Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

สำรวจอวกาศ

นักวิทยาศาสตร์ โรเบิร์ต ฮัทชิงส์ ก็อดเดิร์ด

วันที่: 
Monday, June 17, 2019

โรเบิร์ต ฮัทชิงส์ ก็อดเดิร์ด (อังกฤษ: Robert Hutchings Goddard, Ph.D.; 5 ตุลาคม ค.ศ. 1882 - 10 สิงหาคม ค.ศ. 1945) เป็นอาจารย์และนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันที่ริเริ่มการค้นคว้าจรวดที่ใช้เชื้อเพลิงเหลวในการควบคุม เขายิงจรวดลำแรกของโลกที่ใช้เชื้อเพลิงเหลวเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 1926 จากนั้นระหว่างปี ค.ศ. 1930-1935 เขาทดสอบยิงจรวดหลายลำที่ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 885 กิโลเมตร/ชั่วโมง (550 ไมล์ต่อชั่วโมง) งานของเขานับเป็นการปฏิวัติในวงการสำรวจอวกาศ แต่ทฤษฎีของเขามักถูกเยาะเย้ยถากถางและได้รับการสนับสนุนค่อนข้างน้อย ต่อมาในภายหลังเขาจึงได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามของบิดาแห่งวิทยาการจรวด
ก็อดเดิร์ดได้รับสิทธิบัตรจากผลงานของเขารวมทั้งสิ้น 214 รายการ ในจำนวนนี้ 83 รายการได้รับในระหว่างที่เขายังมีชีวิตอยู่ ศูนย์การบินอวกาศก็อดเดิร์ดซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1959 ได้ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา รวมถึงแอ่งก็อดเดิร์ดบนดวงจันทร์
ที่บ้านเกิดของเขาคือเมืองวอร์เชสเตอร์ ได้ตั้งโรงเรียนประถมศึกษาชื่อ โรงเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็อดเดิร์ด ขึ้นในปี ค.ศ. 1992
ห้องสมุดโรเบิร์ต เอช. ก็อดเดิร์ด ที่มหาวิทยาลัยคลาร์ก ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา ภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการและของสะสมของก็อดเดิร์ด ด้านนอกห้องสมุดมีสิ่งก่อสร้างแสดงถึงทิศทางการบินของจรวดเชื้อเพลิงเหลวลำแรกของก็อดเดิร์ด
ภาควิชาวิศวกรรมเคมีที่สถาบันโพลีเทคนิควอร์เชสเตอร์ ตั้งอยู่ที่อาคารก็อดเดิร์ดฮอลล์ ซึ่งตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา
สำหรับพื้นที่ที่ก็อดเดิร์ดทดสอบการยิงจรวดเชื้อเพลิงเหลวเป็นครั้งแรก ปัจจุบันเป็นสนามกอล์ฟ Pakachoag ที่เมืองออเบิร์น แมสซาชูเสตต์ ได้ติดตั้งรูปปั้นพร้อมป้ายอนุสรณ์ของก็อดเดิร์ดเป็นที่ระลึก
 

แหล่งที่มา: 
https://th.wikipedia.org/wiki/โรเบิร์ต_ก็อดเดิร์ด
ภาพประกอบ: 

ภารกิจสู่ห้วงอวกาศลึกอาจทำให้นักบินอวกาศถึงตายได้

วันที่เผยแพร่: 
Friday, October 12, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.bbc.com/thai/features-45763046
รายละเอียด: 

นักบินอวกาศขององค์การนาซาออกปฏิบัติงานที่ด้านนอกของสถานีอวกาศนานาชาติImage copyrightNASA

คำบรรยายภาพนักบินอวกาศขององค์การนาซาออกปฏิบัติงานที่ด้านนอกของสถานีอวกาศนานาชาติ

ผลวิจัยล่าสุดซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซาระบุว่า การเดินทางเป็นเวลานานเพื่อปฏิบัติภารกิจในห้วงอวกาศลึกนั้น มีความเสี่ยงเป็นอันตรายถึงชีวิตกับนักบินอวกาศอยู่สูงมาก เนื่องจากรังสีคอสมิกที่รุนแรงจะทำลายระบบทางเดินอาหารจนเสียหาย โดยไม่สามารถจะรักษาหรือฟื้นฟูได้

ทีมวิจัยจากศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ (GUMC) ในสหรัฐฯ เผยผลการศึกษาซึ่งชี้ว่า การเดินทางสู่ห้วงอวกาศลึกหรือแม้แต่การเดินทางไปยังดาวอังคารนั้น จะทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ของมนุษย์อวกาศได้รับความเสียหาย จนกระทั่งทำงานผิดปกติและเกิดมะเร็งขึ้นได้ เนื่องจากเนื้อเยื่อภายในถูกไอออนหนักของธาตุอย่างเหล็กและซิลิคอนซึ่งมีอยู่ในรังสีคอสมิกชนปะทะตลอดเวลา

 

ดร. คามาล ดัตตา ผู้นำทีมนักวิจัยบอกว่า "ไอออนหนักที่มีมวลมาก สร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่อและดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตได้มากกว่ารังสีเอกซ์หรือรังสีแกมมา ซึ่งเป็นโฟตอนหรืออนุภาคของแสงที่ไม่มีมวล"

"เทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่สามารถคิดค้นเกราะป้องกันรังสีคอสมิก ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอจะปกป้องนักบินอวกาศจากไอออนหนักได้ และแม้เราอาจจะใช้วิธีกินยาต้านผลกระทบไม่พึงประสงค์นี้ แต่ก็ยังไม่มีใครลงมือพัฒนาตัวยาดังกล่าวขึ้นมา" ดร. ดัตตา กล่าว

ก่อนหน้านี้เคยมีงานวิจัยที่ชี้ว่า รังสีคอสมิกในอวกาศสร้างความเสียหายต่อสมองในระดับที่มีนัยสำคัญ ทั้งทำให้ร่างกายของนักบินอวกาศชราภาพลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย แต่การเดินทางในอวกาศระยะสั้นเช่นการสำรวจดวงจันทร์ จะไม่ทำให้นักบินอวกาศได้รับรังสีคอสมิกมากนัก

ภาพจากฝีมือศิลปินจำลองการปฏิบัติภารกิจของมนุษย์อวกาศบนดาวอังคารImage copyrightSPL

คำบรรยายภาพภาพจากฝีมือศิลปินจำลองการปฏิบัติภารกิจของมนุษย์อวกาศบนดาวอังคาร

ทีมวิจัยของ GUMC ได้ทดลองให้หนูกลุ่มหนึ่งได้รับไอออนหนักของธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นอนุภาคแบบเดียวกับที่นักบินอวกาศต้องเจอในระดับต่ำ โดยมีหนูทดลองที่ได้รับแต่รังสีแกมมาอีกกลุ่มหนึ่งเป็นตัวเปรียบเทียบ ซึ่งผลปรากฏว่าหนูทดลองกลุ่มแรกไม่สามารถดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายได้ และเกิดก้อนเนื้อมะเร็งในระบบทางเดินอาหารขึ้นภายในเวลาไม่นาน

"ระบบทางเดินอาหารของคนเรามีการผลัดเซลล์เนื้อเยื่อชั้นบน และสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนอยู่เสมอทุก 3-5 วัน หากกระบวนการนี้ถูกรบกวนก็อาจทำให้เกิดความผิดปกติและโรคภัยขึ้นได้" ดร. อัลเบิร์ต ฟอร์เนซ จูเนียร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเฉพาะทางของนาซาที่ GUMC กล่าวเสริม

ทีมผู้วิจัยเชื่อว่าความผิดปกติจากรังสีคอสมิกในห้วงอวกาศลึกนี้ สามารถเกิดขึ้นกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของคนเราได้เช่นกัน ซึ่งจะต้องมีการศึกษาทดลองกันโดยละเอียดต่อไป

หมวดหมู่ OECD: 
Hits 59 ครั้ง
Subscribe to RSS - สำรวจอวกาศ