Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

โรคระบาด

ทีมนักวิจัยอเมริกันคิดค้นวิดีโอเกมส์ช่วยเกษตรกรป้องกันโรคระบาดหมู

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, July 11, 2019
รายละเอียด: 

ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ผสมผสานวิดีโอเกมส์กับระบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ เพื่อเเสดงให้เห็นว่าคนเราสามารถลดความรวดเร็วของการเเพร่ระบาดของโรคติดต่ออันตรายที่เกิดกับหมูลงได้ หากเกษตรกรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ

ผู้ร่างรายงานผลการศึกษากล่าวว่า ข้อมูลที่ได้จากวิดีโอเกมส์ช่วยให้คนปฏิบัติตามกฎระเบียบในการเลี้ยงสุกร

ตั้งเเต่มีการพบโรคท้องร่วงที่เกิดจากเชื้อไวรัส PEDV (porcine epidemic diarrhea virus) เมื่อ 40 ปีที่แล้ว โรคนี้ยังคงระบาดในฟาร์มเลี้ยงสุกรในยุโรป เอเชีย เเละอเมริกาเหนือ

เเละเมื่อเชื้อไวรัส PEDV ระบาดในสหรัฐฯ เมื่อปี ค.ศ. 2013 โรคนี้ได้ทำให้หมูตายไปแล้ว 7 ล้านตัวในสหรัฐฯ

Scott Merrill ศาตราจารย์ด้านดินเเละพืช มหาวิทยาลัยแห่งเวอร์มอนต์กล่าวว่า เชื้อไวรัส PEDV เพียงเล็กน้อยสามารถทำให้หมูทุกตัวในสหรัฐฯ ติดเชื้อได้ ศาสตราจารย์ผู้นี้กล่าวว่า ไวรัส PEDV เป็นอันตรายมากต่อลูกหมู

ด้าน Gabriela Bucini นักวิจัยเเละหัวหน้าผู้ร่างรายงานการศึกษา กล่าวว่า มากกว่าร้อยละ 90 ของหมูที่ติดเชื้อจะตายจากโรคนี้ เเละศาตราจารย์ Merrill กล่าวเสริมว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้พบว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่ต้องการทำงานในอุตสหกรรมเลี้ยงสุกรอีกต่อไป เพราะโรคท้องร้วงรุนแรงจากไวรัส PEDV เพราะทำใจยากมากที่ได้เห็นหมูจำนวนมากป่วยเเละตาย

ขณะที่เชื้อไวรัส PEDV ยังคงเป็นโรคที่คุกคามประชากรหมูในสหรัฐฯ จำนวนการติดเชื้อได้ลดลงตั้งเเค่ปี ค.ศ. 2013 ทีมนักวิจัยได้ให้เหตุผลของการติดเชื้อที่ลดลงว่าเป็นเพราะเกษตรกรเเละผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการต่างๆ ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ได้ปรับเปลี่ยนวิธีปฏิบัติด้านความปลอดภัย อาทิ มีการทำความสะอาดฆ่าเชื้ออุปกรณ์ที่ใช้ เสื้อผ้าเเละรองเท้าที่อาจเป็นตัวนำเชื้อไปเเพร่ระบาดระหว่างฟาร์มได้

เห็นได้ชัดเจนว่าวิธีปฏิบัติด้านความปลอดภัยเหล่านี้มีความสำคัญในการป้องกันการเเพร่ระบาดของโรคที่เกิดกับหมู เเต่เท่าที่ผ่านมายังไม่มีวิธีวัดว่ามาตรการต่างๆ เหล่านี้ได้มีความสำคัญแค่ไหน

มาถึงตอนนี้ Bucini นักวิจัยเเละทีมงานได้ทดลองใช้วิดีโอเกมส์ในการวัดประสิทธิภาพของมารตรการเรื่องนี้

ในเกมส์หนึ่งที่ใช้ในการวิจัย ผู้เล่นต้องเป็นเกษตรกรเลี้ยงหมูเเละพยายามทำงานให้เสร็จ ในขณะที่ต้องป้องกันหมูของตนไม่ให้ติดโรคไวรัสชนิดนี้ ผู้เล่นได้รับคำเตือนถึงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคเเละมีทางเลือกว่าจะปฏิบัติตามหรือจะจะเพิกเฉยข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัย อาทิ ทำการฆ่าเชื้อเสื้อผ้าตอนเข้าเเละออกจากฟาร์ม การปฏิบัติตามมาตราการด้านความปลอดภัยช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลง เพียงเเต่ต้องเสียเวลาที่มีค่าไปด้วย

Steve Dritz ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสุกรเเละศาสตราจารย์ภาควิชาสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคนซัส ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการวิจัยกล่าวเเสดงความหวังว่า วิดีโอเกมส์ที่นักวิจัยใช้ทดลองอาจจะนำไปใช้ในการป้องกันการระบาดของโรคในปศุสัตว์ได้ในอนาคต

เขากล่าวว่า นี่จะเป็นเครื่องมือที่เเสนวิเศษ เพราะช่วยให้ค้นหาว่าอะไรเป็นปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้เพื่อป้องกันการระบาดของโรค เเละนี่เป็นวิธีการใหม่ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

ผลการวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers ด้านสัตวแพทย์ไปเมื่อเร็วๆนี้

(เรียบเรียงโดย ทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

Hits 11 ครั้ง

5 กลุ่มโรคอันตรายที่มากับหน้าฝน

วันที่: 
Thursday, September 6, 2018

ในฤดูฝน อากาศเริ่มเย็นลงและมีความชื้นสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศนี้ เป็นสาเหตุทำให้โรคหลายชนิดสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว โรคที่สำคัญที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในฤดูนี้ เช่น โรคไข้เลือดออก โรคไข้หวัดใหญ่ รวมถึงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โรคไข้หวัดนก โรคปอดอักเสบ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน โรคเยื่อบุตาอักเสบหรือโรคตาแดง นอกจากนี้ในต่างจังหวัดบางพื้นที่ อาจมีการระบาดของโรคฉี่หนู หรือโรคแลปโตสไปโรซิส หรือโรคที่มียุงเป็นพาหะนำโรค เช่น ไข้มาลาเรีย โรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสเจอี เป็นต้น
1. กลุ่มโรคติดต่อของระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อย ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน บิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ โรคเหล่านี้เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลชีพที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร ที่ลำไส้ โดยผู้ป่วยจะมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาจมีไข้ ปวดบิดในท้อง และหากติดเชื้อบิดอาจมีมูกหรือเลือดปนอุจจาระได้ นอกจากนี้เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด เอ และบี ยังสามารถติดต่อได้จากการรับประทานอาหารปนเปื้อนเชื้อ ผู้ที่มีอาการตับอักเสบจะมีไข้ อ่อนเพลีย มีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองหรือดีซ่าน คลื่นไส้อาเจียน ดังนั้นในหน้าฝนนี้จึงควรระมัดระวังอาหารการกินเป็นพิเศษ โดยรับประทานอาหารที่สุกใหม่ ๆ สะอาด ใช้ช้อนกลาง 
2. กลุ่มโรคติดเชื้อผ่านทางบาดแผลหรือเยื่อบุผิวหนังที่พบบ่อย คือ โรคแลปโตสไปโรซิสหรือไข้ฉี่หนู อาการเด่น คือ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ มักปวดกล้ามเนื้อบริเวณน่องและโคนขาอย่างรุนแรง และตาแดง ประมาณร้อยละ 5-10 ของผู้ป่วยโรคนี้อาจมีอาการรุนแรง เช่น ดีซ่าน ไตวาย หรือช็อคได้ โรคนี้มักเป็นเกิดในที่ที่มีน้ำท่วม ผู้ที่บ้านมีหนูมาก เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน คนงานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โค สุกร ปลา ผู้ที่ทำงานขุดท่อระบายน้ำ เหมืองแร่ โรงฆ่าสัตว์ เป็นต้น
3. กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อย ได้แก่ โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบหรือปอดบวม โดยเฉพาะในปัจจุบันมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ H1N1 ซึ่งเป็นโรคระบาดใหม่ ที่ขณะนี้พบการระบาดทั่วประเทศ และโรคไข้หวัดนกที่มีแหล่งแพร่ระบาดมาจากสัตว์ปี เชื้ออาจมีการผสมข้ามสายพันธุ์กับเชื้อไข้หวัดใหญ่ในคนที่อยู่ในช่วงระบาดในฤดูฝนได้
4. กลุ่มโรคติดต่อที่เกิดจากยุง ที่สำคัญ 3 โรค ได้แก่
    4.1 ไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งกว่าร้อยละ80 เป็นยุงลายที่อยู่ในบ้านซึ่งจะวางไข่ในน้ำที่ขังอยู่ตามที่ต่าง ๆ ผู้ป่วยระยะแรกจะมีอาการเหมือนการติดเชื้อไวรัสทั่วไป ได้แก่ อาการไข้ ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีอาการปวดกระดูกมาก ไข้จะสูงอยู่ประมาณ 2-7 วัน หลังจากนั้นไข้จะลง พร้อมกับอาจจะมีอาการเลือดออกผิดปกติ มือเท้าเย็น หรือช็อคได้
    4.2 ไข้สมองอักเสบเจอี (Japanese Encephalitis)มียุงรำคาญเป็นพาหะนำโรค มักแพร่พันธุ์ในแหล่งน้ำตามทุ่งนา ผู้ป่วยจะมีไข้ ปวดศีรษะ อาเจียน หลังจากนั้นจะมีอาการซึมลงหรือชักได้ ผู้ป่วยอาจเสียชีวิต หรือพิการหากไม่ได้รับการรักษา
    4.3 โรคมาลาเรีย มียุงก้นปล่องที่อยู่ในป่าเป็นพาหะนำโรค โดยผู้ป่วยจะมีไข้สูงหนาวสั่น ซีดลง เนื่องจากเม็ดเลือดแดงแตก ถ้าเป็นชนิดรุนแรงอาจมีอาการไตวาย ตับอักเสบ ปอดผิดปกติ และอาจมีความผิดปกติทางสมองที่เรียกว่า มาลาเรียขึ้นสมองได้
5. โรคเยื่อบุตาอักเสบหรือโรคตาแดง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำสกปรก กระเด็นเข้าตา  นอกจากนี้ ในช่วงฤดูฝนต้องระวังอีก 2 เรื่อง คือ ปัญหาน้ำกัดเท้าที่เกิดจากเชื้อรา สาเหตุเกิดจากการแช่น้ำสกปรกนาน ๆ ทำให้ผิวหนังเป็นผื่นแดง ถ้าเกาจะเป็นแผลมีน้ำเหลืองออก และอันตรายจากสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ แมงป่องที่หนีน้ำมาอาศัยในบริเวณบ้าน สิ่งที่ต้องระวัง คือ การรับประทานยาลดไข้ เช่น ห้ามกินยาในกลุ่มแอสไพรินอย่างเด็ดขาด เพราะมีอันตรายกับบางโรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคฉี่หนู
ซึ่งโรคดังกล่าวจะทำให้มีเลือดออกตามอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายอยู่แล้ว หากได้รับยาแอสไพริน ซึ่งมีสารป้องกันเลือดแข็งตัวเข้าไปอีก จะทำให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น ทำให้เสียชีวิตได้ง่ายขึ้น และอาจเกิดเป็นกลุ่มอาการไรซินโดรม ซึ่งมีผลต่อทุกอวัยวะในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมองและตับ อาการที่พบ ได้แก่ ผู้ป่วยอาเจียนอย่างมาก และมีอาการทางสมอง เช่น สับสน มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ซึมและหมดสติ จนเสียชีวิตได้
ในการป้องกันโรคในฤดูฝน ทำได้โดยออกกำลังกายสม่ำเสมอ สวมเสื้อผ้ารักษาร่างกายให้อบอุ่น เพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรค โดยเฉพาะเด็กกับผู้สูงอายุควรดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพอากาศมีความชื้นสูง หนาวเย็น จะทำให้ร่างกายที่มีระดับภูมิต้านทานโรคต่ำกว่าคนวัยอื่น ๆ อยู่แล้ว ต่ำลงไปอีก จึงมีโอกาสติดเชื้อโรคทางเดินหายใจได้ง่าย ควรดื่มน้ำสะอาด เช่น น้ำต้ม รับประทานอาหารที่สะอาดปรุงสุกใหม่ ๆ ไม่มีแมลงวันตอม และล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง
 

แหล่งที่มา: 
https://www.sanook.com/health/3585/
ภาพประกอบ: 

แนวความคิด one health และการทูตวิทยาศาสตร์

วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, June 13, 2017
เจ้าของข้อมูล: 
สำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
เอกสารแนบ: 
รายละเอียด: 

ความหมายของแนวความคิด “one health” คือ สุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ดังนั้น ในการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของมนุษย์ เราจะต้องให้ความสำคัญกับระบบนิเวศน์รอบตัวเราด้วย World Health Organization ได้กล่าวถึง การทูตเพื่อสุขภาพระดับโลก (global health diplomacy) ไว้ว่า “การทูตเพื่อสุขภาพระดับโลกเป็นการนำเอาวิทยาศาสตร์ด้านการแพทย์หลากหลายสาขา การต่างประเทศ การบริหาร กฎหมาย และเศรษฐกิจ เพื่อการบริหารและจัดการนโยบายทางการแพทย์ระดับโลก”

ที่มา http://ost.thaiembdc.org/2016/?p=5621

Hits 794 ครั้ง
Subscribe to RSS - โรคระบาด