Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

โค้ก

โค้กซีโร่และเป๊ปซี่แม็กซ์ หวานได้อย่างไร ไม่มีแคลอรี่จริงเหรอ

วันที่: 
Friday, September 7, 2018

หากน้องๆ เคยลองดื่ม โค้กซีโร่ หรือเป๊ปซี่แม็กซ์ ที่เขาโฆษณาว่าหวานเหมือนน้ำตาล แต่ไม่ให้พลังงาน? ทำได้ยังไง? มาดูคำตอบเรื่องนี้กันครับ
 
เนื่องด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป หันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองกันมากขึ้น อย่างที่รู้กันว่าน้ำอัดลมนั้นประกอบไปด้วยน้ำตาลจำนวนมาก ผู้ผลิตจึงหันมาใช้ "สารให้ความหวาน" ที่ให้รสชาติหวานเหมือนน้ำตาล แต่ไม่ให้พลังงานนั่นเองครับ
 
ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ได้กำหนดสารให้ความหวานที่ปลอดภัย สามารถใส่ในอาหารได้ ทั้งหมด 6 ชนิดด้วยกัน
 
1. แซคคาริน หรือ ขัณฑสกร (Saccharin)
2. แอสพาแตม (Aspartame)
3. อะซีซัลเฟม โพแทสเซียม (Acesulfame potassium)
4. ซูคราโลส (Sucralose)
5. นีโอเทม (Neotame)
6. แอดแวนเทม (Advantame)
 
สารพวกนี้จะให้รสชาติที่หวานคล้ายน้ำตาล แต่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ (ไม่ให้พลังงานและสารอาหารอื่นๆ) จึงทำให้กลายเป็นที่มาของการ "ไม่มีแคลอรี่" ที่พวกเราสามารถดื่มกันได้แบบไม่รู้สึกผิด
 
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มีผู้ที่ป่วยเป็นโรคบางประเภทที่ไม่สามารถรับประทานสารให้ความหวานบางตัวได้ เช่น ผู้ป่วยโรคฟีนิลคีโทนยูเรีย ซึ่งสามารถสังเกตได้ตามคำเตือนบนฉลากสินค้าครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
http://haamor.com/th/สารให้ความหวาน
ภาพประกอบ: 

วันโคนม - การทดลองนมกับโค้ก

วันที่: 
Wednesday, January 17, 2018

วันที่ 17 มกราคมของทุกปี ถือว่าเป็น "วันโคนมแห่งชาติ" เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมให้แก้ชาวไทย วันนี้เราไปดูการทดลองง่ายๆ ระหว่างนมกับโค้กกันครับ
 
อุปกรณ์
1. นมวัว
2. โค้กแบบขวด
 
วิธีการทดลอง
1. เทโค้กออกจากขวดเล็กน้อย ให้เหลือพื้นที่ประมาณ 1 ใน 3 ของขวด
2. เทนมลงไปในปริมาณพอๆ กับที่เราเทโค้กออกไป
3. ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง
 
.
.
.
.
.
 
เมื่อกลับมาดูจะพบว่าโค้กของเรากลายเป็นสีใสไปแล้ว!! ที่เป็นแบบนี้ เพราะแคลเซียมที่อยู่ในนมจะทำปฏิกริยากับกรดฟอสฟอริกที่อยู่ในโค้ก ซึ่งโมเลกุลของกรดฟอสฟอริกจะแปรสภาพให้มีน้ำหนักมา่กขึ้นเป็น ไตรแคลเซียม ฟอสเฟต และจับตัวเป็นก้อนจมลงสู่ก้นขวดนั่นเอง ⬇ แถมปฏิกริยานี้ยังไม่เป็นอันตราย สามารถดื่มโค้กได้ตามปกตินะครับ
 
#STKC #วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ #วิทยาศาสตร์เคมี #การทดลอง

แหล่งที่มา: 
https://board.postjung.com/816811.html
ภาพประกอบ: 

โค้กกับเป๊ปซี่ อะไรอร่อยกว่ากัน?

วันที่: 
Wednesday, January 10, 2018

"โค้กกับเป๊ปซี่ อะไรอร่อยกว่ากัน?" เป็นคำถามที่ถกเถียงกันมาตลอด วันนี้เราลองมาดูคำอธิบายจากงานวิจัยทางประสาทวิทยากันครับ
 
เมื่อปี 1975 เคยมีการทำทดลอง ให้ผู้คนลองดื่มน้ำทั้ง 2 ยี่ห้อ โดยดึงฉลากออก และให้บอกว่ายี่ห่อไหนอร่อยกว่ากัน ผลลัพธ์คือ 75% เทคะแนนให้เป๊ปซี่ แต่ทำไมโค้กถึงยังเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมอันดับ 1 ของโลกอยู่ดีล่ะ?
 
จนเมื่อมีการทดลองขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยครั้งแรกทำการทดสอบเหมือนเดิม คือให้ลองดื่มน้ำทั้ง 2 ยี่ห้อโดยไม่เห็นฉลาก ผลลัพธ์ยังเป็นเช่นเดิมคือ คนเทคะแนนให้เป๊ปซี่มากกว่า
 
แต่เมื่อเขาทำการทดลองกับคนกลุ่มเดิม แต่คราวนี้มีการแปะฉลากยี่ห้อลงไปด้วย ผลปรากฏว่ารอบนี้ ผู้เข้าร่วมการทดลองกลับเลือกให้โค้กอร่อยกว่าเป๊ปซี่ น่าแปลกใจใช่ไหมล่ะครับ?
 
นั่นเป็นเพราะเวลากลุ่มผู้ทำการทดลองเห็นฉลากยี่ห้อ จะส่งผลต่อสมองส่วนที่เรียกว่า มีเดียล ฟรีฟรอน คอร์เทกซ์ ซึ่งเป็นส่วนการตัดสินใจเชิงอารมณ์ จากการทดลองชี้ให้เห็นว่า โค้ก มีความหมายเชิงอารมณ์มากกว่า ผู้คนจึงเลือกโค้กในตอนหลังนั่นเองครับ
 
เป็นยังไงบ้างครับ การตัดสินใจเชิงอารมณ์ก็ส่งผลไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะครับ แล้วน้องๆ ล่ะ? คิดว่าโค้กกับเป๊ปซี่ อะไรอร่อยกว่ากัน?
 
#STKC #วิทยาศาสตร์การแพทย์

แหล่งที่มา: 
https://th.linkedin.com/pulse/coke-vs-pepsi-นำอดลมอนไหนอรอยกวากน-varavut-pahuwuttanakorn
ภาพประกอบ: 
Subscribe to RSS - โค้ก