Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

มนุษยศาสตร์

ความแตกต่างของเสื้อชูชีพและเสื้อพยุงตัว

วันที่: 
Monday, July 29, 2019

เสื้อชูชีพ VS เสื้อพยุงตัว
ใครเป็นใคร ต่างกันยังไง เดี๋ยวรู้เลย
 
หากใครเคยไปเที่ยวด้วยการเดินทางทางน้ำบ่อยๆ คงจะคุ้นชินกับเสื้อสีส้มสดใสที่เราเข้าใจว่าเป็นเสื้อชูชีพ แต่รู้หรือไม่ จริงๆ แล้วเสื้อสีส้มนั้นอาจเป็นเสื้อพยุงตัว ไม่ใช่เสื้อชูชีพ เอ๊ะ...แล้วเสื้อ 2 แบบนี้แตกต่างกันยังไง?
 
เสื้อชูชีพ ถูกออกแบบมาช่วยชีวิตโดยตรง มีแรงลอยตัวสูง ใช้ได้กับทุกสภาพอากาศ ถูกออกแบบให้พลิกตัวผู้ประสบภัยให้หงายหน้าขึ้น จึงสามารถใช้กับผู้ที่หมดสติได้ด้วย ส่วนมากจะมีนกหวีดและที่เติมลมติดมาด้วย
 
เสื้อพยุงตัว เหมาะกับกีฬาทางน้ำมากกว่า มีข้อดีที่ใส่สบาย เคลื่อนไหวได้คล่อง แต่ก็มีข้อจำกัด คือ ถูกออกแบบให้ช่วยลอยตัวในน้ำมากกว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิต ไม่สามารถใช้กับผู้ที่หมดสติได้ เพราะเสื้อพยุงตัวจะไม่ช่วยพลิกใบหน้าให้หงายขึ้นเหนือน้ำได้
 
รู้ถึงความต่างของเสื้อชูชีพและเสื้อพยุงแล้วใช่ไหมครับ แต่สิ่งที่ช่วยชูชีพที่สำคัญที่สุดเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝัน คือ "สติ" หากเกิดเหตุการณ์ทางน้ำขึ้นมาจริงๆ ไม่แนะนำให้ว่ายเข้าฝั่งเพราะทำให้หมดแรงได้ ควรตั้งสติ และประคองร่างกายให้ลอยตัวอยู่เหนือน้ำ แล้วตะโกนขอความช่วยเหลือ จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดนั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://health.kapook.com/view196142.html
ภาพประกอบ: 

การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เราพูดภาษาที่สองได้ดีขึ้น

วันที่: 
Sunday, July 21, 2019

เคล็ดลับพูดภาษาอังกฤษให้คล่อง แค่ดื่มแอลกอฮอล์ก็พูดได้จริงหรือ?
 
วันนี้ไม่ได้มาสนับสนุนให้น้องๆ ดื่มแอลกอฮอล์แต่อย่างใดนะครับ แต่จะพามาเรียนรู้ว่า แอลกอฮอล์นั้นเกี่ยวอะไรกับการเรียนรู้ภาษา?
 
งานวิจัยจาก University of Liverpool Maastricht University และ King’s College London ได้ทำการทดลองให้นักศึกษาชาวเยอรมันจำนวน 50 คน ที่ลงเรียนภาษาดัตช์ และผ่านการสอบมาแล้ว ได้มาคุยกับเจ้าของภาษาเป็นเวลา 2 นาที โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยให้กลุ่มหนึ่งดื่มน้ำเปล่า และอีกกลุ่มดื่มแอลกอฮอล์
 
หลังจากทำการการทดลองสิ้นสุดลงพบว่า กลุ่มที่ดื่มแอลกอฮอล์จะมีความโดดเด่นในเรื่องของสำเนียงมากกว่ากลุ่มของคนที่ดื่มน้ำเปล่า ถึงแม้ว่านักวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าแอลกอฮอล์มีผลต่อภาษาจริงหรือไม่ แต่ที่เห็นชัดๆ คือ แอลกอฮอล์สามารถลดความกังวลในการใช้ภาษาได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถกล้าพูด กล้าออกสำเนียงมากกว่าปกตินั่นเอง
 
อย่างไรก็ตาม ถ้าน้องๆ อยากมีสำเนียงภาษาที่ 2 ที่ดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องดื่มแอลกอฮอล์ก็ได้นะครับ แค่มีความกล้า มั่นใจในการออกสำเนียง เท่านี้ก็ดีขึ้นแน่นอนครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://health.kapook.com/view203770.html
ภาพประกอบ: 

ครั้งแรกของไทย กับการส่งขบวนพาเหรดเข้าร่วม World Pride 2019

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, July 4, 2019
รายละเอียด: 

เสียงขบวนแห่กลองยาว ที่ลุงป้าน้าอาชาวไทยพร้อมใจกันบรรเลง เป็นการประกาศว่าคนไทยในมหานครนิวยอร์กที่มายืนตั้งขบวนอยู่บนถนน Fifth Avenue กลางเกาะแมนฮัตตัน พร้อมแล้วที่จะเข้าร่วม World Pride Parade เพื่อเฉลิมฉลองกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศร่วมกับหลายประเทศทั่วโลก

ปีนี้เป็นปีแรกที่ประเทศไทยส่งขบวนเข้าร่วมงาน World Pride ที่นิวยอร์กเป็นเจ้าภาพ ในวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งผู้จัดคาดว่ามีผู้เข้าร่วมเดินและผู้ที่มาชมขบวนพาเหรดตลอดสองข้างทางนับล้านคน

การส่งขบวนเข้าร่วมในปีนี้ คุณจริญญา เกียรติลัภนชัย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนิวยอร์ก กล่าวกับวีโอเอไทยว่า ททท. ต้องการประชาสัมพันธ์ว่าประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม รวมไปถึงกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ และได้ทำแคมเปญ "Go Thai Be Free" เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว

“ตลาดอเมริกานี่ก็มีคนประกาศตัวว่าเขาเป็น LGBT ประมาณ 5 ล้านกว่าคน เราก็เชื่อว่ากลุ่มนี้จะเป็น target ของเรา เราเชื่อมั่นว่าตลาดนี้จะโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างน้อยการที่ ททท.เปิดตัวตลาดนี้ขึ้นมา อย่างน้อยเราเชื่อว่าคนเหล่านี้จะวางใจที่จะไปประเทศไทยมากขึ้น บางประเทศขณะที่มีการเปิดรับ บางประเทศก็ไม่ยอมรับคนกลุ่มนี้ อันนี้เป็นจุดแข็งที่ประเทศไทยแตกต่างจากประเทศอื่น เราก็คิดว่าจุดแข็งที่แตกต่างอันนี้ จะมีนักท่องเที่ยว LGBT ไปเมืองไทยมากขึ้น”

คนไทยทั้งที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์กและที่มาจากรัฐอื่น ๆ พร้อมใจกันแต่งตัวชุดแฟนซี เพื่อสร้างสีสันและความสนุกสนานให้คนที่มาร่วมงาน เช่นเดียวกับ คุณสมพร อุทัยกิติศัพท์ ชาวไทยในนิวยอร์กที่บอกว่าเธอมาให้กำลังใจกลุ่ม LGBTQ ไทยโดยเฉพาะ

"เราอยากจะสนับสนุน เราก็เลยมาเหมือนกันแม้ว่าเราจะเป็นผู้หญิง แต่เราก็มีความสนับสนุนที่จะให้เพื่อนเราที่เป็นคนไทยมี choice ที่เขาจะเป็นอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ"

World Pride ปีนี้พิเศษกว่าปีอื่น ๆ เพราะตรงกับการครบรอบ 50 ปีของเหตุจลาจล Stonewall Riots ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวเกย์และเลสเบี้ยนในนิวยอร์กรวมตัวกันต่อต้านตำรวจ ที่บุกเข้ามาจับกุมพวกเขาในบาร์ Stonewall Inn

ในปี ค.ศ. 1969 การเป็นคนรักเพศเดียวกัน และการแต่งกายข้ามเพศในสหรัฐฯ ยังคงผิดกฎหมาย ทำให้พวกเขามักจะถูกกลั่นแกล้ง ถูกเลือกปฏิบัติ ส่วนบาร์ที่เป็นแหล่งพบปะของชาวเกย์และเลสเบี้ยน เช่น Stonewall Inn ก็มักจะถูกตำรวจบุกค้นตรวจจับอยู่เสมอ แต่ละครั้งก็มักจะมีการใช้ความรุนแรง เพียงแต่ในเช้ามืดของวันที่ 28 มิถุนายน ปีค.ศ. 1969 เกย์และเลสเบี้ยนใน Stonewall Inn เลือกที่จะต่อสู้ ไม่ยอมจำนน จนนำไปสู่การจลาจล และเป็นจุดเริ่มต้นที่การเรียกร้องสิทธิและความเสมอภาคของกลุ่ม LGBTQ ขยายตัวไปในวงกว้าง

คุณ สุกฤษฎิ์ เกษกลิ่นหอม เกย์ไทยในวอชิงตันดีซี บอกว่างาน Pride เป็นช่วงเวลาที่ทำให้หลายคนได้รู้สึกภูมิใจกับเพศสภาพของตัวเอง และรำลึกถึงการต่อสู้เรียกร้องสิทธิที่มีมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ

“มันทำให้เรารู้ว่า กว่าที่เราจะมีไพรด์อย่างทุกวันนี้ เราต้องต่อสู้กับอะไรมากมาย...มันไม่ใช่การแต่งตัวสวย มันไม่ได้เป็นการแต่งตัวออกมาอวดโชว์กัน มันเป็นการโชว์ให้โลกได้เห็นว่าเรามีตัวตน เราเป็นเกย์ เราเป็นเลสเบี้ยน เราเป็น LGBT เราเป็นส่วนหนึ่งของโลก”

ชาว LGBTQ ไทยที่อยู่ในสหรัฐฯ บอกกับวีโอเอไทยว่า ประเทศไทยมักจะถูกมองว่าเป็นสวรรค์ของกลุ่ม LGBTQ เพราะมีความเป็นมิตร ปลอดภัย

แต่ในขณะที่สังคมไทยเปิดกว้างและให้การยอมรับกลุ่ม LGBTQ มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา หลายคนกลับรู้สึกว่า การดำเนินการด้านกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิและสร้างความเสมอภาคอย่างแท้จริง ยังไม่เดินหน้าไปเท่าที่ควร

คุณเฉลิมราช ฉายมงคลชัย เกย์ไทยที่มาร่วมงาน World Pride บอกว่าสังคมไทยยังมีการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ

“ในสังคมตอนนี้ เขาเหมือนจะยอมรับว่าเรามีตัวตน แต่ในความเป็นจริง เรายังถูกกีดกัน เรายังถูกปิดกั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหางาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแสดงออก การแต่งตัวแบบนี้ เป็นแบบนี้ ไม่ใช่เราผิด เราแค่ต้องการแสดงออกสิ่งที่เราเป็น อยากให้คนไทยมองว่าเราไม่ใช่จุดบกพร่อง แค่นั้นเอง นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่อยากเห็น”

ส่วนคุณฐิตวัฒน์ โภคทรัพย์ทอง เจ้าของกิจการร้านอาหารไทยในกรุงวอชิงตันดีซี กล่าวว่า เขาสนับสนุนให้เมืองไทยจัดงาน Pride ทุกปี เพื่อเป็นการให้กำลังใจกลุ่ม LGBTQ ในทุกภาคส่วนของสังคม

ในขณะที่นิวยอร์ก และเมืองใหญ่ ๆ อย่าง มะนิลา มิลาน ปารีส และเม็กซิโก ซิตี้ ออกมาเฉลิมฉลอง Pride อย่างเสรีและปลอดภัยในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศในอีกหลายเมืองกลับไม่มีโอกาสแบบเดียวกัน ในกรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี LGBTQ ถูกตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางใส่ เพื่อบังคับให้เลิกจัดงาน Pride ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งย้ำเตือนว่า ยังมีกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศในอีกหลายมุมของโลกที่ยังต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมกัน

หมวดหมู่ OECD: 
Hits 15 ครั้ง

รางวัล Ig Nobel คือรางวัลอะไร

วันที่: 
Sunday, June 16, 2019

รู้จักกันแต่รางวัลโนเบล
แต่รู้หรือไม่ รางวัล IG Nobel คืออะไร?
 
หลายๆ คนคงนึกถึงรางวัลที่เกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น Instagram กันอยู่ใช่ไหมละครับ แต่จริงๆ แล้วคำนี้อ่านว่า "รางวัลอิกโนเบล" ย่อมาจาก Ignoble Nobel prizes เป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผลงานทางวิทยาศาสตร์หรืองานวิจัยที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เช่น "ระหว่างน้ำเชื่อมกับน้ำธรรมดา มนุษย์จะว่ายในน้ำไหนได้ไวกว่ากัน?" เป็นต้น
 
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 มีการมอบรางวัลทุกปี โดยมอบปีละ 10 รางวัลในแต่ละสาขาที่แตกต่างกันไป เพื่อฉายแสงให้กับโครงการวิทยาศาสตร์แปลกๆ ที่ไม่ได้รับความสนใจจากกองบรรณาธิการนิตยสารวิทยาศาสตร์ และที่สำคัญ คณะแพทย์ชาวไทยเองก็เคยได้รับรางวัลในสาขาสาธารณสุข จากผลงานเรื่องการต่ออวัยวะเพศที่ถูกตัดขาด ซึ่งได้รับรางวัลนี้ไปในปี พ.ศ. 2556 ด้วยล่ะครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://th.wikipedia.org/wiki/รางวัลอิกโนเบล
ภาพประกอบ: 

ทะเลและทะเลสาบ แตกต่างกันอย่างไร

วันที่: 
Friday, June 14, 2019

"ทะเล" และ "ทะเลสาบ" ต่างกันอย่างไร?
คือทะเลที่ถูกสาป? วันนี้หาคำตอบกัน
 
ทะเลสาบ หมายถึง แอ่งน้ำที่ใหญ่มาก มีแผ่นดินล้อมรอบหรือเกือบรอบ ส่วนมากเป็นน้ำจืด แต่ก็มีทะเลสาบน้ำเค็มซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี คือ ทะเลเดดซี (Dead Sea) อยู่ตรงเส้นเขตแดนระหว่างประเทศอิสราเอลกับประเทศจอร์แดน
 
ส่วน ทะเล ก็คือทะเลที่เรารู้จักกันแหละครับ คือแหล่งน้ำเค็มขนาดใหญ่ อยู่ขอบ ๆ ของมหาสมุทร และมีขนาดเล็กกว่ามหาสมุทร มีจุดที่เชื่อมกับแผ่นดินที่เรียกว่า "ชายหาด" นั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
http://www.royin.go.th/?knowledges=ทะเลสาบ-๑๙-ตุลาคม-๒๕๕๖
ภาพประกอบ: 

มนุษย์สามารถจำศีลเหมือนในหนังได้หรือไม่

วันที่: 
Wednesday, May 22, 2019

มนุษย์เราสามารถหลับไปยาวๆ และตื่นอีกทีเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน เหมือนในหนังไซไฟ (SCI-FI) ได้หรือไม่?
 
สภาวะจำศีล คือ การที่กลไกของร่างกายปรับให้ร่างกายมีอัตราการเต้นของหัวใจ, อัตราการหายใจ, การเผาผลาญพลังงานในร่างกาย, การทำงานของสมอง และการทำงานในระดับเซลล์ต่างๆ น้อยลง โดยที่สามารถหลับไปหลายๆ เดือนได้ โดยที่ไม่ต้องกินแม้แต่น้ำ
 
สิ่งมีชีวิตบางชนิดจำเป็นต้องจำศีล เนื่องจากสภาพอากาศหนาวหรืออากาศที่อุณหภูมิเปลี่ยนไป ทำให้ไม่สามารถหาอาหารได้เหมือนในช่วงปกติ จึงปรับสภาพร่างกายให้เข้าสู่สภาวะจำศีล เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกิน และตื่นขึ้นอีกครั้งหลังฤดูหนาวผ่านพ้นไป เรามักรู้จักสภาวะนี้กับการจำศีลของหมี
 
แต่สำหรับมนุษย์ ยังไม่มีข้อมูลว่าสามารถจำศีลได้ เพราะอาจเกิดแผลกดทับ สูญเสียกล้ามเนื้อ หรือการจับตัวกันเป็นก้อนของเลือด ซึ่งอาจจะอุดตันหลอดเลือดที่สำคัญๆ ได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นตลอดเวลา ในอนาคตอาจทำให้มนุษย์สามารถจำศีลได้เหมือนกับที่เราเห็นกันตามหนังไซไฟก็ได้นะครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/61723/-scibio-sci-
ภาพประกอบ: 

รีดผ้าให้เรียบ ทำไมต้องพรมน้ำ

วันที่: 
Saturday, April 27, 2019

ทำไมเวลาพรมน้ำตอนรีดผ้าถึงเรียบง่ายกว่า? ใครรีดผ้าบ่อยๆ ต้องมาดูที่มาครับ
 
เสื้อผ้าส่วนใหญ่ผลิตมาจากเซลลูโลสของพืช ซึ่งเกิดจากกลูโคสหลายพันโมเลกุลมาต่อกันเป็นสายยาว แต่ละหน่วยย่อยของกลูโคสจะสร้างพันธะไฮโดรเจนระหว่างกันจนเป็นโครงข่ายที่หนาแน่น ทำให้ผ้ามีความเหนียวและแข็งแรงได้
 
การที่ผ้ายับนั้นเกิดจากการที่พันธะไฮโดรเจนถูกทำลาย และสร้างขึ้นใหม่จนเกิดเป็นรอยยับ เราจึงต้องใช้พลังความร้อนและแรงกดทับจากเตารีดเพื่อทำลายพันธะไฮโดรเจนเดิม เพื่อที่จะสร้างพันธะไฮโดรเจนขึ้นมาใหม่จากการกดทับ จึงทำให้ผ้าเรียบนั้นเอง แต่เคล็ดลับอยู่ที่การพรมน้ำ เนื่องจากโมเลกุลของน้ำจะเข้าไปแทรกระหว่างโมเลกุลของเซลลูโลส ทำให้พันธะไฮโดรเจนถูกทำลายลงได้ง่ายขึ้นนั่นเองครับ
 
คราวหน้าใครยังไม่เคยลองพรมน้ำ ลองดูนะครับ จะทำให้ผ้าเรียบขึ้น หรือการใช้เตารีดไอน้ำก็ทำให้ผ้าเรียบง่ายขึ้นด้วยเหตุผลเดียวกันเลยล่ะครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/70869/-blo-sciche-sci-
ภาพประกอบ: 

ชีส เนย และมาการีน แตกต่างกันอย่างไร

วันที่: 
Saturday, April 20, 2019

ชีส เนย และมาการีน ที่มาเหมือนกัน แต่ต่างกันที่วิธีการ วันนี้มาดูกันครับว่าทั้ง 3 อย่างนี้ต่างกันยังไง
 
ชีส (Cheese) - เป็นผลิตภัณฑ์จากนม องค์ประกอบหลักของชีส คือ โปรตีนและไขมันจากนม ผ่านกระบวนการดังนี้
 
1. การทำให้ข้น : เป็นการแยกของแข็งและของเหลวจากนมออกจากกัน โดยเติมแบคทีเรียชนิดหนึ่งลงไป เพื่อให้โปรตีนในนมเสียสภาพและจับตัวกันเป็นก้อน เรียกว่า เคิร์ด (Curd)
2. การทำให้แห้ง : แยกส่วนที่เป็นของเหลวออกจากเคิร์ด
3. การอัด : นำเคิร์ดอัดใส่แม่พิมพ์ เพื่อให้เป็นชีสที่แข็งตัวขึ้น
4. การบ่ม : นำชีสไปวางไว้บ่มไว้ในที่มีอุณหภูมิ ความชื้น และออกซิเจน ที่เหมาะกับการเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ ทำให้เกิดเนื้อสัมผัสและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์จำเพาะของชีส
 
เนย (Butter) - เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการปั่นหรือตีน้ำนมดิบที่มีไขมันมากกว่า 30% เมื่อตีจนได้ที่ จะทำให้นมเกิดการแยกตัวออกจากกันเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของของแข็ง (Butter Fat) และส่วนของของเหลว (Butter Milk) เมื่อเราเอา Butter Fat มาล้างและขึ้นรูปให้เป็นก้อน ก็จะได้ออกมาเป็นเนยนั่นเอง
 
มาการีน (Margarine) - เป็นการใช้น้ำมันจากพืชเพื่อผลิตเป็นเนยเทียม ทดแทนเนยแท้ที่มีราคาแพง ส่วนใหญ่มาการีนมักมีองค์ประกอบจำพวกไขมันจากพืช, น้ำ, เกลือ, อิมัลซิฟายเออร์ (Emulsifiers) แต่ภายหลังพบว่า ในขั้นตอนการทำมาการีนทำให้เกิดไขมันทรานส์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงมีการใช้กันน้อยลงเรื่อยๆ
 
มาถึงตรงนี้แล้ว คงจะทราบถึงความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 อย่างกันแล้ว โดยเฉพาะเนยและมาการีน มีส่วนประกอบของไขมันในระดับที่สูง ดังนั้นเวลาจะเลือกรับประทานอะไรก็ให้ดูถึงความเหมาะสมในปริมาณที่พอเหมาะนะครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/69157/-blo-sciche-sci-
ภาพประกอบ: 

5 คำคมนักวิทยาศาสตร์โลก

วันที่: 
Sunday, March 24, 2019

นักวิทยาศาสตร์ของโลกแต่ละท่านได้เคยกล่าวข้อความที่มีความหมาย และกลายเป็น "คำคม" ที่มีความหมายลึกซึ้ง
 
วันนี้ทีมงาน STKC จึงหยิบคำคมที่สะท้อนถึงแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกแต่ละท่าน ว่าการจะประสบความเร็จได้ขนาดนี้ เขามีแนวคิดกันยังไง และสามารถนำไปปรับใช้กับตัวเองได้เลย
 
1. "สปีชีส์ที่เหลือรอด ไม่ใช่สปีชีส์ที่แข็งแกร่งที่สุด และก็ไม่ใช่สปีชีส์ที่ฉลาดที่สุด แต่เป็นสปีชีส์ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด" - Chales Darwin
 
2. "ไม่มีสิ่งใดในชีวิตที่ต้องกลัว เพียงแค่เราเข้าใจมันก็เท่านั้น และเมื่อเราเข้าใจมันมากขึ้น ความกลัวก็จะน้อยลง" - Marie Curie
 
3. "มีสองสิ่งที่ไม่มีขอบเขตสิ้นสุด คือ จักรวาล และ ความโง่เขลาของมนุษย์ แต่ฉันยังไม่แน่ใจนักเรื่องจักรวาล" - Albert Einstein
 
4. "สิ่งที่เรารู้เปรียบเหมือนน้ำเพียงหยดเดียว แต่สิ่งที่เราไม่รู้นั้นเปรียบดั่งมหาสมุทร" - Isaac Newton
 
5. "ในชีวิตของผม ไม่เคยต้องทำงานแม้สักวันเดียว เพราะทั้งหมดมันคือความสนุก" - Thomas Alva Edison
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/61610/-sciear-sci-
ภาพประกอบ: 

ต้นกำเนิดน้ำยาลบคำผิด

วันที่: 
Saturday, March 23, 2019

ต้นกำเนิด "ลิควิด" (Liquid Paper) น้ำยาลบคำผิดที่ใครๆ ก็ต้องเคยมีติดกล่องดินสอ
 
เมื่อปี ค.ศ. 1956 เลขานุการประจำธนาคารแห่งหนึ่งในรัฐเท็กซัส ชื่อว่า Bette Nesmith Graham พบปัญหาว่า ถ้าพิมพ์เอกสารด้วยพิมพ์ดีดจนเกือบเสร็จ แล้วดันพิมพ์ผิดหรือพิมพ์ตกไปสักตัว จะต้องดึงกระดาษออกและพิมพ์ใหม่หมดทั้งหน้า ซึ่งปัญหานี้ทำให้เธอรู้สึกว่ามันวุ่นวายมาก
 
จนวันหนึ่งเธอได้เห็นเทคนิคการแก้ไขรูปภาพของจิตกร ที่แก้ไขจุดผิดพลาดด้วยการนำสีใกล้เคียงกันมาทาทับ จึงผุดเป็นไอเดียนำสีน้ำสีขาวมาแต้มลงบนจุดที่พิมพ์ผิด แล้วนำไปพิมพ์แก้ไขซ้ำอีกครั้ง
 
ไอเดียนี้ได้รับการยอมรับอย่างมากจากเพื่อนร่วมงาน เธอจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาลูกชายที่เป็นครูสอนวิชาเคมี และได้ร่วมกันผลิตน้ำยาลบคำผิดออกมาขายภายใต้ชื่อ "Mistake Out" จนในปี ค.ศ. 1960 เธอได้จัดตั้งโรงงานขึ้นมาและตั้งชื่อว่า "Liquid Paper" จนกลายเป็นสิ่งคู่ใจนักเรียน และคนทำงานทุกคนตั้งแต่นั้นมา
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.spokedark.tv/posts/liquid-paper/
ภาพประกอบ: 
Subscribe to RSS - มนุษยศาสตร์