Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

หัวใจ

ดวงตาเป็นมากกว่า 'หน้าต่างหัวใจ' เพราะอาจเผยว่าเราโกหกหรือไม่!

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Monday, September 2, 2019
รายละเอียด: 

อาจเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ดวงตา อวัยวะที่เราใช้ในการรับภาพนั้น มักอยากจับจ้องมองสิ่งที่ดีและสวยงาม แต่ขณะเดียวกันนักวิจัยก็บอกว่า ลักษณะหรือพฤติกรรมการมองของเราอาจจะช่วยบอกได้ว่าเราเคยรู้จักบุคคลหรือเคยเห็นสิ่งนั้นมาก่อนหรือไม่

นักวิจัยสนใจศึกษาเรื่องนี้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการยุติธรรมที่อาจจะช่วยพิสูจน์หาข้อเท็จจริงบางอย่างได้ เพราะโดยปกติแล้ว เครื่องจับเท็จซึ่งมุ่งที่การตอบสนองทางร่างกายบางอย่าง เช่น การเต้นของหัวใจ ระดับเสียงในการตอบคำถาม และปฏิกิริยาทางร่างกายนั้น อาจจะไม่สามารถยืนยันได้อย่างถูกต้องน่าเชื่อถือ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะผู้ที่มีความชำนาญอาจจะสามารถควบคุมพฤติกรรมเหล่านี้ได้

แต่นักวิจัยบอกว่า สายตาและลักษณะการมองสิ่งต่างๆ ของคนเรา โดยเฉพาะสิ่งที่เรารู้จักคุ้นเคยมาก่อนนั้น จะแตกต่างจากสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะเมื่อเรามองภาพหรือสิ่งที่รู้จักคุ้นเคย สายตามักจะมองจับที่ส่วนต่างๆ ของใบหน้าซึ่งเป็นที่คุ้นตาอย่างรวดเร็ว เพื่อสำรวจและยืนยันความจำ

แต่หากภาพหรือใบหน้าที่นำมาแสดงนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เราก็มักจะใช้เวลานานกว่า และใช้สายตาสำรวจส่วนต่างๆ บนใบหน้ามากกว่า เมื่อเทียบกับการมองสิ่งที่เราเคยรู้จักแล้ว

แม้ว่าการศึกษาพฤติกรรมการใช้สายตามองนี้อาจจะไม่ใช่วิธีที่จะใช้ยืนยันการจับเท็จได้อย่างสมบูรณ์ แต่อย่างน้อยที่สุดวิธีนี้ก็จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสามารถมีข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับพยานหรือหลักฐานทางวัตถุต่างๆ ที่นำมาแสดงว่าเป็นสิ่งที่บุคคลนั้นเคยรู้จักหรือเคยเห็นมาก่อนหรือไม่

และขณะที่ดวงตาเปรียบเสมือนหน้าต่างของหัวใจนั้น แต่ในแง่ของการมองแล้ว นักวิจัยเชื่อว่าคนเราอาจจะโกหกคนอื่นด้วยคำพูดได้ แต่สายตานั้นไม่สามารถจะโกหกได้อย่างแน่นอน

ที่มา : https://www.voathai.com/a/eye-movement-lying/5052276.html

Hits 16 ครั้ง

งานวิจัยชี้อาการ 'หัวใจสลาย' อาจเกี่ยวโยงกับความเสี่ยงเป็นมะเร็ง

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, July 25, 2019
รายละเอียด: 

การศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสารของสมาคมแพทย์หัวใจอเมริกันในวันพุธระบุว่า อาการ Broken Heart Syndrome หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า "หัวใจสลาย" เป็นอาการผิดปกติทางร่างกายที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจทำงานขัดข้อง ซึ่งทำให้คนที่ป่วยมีอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออก

อาการดังกล่าวเกิดจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของฮอร์โมนความเครียดจากปัญหาปัจจัยภายนอกที่โหมรุมเร้าทับถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เช่นการสูญเสียคนรัก การถูกบอกเลิกโดยไม่ได้ทำใจ การตกงาน หรือแม้กระทั่งการได้รับทราบข่าวร้ายเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง

และที่น่าสนใจก็คือ นักวิจัยพบว่าราว 'หนึ่งในหก' ของผู้ที่มีอาการหัวใจสลายจากกล้ามเนื้อหัวใจขัดข้องนี้ มีความเสี่ยงของโรคมะเร็งตามมาด้วยเมื่อเทียบกับคนที่ไม่มีอาการ

ข่าวร้ายกว่านั้นก็คือว่า ในจำนวนหนึ่งในหกคนของผู้ที่มีโอกาสความเสี่ยงจะเป็นมะเร็งจากฮอร์โมนความเครียด เนื่องจากภาวะตัวแปรภายนอกต่างๆ นี้ มีถึง 90% เป็นผู้หญิง

โดยมะเร็งที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีภาวะหัวใจล่มสลายเหล่านี้มักจะเป็นมะเร็งที่พบกันได้บ่อย คือมะเร็งทรวงอก มะเร็งของระบบลำไส้และทางเดินอาหาร มะเร็งของระบบทางเดินหายใจ มะเร็งของระบบสืบพันธุ์ และมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น

แพทย์ชี้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องย้ำว่า ขณะนี้ได้พบเพียงแค่ความเกี่ยวโยงระหว่างคนที่มีอาการ Broken Heart Syndrome หรือกล้ามเนื้อหัวใจขัดข้องจากฮอร์โมนความเครียดต่างๆ กับความเสี่ยงของมะเร็ง

แต่นักวิจัยยังไม่พบคำตอบที่ชัดเจนในลักษณะที่เป็นเหตุเป็นผลต่อกันว่าอะไรเป็นสาเหตุของเรื่องนี้ และนักวิจัยจะต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมต่อไปเพื่อหาคำตอบที่ชัดเจน

Hits 15 ครั้ง

ครั้งแรกของโลก! อิสราเอลสร้างหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Monday, April 29, 2019
รายละเอียด: 

ทีมนักวิทยาศาสตร์อิสราเอล ผลิตหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ใช้ชิ้นส่วนเนื้อเยื่อของมนุษย์ในการสร้างหัวใจใหม่ขึ้นมา เพื่อเป็นใบเบิกทางในการรักษาผู้ป่วยที่ต้องการเปลี่ยนถ่ายหัวใจมนุษย์ในอนาคต

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ครั้งใหม่ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Advanced Science เผยภาพหัวใจขนาด 2.5 เซนติเมตร ขนาดเล็กเท่ากับหัวใจของกระต่าย แต่มีโครงสร้างของหัวใจที่ใกล้เคียงของหัวใจจริงๆทั้งหมด ซึ่งพิมพ์ขึ้นมาจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

อาจารย์ Tal Dvir หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Tel Aviv University แถลงข่าวความสำเร็จเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อธิบายว่า นี่ถือเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ครั้งสำคัญ เพราะเป็นหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ผลิตจากเซลล์ของมนุษย์ และมีโครงสร้างห้องหัวใจและหลอดเลือดที่ใกล้เคียงกับหัวใจของจริงทั้งหมด

อาจารย์ Dvir มองว่า จุดเด่นของหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติดวงนี้ คือ หมึกชีวภาพที่มาจากเนื้อเยื่อของคนไข้โดยตรง ซึ่งช่วยลดปัญหาการเข้ากันไม่ได้ของอวัยวะที่ปลูกถ่ายในคนไข้ และร่นเวลาที่คนไข้ต้องรอในการปลูกถ่ายหัวใจในอนาคต

ขั้นตอนการผลิตหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบนี้ จะเริ่มจากการนำชิ้นส่วนเซลล์เนื้อเยื่อไขมัน หรือ fatty tissue ของคนไข้มาแยกส่วนที่เป็นเซลล์และที่ไม่ใช่เซลล์ เช่น คอลลาเจน เพื่อใช้เป็นหมึกชีวภาพสำหรับขึ้นรูปเป็นหัวใจในเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และปรับแต่งเซลล์ให้เป็นสเต็มเซลล์เพื่อพัฒนาเป็นเซลล์หัวใจดวงใหม่

สำหรับหัวใจกระต่าย ขนาด 2.5 เซนติเมตรนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการพิมพ์ขึ้นมา แต่สำหรับหัวใจมนุษย์ จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน และต้องใช้เซลล์หลายพันล้านเซลล์สำหรับหัวใจเพียง 1 ดวง

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Tel Aviv University อธิบายเพิ่มเติมว่า ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนให้หัวใจได้เติบโตมากพอที่จะเริ่มเต้นเหมือนหัวใจปกติ โดยในขั้นตอนนี้ทีมวิจัยเตรียมทดสอบปลูกถ่ายหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้ในสัตว์ และคาดว่าจะทดสอบในมนุษย์ได้ในเวลาต่อไป

ในขณะที่ตอนนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า เครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้จะสร้างหัวใจเทียมที่ทำงานได้ดีกว่าหัวใจธรรมชาติได้หรือไม่ แต่ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดก็คือ ชิ้นส่วนที่สร้างขึ้นจากเครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้ สามารถทดแทนหรือใช้ซ่อมแซมชิ้นส่วนของหัวใจที่เป็นโรคหรือเสียหายได้

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Tel Aviv University ตั้งเป้าไว้ว่า ภายใน 10 ปี โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ทันสมัยทั่วโลก จะมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่สร้างอวัยวะทดแทนให้กับมนุษย์ได้

(นีธิกาญจน์ กำลังวรรณ เรียบเรียงบทความจาก Bloomberg และ The Jerusalem Post)

Hits 73 ครั้ง

ครั้งแรกของโลก! อิสราเอลสร้างหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, April 19, 2019
รายละเอียด: 

ทีมนักวิทยาศาสตร์อิสราเอล ผลิตหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ใช้ชิ้นส่วนเนื้อเยื่อของมนุษย์ในการสร้างหัวใจใหม่ขึ้นมา เพื่อเป็นใบเบิกทางในการรักษาผู้ป่วยที่ต้องการเปลี่ยนถ่ายหัวใจมนุษย์ในอนาคต

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ครั้งใหม่ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Advanced Science เผยภาพหัวใจขนาด 2.5 เซนติเมตร ขนาดเล็กเท่ากับหัวใจของกระต่าย แต่มีโครงสร้างของหัวใจที่ใกล้เคียงของหัวใจจริงๆทั้งหมด ซึ่งพิมพ์ขึ้นมาจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

อาจารย์ Tal Dvir หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Tel Aviv University แถลงข่าวความสำเร็จเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อธิบายว่า นี่ถือเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ครั้งสำคัญ เพราะเป็นหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ผลิตจากเซลล์ของมนุษย์ และมีโครงสร้างห้องหัวใจและหลอดเลือดที่ใกล้เคียงกับหัวใจของจริงทั้งหมด

อาจารย์ Dvir มองว่า จุดเด่นของหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติดวงนี้ คือ หมึกชีวภาพที่มาจากเนื้อเยื่อของคนไข้โดยตรง ซึ่งช่วยลดปัญหาการเข้ากันไม่ได้ของอวัยวะที่ปลูกถ่ายในคนไข้ และร่นเวลาที่คนไข้ต้องรอในการปลูกถ่ายหัวใจในอนาคต

ขั้นตอนการผลิตหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบนี้ จะเริ่มจากการนำชิ้นส่วนเซลล์เนื้อเยื่อไขมัน หรือ fatty tissue ของคนไข้มาแยกส่วนที่เป็นเซลล์และที่ไม่ใช่เซลล์ เช่น คอลลาเจน เพื่อใช้เป็นหมึกชีวภาพสำหรับขึ้นรูปเป็นหัวใจในเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และปรับแต่งเซลล์ให้เป็นสเต็มเซลล์เพื่อพัฒนาเป็นเซลล์หัวใจดวงใหม่

สำหรับหัวใจกระต่าย ขนาด 2.5 เซนติเมตรนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการพิมพ์ขึ้นมา แต่สำหรับหัวใจมนุษย์ จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน และต้องใช้เซลล์หลายพันล้านเซลล์สำหรับหัวใจเพียง 1 ดวง

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Tel Aviv University อธิบายเพิ่มเติมว่า ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนให้หัวใจได้เติบโตมากพอที่จะเริ่มเต้นเหมือนหัวใจปกติ โดยในขั้นตอนนี้ทีมวิจัยเตรียมทดสอบปลูกถ่ายหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้ในสัตว์ และคาดว่าจะทดสอบในมนุษย์ได้ในเวลาต่อไป

ในขณะที่ตอนนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า เครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้จะสร้างหัวใจเทียมที่ทำงานได้ดีกว่าหัวใจธรรมชาติได้หรือไม่ แต่ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดก็คือ ชิ้นส่วนที่สร้างขึ้นจากเครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้ สามารถทดแทนหรือใช้ซ่อมแซมชิ้นส่วนของหัวใจที่เป็นโรคหรือเสียหายได้

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Tel Aviv University ตั้งเป้าไว้ว่า ภายใน 10 ปี โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ทันสมัยทั่วโลก จะมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่สร้างอวัยวะทดแทนให้กับมนุษย์ได้

(นีธิกาญจน์ กำลังวรรณ เรียบเรียงบทความจาก Bloomberg และ The Jerusalem Post)

Hits 80 ครั้ง

'Apple Watch' ประสบความสำเร็จในการตรวจจับสัญญาณของหัวใจที่ผิดปกติ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, April 4, 2019
รายละเอียด: 

การศึกษาฉบับใหม่ชี้ให้เห็นว่านาฬิกา Apple Watch สามารถระบุอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับสภาวะโรคหัวใจที่รุนแรงได้

ผู้ใช้นาฬิกา Apple Watch กว่า 400,000 คนเป็นอาสาสมัครเข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ ซึ่งเป็นโครงการของนักวิจัยที่คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

Apple บริษัทเทคโนโลยีอเมริกัน เป็นผู้มอบทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยครั้งนี้ และผลลัพธ์จากการศึกษาถูกนำเสนอในที่ประชุมใหญ่เรื่องสุขภาพหัวใจที่รัฐนิวออร์ลีนส์

นักวิจัยค้นหาสัญญาณของหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ ซึ่งเป็นรูปแบบของการเต้นของหัวใจผิดปกติที่พบบ่อยที่สุด สภาวะดังกล่าวเรียกว่า "a-fib" เป็นผลมาจากการยิงสัญญาณไฟฟ้าที่ผิดปกติในห้องบนของหัวใจ

ผู้ที่มีภาวะหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของการเต้นของหัวใจตัวเอง ในขณะที่คนอื่นไม่สามารถรู้สึกได้ ด้วยเหตุนี้เองหลายๆ จึงคนไม่ทราบว่าตัวเองมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ

ผู้ที่มีสภาวะ a-fib ที่ไม่ได้รับการรักษาจะมีโอกาสเกิดภาวะเส้นโลหิตอุดตันในสมองมากกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่า และในสหรัฐ a-fib ทำให้มีผู้เสียชีวิตราวปีละ 130,000 คน และเข้าโรงพยาบาล ปีละ 750,000 คน

อาสาสมัครที่เข้าร่วมในการศึกษานี้สวมนาฬิกา Apple Watch เป็นระยะเวลานานในช่วงปี พ.ศ. 2560 และ 2561 นาฬิกาดังกล่าวมีแอพที่รวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่องโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่จะใช้เทคโนโลยีแสงเซ็นเซอร์ของนาฬิกาเพื่อวัดการไหลเวียนของเลือด ระบบนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยระบุการเปลี่ยนแปลงที่อาจแสดงการเต้นผิดปกติของหัวใจ

นักวิจัยกล่าวว่า จากจำนวนอาสาสมัครทั้งหมด มีอยู่ประมาณ 2,000 คนที่ได้รับคำเตือนจากอุปกรณ์ว่าอาจมีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ

อาสาสมัครเหล่านั้นได้รับคำแนะนำให้ติดต่อแพทย์ ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าพวกเขาควรได้รับแผ่นแปะที่หน้าอกเพื่อเฝ้าดูการเต้นของหัวใจว่าผิดปกติหรือไม่ แผ่นแปะดังกล่าวใช้เทคโนโลยีบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiography หรือ ECG)

การศึกษาพบว่าผู้ที่ได้รับคำเตือนว่ามีอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติกำลังประสบกับภาวะ a-fib หรือภาวะหัวใจห้องบนเต้นผิดปกติในเวลานั้น และ 1 ใน 3 ของผู้ที่ได้รับคำเตือนและใช้แผ่นแปะวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจตรวจพบภายหลังว่ามี a-fib

นักวิจัยกล่าวว่า โดยรวมแล้วราว 57% ของอาสาสมัครที่เข้าร่วมในการศึกษานี้ได้พบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา

Lloyd Minor หัวหน้าคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Stanford แถลงว่า ผลลัพธ์จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงสัญญาณที่ดีในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์การดูแลรักษาสุขภาพที่สามารถคาดการณ์และป้องกันได้

แต่นักวิจัยด้านสุขภาพบางคนเตือนว่า ไม่ควรด่วนตัดใจสินใจจากการศึกษาที่ Apple เป็นผู้ให้เงินทุนสนับสนุนเพียงอย่างเดียว และเรียกร้องให้มีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อวัดประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่สวมใส่นี้ว่าสามารถระบุชี้สัญญาณของโรคหัวใจได้จริงหรือไม่

Hits 87 ครั้ง

ร่องรอยบนหน้าผากอาจบ่งบอกถึงสุขภาพหัวใจของคุณ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, February 28, 2019
รายละเอียด: 

หากพูดถึงริ้วรอยบนหน้าผากใครหลายคนมักจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงาม หรือเรื่องสุขภาพของผิว เช่น ผิวบริเวณหน้าผากได้รับแสงแดดเป็นเวลานาน
ขาดความชุ่มชื้น หรือการเสื่อมโทรมของคอลลาเจน และอิลาสตินในชั้นหนังแท้ โดยชั้นหนังแท้ (Dermis) นี้อยู่ระหว่างชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และชั้นไขมัน
(Hypodermis) ของผิวหนัง ซึ่งมีเซลล์สำคัญที่สร้างคอลลาเจน และอิลาสตินเพื่อให้ความแข็งแรง รวมถึงซ่อมแซมผิวหนังของเรา นอกเหนือจากปัญหาการเสื่อมโทรม
ของคอลลาเจน และอิลาสตินแล้ว เราควรให้ความใส่ใจในเรื่องสุขภาพอื่นด้วย เช่น การทำงานผิดปกติของสมอง ไตอ่อนแอ และการนอนไม่หลับ
ซึ่งล่าสุดการศึกษาจากนักวิจัยชาวฝรั่งเศสพบว่าผู้ที่มีริ้วรอยเป็นร่องลึกก่อนวัยอันควรมักจะเสียชีวิตเนื่องจากโรคหัวใจ

โดยการศึกษาครั้งนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากวัยผู้ใหญ่ในประเทศฝรั่งเศสมากกว่า 3,200 คน อายุ 32 42 52 และ 62 ปี จากการนับจำนวนร่องหน้าผาก และรอยลึกของร่อง
ซึ่งการศึกษาได้เฝ้าติดตามผลมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ได้กำหนดค่าคะแนนทั้งหมด 4 เกณฑ์โดย คะแนนต่ำสุด คือ 0 หมายถึงไม่มีร่องบนหน้าผาก และคะแนนมากสุด
คือ 3 หมายถึง ริ้วรอยลึกจำนวนมาก โดยผู้ที่มีค่าคะแนนจำนวนร่องหน้าผาก และรอยลึกอยู่ในเกณฑ์มาก พบว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจมีมากถึง 10 เท่าของคนที่
ไม่มีร่องบนหน้าผาก

อย่างไรก็ตามผลการวิเคราะห์นี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ยังจำเป็นต้องได้รับการศึกษาเพิ่มเติม
ซึ่งร่องรอยบนหน้าผากนั้นสามารถสังเกตได้ง่าย และมองเห็นได้ด้วยตาจึงอาจเป็นตัวเลือกหนึ่งในการนำไปเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจในอนาคต
ทั้งนี้ทั้งนั้นการสังเกตเพียงร่องรอยบนหน้าผากอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะโรคหัวใจสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหลายกลุ่มโรค จำเป็นต้องทราบข้อมูลอื่น ๆ
ต้องสังเกตอาการ และตรวจร่างกายประกอบ เช่น อายุ เพศ ความดันโลหิต ประวัติการสูบบุหรี่ อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับไขมันในเลือด เป็นต้น

ที่มา :
Rachael Rettner. 2018. What Forehead Wrinkles Might Tell You About Your Heart Health. LIVE SCIENCE. Resource: https://www.livescience.com/63432-forehead-wrinkles-heart-health.html?ut.... 2 September. 2018

Hits 62 ครั้ง

ร่องรอยบนหน้าผากอาจบ่งบอกถึงสุขภาพหัวใจของคุณ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, February 8, 2019
รายละเอียด: 

หากพูดถึงริ้วรอยบนหน้าผากใครหลายคนมักจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงาม หรือเรื่องสุขภาพของผิว เช่น ผิวบริเวณหน้าผากได้รับแสงแดดเป็นเวลานาน
ขาดความชุ่มชื้น หรือการเสื่อมโทรมของคอลลาเจน และอิลาสตินในชั้นหนังแท้ โดยชั้นหนังแท้ (Dermis) นี้อยู่ระหว่างชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และชั้นไขมัน
(Hypodermis) ของผิวหนัง ซึ่งมีเซลล์สำคัญที่สร้างคอลลาเจน และอิลาสตินเพื่อให้ความแข็งแรง รวมถึงซ่อมแซมผิวหนังของเรา นอกเหนือจากปัญหาการเสื่อมโทรม
ของคอลลาเจน และอิลาสตินแล้ว เราควรให้ความใส่ใจในเรื่องสุขภาพอื่นด้วย เช่น การทำงานผิดปกติของสมอง ไตอ่อนแอ และการนอนไม่หลับ
ซึ่งล่าสุดการศึกษาจากนักวิจัยชาวฝรั่งเศสพบว่าผู้ที่มีริ้วรอยเป็นร่องลึกก่อนวัยอันควรมักจะเสียชีวิตเนื่องจากโรคหัวใจ

โดยการศึกษาครั้งนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากวัยผู้ใหญ่ในประเทศฝรั่งเศสมากกว่า 3,200 คน อายุ 32 42 52 และ 62 ปี จากการนับจำนวนร่องหน้าผาก และรอยลึกของร่อง
ซึ่งการศึกษาได้เฝ้าติดตามผลมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ได้กำหนดค่าคะแนนทั้งหมด 4 เกณฑ์โดย คะแนนต่ำสุด คือ 0 หมายถึงไม่มีร่องบนหน้าผาก และคะแนนมากสุด
คือ 3 หมายถึง ริ้วรอยลึกจำนวนมาก โดยผู้ที่มีค่าคะแนนจำนวนร่องหน้าผาก และรอยลึกอยู่ในเกณฑ์มาก พบว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจมีมากถึง 10 เท่าของคนที่
ไม่มีร่องบนหน้าผาก

อย่างไรก็ตามผลการวิเคราะห์นี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ยังจำเป็นต้องได้รับการศึกษาเพิ่มเติม
ซึ่งร่องรอยบนหน้าผากนั้นสามารถสังเกตได้ง่าย และมองเห็นได้ด้วยตาจึงอาจเป็นตัวเลือกหนึ่งในการนำไปเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจในอนาคต
ทั้งนี้ทั้งนั้นการสังเกตเพียงร่องรอยบนหน้าผากอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะโรคหัวใจสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหลายกลุ่มโรค จำเป็นต้องทราบข้อมูลอื่น ๆ
ต้องสังเกตอาการ และตรวจร่างกายประกอบ เช่น อายุ เพศ ความดันโลหิต ประวัติการสูบบุหรี่ อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับไขมันในเลือด เป็นต้น

ที่มา

Rachael Rettner. 2018. What Forehead Wrinkles Might Tell You About Your Heart Health. LIVE SCIENCE. Resource: https://www.livescience.com/63432-forehead-wrinkles-heart-health.html?ut.... 2 September. 2018

Lifecenterthailand. 2559. ริ้วรอยบนใบหน้า กับอาการป่วยที่ควรระวัง. Life Center Thailand. แหล่งที่มา: https://lifecenterthailand.wordpress.com/2016/06/28. 2 กันยายน 2561

Hits 74 ครั้ง
Subscribe to RSS - หัวใจ