Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

PM 2.5

9 วิธี ช่วยลดฝุ่น PM 2.5

วันที่: 
Friday, November 8, 2019

ยังมาเป็นช่วงๆ กับฝุ่น PM2.5 ที่ปกคลุมในอากาศ ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เรามาดู 9 วิธีง่ายๆ ที่สามารถช่วยกันลดฝุ่น PM 2.5 คนละไม้คนละมือกันครับ
 
1. ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล
เพื่อลดควันเสียที่ปล่อยออกมา
 
2. ดับเครื่องยนต์ขณะจอดรถ
การติดเครื่องยนต์ขณะจอด จะปล่อยควันออกมามากกว่าขณะรถแล่นเสียอีก
 
3. ตรวจสอบสภาพรถ
เช็คสภาพรถให้ใช้งานได้ปกติอยู่เสมอ
 
4. เจอรถควันดำให้รีบแจ้ง
พบรถเมล์ รถบรรทุกควันดำ แจ้งสายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584
 
5. หยุดการเผาในที่โล่ง
การเผาในที่โล่งทำให้ฝุ่นลอยขึ้นสู่อากาศได้ง่ายกว่า
 
6. งดสูบบุหรี่
ควันบุหรี่จะทำสารพิษขึ้นสู่อากาศทุกครั้งเมื่อสูบ
 
7. หลีกเลี่ยงการจุดธูป
จุดธูป 1 ดอก ส่งผลเสียเท่ากับบุหรี่ 1 มวน เปลี่ยนเป็นธูปไฟฟ้ากันเถอะ
 
8. เลี่ยงการทำอาหารด้วยเตาถ่าน
เตาถ่านจะสร้างควันลอยเข้าสู่อากาศ
 
9. ปลูกต้นไม้
ต้นไม้จะช่วยดูดซับสานพิษและควันตามอากาศ ฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ได้
 
เรามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดฝุ่นควัน PM2.5 อย่างยั่งยืนกันเถอะครับ เพื่อตัวเราเองและคนใกล้ชิด จะได้ปลอดภัย ไร้โรค ไร้ฝุ่นกันอย่างมีความสุขครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://health.kapook.com/view205013.html
ภาพประกอบ: 

อว. เปิดตัวศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ รับมือวิกฤติฝุ่น PM 2.5 รายงานสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ แถมพยากรณ์ล่วงหน้า 3 วัน จับมือกระทรวงสาธารณสุข ติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่โรงพยาบาลทั่วประเทศ 8,000 แห่ง

Hits 28 ครั้ง
URL: 
https://www.mhesi.go.th/home/index.php/pr/news/546-pm-2-5-3-8-000
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Friday, October 18, 2019
รายละเอียด: 

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2562 ได้มีมติจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ (NRCT Air Quality Information Center, NRCT AQC) เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 รวมทั้งสถานการณ์มลพิษทางอากาศ ซึ่งมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงปลายปีนี้และต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า โดยศูนย์เฝ้าระวังฯ เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย กับกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่งศูนย์เฝ้าระวังฯ จะรายงานสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ที่สำคัญจะมีการพยากรณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้า 3 วัน เพื่อแนะนำแนวทางการรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ล่วงหน้า โดยข้อมูลจะมีความถูกต้องแม่นยำและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างทันท่วงที ผ่านระบบข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเบ็ดเสร็จ ผ่านเว็บไซต์ https://pm2_5.nrct.go.th โดยจะแสดงผลคุณภาพอากาศจากการรวบรวมข้อมูลการรายงานค่าความเข้มข้นฝุ่นละออง PM 2.5 และ PM10 จากหลายๆ หน่วยงานทั่วประเทศ รวมจุดติดตั้งประมาณ 800 จุด ซึ่งจะนับเป็นฐานข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน (Single Database) เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลและการรายงานผลคุณภาพ โดยเฉพาะปริมาณ PM 2.5, PM10 และ Air Quality Index มีความแตกต่างกันในแต่ละหน่วยงาน/ สถานีตรวจวัด ทำให้ขาดการบูรณาการ การเชื่อมโยงข้อมูล

รมว.อว. กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับศูนย์ฝ้าระวังฯ อย่างมาก โตยเฉพาะในเรื่องของความถูกต้องทันสมัยของข้อมูล โดยได้เน้นย้ำว่าจะต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้โดยง่าย เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมการรับมือ โดยไม่ให้เกิดความตระหนกและให้ศูนย์ฯ นี้ทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเบื้องต้น อว. จะร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุขในการขยายผลและติดตั้งเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก Dustboy ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั่วประเทศ และคาดว่าจะติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศได้จำนวน 8,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาขนตระหนักและเข้าถึงข้อมูล พร้อมทั้งสามารถรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นละอองได้อย่างทันท่วงที

"โครงการระบบคุณภาพอากาศแบบเบ็ดเสร็จถือเป็นหนึ่งความสำเร็จของโครงการท้าทายไทย (Grand Challenges Thailand) เรื่อง เป็น 1 ใน 4 แพลตฟอร์มสำคัญ ซึ่ง อว. ได้มอบหมายให้ วช. ขับเคลื่อน และขยายผลต่อยอดจากแผนงานวิจัยท้าทายไทยเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควัน สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมตอบโจทย์ท้าทายของสังคม การสร้างนวัตกรรม และรูปแบบธุรกิจที่สร้างความยั่งยืน ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป" ดร. สุวิทย์ กล่าวในที่สุด

ประเภทข่าว: 
news

การเสวนาเรื่อง “เรียนรู้และรับมือกับ PM 2.5 ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ”

Hits 88 ครั้ง
URL: 
http://www.most.go.th/main/th/main/th/news/sort-by-strategic/strategic1/7961-pm
ภาพหัวข่าว: 
ข่าวประจำวันที่: 
Monday, March 11, 2019
รายละเอียด: 

วันที่ 7 มีนาคม 2562 เวลา 9.30-12.30 น. ณ ห้องโถงชั้น1 อาคารพระจอมเกล้า สานักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้เข้าร่วมถ่ายทอดสด และรับฟังการเสวนา ที่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สชวท.) ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดเสวนาเรื่อง “เรียนรู้และรับมือกับ PM 2.5 ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ”

โดยงานเสวนาในครั้งนี้มี รศ.ดร.ไกรชาติ ตันตระการอาภา กรรมการสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นผู้ดาเนินรายการ พร้อมด้วยวิทยากร 3 ท่าน ได้แก่ ดร. สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ,รศ.ดร.ชยันต์ ตันติวัสดาการ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และดร.วรล อินทะสันตา ผู้อํานวยการหน่วยวิจัยวัสดุนาโนเฉพาะทางและนาโนเทคโนโลยีขั้นสูง และได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ศุภวรรณ ตันตยานนท์ นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร. สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึง แนวทางเชิงนโยบายในการแก้ปัญหาและรับมือกับ PM 2.5 นําไปสู่การดําเนินงานที่เป็นรูปธรรม

รศ.ดร.ชยันต์ ตันติวัสดาการ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึง เรื่อง มาตรการเศรษฐศาสตร์กับมลพิษฝุ่น โดยผลกระทบเชิงลบภายนอก ได้แก่ ผลกระทบระยะสั้น ทําให้เกิดการระคายเคือง ภูมิแพ้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง และผลกระทบระยะยาว ทาให้เกิดโรคหลอดเลือด โรคปอด มะเร็ง ซึ่งปี 2016 ทาให้คนเสียชีวิตมากถึง 4.2 ล้านคน จึงส่งผลกระทบให้ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ กระทบท่องเที่ยวลดลง โดยจะมีต้นทุนความเสียหายของมลพิษทางอากาศเกิดขึ้น ซึ่งผลประโยชน์จากการลดฝุ่น ได้แก่ ประหยัดต้นทุนผลกระทบสุขภาพกายและใจของพลเมืองที่ดีขึ้นและผลประโยชน์พลอยได้ต่อการลดโลกร้อน อีกทั้งยังกล่าวถึงการปรับตัว การบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ,การบังคับกากับดูแล แหล่งปล่อยมลพิษ ,การปรับและสร้างระบบขนส่งที่ปลอดฝุ่นและมาตรการด้านราคา เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ดร.วรล อินทะสันตา ผู้อานวยการหน่วยวิจัยวัสดุนาโนเฉพาะทางและนาโนเทคโนโลยีขั้นสูง กล่าวถึง นาโนเทคโนโลยีสาหรับการจัดการปัญหา PM 2.5 และความเป็นไปได้ทางธุรกิจ วิธีการทดสอบและมาตรฐานของเทคโนโลยี รวมทั้งแผนการดาเนินงานในปัจจุบันและอนาคต

ประเภทข่าว: 
news

วิกฤตฝุ่นละออง PM 2.5

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, February 8, 2019
รายละเอียด: 

กรมควบคุมมลพิษแจ้งเตือนค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง
ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวของประชาชนจำนวนมากเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ โดยฝุ่นละออง PM 2.5 ตามข่าวนั้นเป็นฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กและไม่สามารถมองเห็นได้
ด้วยตาเปล่า เพราะมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (ไมโครเมตร) หรือเล็กกว่าเส้นผมคนเราถึง 20 เท่าเลยทีเดียว

โดยปกติในเมืองใหญ่ ๆ จะมีฝุ่นชนิดนี้อยู่แล้วในระดับที่ยอมรับได้ แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ภาครัฐต้องออกมาเตือนประชาชนเนื่องมาจากมีการสะสมของฝุ่น PM 2.5
เกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานซึ่งกรมควบคุมมลพิษ กำหนดไว้ที่ 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร มีสาเหตุหลักมาจากควันเสียของรถยนต์โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล
โรงงานอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง รวมถึงสภาพอากาศในช่วงนี้มีลักษณะแบบอากาศนิ่งและสภาพอากาศปิด ทำให้ฝุ่นละอองในอากาศไม่สามารถลอยตัวขึ้น
ทำให้มีการสะสมเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ

pm2 5 2

ด้วยอนุภาคของฝุ่นละอองที่มีขนาดที่เล็ก ทำให้เมื่อเราหายใจเข้าไปจะส่งผลให้เกิดการระคายเคือง ไอ จามหรือมีเสมหะ ฝุ่นละออง PM 2.5 นี้สามารถผ่านเข้าไป
จนถึงส่วนในสุดของปอดซึ่งจะมีผลกระทบต่อหลอดลมฝอยและถุงลม สามารถผ่านผนังถุงลมเข้าสู่เส้นเลือดฝอยและกระจายตัวไปทั่วร่างกายของเรา ส่งผลกระทบ
ต่อสุขภาพในหลายๆด้าน อีกทั้งยังเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคมะเร็งปอด ภาวะหลอดเลือดแข็ง หลอดเลือดสมองตีบและหัวใจ
เต้นผิดจังหวะ

การป้องกันที่เราสามารถทำได้คือ การลดกิจกรรมที่อยู่นอกตัวอาคารในช่วงเวลาที่มีระดับของฝุ่นละอองอยู่ในปริมาณที่สูง แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องเดินทางไป
ในบริเวณที่มีความเสี่ยงควรใส่อุปกรณ์ป้องกันที่ได้มาตรฐานและต้องมีความละเอียดของเส้นใยสูงพอที่จะกรองฝุ่นเล็กขนาด 2.5 ไมครอนโดยการใส่หน้ากาก
อนามัย N95 ซึ่งหน้ากากชนิดนี้ต่างจากหน้ากากอนามัยที่ไปใช้กันทั่วไป เนื่องจากสามารถป้องกันฝุ่นขนาด 0.1-0.3 ไมครอน ได้ 95% การสวมใส่จำเป็นต้อง
คำนึงถึงขั้นตอนการใส่ที่ถูกต้องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและไม่ควรใส่นานเกินไปเพราะอาจส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพออีกด้วย

แหล่งข้อมูล :
https://www.bbc.com/thai/thailand-46643980
http://www.pcd.go.th/Public/News/GetNewsThai.cfm?task=lt2019&id=18542
https://www.honestdocs.co/pm-2-5-environmental-nano-pollutants

Hits 127 ครั้ง

ภาวะฝุ่นละอองในอากาศ และความหมายของค่า PM

วันที่: 
Sunday, January 27, 2019

ฝุ่น PM 2.5 ทำไมใครๆ ก็ว่าอันตราย? วันนี้เรามาทำความรู้จักฝุ่นและความหมายของค่า PM ให้มากขึ้นกันเถอะ
 
PM หรือ ไมครอน เป็นหน่วยชี้วัดขนาดของฝุ่นละออง ซึ่งฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เล็กพอที่จะเล็ดลอดขนจมูกเข้าไปในร่างกาย และเล็กพอที่จะเข้าไปในเม็ดเลือดแดงของเราได้
 
ดังนั้นฝุ่นพิษจึงสามารถเข้าสู่เส้นเลือดฝอยและกระจายไปตามอวัยวะได้ อีกทั้งฝุ่นเป็นพาหะนำสารอื่นเข้ามาด้วย เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก ไฮโดรคาร์บอน และสารก่อมะเร็งจำนวนมาก
 
อันตรายและร้ายกาจแบบนี้ อย่าละเลยภาวะฝุ่น และแก้ไขด้วยการป้องกันด้วยหน้ากากอนาภัยประเภทต่างๆ ที่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้ในทุกครั้งที่ออกจากบ้าน จนกว่าจะมีการประกาศว่าฝุ่น PM 2.5 ได้ลดลงในระดับปลอดภัยแล้วนั่นเอง
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/pm25/blog/57660/
ภาพประกอบ: 
Subscribe to RSS - PM 2.5