Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

ไมโครเวฟ

ช้อน ส้อม นำเข้าไมโครเวฟได้ไหม?

วันที่: 
Friday, July 5, 2019

"ห้ามเอาช้อนส้อมเข้าไมโครเวฟนะ มันจะเกิดประกายไฟ" ประโยคที่คุณแม่หลายๆ ครอบครัวอาจเคยดุพวกเราตอนเด็กๆ ว่าแต่เคยสงสัยกันไหมครับ ว่าทำไมคุณแม่ถึงได้พูดแบบนั้น
 
จริงๆ ประโยคนี้ก็มีส่วนถูก แต่ไม่ทั้งหมดครับ
 
เพราะว่าเราสามารถนำช้อนเข้าไมโครเวฟได้ ในขณะที่ห้ามนำส้อมเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด เพราะปลายส้อมมีลักษณะแหลม และอิเล็กตรอนที่สะท้อนไปมาในไมโครเวฟสามารถทำให้ความร้อนไปสะสมอยู่ที่ปลายส้อมได้ และเมื่ออิเล็กตรอนวิ่งไปที่อื่นไม่ได้ ก็จะทำให้ร้อนจัดจนสปาร์คเกิดเป็นประกายไฟได้
 
ต่างจากช้อนที่มีลักษณะแบน กว้าง ทำให้ไม่เกิดการสะสมอยู่ที่ใดที่หนึ่ง จึงไม่ร้อนจัดจนเกิดประกายไฟเหมือนส้อมได้นั่นเองครับ
 
แต่เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของคุณแม่ ไม่นำสิ่งของประเภทโลหะเข้าไมโครเวฟจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.dek-d.com/education/37592
ภาพประกอบ: 

จ้องแสงไมโครเวฟระหว่างใช้งานอันตรายหรือไม่?

วันที่: 
Friday, March 23, 2018

น้องๆ เคยได้ยินคุณพ่อคุณแม่เตือนกันบ้างไหมครับ ว่าอย่าไปจ้องแสงสีส้มๆ ในไมโครเวฟ เพราะจะทำลายสายตา เท็จจริงแค่ไหน วิทยาศาสตร์มีคำตอบครับ
 
ก่อนอื่นรู้จักหลักการทำงานของไมโครเวฟกันกอนครับ - ไมโครเวฟคือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่จะพุ่งเข้าไปกระทบอาหาร จากนั้นจะถ่ายทอดพลังงานให้โมเลกุลของน้ำทั้งในและนอกอาหาร จนเกิดการสั่นสะเทือน เสียดสีจนเป็นความร้อนทำให้อาหารสุก หรือมีอุณหภูมิสูงขึ้นนั่นเอง
 
ถ้าเรามองแสงสีส้มในไมโครเวฟจะเป็นอันตรายหรือไม่?
- จริงๆ แล้วแสงสีส้มเป็นเพียงหลอดไฟเพื่อให้เราเห็นของข้างในเท่านั้นเอง แล้วคลื่นไมโครเวฟไม่สามารถทะลุผ่านฝาตู้ออกมาได้ นอกจากนั้นbคลื่นไมโครเวฟเมื่อถ่ายทอดพลังงานให้อาหารหมดแล้วก็จะสลายหายไป ไม่เหลือตกค้างในอาหาร จึงสรุปได้ว่า คลื่นไมโครเวฟไม่มีอันตรายใดๆ ต่อเราทั้งสิ้นครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.sanook.com/health/5369/
ภาพประกอบ: 

เรดาร์ (RADAR)

วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, March 21, 2017
เจ้าของข้อมูล: 
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
รายละเอียด: 

เรดาร์ได้พัฒนาขึ้นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อตรวจหาตำแหน่งและเส้นทางของเครื่องบินจากสถานีภาคพื้นดิน และใช้ในการนำทางในสภาพอากาศที่ไม่ดี RADAR ย่อมาจาก “Radio Detection And Ranging” เรดาร์เป็นระบบการตรวจวัดที่ต้องมีแหล่งของพลังงานที่มนุษย์สร้างขึ้น และส่งสัญญาณในช่วงคลื่นไมโครเวฟไปยังวัตถุเป้าหมายแล้ววัดความเข้มข้นของพลังงานที่กระจัดกระจายกลับ (Backscatter) ไปสู่เครื่องรับรู้ ซึ่งเป็นระบบการรับรู้แบบแอ็กทิฟ ดังนั้นการรับรู้หรือได้มาซึ่งภาพจากเรดาร์จึงสามารถถ่ายภาพได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน ในทุกสภาพอากาศ ทะลุทะลวงเมฆได้

ที่มา http://www.gistda.or.th/main/th/node/1046

Hits 355 ครั้ง
Subscribe to RSS - ไมโครเวฟ