Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

สุขภาพจิต

การใช้สื่อสังคมออนไลน์บ่อนทำลายสุขภาพจิตวัยรุ่นจริงหรือ?

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, August 15, 2019
รายละเอียด: 

การศึกษาฉบับใหม่ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Child & Adolescent Health ฉบับวันอังคาร ไปสัมภาษณ์เด็กและเยาวชนเกือบ 10,000 คน ที่มีอายุระหว่าง 13-16 ปีในประเทศอังกฤษ พบว่า สื่อสังคมออนไลน์อาจไม่ใช่ผู้ร้ายที่สร้างปัญหาสุขภาพจิตตัวจริง แต่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตของเด็กวัยรุ่นหญิง จากการที่โซเชียลมีเดียเป็นประตูสู่การระรานบนโลกออนไลน์ หรือ cyber-bullying รวมทั้งกระทบต่อกิจกรรมที่มีประโยชน์กับชีวิตมากกว่าการนั่งเฝ้าหน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์ที่บ้าน

รัสเซล ไวเนอร์ ผู้ร่วมทำการวิจัยจากสถาบันสุขภาพเด็ก UCL Great Ormond Street Institute of Child Health บอกว่า ในการศึกษาไม่ได้ฟันธงตรงๆว่าสื่อสังคมออนไลน์เป็นอันตราย แต่การใช้อย่างบ่อยครั้ง อาจกระทบกิจกรรมที่ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่น เช่น การนอนหลับ และการออกกำลังกาย ขณะเดียวกันก็เพิ่มโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นอันตรายและกระทบจิตใจ อย่างการถูกระรานบนโลกออนไลน์

เมื่อพูดถึงความถี่ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ในการศึกษานี้ สัมภาษณ์เยาวชนปีละ 1 ครั้ง ในช่วงปี ค.ศ. 2013-2015 โดยให้พวกเขารายงานว่าใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั้ง เฟสบุ๊ก อินสตาแกรม วอทส์แอพ ทวิตเตอร์ และสแนปแชทบ่อยแค่ไหนในแต่ละวัน และกำหนดว่าการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์มากกว่า 3 ครั้งต่อวันนั้นจัดอยู่ในกลุ่ม “บ่อยมาก”

ในการวิจัยยังถามถึงสารทุกข์สุกดิบของวัยรุ่นที่ทำการวิจัยในช่วง 1 ปีถัดมา ตั้งแต่สภาพจิตใจ และสภาพความเป็นอยู่ ความพึงพอใจในชีวิต ความสุข และความกังวลในจิตใจของพวกเขา

ปรากฏว่าไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นหญิงหรือชาย ยิ่งเล่นโซเชียลมีเดียบ่อยครั้งเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีระดับความเครียดมากเท่านั้น และภาพดังกล่าวยิ่งชัดเจนกับวัยรุ่นหญิง โดยในการศึกษาพบว่า เกือบร้อยละ 60 ของวัยรุ่นหญิงที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจ มีปัญหาด้านคุณภาพการนอนหลับและถูกระรานบนโลกออนไลน์ แต่กับเด็กผู้ชายที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์บ่อยครั้ง มีเพียงร้อยละ 12 ที่มีผลกระทบทางจิตใจ

อย่างไรก็ตาม การศึกษาชิ้นนี้ ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ถึงสาเหตุของปัญหาสุขภาพจิตของวัยรุ่นชาย อีกทั้งยังไม่ได้เก็บรายละเอียดถึงระยะเวลาที่วัยรุ่นใช้เล่นโซเชียลมาเป็นข้อมูลการศึกษา ซึ่งต้องการการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในอนาคต แต่นี่ถือเป็นอีกการวิจัยที่ย้ำยืนยันว่าสื่อสังคมออนไลน์นั้นมีส่วนเชื่อมโยงต่อปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่น หลังจากที่เมื่อเดือนก่อน ทีมวิจัยแคนาดาพบว่าการใช้สื่อสังคมออนไลน์มากๆ มีส่วนเชื่อมโยงให้เกิดภาวะซึมเศร้ามากขึ้นในวัยรุ่น

บ็อบ แพตตัน อาจารย์ด้านจิตวิทยาคลินิก จาก University of Surrey ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการวิจัยครั้งนี้กล่าวว่า การวิจัยนี้กำลังบอกว่าวิธีที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะเน้นจำกัดเวลาเล่นโซเชียลมีเดีย เพื่อให้สุขภาพกายใจของเด็กและเยาวชนดีขึ้นนั้นอาจไม่ได้ผลตรงเป้า แต่ควรเน้นไปที่การทำกิจกรรมที่เกิดประโยชน์ต่อร่างกายโดยตรง ก็คือ การนอนหลับและออกกำลังกายมากขึ้น

เช่นเดียวกับแอน เดอสเมต อาจารย์จาก Ghent University ในเบลเยียมที่แนะว่า หากเลือกปรับพฤติกรรมให้ดีต่อสุขภาพ และแก้ปัญหาการระรานบนโลกออนไลน์ให้ลดน้อยถอยลงไปได้ สื่อสังคมออนไลน์ ที่มีเป้าหมายตั้งต้นคือการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ก็ยังคงมีด้านดีหากใช้ให้เป็น

ที่มา : https://www.voathai.com/a/social-media-mental-health-adolescent/5042474....

Hits 12 ครั้ง

ทำงาน 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ช่วยสุขภาพจิตได้มากที่สุด

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Wednesday, July 3, 2019
รายละเอียด: 

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Cambridge และมหาวิทยาลัย Salford ของอังกฤษศึกษาสำรวจความเกี่ยวพันเรื่องชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์กับสุขภาพจิตและความพึงพอใจในชีวิตจากกลุ่มคนทำงานกว่า 71,000 คนในอังกฤษเป็นเวลาเก้าปี โดยกลุ่มตัวอย่างถูกตั้งคำถามเรื่องประเด็นต่างๆ เช่น ความกระวนกระวายใจและปัญหาการนอนหลับซึ่งมีผลต่อสุขภาพจิต

นักวิจัยได้คำตอบว่าชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสมที่สุดต่อสุขภาพจิตคือ 8 ชั่วโมงหรือหนึ่งวันต่อสัปดาห์ และการทำงานเกิน 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จะไม่สร้างประโยชน์เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิตแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามขณะที่การทำงาน 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ดูจะให้คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาสุขภาพจิตให้ดีสมบูรณ์ นักวิจัยพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์กับความพึงพอใจในชีวิตของตัวเองนั้นเปลี่ยนไป โดยนักวิจัยพบว่าผู้ชายได้รับความพึงพอใจเพิ่มขึ้นราว 30% จากการทำงานที่ได้ค่าตอบแทนสัปดาห์ละ 8 ชั่วโมงขณะที่สำหรับผู้หญิงนั้นความพึงพอใจในชีวิตตัวเองจะขึ้นถึงจุดสูงสุดเมื่อทำงานสัปดาห์ละ 20 ชั่วโมง

จากการเพิ่มขึ้นและการคุกคามจากเทคโนโลยีอัตโนมัติรวมทั้งปัญญาประดิษฐ์ ขณะนี้บริษัทต่างๆ กำลังให้ความสนใจทบทวนเรื่องบรรทัดฐานการทำงานและชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ของคนงานมากขึ้น เพื่อส่งเสริมให้คนงานมีความสุข รักงานที่ทำ รวมทั้งมีสุขภาพจิตที่ดีและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า work-life balance สำหรับคนทำงาน

Hits 25 ครั้ง

การทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนคืออะไร และช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้จริงหรือ?

วันที่เผยแพร่: 
Friday, October 12, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.bbc.com/thai/features-45698827
รายละเอียด: 

 

การทานอาหารแบบคนในแถบเมดิเตอร์เรเนียนไม่เพียงจะส่งผลดีต่อสุขภาพกายในแง่ของการลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยลดน้ำหนัก และลดความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่งานวิจัยล่าสุดจากอังกฤษยังอ้างว่าวิธีการรับประทานอาหารแบบนี้ยังช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้ด้วย

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Molecular Psychiatry มาจากการวิเคราะห์งานวิจัย 41 ชิ้นที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา โดยพบว่า การรับประทานอาหารแบบคนในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเน้นการทาน ผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว น้ำมันปลา และน้ำมันมะกอก รวมทั้งการทานผลิตภัณฑ์จากนมและเนื้อสัตว์แต่น้อยนั้น ส่งผลดีต่ออารมณ์ของคนเรา และช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้าได้

ดร.คามิลลา ลาซาลล์ ผู้ศึกษาเรื่องนี้ร่วมกับทีมนักวิจัยจากยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน บอกว่า หลักฐานที่พบบ่งชี้ว่าการทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนอาจช่วยลดความเสี่ยงในการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานเป็นรูปธรรมจากการทดลองทางคลินิกก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายชี้ว่า ความเกี่ยวโยงระหว่างอารมณ์กับอาหารยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันไม่มีที่สิ้นสุด เนื่องจากอาหารไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า เพราะเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศก็มีผลอยู่ไม่น้อย และการที่คนในแถบเมดิเตอร์เรเนียนมีสุขภาพจิตและอารมณ์ดีนั้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากการใช้ชีวิตอยู่ในสภาพอากาศที่ดีด้วย ดังนั้นบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายระบุว่า จะต้องมีการศึกษาทดลองเรื่องนี้ให้ละเอียด และแม่นยำมากขึ้นเพื่อหาหลักฐานยืนยันทฤษฎีความเชื่อมโยงระหว่างอาหารกับภาวะซึมเศร้า

 

Hits 54 ครั้ง
Subscribe to RSS - สุขภาพจิต