลง และที่สำคัญพบว่าจำนวนของแบคทีเรียชนิดที่มีประโยชน์ในลำไส้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งการแพทย์สมัยใหม่ถือว่าจุลชีพเหล่านี้มีบทบาทส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพร่างกายโดยรวมอย่างยิ่ง

ปัจจุบันมีประชากรโลกถึงราว 2,000 ล้านคนที่บริโภคแมลงเป็นประจำ ส่วนผู้คนในโลกตะวันตกต่างให้ความสนใจรับประทานแมลงเป็นอาหารกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการทำฟาร์มปศุสัตว์ ทั้งยังอุดมไปด้วยไขมันชนิดดี วิตามิน และแร่ธาตุ มากกว่าหมูหรือเนื้อวัวซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกายหากรับประทานในปริมาณมากเกินไป

Hits 114 ครั้ง

เนื้อสังเคราะห์ อาหารแห่งอนาคต?

วันที่เผยแพร่: 
Thursday, August 16, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.bbc.com/thai/features-45110653
รายละเอียด: 

คุณกล้าทานเนื้อที่ถูกเพาะขึ้นในห้องทดลองหรือเปล่า?

ไม่ว่าคุณจะกล้าหรือไม่ แต่แนวคิดเรื่องการใช้อาหารที่สังเคราะห์ขึ้นด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาเลี้ยงปากท้องชาวโลกกำลังใกล้ความจริงขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โลกกำลังเสี่ยงกับภาวะขาดแคลนอาหารจากประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันมีข้อมูลว่ามนุษย์เราใช้ทรัพยากรซึ่งปกติใช้ได้นาน 1 ปี หมดไปภายในเวลาเพียง 7 เดือน ขณะเดียวกันประชากรโลกก็มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 11,000 ล้านคนภายในช่วงสิ้นสุดศตวรรษนี้ ดังนั้นการผลิตอาหารให้ได้มากขึ้นจึงเป็นภารกิจสำคัญอันดับต้น ๆ ของเรา ส่งผลให้มีธุรกิจสตาร์ทอัพหลายรายหันมาผลิตเนื้อสังเคราะห์ หรือที่เรียกว่า "คลีนมีท" (clean meat) เพื่อหวังให้เป็นแหล่งอาหารแห่งอนาคตของมนุษย์

บริษัท Mosa Meat ของเนเธอร์แลนด์ ถือเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจด้านนี้ โดยเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ได้คิดค้นการผลิตเนื้อเบอร์เกอร์จากเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ในห้องทดลองขึ้นมาเป็นครั้งแรก หวังแก้ปัญหาความต้องการเนื้อสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการที่กระบวนการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์แบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ทั้งพลังงาน น้ำ และที่ดิน ซึ่งส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนปัญหาทางจริยธรรมในการเลี้ยงสัตว์เพื่อนำเนื้อมาบริโภค

ในการทดลองเมื่อ 5 ปีก่อน คณะนักวิจัยนำสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อของวัวมาเพาะโดยเติมสารอาหารและสารเร่งการเติบโต แล้วปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลาสามสัปดาห์ จนสเต็มเซลล์ได้แบ่งตัวเพิ่มนับล้านเซลล์ ก่อนจะนำสเต็มเซลล์เหล่านั้นมาแบ่งและเพาะต่อเพื่อให้ก่อตัวและประสานรวมกันเป็นกล้ามเนื้อ จากนั้นก็เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลายาวนานในการนำสเต็มเซลล์กล้ามเนื้อมาเรียงกันเป็นชั้น ใส่สี และผสมกับไขมัน จนได้ออกมาเป็นชิ้นเบอร์เกอร์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่ได้ชิมเนื้อเบอร์เกอร์ดังกล่าว บอกว่ารสชาติใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ แต่ไม่ชุ่มฉ่ำเท่า

Hits 94 ครั้ง

10 อาหารสุขภาพที่มีวิตามิน E สูง

วันที่: 
Wednesday, August 23, 2017

วิตามิน E สารอาหารจำเป็นต่อระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย และยังมีสาร antioxidant ทำให้สามารถป้องกันการถูกทำลายของเซลล์จากสารอนุมูลอิสระได้...10 อาหารสุขภาพที่มีวิตามิน E สูง

แหล่งที่มา: 
https://www.honestdocs.co/foods-high-in-vitamin-e
ภาพประกอบ: 
10 อาหารสุขภาพที่มีวิตามิน E สูง
Subscribe to RSS - สารอาหาร