Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

เด็ก

5 ยาอันตรายที่คุณแม่ไม่ควรซื้อให้ลูกเอง

วันที่: 
Friday, November 8, 2019

1. ยากลุ่มซัลฟา
เป็นยาต้านมาลาเรีย สังเกตหากลูกมีโรคประจำตัวจะทำให้เกิดโรคโลหิตจางตามมา

2. ยากลุ่มเตตร้าไซคลิน หรือ ยาคลอแรมเฟนิคอล
เป็นยาฆ่าเชื้อ เช่น ด็อกซีไซคลิน ห้ามใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 8 ขวบ เพราะยากลุ่มนี้อาจมีผลทำให้สีของฟันมีสีดำอย่างถาวร และจะทำให้กระดูกหยุดการเจริญเติบโต

3. ยากลุ่มแอสไพริน
เป็นยาบรรเทาอาการปวด ห้ามใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 8 ขวบ และสำหรับเด็กที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ หรืออีสุกอีใส ควรระวังในการใช้ยาแอสไพริน เนื่องจากอาจทำให้เกิดรายส์ ซินโดรม (Reye’s syndrome)

4. ยากลุ่มโลเพอราไมด์
เป็นยาบรรเทาอาการท้องเสีย ห้ามใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และผู้สูงอายุ เพราะยากลุ่มโลเพอราไมด์ อาจส่งผลข้างเคียง ทำให้ปากแห้ง อาเจียน ปวดท้อง และท้องผูก

5. ยากลุ่มเดกซ์โทรเมทอร์แฟน
เป็นยาบรรเทาอาการไอ ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ เพราะยาบรรเทาอาการไอกลุ่มนี้ อาจส่งผลข้างเคียงกับระบบการหายใจได้

แหล่งที่มา: 
https://www.rakluke.com/article/24/128/4622/5-ยาอันตรายที่คุณแม่ไม่ควรซื้อให้ลูกเอง
ภาพประกอบ: 

งานวิจัย: เด็กเล่นเกมรุนแรงมีแนวโน้ม 'จับปืน-เหนี่ยวไก' มากกว่าปกติ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, June 7, 2019
รายละเอียด: 

รายงานวิจัยชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Network Open ชี้ว่า เด็กที่เล่นหรือดูเกมที่มีเนื้อหารุนแรง ซึ่งรวมถึงมีการใช้อาวุธปืนในเกมนั้น มีแนวโน้มที่จะจับปืนและเหนี่ยวไกปืนเพิ่มขึ้น

เด็กอายุระหว่าง 8-12 ปี จำนวน 242 คน เข้าร่วมในงานวิจัยของมหาวิทยาลัย Ohio State โดยแบ่งเด็กออกเป็นสามกลุ่มแล้วให้จับคู่กัน กลุ่มแรกให้เล่นเกมที่มีการใช้อาวุธปืน กลุ่มที่สองเล่นเกมที่มีการใช้ดาบเป็นอาวุธ และกลุ่มที่สามเป็นเกมที่ไม่มีเนื้อหารุนแรง

ซึ่งเด็กที่จับคู่กันแต่ละคู่นั้น คนหนึ่งจะเป็นคนเล่นเกมและอีกคนหนึ่งเป็นคนนั่งดูเพื่อนเล่น เป็นเวลาราว 20 นาที จากนั้นให้เด็กเข้าไปในห้องที่มีของเล่นมากมายอยู่ในนั้น และมีปืนจริงที่ไม่มีกระสุนและไม่สามารถใช้งานได้ 2 กระบอกซุกซ่อนอยู่ในตู้ภายในห้องดังกล่าว

ผลการศึกษาพบว่ามีเด็ก 220 คนจาก 242 ที่พบปืนที่ซ่อนอยู่ โดยในจำนวนนี้ 61.8% ของเด็กที่เพิ่งเล่นเกมที่มีการใช้อาวุธปืนมานั้นจะเข้าไปถือปืน เทียบกับ 56.8% ของกลุ่มเด็กที่เล่นเกมที่มีการใช้ดาบเป็นอาวุธ และ 44.3% ของกลุ่มเด็กที่ไม่ได้เล่นเกมที่มีเนื้อหารุนแรง

นอกจากนี้ เด็กกลุ่มที่เล่นเกมที่มีความรุนแรงยังมีแนวโน้มที่จะเหนี่ยวไกปืนมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้เล่นเกมรุนแรง และจำนวนการเหนี่ยวไกปืนมากหรือน้อยยังขึ้นอยู่กับประเภทของเกมที่เล่นด้วย กล่าวคือ หากเป็นเกมที่ต้องใช้ปืนยิงตัวสัตว์ประหลาดในเกมนั้น เด็กที่อยู่ในกลุ่มนี้มีโอกาสเหนี่ยวไกปืนเพิ่มขึ้นราว 10 เท่า

และเมื่อยิ่งพิจารณาลงลึกไปอีก นักวิจัยพบว่า เด็กกลุ่มที่เล่นเกมซึ่งใช้อาวุธปืน มีโอกาสเหนี่ยวไกขณะเล็งปืนที่ตัวเองหรือที่เด็กอีกคนที่จับคู่กับตนเอง มากขึ้นราว 3.4 เท่า เทียบกับระดับ 1.5 เท่าในกลุ่มที่เล่นเกมแบบใช้ดาบ และ 0.2 เท่าในกลุ่มที่เล่นเกมแบบไม่รุนแรง

แบรด บุชแมน ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารที่มหาวิทยาลัย Ohio State ผู้จัดทำรายงานวิจัยชิ้นนี้ชี้ว่า แต่ละวันในสหรัฐฯ มีเด็กและวัยรุ่นเกือบ 50 คนที่ถูกทำร้ายด้วยอาวุธปืน ในขณะที่ครัวเรือนอเมริกันที่ครอบครองอาวุธปืนนั้น มีอยู่ราว 20% ที่ยังไม่มีการเก็บอาวุธปืนนั้นอย่างปลอดภัย

นักวิจัยผู้นี้ชี้ด้วยว่า งานวิจัยชิ้นนี้สามารถชี้ให้เห็นถึงบทเรียนสำคัญสองประการสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง

หนึ่งคือ ผู้ปกครองที่มีปืนภายในบ้านควรเก็บปืนของตนให้ปลอดภัยและไม่ให้ลูกหลานสามารถเข้าถึงได้ และสองคือ ผู้ปกครองควรปกป้องเด็กๆ จากสื่อที่รุนแรงในรูปแบบต่างๆ รวมถึงวิดีโอเกม

(SOURCE: https://jamanetwork.com/journals/jamanetworkopen/fullarticle/2734799 , JAMA Network Open, May 31, 2019.​)

Hits 63 ครั้ง

งานวิจัยระบุเด็กทั่วโลกเป็น "โรคหอบหืด" มากขึ้นเพราะมลพิษทางอากาศ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Monday, May 13, 2019
รายละเอียด: 

รายงานขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า อาการหอบหืดในเด็กถือเป็นโรคเรื้อรังที่พบบ่อยที่สุดอย่างหนึ่งในเด็กเล็ก โดยเชื่อว่ามลพิษทางอากาศคือสาเหตุหลักของโรคนี้

รายงานวิจัยชิ้นใหม่ชี้ว่า มลพิษทางอากาศนั้นคือสาเหตุสำคัญของโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคหอบหืดในเด็ก

คุณซูซาน แอนเนนเบิร์ก แห่งสถาบันด้านสาธารณสุขมิลเคน ของมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ในกรุงวอชิงตัน ระบุว่า งานวิจัยชิ้นล่าสุดแสดงให้เห็นว่า มลพิษทางอากาศคือปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งด้านสิ่งแวดล้อม ที่อาจก่อให้เกิดโรคร้ายได้

องค์การอนามัยโลก ประเมินว่า แต่ละปีมีเด็กเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยสาเหตุที่เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศราย 3 ล้าน 7 แสนคนทั่วโลก

แต่รายงานชิ้นใหม่ของสถาบันด้านสาธารณสุขมิลเคน ชี้ชัดลงไปว่า สารไนโตรเจนไดออกไซด์ หรือ NO2 ที่มาจากท่อไอเสียรถยนต์ คือตัวการสำคัญที่เป็นต้นเหตุของโรคหอบหืดในเด็กทั่วโลก

คุณซูซาน แอนเนนเบิร์ก กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของเมืองใหญ่หลายเมืองทั่วโลก พบว่าราวครึ่งหนึ่งของเด็กที่เป็นโรคหอบหืดรายใหม่นั้น มีความเกี่ยวข้องกับระดับสารไนโตรเจนไดออกไซด์ในเมืองนั้นๆ

รายงานยังพบด้วยว่า เมืองที่พบเด็กป่วยเป็นโรคหอบหืดจำนวนมากนั้น มีปริมาณสาร NO2 อยู่ในระดับที่องค์การอนามัยโลกระบุว่าเป็นระดับปลอดภัย

คุณพลอย พัทธนันท์ อัชชะกุลวิสุทธิ์ แห่งสถาบันด้านสาธารณสุขมิลเคน มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ชี้ว่า 90% ของโรคหอบหืดในเด็กที่เชื่อว่ามีสาเหตุมาจากสารสารไนโตรเจนไดออกไซด์ อยู่ในพื้นที่ที่มีระดับสารดังกล่าวไม่เกิน 21 ส่วนต่อ 1,000 ล้านส่วน ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เป็นอันตรายตามคำจำกัดความขององค์การอนามัยโลก

รายงานวิจัยชิ้นนี้ยังพบด้วยว่า เมืองที่มีระดับ NO2 สูงที่สุดนั้น ส่วนใหญ่อยู่ใน 3 ประเทศ คือ จีน อินเดีย และสหรัฐฯ

นักวิจัยแนะนำว่า วิธีการที่ดีที่สุดในการรับมือกับการเพิ่มขึ้นของโรคหอบหืดในเด็ก คือการใส่อุปกรณ์ป้องกันเมื่อต้องไปในบริเวณที่การจราจรติดขัด และช่วยกันรณรงค์ต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก เช่น การเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น

Hits 71 ครั้ง

เด็กๆ ควรใช้เวลาหน้าจอ (Screen Time) มากน้อยแค่ไหน?

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, May 7, 2019
รายละเอียด: 

องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ได้ออกแนวทางปฏิบัติสำหรับการใช้เวลากับหน้าจอ หรือ Screen Time ของเด็กเป็นครั้งแรก โดยระบุว่าเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบไม่ควรมี Screen Time มากนัก และเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบไม่ควรมี Screen Time เลย

หน่วยงานด้านสุขภาพของสหประชาชาติกล่าวว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบไม่ควรใช้เวลาบนหน้าจอนานกว่า 1 ชั่วโมงในแต่ละวัน หรือถ้าน้อยกว่านั้นได้ยิ่งดี

แนวทางปฏิบัติขององค์การอนามัยโลกนี้ค่อนข้างคล้ายกับคำแนะนำจากสถาบันกุมารแพทย์อเมริกัน หรือ American Academy of Pediatrics ที่แนะนำให้เด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 18 เดือนหลีกเลี่ยงการใช้หน้าจออื่นๆ นอกเหนือจากวิดีโอแชท และผู้ปกครองของเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบควรเลือกโปรแกรมคุณภาพสูงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาที่เด็กสามารถดูได้พร้อมกับผู้ปกครอง เพื่อช่วยให้เด็กเข้าใจสิ่งที่พวกเขากำลังดูอยู่

แต่ Andrew Przybylski ผู้อำนวยการวิจัยของสถาบัน Oxford Internet Institute ที่มหาวิทยาลัยOxford กล่าวว่าคำแนะนำเรื่อง Screen Time ของ WHO นั้นมุ่งเน้นไปในเรื่องของการใช้เวลาที่หน้าจอมากเกินไป โดยที่ไม่ได้คำนึงประโยชน์จากเนื้อหาของสื่อดิจิตัลเหล่านั้น หรือบริบทของการใช้

ส่วนวิทยาลัยกุมารแพทย์ Royal College of Paediatrics and Child Health ในประเทศอังกฤษกล่าวว่าข้อมูลที่มีอยู่นั้นยังอ่อนเกินไปที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถกำหนดเกณฑ์สำหรับ Screen Time ที่เหมาะสมได้

ดร. Max Davie เจ้าหน้าที่ด้านการพัฒนาสุขภาพของวิทยาลัยนี้กล่าวอีกว่า งานวิจัยของทางวิทยาลัยยังแสดงให้เห็นว่าในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนการกำหนด Screen Time และการจำกัดเวลาตามแนวทางขององค์การอนามัยโลกนั้นดูเหมือนจะไม่ได้สัดส่วนกับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

องค์การอนามัยโลกไม่ได้ระบุรายละเอียดของอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการมี Screen Time มากเกินไป แต่กล่าวว่าแนวทางปฏิบัติดังกล่าวซึ่งรวมถึงคำแนะนำสำหรับการออกกำลังกายและการนอนหลับนั้น มีความจำเป็นต่อการแก้ปัญหาพฤติกรรมการนั่งติดอยู่กับที่ของประชากรทั่วๆ ไป และตั้งข้อสังเกตว่าการไม่เคลื่อนไหวร่างกายทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิต และเป็นสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคอ้วนกันมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำว่าทารกที่อายุน้อยกว่า 1 ขวบควรนอนคว่ำอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง และเด็กโตควรมีกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อยวันละสามชั่วโมง

Hits 88 ครั้ง

ประกวดชุดแฟนซี “หน้ากากสัตว์ป่าร่าเริง” เนื่องในงานวันเด็กแห่งชาติ

Hits 57 ครั้ง
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Wednesday, December 26, 2018
รายละเอียด: 

ประกวดชุดแฟนซี “หน้ากากสัตว์ป่าร่าเริง”
Submitted by mod on Fri, 2018-12-21 19:31
ประกวดชุดแฟนซี “หน้ากากสัตว์ป่าร่าเริง”
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา : Natural History Museum ขอเชิญน้องๆ อายุ 3 - 12 ปี สมัครเข้าร่วมการประกวดชุดแฟนซี “หน้ากากสัตว์ป่าร่าเริง” ในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2562 ชิงรางวัล

รุ่นการประกวด

รุ่นเด็กเล็ก อายุ 3 - 8 ปี
รุ่นเด็กโต อายุ 8 - 12 ปี
กำหนดเวลา
สมัครและประกวดในงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2562 วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2562

10.00 – 12.00 น. เปิดรับสมัคร บริเวณด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา
13.30 – 15.30 น. ประกวด เดินบนเวทีโชว์ตัวพร้อมตอบคำถาม “สัตว์ที่หนูเป็นมีความสำคัญอย่างไร”
15.30 - 16.30 น. ประกาศผลการตัดสิน (การตัดสินของคณะกรรมถือเป็นที่สิ้นสุด)
เกณฑ์การตัดสิน

ความสวยงาม
ความคิดสร้างสรรค์
การตอบคำถาม
รางวัลกการประกวด

รางวัลชนะเลิศ
รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1
รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2
รางวัลขวัญใจช่างภาพ
รางวัลขวัญใจมหาชน
ติดต่อสอบถาม
0-2577-9999 ต่อ 2123

ประเภทข่าว: 
news
Subscribe to RSS - เด็ก