Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

แรงโน้มถ่วง

ความโน้มถ่วงคืออะไร ใครคือผู้ค้นพบ

วันที่: 
Thursday, January 3, 2019

ในสมัยก่อน ผู้คนมีความเชื่อว่า ดวงดาวต่างๆ หมุนโคจรรอบโลกได้เป็นเพราะกฏของสวรรค์ จนมาวันหนึ่ง นักศึกษาหนุ่มนามว่า เซอร์ ไอแซ็ค นิวตัน ได้นั่งคิดปัญหาฟิสิกส์อยู่ใต้ต้นแอปเปิ้ลบริเวณโรงนาที่บ้านเกิดของตัวเอง และมีลูกแอปเปิ้ลตกลงมาจากต้นสู่พื้นดิน
 
ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงคิดขึ้นได้ว่า มีแรงบางอย่างที่ทำให้แอปเปิ้ลร่วงลงมาสู่พื้น นั่นก็คือแรงโน้มถ่วงที่โลกทำต่อแอปเปิ้ล เขาจึงนำความสัมพันธ์นี้มาใช้อธิบายถึงการที่ดาวต่างๆ โคจรอยู่นอกโลกได้ นั่นก็เป็นเพราะแรงโน้มถ่วงที่โลกกระทำต่อดาวดวงอื่นๆ นั่นเอง
 
หลังจากนั้นเขาได้นำแนวคิดนี้ไปศึกษาอย่างละเอียดและออกมาเป็นกฏของนิวตันว่าด้วยแรงดึงดูด และแรงโน้มถ่วง ให้เราได้เรียนกันนั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
http://sirindapopla.blogspot.com/2013/08/2-universal-law-of-gravity-300-20-1680.html
ภาพประกอบ: 

ทำไมกระทงถึงลอยน้ำได้ ?

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, December 7, 2018
รายละเอียด: 

ลอยกระทง เป็นประเพณีไทยที่สืบทอดต่อกันมาอย่างช้านาน และจัดขึ้นทุกปีในคืนวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒ ซึ่งเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงและเป็นช่วงที่น้ำหลากเต็มตลิ่ง โดยจะมีการนำดอกไม้ ธูป เทียนหรือสิ่งของใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์รูปต่าง ๆ ที่ลอยน้ำได้ เช่น กระทง เรือ แพ ดอกบัว ฯลฯ แล้วนำไปลอยตามลำน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์และความเชื่อต่างๆกัน แต่เราเคยสงสัยหรือสังเกตกันหรือไม่ว่า ทำไมกระทงเหล่านั้นถึงลอยน้ำได้ เรื่องนี้สามารถอธิบายได้ด้วยหลักทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า แรงลอยตัวหรือแรงพยุง และความหนาแน่นของวัตถุ

แรงลอยตัวหรือแรงพยุง (Buoyancy force, FB) เป็นแรงดันที่ของเหลวกระทำต่อวัตถุในทิศทางตรงกันข้ามกับน้ำหนักของวัตถุ ตามธรรมชาติแล้ววัตถุจะถูกดึงลงด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก (Gravity force) แต่ด้วยแรงลอยตัวนี้เองที่ทำให้วัตถุไม่จมลงไป นอกจากนี้ การลอยตัวของวัตถุยังขึ้นอยู่กับความหนาแน่น (Density) ของวัตถุนั้นและของเหลวที่วัตถุนั้นอยู่อีกด้วย เช่น ไม้ชิ้นหนึ่งมีความหนาแน่น 0.9 g/cm3 สามารถลอยได้ในน้ำซึ่งมีความหนาแน่น 1 g/cm3 ดังนั้น การที่กระทงสามารถลอยตัวอยู่ในน้ำได้ เนื่องจาก วัสดุหรือสิ่งที่เรานำมาใช้ในการทำกระทงนั้นมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ และน้ำก็มีแรงดันวัตถุให้ลอยขึ้นมาซึ่งก็คือ แรงลอยตัวหรือแรงพยุง นั่นเอง โดยแรงนี้จะขึ้นอยู่กับปริมาณของน้ำที่ถูกวัตถุนั้นแทนที่ ยิ่งถ้ากระทงมีปริมาตรหรือพื้นที่ผิวสัมผัสกับน้ำมากเท่าไหร่ ความหนาแน่นของกระทงจะยิ่งลดลง แรงลอยตัวหรือแรงพยุงก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น กระทงจึงสามารถลอยตัวอยู่บนผิวน้ำได้ ดังนั้น หากเราทำกระทงให้มีขนาดใหญ่ และมีขอบโค้งขึ้นมาเหมือนกับเรือ กระทงนั้นก็จะยิ่งลอยตัวได้ดีเลยทีเดียว

หลายคนคงจะเคยใช้ต้นกล้วยนำมาทำเป็นกระทง ก็เพราะว่าลำต้นของต้นกล้วยนั้นมีช่องว่างอยู่มาก ทำให้มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ จึงลอยน้ำได้นั่นเอง ดังนั้น ลอยกระทงปีนี้เราควรเลือกใช้กระทงที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ต้นกล้วย ใบตอง ดอกไม้จริง ไม้กลัด เปลือกแตงโม กะลามะพร้าว หรือวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย ก็จะช่วยให้การลอยกระทงสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดและเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามของไทยต่อไป

Hits 27 ครั้ง

ดวงจันทร์ มีผลกับสภาพอากาศบนโลก

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, November 27, 2018
รายละเอียด: 

เมื่อมีวัตถุที่มีมวลมหาศาลอยู่ใกล้กันย่อมมีแรงดึงดูดกระทำต่อกัน หรือที่เรียกว่า แรงโน้มถ่วง ซึ่งแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ทำให้เกิดแรงที่เรียกว่า
แรงไทเดล (Tidal force) ซึ่งส่งผลต่อปรากฏการณ์น้ำขึ้น-น้ำลง นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อความกดอากาศ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลก และรวมถึงปริมาณน้ำฝนด้วย

จากงานวิจัยตีพิมพ์ในปี 2557 ของศาสตราจารย์โคยาม่า อาจารย์ภาควิทยาศาสตร์ชั้นบรรยากาศ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา อธิบายว่า ความกดอากาศสูง
ขึ้นเมื่อดวงจันทร์อยู่เหนือหัวหรือใต้เท้าเรา โดยแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ทำให้ชั้นบรรยากาศโป่งออก-เข้าหาดวงจันทร์ มวลของอากาศที่มารวมกันก่อให้เกิดความ
กดอากาศที่เพิ่มขึ้นและตามมาด้วย

อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย อากาศที่มีความอุ่นย่อมสามารถรับความชื้นได้สูงขึ้น ทำให้เอื้อต่อการเกิดฝนมากขึ้น
แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.washington.edu/news/2016/01/29/phases-of-the-moon-affect-amou...

เรียบเรียงโดย : นุชจริม เย็นทรวง

Hits 27 ครั้ง

เทคนิคเดินขึ้นบันได เดินแบบไหนให้เหนื่อยน้อยลง

วันที่: 
Thursday, August 9, 2018

ลองเอาเทคนิกนี้ไปใช้ที่โรงเรียนสิ! ขึ้นบันไดยังไงให้เหนื่อยน้อยลง?! ถ้าอยากรู้ มาอ่านกันเลยจ้า
 
เคยสังเกตไหม...ปกติแล้ว เวลาขึ้นบันไดมักเหนื่อยกว่าลงบันได นั่นเป็นเพราะว่า เวลาที่เราขึ้นบันได ร่างกายเรากำลังสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลกอยู่ ทำให้เราต้องออกแรงต้าน ร่างกายก็จะเหนื่อยกว่าตอนลงบันไดที่ไม่มีแรงโน้มถ่วงมาต้านนั่นเอง
 
ในการขึ้นบันได จุดศูนย์ถ่วงน้ำหนักจะย้ายไปอยู่ที่ร่างกายส่วนบนหรือด้านหน้า ดังนั้นถ้าเรามีแรงเสริมส่งไปทิศทางเดียวกันกับจุดศูนย์ถ่วง แรงหนุนจะช่วยให้เคลื่อนที่ได้ง่ายและสะดวกขึ้น
 
เทคนิคลับ : ให้ลองจับแก้มก้นของตัวเอง เพื่อส่งแรงจากด้านท้ายไปยังจุดศูนย์ถ่วงด้านหน้า จะรู้สึกเหนื่อยน้อยกว่าปกติแน่นอน
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.dek-d.com/article/37133
ภาพประกอบ: 

[วันนี้ในอดีต] เซอร์ ไอแซ็ก นิวตัน ตีพิมพ์ Principia ออกเผยแพร่เป็นครั้งแรก

วันที่: 
Thursday, July 5, 2018

วันนี้เมื่อปี ค.ศ. 1687 เซอร์ ไอแซ็ก นิวตัน (Sir Isaac Newton) นักฟิสิกส์และนักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้ตีพิมพ์ผลงานชิ้นสำคัญออกเผยแพร่เป็นครั้งแรก ในนาม Principia ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องกลศาสตร์, กฏความโน้มถ่วงสากล หรือเรื่องแรงโน้มถ่วง ที่เป็นที่มาของ "กฎของนิวตัน" ที่เราได้เรียนกันในห้องเรียนนั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://guru.sanook.com/26403/
ภาพประกอบ: 

Messier 2 (M2)

วันที่เผยแพร่: 
Sunday, April 15, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-article/3548-messier-2
รายละเอียด: 

Messier 2 (M2)  

เป็นกระจุกดาวทรงกลม (Globular Cluster)ที่ประกอบไปด้วยดาวฤกษ์ประมาณ 150,000 ดวงเกาะกลุ่มกันภายใต้แรงโน้มถ่วงของกันและกัน เกิดเป็นระบบดวงฤกษ์ขนาดใหญ่มีลักษณะคล้ายทรงกลม อยู่บริเวณกลุ่มดาวราศีกุมภ์ (Aquarius) อยู่ห่างจากโลก 33,000 ปีแสง   มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 175 ปีแสง 

 

        นักดาราศาสตร์คาดว่ามี  M2 มีอายุประมาณ 13,000 ล้านปี ประกอบไปด้วยดาวฤกษ์ที่มีสีเหลืองไปจนถึงสีแดงเป็นส่วนใหญ่  มันเป็นหนึ่งในกระจุกดาวทรงกลมที่มีขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในกาแล็กซีทางช้างเผือก  เราสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก แต่จะเห็นเป็นเพียงหมอกจาง ๆ สีขาว ไม่เพียงพอให้เห็นดาวฤกษ์แต่ละดวงแยกออกจากกัน  

 

        Messier 2 ถูกพบครั้งแรกในปี ค.ศ.1746 โดยนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส Jean-Dominique Maraldi และ Jacques Cassini  ในขณะที่เขาทั้งคู่กำลังสังเกตการณ์ดาวหางอยู่ แล้วเข้าใจผิดว่าเป็นเนบิวลา  ต่อมาในปี ค.ศ.1760  Charles Messier  ที่กำลังศึกษาดาวหางได้บันทึกว่า M2  เป็นเนบิวลาชนิดหนึ่งที่ไม่มีดาวฤกษ์อยู่ภายใน

 

        จนกระทั่งปี ค.ศ.1783  William Herschel  เป็นนักดาราศาสตร์คนแรกใช้กล้องโทรทรรศน์ที่มีกำลังแยกภาพสูงจนสามารถมองเห็นดาวฤกษ์แต่ละดวงได้ เขาพบว่าเป็นระบบขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยดาวฤกษ์จำนวนมาก

หมวดหมู่ OECD: 
Hits 152 ครั้ง
Subscribe to RSS - แรงโน้มถ่วง