Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

แปซิฟิก

นักอนุรักษ์กู้ขยะพลาสติก 40 ตันจากแพขยะใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิก

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Wednesday, July 10, 2019
รายละเอียด: 

ทีมกะลาสีอาสาสมัครบนเรือสินค้าขนาด 43 เมตร เดินทางจากฮาวายไปยังใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิกเพื่อกอบกู้ขยะพลาสติกที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในทะเล และได้เดินทางกลับไปยังฮอลโนลูลูพร้อมขยะ 40 ตัน ส่วนใหญ่ของขยะที่เก็บได้เป็นชิ้นส่วนของอวนหาปลา

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเก็บกู้อวนหาปลาที่เป็นอันตรายต่อวาฬ เต่า ปลา และยังสร้างความเสียหายแก่ปะการังด้วย

ทีมอาสาสมัครทีมนี้ทำงานให้กับสถาบันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Ocean Voyages Institute ที่ไม่หวังผลกำไร ที่ตั้งอยู่ที่แคลิฟอร์เนีย ได้กอบกู้อวนหาปลาเหล่านี้ออกจากมหาสมุทรบริเวณนี้ที่กระแสน้ำทะเลจากฮาวายกับแคลิฟอร์เนียมาบรรจบกัน

Mary Crowley ผู้ก่อตั้งกลุ่ม กล่าวว่า การกอบกู้ขยะครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของทีมงานที่ยาวนาน 25 วัน เรือสินค้าเดินทางกลับไปยังฮอนโนลูลูเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน มีการแยกขยะพลาสติกจากอวนหาปลาที่กอบกู้มา และนำไปบริจาคแก่ศิลปินท้องถิ่นหลายคนเพื่อนำไปแปรรูปเป็นงานศิลปะเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับมลพิษขยะพลาสติกในมหาสมุทร

ส่วนขยะที่เหลือถูกนำไปมอบให้โรงงานผลิตไฟฟ้าที่ปลอดจากควันเสีย โดยขยะจะถูกเผาเพื่อผลิตเป็นพลังงาน

Nick Mallos ผู้อำนายการของโครงการ Trash Free Seas Program แห่งหน่วยงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไม่หวังผลกำไร Ocean Conservancy ประมาณว่ามีอวนและอุปกรณ์หาปลาราว 600,000 ถึง 800,000 ตันถูกทิ้งลงทะเลหรือสูญหายไปในทะเลในช่วงเกิดมรสุมหลายครั้งทุกปี

บรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า นอกจากนี้ยังมีขยะอีก 9 ล้านตันที่เป็นขยะพลาสติก ทั้งขวดพลาสติก ถุงพลาสติก ของเล่น และวัสดุอื่นๆ ที่ไหลลงไปในทะเลทุกปีจากชายทะเล แม่น้ำและลำธาร

สถาบัน Ocean Voyages Institute เป็นหนึ่งในสถาบันทั่วโลกที่พยายามจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกในทะเล ส่วนใหญ่เน้นทำความสะอาดชายหาดแห่งต่างๆ ด้วยการเก็บอวนหาปลา กับดักปลา และอุปกรณ์หาปลาอื่นๆ ที่มาเกยฝั่ง และพยายามผลักดันให้มีการลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า แพขยะใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิกมีขยะที่น่าจะมีน้ำหนักรวมทั้งหมด 7 ล้านตัน และมีความหนาจากผิวหน้าทะเลลงไปถึง 9 ฟุต แพขยะแห่งนี้ได้ชื่อว่า "วอร์เท็กซ์ขยะแปซิฟิก" ขยะพลาสติกเหล่านี้ส่วนใหญ่ไหลมาจากประเทศต่างๆ ในเอเชีย

แพขยะตั้งอยู่ระหว่างเกาะฮาวายกับแคลิฟอร์เนีย มองเห็นไม่ง่ายนักจากห้วงอวกาศเพราะกระจัดกระจายเป็นวงกว้าง

ทีมนักวิจัยจากโครงการ Ocean Cleanup กล่าวว่า แพขยะแปซิฟิกกินพื้นที่ 1 ล้าน 6 แสนตารางกิโลเมตร และการวิจัยหลายชื้นชี้ว่า แพขยะมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังพบว่ามีแพขยะคล้ายๆ กันนี้ลอยอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งมีชื่อว่า "แพขยะใหญ่แอตแลนติกเหนือ" ด้วย

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

Hits 11 ครั้ง

ปส. ร่วมกับ ASEAN Next 2019 ระดมผู้เชี่ยวชาญ เอเชีย – แปซิฟิก ยกระดับงานประเมินรังสีบุคคลสู่มาตรฐานสากล

Hits 51 ครั้ง
URL: 
http://www.most.go.th/main/th/news/34-news-gov/8015-asean-next-2019
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Wednesday, March 20, 2019
รายละเอียด: 

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาค “Building Asia-Pacific Individual Monitoring (IMS) Capabilities toward Regional Sustainable Network” ระหว่างวันที่ 18 – 20 มีนาคม 2562 ภายใต้งาน ASEAN Next 2019 (โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) เชิญชวนผู้เชี่ยวชาญนิวเคลียร์และรังสีในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ร่วมจัดตั้งเครือข่ายห้องปฏิบัติการประเมินรังสีประจำตัวบุคคลในภูมิภาคอาเซียน หวังพัฒนาและยกระดับศักยภาพ ห้องปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการขอการรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 นางรัชดา เหมปฐวี รองเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน “ASEAN Next 2019: STL Leading towards Community Happiness” ซึ่งจัดโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ โรงแรมพูลแมน เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (รางน้ำ) โดย รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ระหว่างอาเซียนกับประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศคู่เจรจาในการจัดงานประจำปีนี้ และจะมีการจัดทำแผนกิจกรรมความร่วมมือรายสาขาที่สำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของประชาคม รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน วทน. ในสาขาที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประชาคมเชิงเศรษฐกิจที่สามารถเพิ่มรายได้และทักษะในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในประชาคมได้ ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการสร้างนวัตกรรมซึ่งจะนำไปสู่ความสุขที่ยั่งยืนในประชาคมอาเซียนต่อไป

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นางรัชดา เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาค เรื่อง “Building Asia-Pacific Individual Monitoring (IMS) Capabilities toward Regional Sustainable Network” ซึ่งจัดโดย ปส. ระหว่างวันที่ 18 – 20 มีนาคม 2562 ณ โรงแรมพูลแมน เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (รางน้ำ) รวมทั้งมีการเยี่ยมชม ห้องปฏิบัติการวัดรังสีมาตรฐานทุติยภูมิ และเยี่ยมชมการดำเนินงานต่าง ๆ ของ ปส. อีกด้วย ทั้งนี้ การจัดประชุมฯ ระดับภูมิภาคนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้งาน ASEAN Next 2019 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งเครือข่ายห้องปฏิบัติการประเมินรังสีประจำตัวบุคคล (IMS) ในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก การเปรียบเทียบผลการประเมินระหว่างห้องปฏิบัติการฯ (Proficiency Testing: PT) ให้สามารถสอบย้อนกลับไปสู่ระดับปฐมภูมิและหน่วยพื้นฐาน (SI Unit) รวมถึงเป็นการพัฒนาและยกระดับการประกันคุณภาพเพื่อสนับสนุนการขอการรับรองระบบมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ของห้องปฏิบัติการในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก โดยเชิญวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่ด้านนิวเคลียร์และรังสีกว่า 40 คน จากประเทศสมาชิกอาเซียน เอเชียตะวันออก และหน่วยงานในประเทศไทย อาทิ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และเจ้าหน้าที่ ปส. เข้าร่วมการประชุม รวมทั้งทบทวนกรอบและแผนการดำเนินงานในระดับภูมิภาคเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จของการพัฒนาเครือข่ายอย่างยั่งยืนต่อไป

นางรัชดา กล่าวในตอนท้ายว่า การประเมินรังสีประจำตัวบุคคลของผู้ปฏิบัติงานทางรังสีจะดำเนินการโดยห้องปฏิบัติการประเมินรังสีประจำตัวบุคคล (IMS) ของแต่ละประเทศ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ผลประเมินในการวัดของห้องปฏิบัติการฯ เหล่านี้ จะต้องมีความถูกต้องแม่นยำ เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานรวมทั้งประชาชนทั่วไปเกิดความมั่นใจและมีความปลอดภัยในการนำวัสดุและเครื่องกำเนิดรังสีมาใช้งาน การจัดตั้งเครือข่ายห้องปฏิบัติการฯ IMS ในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิกในครั้งนี้ มีประโยชน์อย่างยิ่งในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ด้านการวัดรังสีของแต่ละประเทศ รวมทั้งการเปรียบเทียบผลการประเมินระหว่างห้องปฏิบัติการฯ (PT) เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพการประเมินผลที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นำไปสู่การรับรองระบบมาตรฐานของห้องปฏิบัติการฯ ในภูมิภาคอย่างครบถ้วนต่อไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองพัฒนาระบบและมาตรฐานกำกับดูแลความปลอดภัย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โทรศัพท์ 0 2596 7600 ต่อ 1419

ข้อมูลโดย : กลุ่มส่งเสริมฝึกอบรมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

ประเภทข่าว: 
news
Subscribe to RSS - แปซิฟิก