Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

หัวใจ

พาทัวร์หัวใจด้วยเทคโนโลยีวีอาร์ (VR)

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Monday, September 23, 2019
รายละเอียด: 

เทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ Virtual Reality เริ่มมีบทบาทสำคัญในด้านการแพทย์มากขึ้น อย่างล่าสุด ทีมแพทย์ร่วมมือกับนักพัฒนาเทคโนโลยีวีอาร์ สร้างหัวใจเสมือนจริง เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ป่วยและครอบครัวในการผ่าตัดหัวใจ

โบ อาย และเด็กชายโอไรออน อาย วัย 12 ปี เข้าใจส่วนต่างๆ ของหัวใจมนุษย์เป็นอย่างดี หลังจากที่ลูกชายของเขาป่วยเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด กำลังเข้ารับการผ่าตัดหัวใจแบบเปิดเป็นครั้งที่ 4 เพราะครั้งนี้ ทั้งสองคนจะได้เข้าไปท่องหัวใจบนโลกเสมือนจริงเป็นครั้งแรก ผ่านเทคโนโลยี Virtual Reality หรือ VR ที่เรียกว่า Stanford Virtual Heart พัฒนาโดยแพทย์ด้านหัวใจ จากโรงพยาบาลเด็ก Lucile Packard ของมหาวิทยาลัย Stanford ที่ร่วมมือกับ Lighthaus บริษัทด้านเทคโนโลยี VR เนรมิตหัวใจเสมือนจริงให้เห็นแบบคมชัด 360 องศา

ในการทัวร์หัวใจของ Stanford Virtual Heart จะให้สวมใส่แว่นตา VR ซึ่งจะสามารถมองเห็น และยังจับต้องด้วยการหยิบแยกชิ้นส่วนภายในหัวใจเสมือนจริงนี้ มาสังเกตและทำความเข้าใจการทำงานของส่วนต่างๆ ของหัวใจได้อย่างชัดเจนขึ้น

นพ. เดวิด แอเซลรอด แพทย์โรคหัวใจเด็กที่ดูแลโอไรออนมาตั้งแต่กำเนิด และเป็นที่ปรึกษาของ Stanford Virtual Heart บอกว่า แรกเริ่มเดิมที เทคโนโลยีนี้มีขึ้นเพื่อใช้สอนนักศึกษาแพทย์ ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นทัวร์หัวใจให้กับผู้ป่วยเด็ก เพื่ออธิบายภาวะโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และอธิบายขั้นตอนการรักษาด้วยการผ่าตัดอันซับซ้อนที่จะเกิดขึ้นให้คนไข้และครอบครัวได้เข้าใจ

เทคโนโลยี VR ได้ช่วยทำให้โอไรออนและคุณพ่อเห็นภาพที่ชัดเจนของหัวใจในแบบที่พิเศษกว่าคำอธิบายทางการแพทย์ใดๆ

โบ อาย พ่อของโอไรออน บอกหลังจากได้เห็นหัวใจเสมือนจริงว่า เขาไม่เคยทราบมาก่อนว่าลิ้นหัวใจแต่ละส่วนมีลักษณะที่แตกต่างกันขนาดไหน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากที่เราได้เห็นภายในหัวใจ และช่วยให้เขาเห็นภาพของสิ่งที่โอไรออนต้องเผชิญในการผ่าตัดด้วย

สำหรับเด็กและครอบครัวที่ต้องรับมือกับการผ่าตัดหัวใจแล้ว ทัวร์หัวใจ Stanford Virtual Heart นี้ ไม่เพียงแต่สร้างความเข้าใจ แต่ยังทำให้พวกเขาอุ่นใจได้มากขึ้นในการรักษา และช่วยให้คนรอบข้างดูแลบุตรหลานผู้เป็นที่รักเหมือนดวงใจได้ดียิ่งขึ้น

Cr. : https://www.voathai.com/a/vr-virtual-heart-09192019/5091065.html

Hits 42 ครั้ง

ดวงตาเป็นมากกว่า 'หน้าต่างหัวใจ' เพราะอาจเผยว่าเราโกหกหรือไม่!

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Monday, September 2, 2019
รายละเอียด: 

อาจเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ดวงตา อวัยวะที่เราใช้ในการรับภาพนั้น มักอยากจับจ้องมองสิ่งที่ดีและสวยงาม แต่ขณะเดียวกันนักวิจัยก็บอกว่า ลักษณะหรือพฤติกรรมการมองของเราอาจจะช่วยบอกได้ว่าเราเคยรู้จักบุคคลหรือเคยเห็นสิ่งนั้นมาก่อนหรือไม่

นักวิจัยสนใจศึกษาเรื่องนี้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการยุติธรรมที่อาจจะช่วยพิสูจน์หาข้อเท็จจริงบางอย่างได้ เพราะโดยปกติแล้ว เครื่องจับเท็จซึ่งมุ่งที่การตอบสนองทางร่างกายบางอย่าง เช่น การเต้นของหัวใจ ระดับเสียงในการตอบคำถาม และปฏิกิริยาทางร่างกายนั้น อาจจะไม่สามารถยืนยันได้อย่างถูกต้องน่าเชื่อถือ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะผู้ที่มีความชำนาญอาจจะสามารถควบคุมพฤติกรรมเหล่านี้ได้

แต่นักวิจัยบอกว่า สายตาและลักษณะการมองสิ่งต่างๆ ของคนเรา โดยเฉพาะสิ่งที่เรารู้จักคุ้นเคยมาก่อนนั้น จะแตกต่างจากสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะเมื่อเรามองภาพหรือสิ่งที่รู้จักคุ้นเคย สายตามักจะมองจับที่ส่วนต่างๆ ของใบหน้าซึ่งเป็นที่คุ้นตาอย่างรวดเร็ว เพื่อสำรวจและยืนยันความจำ

แต่หากภาพหรือใบหน้าที่นำมาแสดงนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เราก็มักจะใช้เวลานานกว่า และใช้สายตาสำรวจส่วนต่างๆ บนใบหน้ามากกว่า เมื่อเทียบกับการมองสิ่งที่เราเคยรู้จักแล้ว

แม้ว่าการศึกษาพฤติกรรมการใช้สายตามองนี้อาจจะไม่ใช่วิธีที่จะใช้ยืนยันการจับเท็จได้อย่างสมบูรณ์ แต่อย่างน้อยที่สุดวิธีนี้ก็จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สอบสวนสามารถมีข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับพยานหรือหลักฐานทางวัตถุต่างๆ ที่นำมาแสดงว่าเป็นสิ่งที่บุคคลนั้นเคยรู้จักหรือเคยเห็นมาก่อนหรือไม่

และขณะที่ดวงตาเปรียบเสมือนหน้าต่างของหัวใจนั้น แต่ในแง่ของการมองแล้ว นักวิจัยเชื่อว่าคนเราอาจจะโกหกคนอื่นด้วยคำพูดได้ แต่สายตานั้นไม่สามารถจะโกหกได้อย่างแน่นอน

ที่มา : https://www.voathai.com/a/eye-movement-lying/5052276.html

Hits 63 ครั้ง

งานวิจัยชี้อาการ 'หัวใจสลาย' อาจเกี่ยวโยงกับความเสี่ยงเป็นมะเร็ง

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, July 25, 2019
รายละเอียด: 

การศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสารของสมาคมแพทย์หัวใจอเมริกันในวันพุธระบุว่า อาการ Broken Heart Syndrome หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า "หัวใจสลาย" เป็นอาการผิดปกติทางร่างกายที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจทำงานขัดข้อง ซึ่งทำให้คนที่ป่วยมีอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออก

อาการดังกล่าวเกิดจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของฮอร์โมนความเครียดจากปัญหาปัจจัยภายนอกที่โหมรุมเร้าทับถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เช่นการสูญเสียคนรัก การถูกบอกเลิกโดยไม่ได้ทำใจ การตกงาน หรือแม้กระทั่งการได้รับทราบข่าวร้ายเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง

และที่น่าสนใจก็คือ นักวิจัยพบว่าราว 'หนึ่งในหก' ของผู้ที่มีอาการหัวใจสลายจากกล้ามเนื้อหัวใจขัดข้องนี้ มีความเสี่ยงของโรคมะเร็งตามมาด้วยเมื่อเทียบกับคนที่ไม่มีอาการ

ข่าวร้ายกว่านั้นก็คือว่า ในจำนวนหนึ่งในหกคนของผู้ที่มีโอกาสความเสี่ยงจะเป็นมะเร็งจากฮอร์โมนความเครียด เนื่องจากภาวะตัวแปรภายนอกต่างๆ นี้ มีถึง 90% เป็นผู้หญิง

โดยมะเร็งที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีภาวะหัวใจล่มสลายเหล่านี้มักจะเป็นมะเร็งที่พบกันได้บ่อย คือมะเร็งทรวงอก มะเร็งของระบบลำไส้และทางเดินอาหาร มะเร็งของระบบทางเดินหายใจ มะเร็งของระบบสืบพันธุ์ และมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น

แพทย์ชี้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องย้ำว่า ขณะนี้ได้พบเพียงแค่ความเกี่ยวโยงระหว่างคนที่มีอาการ Broken Heart Syndrome หรือกล้ามเนื้อหัวใจขัดข้องจากฮอร์โมนความเครียดต่างๆ กับความเสี่ยงของมะเร็ง

แต่นักวิจัยยังไม่พบคำตอบที่ชัดเจนในลักษณะที่เป็นเหตุเป็นผลต่อกันว่าอะไรเป็นสาเหตุของเรื่องนี้ และนักวิจัยจะต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมต่อไปเพื่อหาคำตอบที่ชัดเจน

Hits 52 ครั้ง

ครั้งแรกของโลก! อิสราเอลสร้างหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Monday, April 29, 2019
รายละเอียด: 

ทีมนักวิทยาศาสตร์อิสราเอล ผลิตหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ใช้ชิ้นส่วนเนื้อเยื่อของมนุษย์ในการสร้างหัวใจใหม่ขึ้นมา เพื่อเป็นใบเบิกทางในการรักษาผู้ป่วยที่ต้องการเปลี่ยนถ่ายหัวใจมนุษย์ในอนาคต

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ครั้งใหม่ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Advanced Science เผยภาพหัวใจขนาด 2.5 เซนติเมตร ขนาดเล็กเท่ากับหัวใจของกระต่าย แต่มีโครงสร้างของหัวใจที่ใกล้เคียงของหัวใจจริงๆทั้งหมด ซึ่งพิมพ์ขึ้นมาจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

อาจารย์ Tal Dvir หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Tel Aviv University แถลงข่าวความสำเร็จเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อธิบายว่า นี่ถือเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ครั้งสำคัญ เพราะเป็นหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ผลิตจากเซลล์ของมนุษย์ และมีโครงสร้างห้องหัวใจและหลอดเลือดที่ใกล้เคียงกับหัวใจของจริงทั้งหมด

อาจารย์ Dvir มองว่า จุดเด่นของหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติดวงนี้ คือ หมึกชีวภาพที่มาจากเนื้อเยื่อของคนไข้โดยตรง ซึ่งช่วยลดปัญหาการเข้ากันไม่ได้ของอวัยวะที่ปลูกถ่ายในคนไข้ และร่นเวลาที่คนไข้ต้องรอในการปลูกถ่ายหัวใจในอนาคต

ขั้นตอนการผลิตหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบนี้ จะเริ่มจากการนำชิ้นส่วนเซลล์เนื้อเยื่อไขมัน หรือ fatty tissue ของคนไข้มาแยกส่วนที่เป็นเซลล์และที่ไม่ใช่เซลล์ เช่น คอลลาเจน เพื่อใช้เป็นหมึกชีวภาพสำหรับขึ้นรูปเป็นหัวใจในเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และปรับแต่งเซลล์ให้เป็นสเต็มเซลล์เพื่อพัฒนาเป็นเซลล์หัวใจดวงใหม่

สำหรับหัวใจกระต่าย ขนาด 2.5 เซนติเมตรนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการพิมพ์ขึ้นมา แต่สำหรับหัวใจมนุษย์ จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน และต้องใช้เซลล์หลายพันล้านเซลล์สำหรับหัวใจเพียง 1 ดวง

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Tel Aviv University อธิบายเพิ่มเติมว่า ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนให้หัวใจได้เติบโตมากพอที่จะเริ่มเต้นเหมือนหัวใจปกติ โดยในขั้นตอนนี้ทีมวิจัยเตรียมทดสอบปลูกถ่ายหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้ในสัตว์ และคาดว่าจะทดสอบในมนุษย์ได้ในเวลาต่อไป

ในขณะที่ตอนนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า เครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้จะสร้างหัวใจเทียมที่ทำงานได้ดีกว่าหัวใจธรรมชาติได้หรือไม่ แต่ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดก็คือ ชิ้นส่วนที่สร้างขึ้นจากเครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้ สามารถทดแทนหรือใช้ซ่อมแซมชิ้นส่วนของหัวใจที่เป็นโรคหรือเสียหายได้

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Tel Aviv University ตั้งเป้าไว้ว่า ภายใน 10 ปี โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ทันสมัยทั่วโลก จะมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่สร้างอวัยวะทดแทนให้กับมนุษย์ได้

(นีธิกาญจน์ กำลังวรรณ เรียบเรียงบทความจาก Bloomberg และ The Jerusalem Post)

Hits 111 ครั้ง

ครั้งแรกของโลก! อิสราเอลสร้างหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, April 19, 2019
รายละเอียด: 

ทีมนักวิทยาศาสตร์อิสราเอล ผลิตหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ใช้ชิ้นส่วนเนื้อเยื่อของมนุษย์ในการสร้างหัวใจใหม่ขึ้นมา เพื่อเป็นใบเบิกทางในการรักษาผู้ป่วยที่ต้องการเปลี่ยนถ่ายหัวใจมนุษย์ในอนาคต

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ครั้งใหม่ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Advanced Science เผยภาพหัวใจขนาด 2.5 เซนติเมตร ขนาดเล็กเท่ากับหัวใจของกระต่าย แต่มีโครงสร้างของหัวใจที่ใกล้เคียงของหัวใจจริงๆทั้งหมด ซึ่งพิมพ์ขึ้นมาจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

อาจารย์ Tal Dvir หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Tel Aviv University แถลงข่าวความสำเร็จเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อธิบายว่า นี่ถือเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ครั้งสำคัญ เพราะเป็นหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ผลิตจากเซลล์ของมนุษย์ และมีโครงสร้างห้องหัวใจและหลอดเลือดที่ใกล้เคียงกับหัวใจของจริงทั้งหมด

อาจารย์ Dvir มองว่า จุดเด่นของหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติดวงนี้ คือ หมึกชีวภาพที่มาจากเนื้อเยื่อของคนไข้โดยตรง ซึ่งช่วยลดปัญหาการเข้ากันไม่ได้ของอวัยวะที่ปลูกถ่ายในคนไข้ และร่นเวลาที่คนไข้ต้องรอในการปลูกถ่ายหัวใจในอนาคต

ขั้นตอนการผลิตหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบนี้ จะเริ่มจากการนำชิ้นส่วนเซลล์เนื้อเยื่อไขมัน หรือ fatty tissue ของคนไข้มาแยกส่วนที่เป็นเซลล์และที่ไม่ใช่เซลล์ เช่น คอลลาเจน เพื่อใช้เป็นหมึกชีวภาพสำหรับขึ้นรูปเป็นหัวใจในเครื่องพิมพ์ 3 มิติ และปรับแต่งเซลล์ให้เป็นสเต็มเซลล์เพื่อพัฒนาเป็นเซลล์หัวใจดวงใหม่

สำหรับหัวใจกระต่าย ขนาด 2.5 เซนติเมตรนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการพิมพ์ขึ้นมา แต่สำหรับหัวใจมนุษย์ จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน และต้องใช้เซลล์หลายพันล้านเซลล์สำหรับหัวใจเพียง 1 ดวง

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Tel Aviv University อธิบายเพิ่มเติมว่า ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนให้หัวใจได้เติบโตมากพอที่จะเริ่มเต้นเหมือนหัวใจปกติ โดยในขั้นตอนนี้ทีมวิจัยเตรียมทดสอบปลูกถ่ายหัวใจจากเครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้ในสัตว์ และคาดว่าจะทดสอบในมนุษย์ได้ในเวลาต่อไป

ในขณะที่ตอนนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า เครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้จะสร้างหัวใจเทียมที่ทำงานได้ดีกว่าหัวใจธรรมชาติได้หรือไม่ แต่ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดก็คือ ชิ้นส่วนที่สร้างขึ้นจากเครื่องพิมพ์ 3 มิตินี้ สามารถทดแทนหรือใช้ซ่อมแซมชิ้นส่วนของหัวใจที่เป็นโรคหรือเสียหายได้

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Tel Aviv University ตั้งเป้าไว้ว่า ภายใน 10 ปี โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ทันสมัยทั่วโลก จะมีเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่สร้างอวัยวะทดแทนให้กับมนุษย์ได้

(นีธิกาญจน์ กำลังวรรณ เรียบเรียงบทความจาก Bloomberg และ The Jerusalem Post)

Hits 115 ครั้ง

'Apple Watch' ประสบความสำเร็จในการตรวจจับสัญญาณของหัวใจที่ผิดปกติ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, April 4, 2019
รายละเอียด: 

การศึกษาฉบับใหม่ชี้ให้เห็นว่านาฬิกา Apple Watch สามารถระบุอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับสภาวะโรคหัวใจที่รุนแรงได้

ผู้ใช้นาฬิกา Apple Watch กว่า 400,000 คนเป็นอาสาสมัครเข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ ซึ่งเป็นโครงการของนักวิจัยที่คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

Apple บริษัทเทคโนโลยีอเมริกัน เป็นผู้มอบทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยครั้งนี้ และผลลัพธ์จากการศึกษาถูกนำเสนอในที่ประชุมใหญ่เรื่องสุขภาพหัวใจที่รัฐนิวออร์ลีนส์

นักวิจัยค้นหาสัญญาณของหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ ซึ่งเป็นรูปแบบของการเต้นของหัวใจผิดปกติที่พบบ่อยที่สุด สภาวะดังกล่าวเรียกว่า "a-fib" เป็นผลมาจากการยิงสัญญาณไฟฟ้าที่ผิดปกติในห้องบนของหัวใจ

ผู้ที่มีภาวะหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของการเต้นของหัวใจตัวเอง ในขณะที่คนอื่นไม่สามารถรู้สึกได้ ด้วยเหตุนี้เองหลายๆ จึงคนไม่ทราบว่าตัวเองมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ

ผู้ที่มีสภาวะ a-fib ที่ไม่ได้รับการรักษาจะมีโอกาสเกิดภาวะเส้นโลหิตอุดตันในสมองมากกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่า และในสหรัฐ a-fib ทำให้มีผู้เสียชีวิตราวปีละ 130,000 คน และเข้าโรงพยาบาล ปีละ 750,000 คน

อาสาสมัครที่เข้าร่วมในการศึกษานี้สวมนาฬิกา Apple Watch เป็นระยะเวลานานในช่วงปี พ.ศ. 2560 และ 2561 นาฬิกาดังกล่าวมีแอพที่รวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่องโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่จะใช้เทคโนโลยีแสงเซ็นเซอร์ของนาฬิกาเพื่อวัดการไหลเวียนของเลือด ระบบนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยระบุการเปลี่ยนแปลงที่อาจแสดงการเต้นผิดปกติของหัวใจ

นักวิจัยกล่าวว่า จากจำนวนอาสาสมัครทั้งหมด มีอยู่ประมาณ 2,000 คนที่ได้รับคำเตือนจากอุปกรณ์ว่าอาจมีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ

อาสาสมัครเหล่านั้นได้รับคำแนะนำให้ติดต่อแพทย์ ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าพวกเขาควรได้รับแผ่นแปะที่หน้าอกเพื่อเฝ้าดูการเต้นของหัวใจว่าผิดปกติหรือไม่ แผ่นแปะดังกล่าวใช้เทคโนโลยีบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiography หรือ ECG)

การศึกษาพบว่าผู้ที่ได้รับคำเตือนว่ามีอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติกำลังประสบกับภาวะ a-fib หรือภาวะหัวใจห้องบนเต้นผิดปกติในเวลานั้น และ 1 ใน 3 ของผู้ที่ได้รับคำเตือนและใช้แผ่นแปะวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจตรวจพบภายหลังว่ามี a-fib

นักวิจัยกล่าวว่า โดยรวมแล้วราว 57% ของอาสาสมัครที่เข้าร่วมในการศึกษานี้ได้พบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา

Lloyd Minor หัวหน้าคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Stanford แถลงว่า ผลลัพธ์จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงสัญญาณที่ดีในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์การดูแลรักษาสุขภาพที่สามารถคาดการณ์และป้องกันได้

แต่นักวิจัยด้านสุขภาพบางคนเตือนว่า ไม่ควรด่วนตัดใจสินใจจากการศึกษาที่ Apple เป็นผู้ให้เงินทุนสนับสนุนเพียงอย่างเดียว และเรียกร้องให้มีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อวัดประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่สวมใส่นี้ว่าสามารถระบุชี้สัญญาณของโรคหัวใจได้จริงหรือไม่

Hits 117 ครั้ง

ร่องรอยบนหน้าผากอาจบ่งบอกถึงสุขภาพหัวใจของคุณ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, February 28, 2019
รายละเอียด: 

หากพูดถึงริ้วรอยบนหน้าผากใครหลายคนมักจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงาม หรือเรื่องสุขภาพของผิว เช่น ผิวบริเวณหน้าผากได้รับแสงแดดเป็นเวลานาน
ขาดความชุ่มชื้น หรือการเสื่อมโทรมของคอลลาเจน และอิลาสตินในชั้นหนังแท้ โดยชั้นหนังแท้ (Dermis) นี้อยู่ระหว่างชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และชั้นไขมัน
(Hypodermis) ของผิวหนัง ซึ่งมีเซลล์สำคัญที่สร้างคอลลาเจน และอิลาสตินเพื่อให้ความแข็งแรง รวมถึงซ่อมแซมผิวหนังของเรา นอกเหนือจากปัญหาการเสื่อมโทรม
ของคอลลาเจน และอิลาสตินแล้ว เราควรให้ความใส่ใจในเรื่องสุขภาพอื่นด้วย เช่น การทำงานผิดปกติของสมอง ไตอ่อนแอ และการนอนไม่หลับ
ซึ่งล่าสุดการศึกษาจากนักวิจัยชาวฝรั่งเศสพบว่าผู้ที่มีริ้วรอยเป็นร่องลึกก่อนวัยอันควรมักจะเสียชีวิตเนื่องจากโรคหัวใจ

โดยการศึกษาครั้งนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากวัยผู้ใหญ่ในประเทศฝรั่งเศสมากกว่า 3,200 คน อายุ 32 42 52 และ 62 ปี จากการนับจำนวนร่องหน้าผาก และรอยลึกของร่อง
ซึ่งการศึกษาได้เฝ้าติดตามผลมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ได้กำหนดค่าคะแนนทั้งหมด 4 เกณฑ์โดย คะแนนต่ำสุด คือ 0 หมายถึงไม่มีร่องบนหน้าผาก และคะแนนมากสุด
คือ 3 หมายถึง ริ้วรอยลึกจำนวนมาก โดยผู้ที่มีค่าคะแนนจำนวนร่องหน้าผาก และรอยลึกอยู่ในเกณฑ์มาก พบว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจมีมากถึง 10 เท่าของคนที่
ไม่มีร่องบนหน้าผาก

อย่างไรก็ตามผลการวิเคราะห์นี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ยังจำเป็นต้องได้รับการศึกษาเพิ่มเติม
ซึ่งร่องรอยบนหน้าผากนั้นสามารถสังเกตได้ง่าย และมองเห็นได้ด้วยตาจึงอาจเป็นตัวเลือกหนึ่งในการนำไปเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจในอนาคต
ทั้งนี้ทั้งนั้นการสังเกตเพียงร่องรอยบนหน้าผากอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะโรคหัวใจสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหลายกลุ่มโรค จำเป็นต้องทราบข้อมูลอื่น ๆ
ต้องสังเกตอาการ และตรวจร่างกายประกอบ เช่น อายุ เพศ ความดันโลหิต ประวัติการสูบบุหรี่ อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับไขมันในเลือด เป็นต้น

ที่มา :
Rachael Rettner. 2018. What Forehead Wrinkles Might Tell You About Your Heart Health. LIVE SCIENCE. Resource: https://www.livescience.com/63432-forehead-wrinkles-heart-health.html?ut.... 2 September. 2018

Hits 100 ครั้ง

ร่องรอยบนหน้าผากอาจบ่งบอกถึงสุขภาพหัวใจของคุณ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, February 8, 2019
รายละเอียด: 

หากพูดถึงริ้วรอยบนหน้าผากใครหลายคนมักจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงาม หรือเรื่องสุขภาพของผิว เช่น ผิวบริเวณหน้าผากได้รับแสงแดดเป็นเวลานาน
ขาดความชุ่มชื้น หรือการเสื่อมโทรมของคอลลาเจน และอิลาสตินในชั้นหนังแท้ โดยชั้นหนังแท้ (Dermis) นี้อยู่ระหว่างชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) และชั้นไขมัน
(Hypodermis) ของผิวหนัง ซึ่งมีเซลล์สำคัญที่สร้างคอลลาเจน และอิลาสตินเพื่อให้ความแข็งแรง รวมถึงซ่อมแซมผิวหนังของเรา นอกเหนือจากปัญหาการเสื่อมโทรม
ของคอลลาเจน และอิลาสตินแล้ว เราควรให้ความใส่ใจในเรื่องสุขภาพอื่นด้วย เช่น การทำงานผิดปกติของสมอง ไตอ่อนแอ และการนอนไม่หลับ
ซึ่งล่าสุดการศึกษาจากนักวิจัยชาวฝรั่งเศสพบว่าผู้ที่มีริ้วรอยเป็นร่องลึกก่อนวัยอันควรมักจะเสียชีวิตเนื่องจากโรคหัวใจ

โดยการศึกษาครั้งนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากวัยผู้ใหญ่ในประเทศฝรั่งเศสมากกว่า 3,200 คน อายุ 32 42 52 และ 62 ปี จากการนับจำนวนร่องหน้าผาก และรอยลึกของร่อง
ซึ่งการศึกษาได้เฝ้าติดตามผลมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ได้กำหนดค่าคะแนนทั้งหมด 4 เกณฑ์โดย คะแนนต่ำสุด คือ 0 หมายถึงไม่มีร่องบนหน้าผาก และคะแนนมากสุด
คือ 3 หมายถึง ริ้วรอยลึกจำนวนมาก โดยผู้ที่มีค่าคะแนนจำนวนร่องหน้าผาก และรอยลึกอยู่ในเกณฑ์มาก พบว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจมีมากถึง 10 เท่าของคนที่
ไม่มีร่องบนหน้าผาก

อย่างไรก็ตามผลการวิเคราะห์นี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ยังจำเป็นต้องได้รับการศึกษาเพิ่มเติม
ซึ่งร่องรอยบนหน้าผากนั้นสามารถสังเกตได้ง่าย และมองเห็นได้ด้วยตาจึงอาจเป็นตัวเลือกหนึ่งในการนำไปเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจในอนาคต
ทั้งนี้ทั้งนั้นการสังเกตเพียงร่องรอยบนหน้าผากอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะโรคหัวใจสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหลายกลุ่มโรค จำเป็นต้องทราบข้อมูลอื่น ๆ
ต้องสังเกตอาการ และตรวจร่างกายประกอบ เช่น อายุ เพศ ความดันโลหิต ประวัติการสูบบุหรี่ อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับไขมันในเลือด เป็นต้น

ที่มา

Rachael Rettner. 2018. What Forehead Wrinkles Might Tell You About Your Heart Health. LIVE SCIENCE. Resource: https://www.livescience.com/63432-forehead-wrinkles-heart-health.html?ut.... 2 September. 2018

Lifecenterthailand. 2559. ริ้วรอยบนใบหน้า กับอาการป่วยที่ควรระวัง. Life Center Thailand. แหล่งที่มา: https://lifecenterthailand.wordpress.com/2016/06/28. 2 กันยายน 2561

Hits 113 ครั้ง
Subscribe to RSS - หัวใจ