Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

มนุษยศาสตร์

เลือกสีทาห้องให้เหมาะสมตามหลักวิทยาศาสตร์

วันที่: 
Friday, January 24, 2020

ลองมาดูการทาสีห้องตามหลักวิทยาศาสตร์
เลือกสีแบบไหนให้เหมาะสมกับการใช้งาน
 
ห้องรับแขก - สีชมพู
สีชมพูอ่อนเป็นสีที่ให้ความจรรโลงใจและความเงียบสงบ สีชมพูอ่อนจึงเหมาะกับห้องที่ค่อนข้างวุ่นวายหรือมีคนอยู่รวมกันเยอะๆ
 
ห้องนอนเด็ก - สีเขียวพาสเทล
สีเขียวเป็นสีแห่งความสงบ สดชื่น และเป็นธรรมชาติ จะช่วยสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับฤดูใบไม้ผลิ
 
ห้องครัว - สีเหลืองอบอุ่น
คล้ายสีเนย เป็นโทนสีที่เหมาะกับห้องครัวมากที่สุด สีนี้สามารถกระตุ้นความอยากอาหาได้นั่นเอง
 
ห้องนอน - สีน้ำเงินเข้ม
ให้ความรู้สึกสงบและดื่มด่ำ จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการใช้เป็นสีห้องนอน
 
ห้องออกกำลังกาย - สีแดงเข้ม
สีแดงช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกายให้ดียิ่งขึ้น
 
ห้องศิลปะ - สีม่วงอ่อน
ให้ความรู้สึกลึกลับ น่าค้นหา และช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์
 
โถงทางเดินเข้าบ้าน - สีเทาหรือสีเงิน
ช่วยเพิ่มความสดชื่นและมีชีวิตชีวา
 
สำหรับใครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทาสีแต่ละห้องสีไหนดี ลองดูข้อมูลนี้เป็นตัวช่วยก็ได้นะ ขอให้ทุกคนสนุกสนานกับสีสันและวิทยาศาสตร์ครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://home.kapook.com/view218215.html
ภาพประกอบ: 

วันเหมายัน วันที่กลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปี

วันที่: 
Thursday, January 16, 2020

ทำความรู้จัก วันเหมายัน (เห-มา-ยัน)
วันที่กลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปี
 
วันเหมายัน เป็นวันที่ช่วงกลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปี ประเทศในแถบซีกโลกเหนือถือให้เป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ
 
โดยในวันนี้ ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด ทำให้ช่วงกลางวันสั้น และช่วงกลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปีนั่นเอง
 
ซึ่งวันเหมายันนี้ ใน 1 ปีจะมีเพียงรอบเดียวเท่านั้น และในแต่ละปีจะเกิดในวันที่ใกล้เคียงกันด้วย เช่น ปลายปี พ.ศ. 2562 เกิดในวันที่ 22 ธันวาคม ถ้าหากใครอยากรอชมปรากฏการณ์นี้สักครั้ง เตรียมตัวรอช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ได้เลยครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.bbc.com/thai/features-50881360
ภาพประกอบ: 

กำเนิดซานตาคลอส มาสคอตแห่งวันคริสต์มาส

วันที่: 
Wednesday, December 25, 2019

ทุกคนรู้จักซานตาคลอสจากเรื่องเล่าตอนเด็กๆ
แต่รู้ไหม...ซานตาคลอสมีตัวตนจริงๆ นะ!
 
มีเด็กคนหนึ่งชื่อ "นิโคลัส" อาศัยอยู่ที่เกาะโรดส์กับไซปรัสใกล้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในประเทศตุรกี เติบโตมาท่ามกลางเงินทองมากมาย แต่ไม่นานนัก พ่อและแม่ของเขาก็เสียชีวิต และสมบัติทั้งหมดจึงตกเป็นของนิโคลัส
 
นิโคลัสเป็นคนใจบุญ ชอบแบ่งปัน เคยมีครอบครัวของชายชราคนจนครอบครัวหนึ่ง กำลังมีปัญหา ด้วยบุตรสาวทั้งสามต้องการแต่งงาน แต่ไม่มีเงินที่เพียงพอจะจัดพิธี เมื่อนิโคลัสทราบข่าว จึงนำทองคำใส่ถุง 2 ถุงและแอบนำไปวางในบ้านชายชรา ทำให้ลูกสาวทั้งสองได้จัดงานแต่งงานอย่างสมเกียรติ
 
เมื่อถึงครั้งลูกสาวคนสุดท้อง นิโคลัสก็นำถุงทองแอบมาหย่อนลงทางปล่องไฟแทนเนื่องจากหน้าต่างถูกปิดทุกบาน ด้วยเหตุการณ์นี้ ทำให้พ่อแม่ของเด็กหลายๆ คน มีพฤติกรรมเลียนแบบ โดยนำของขวัญไปแอบวางไว้ที่เตียงของลูกในยามค่ำคืน
 
ในช่วงปี ค.ศ.1870 นักบุญนิโคลัสเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วฮอลแลนด์ในชื่อ “ซินเตอร์คลาส” ชาวอเมริกันจึงเรียกชื่อเพี้ยนไปเป็น”ซานตาคลอส” และกลายเป็นมาสคอตในวันคริสมาสต์อย่างปัจจุบันนี้นั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

ภาพประกอบ: 

ย้อนรอยดูอุณหภูมิหน้าหนาวของประเทศไทย

วันที่: 
Friday, December 13, 2019

ย้อนรอยดูจังหวัดที่เคยอุณหภูมิต่ำที่สุด
ในรอบ 68 ปี (พ.ศ. 2494 - พ.ศ. 2561)
 
น้องๆ อาจจะไม่เคยรู้ว่า เมื่อก่อนนั้น ภาคกลางรวมถึงภาคใต้ของประเทศเรา ก็เคยมีช่วงเวลาอากาศหนาวถึงอุณหภูมิเลขตัวเดียวด้วย แถมในบางพื้นที่ เช่น ภูกระดึง จ.เลย เคยอุณหภูมิต่ำสุดถึง -1.3 องศาเซลเซียส หรือสกลนครก็เคยมีอุณหภูมิต่ำสุดถึง -1.4 องศาเซลเซียสเมื่อปี พ.ศ. 2517 กันเลยทีเดียว
 
แต่ในปัจจุบันประเทศไทยและทั่วโลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี เนื่องมาจากปรากฏการณ์โลกร้อน (Global Warming) ซึ่งเป็นปัญหาระดับนานาชาติที่ผู้นำทุกประเทศกำลังช่วยกันหาทางแก้ไขอยู่นั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
http://www.tmd.go.th/programs/uploads/tempstat/min_stat_latest.pdf
ภาพประกอบ: 

ดอกไม้ไฟ ความสวยงามที่ค้นพบโดยความบังเอิญ

วันที่: 
Wednesday, November 27, 2019

ดอกไม้ไฟ ความสวยงามที่ค้นพบจากความบังเอิญ
เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน
 
มีเรื่องเล่าว่า ขณะที่ชาวจีนกำลังคิดค้นสูตรยาอายุวัฒนะเพื่อนำไปถวายจักรพรรดิ ด้วยสารกำมะถันที่ใช้รักษาโรคผิวหนัง และดินประสิวที่ใช้รักษาโรคปอดได้ จึงนำสารทั้งสองมารวมกัน แต่เมื่อผสมกันแล้วกลับเกิดเป็นแผ่นแป้งสีดำ และลุกเป็นไฟเมื่อเกิดการเผาไหม้ ซึ่งก็คือ "ดินปืน" ในเวลาต่อมานั่นเอง
 
ในเวลาต่อมา ได้มีคนทดลองนำดินปืนใส่เข้าไปในกระบอกไม้ไผ่ และโยนเข้าไปกองไฟ ทำให้กระบอกไม้ไผ่ระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงๆ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ประทัด พลุ ตะไล ดอกไม้ไฟชนิดแรกที่ถูกคิดค้น
 
ในช่วงศตวรรษที่ 14-15 ชาวอิตาลีเริ่มนำดินปืนมาดัดแปลงโดยเพิ่มโลหะกับถ่านเข้าไป เมื่อปล่อยขึ้นฟ้าจะเปล่งประกายแสงสีเงิน สีทอง สวยงามระยิบระยับ และถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นดอกไม้ไฟอย่างที่เราเห็นกันทุกวันนั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://hilight.kapook.com/view/50846
ภาพประกอบ: 

เอเวอเรสต์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก

วันที่: 
Tuesday, November 19, 2019

ทำความรู้จัก "เอเวอเรสต์"
ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก
 
ยอดเขาเอเวอเรสต์ (Everest) เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล มีความสูงจากระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 8,848 เมตร เกิดจากเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกอินเดีย (Indian Tectonic Plate) และแผ่นเปลือกโลกยูเรเชีย (Euresian Plate) เคลื่อนตัวเข้าหากัน และเกิดการยกตัวขึ้นเป็นยอดภูเขา โดยยอดเขาเอเวอเรสต์จะสูงขึ้นทุกปี เฉลี่ยปีละ 2-4 เซนติเมตร
 
ยอดเขาเอเวอเรสต์จึงเป็นหนึ่งในเส้นทางของนักเดินทางหลายๆ คนที่อยากจะไปพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกให้ได้สักครั้งในชีวิตนั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/73025/-blo-sciear-sci-
ภาพประกอบ: 

วันลอยกระทง ประวัติศาสตร์และเกร็ดความรู้

วันที่: 
Monday, November 11, 2019

ประเพณีลอยกระทง
มีประวัติศาสตร์และที่มาอย่างไรบ้างนะ?
 
ประเพณีลอยกระทงนั้นมีมาแต่โบราณ โดยมีคติความเชื่อหลายอย่าง เช่น เชื่อว่าเป็นการบูชาและขอขมาแม่พระคงคา เป็นการสะเดาะเคราะห์ โดยทำเป็นโคมรูปดอกบัว ลอยตามแม่น้ำไป นิยมทำกันในช่วงวันเพ็ญ เดือน 12 ของทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงที่น้ำในคลองขึ้นสูง เป็นไปตามเพลง "วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง"
 
กระทงในปัจจุบันทำจากวัสดุหลากหลายชนิด มีตั้งแต่หยวกกล้วย โฟม ขนมปัง ซึ่งในช่วงเวลานี้ หลายๆ ประเทศต่างกำลังรณรงค์เรื่องการลดใช้พลาสติกหรือวัสดุที่ย่อยสลายยาก ลอยกระทงปีนี้ทีมงาน STKC อยากให้ทุกท่านลอยกระทงแบบรักธรรมชาติ และเลือกใช้วัสดุธรรมชาติทั้งหมดทำกระทง เพื่อที่จะย่อยสลายได้เร็ว ไม่เป็นมลพิษตกค้างในแม่น้ำ หากใครคิดไม่ออก ให้ทำง่ายๆ โดยการใช้กระทงที่ทำมาจากน้ำแข็ง ประดับด้วยดอกไม้สด เมื่อละลายแล้วก็จะสลายไปกับแม่น้ำได้ และเพื่อที่จะเป็นการรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุดนั้นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://guru.sanook.com/6432/
ภาพประกอบ: 

ประวัติศาสตร์วันฮาโลวีน

วันที่: 
Thursday, October 31, 2019

วันฮาโลวีนมีที่มาอย่างไร? ทำไมทุกคนต้องแต่งตัวเป็นผี วันนี้เรามาดูประวัติวันฮาโลวีนกัน
 
วันฮาโลวีนมีจุดกำเนิดมาจากเทศกาลของชาวเซลติคโบราณ เพื่อเฉลิมฉลองวันสิ้นฤดูร้อน จุดสิ้นสุดของช่วงสว่างแห่งปี และเข้าสู่ช่วงมืดของปี เหมือนที่ประเทศไทยในฤดูหนาวจะมืดเร็วกว่าปกติ
 
บางกลุ่มมีความเชื่อว่าวันนี้ เป็นวันที่โลกนี้และโลกแห่งความตายโคจรมาใกล้กันที่สุด ทำให้ภูติ ผี วิญญาณ สามารถเดินทางเข้าออกได้อย่างอิสระ วิญาณของบรรพบุรุษที่ยังมีคนเคารพจะถูกต้อนรับกลับบ้าน แต่ก็เชื่อว่าจะมีวิญญาณชั่วร้ายปะปนเข้ามาในเวลานี้ด้วย ทุกคนจึงแต่งตัวเป็นผี แฝงตัวเป็นวิญญาณร้ายเสียเอง เพื่อที่จะไม่ถูกวิญญาณร้ายทำร้ายนั่นเอง
 
ฮาโลวีนก็เริ่มเผยแพร่และมีอิทธิพลเข้ามาในประเทศไทยด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นในคืนนี้อย่าลืมหาชุดผีเจ๋งๆ เพื่อจะตบตาเจ้าวิญญาณร้ายไม่ให้มาทำร้ายเรากันด้วยล่ะ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://teen.mthai.com/variety/48745.html
ภาพประกอบ: 

ผลสำรวจเศรษฐกิจออนไลน์พบ คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุดในโลก

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, October 15, 2019
รายละเอียด: 

ผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุดในโลก โดยคนไทยทำสถิตินำหน้าทุกชาติในอาเซียน ด้วยการใช้เวลามากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวันท่องโลกอินเตอร์เน็ต ตามด้วยอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ที่ใช้เวลามากกว่า 4 ชั่วโมง ในขณะที่คนทั้งโลก ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3 ชั่วโมง

ข้อมูลดังกล่าวได้มาจากรายงานสำรวจกิจกรรมทางเศรษฐกิจออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (“e-Conomy SEA 2019 – Swipe up and to the right: Southeast Asia’s $100 billion internet economy”) ที่กูเกิล จัดทำร่วมกับ กองทุน เทมาเสค (Temasek) ของรัฐบาลสิงคโปร์ และ เบน แอนด์ คอมพานี (Bain & Company) บริษัทให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ ซึ่งออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อน

รายงานดังกล่าววัดการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจออนไลน์ผ่าน 5 ภาคส่วน คือ ธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ สื่อออนไลน์ ซึ่งรวมถึงการโฆษณาและสตรีมมิ่ง การใช้บริการเรียกรถโดยสารผ่านแอพพลิเคชั่น การซื้อของออนไลน์ และการใช้บริการการเงินออนไลน์ และคาดว่าเศรษฐกิจออนไลน์จะโตทะลุความคาดหมาย มีมูลค่ามากถึง 100,000 ล้านดอลล่าร์ในปีนี้

นอกจากนี้ยังได้ทำนายด้วยว่า ช่องว่างของการใช้อินเตอร์เน็ตระหว่างมหานครที่มีผู้อาศัยมากกว่า 10 ล้านคน และชนบท จะแคบลง เพราะคนในพื้นที่นอกเมืองจะหันมาใช้อินเตอร์เน็ตมากขึ้น และจะทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจออนไลน์นอกหัวเมืองใหญ่โตขึ้น 4 เท่าในอีก 6 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ รายงานของกูเกิลไม่ได้สำรวจผลเสียของเศรษฐกิจออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น ภาวะการเสพติดเกมออนไลน์ของเยาวชนในภูมิภาค หรือขยะพลาสติกที่เพิ่มมากขึ้น จากการสั่งซื้ออาหารและสินค้าออนไลน์​ เป็นต้น
Cr. https://www.voathai.com/a/google-reports-highest-mobile-internet-use-in-...

หมวดหมู่ OECD: 
Hits 26 ครั้ง

ชีส เนย มาการีน แตกต่างกันอย่างไร

วันที่: 
Wednesday, September 11, 2019

ชีส เนย มาการีน ดูคล้ายกัน แต่ก็แตกต่างเหมือนกัน
วันนี้เรามาทำความรู้จัก ชีส เนย และมาการีนเพิ่มขึ้นกันเถอะ
 
"ชีสและเนย"
เป็นผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจาก "นม" ทั้งสิ้น
 
วิธีการผลิต ชีส หรือ เนยแข็ง : ใช้นมเป็นวัตถุดิบหลัก
1. การทำให้ข้น (Curding) เป็นการแยกโปรตีนและของเหลวออกจากน้ำนม โดยเติมแบคทีเรียลงไป โปรตีนที่ถูกย่อยจนเสียสภาพจะจับตัวเป็นก้อนเรียกว่า เคิร์ด (Curd)
2. การทำให้แห้ง (Draining) แยกส่วนที่เป็นของเหลวออกจาก Curd อีกที
3. การอัด (Pressing) นำ Curd ที่แห้งแล้ว มาอัดใส่พิมพ์ เพื่อไล่ความชื้น
4. การบ่ม (Ripening) นำ Curd ไปวางในที่ที่มีอุณหภูมิ ความชื้น และออกซิเจนเหมาะสม จุลินทรีย์ที่อยู่ใน Curd จะสร้างให้เกิดเนื้อสัมผัสและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของชีสในที่สุด
 
วิธีการผลิต เนย : ใช้นมเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งนมต้องมีปริมาณไขมันมากถึง 30%
1. นำนมไปปั่นหรือตี ให้เกิดการแตกตัว ออกเป็น 2 ส่วน
2. จะได้ออกมาเป็นส่วนของแข็ง เรียกว่า Butter Fat และของเหลวเรียกว่า Butter Milk
3. นำ Butter fat มาล้างทำความสะอาดและขึ้นรูปเป็นก้อน รอให้แห้ง จะออกมาเป็นเนย
 
และ "มาการีน" นั้นทำมาจากไขมันพืช มีการคิดค้นมาเพื่อทดแทนเนยที่มีราคาที่สูงกว่า โดยบางสูตรมีการผสมเนยลงไปเพื่อให้เกิดกลิ่นเนย หรือให้ออกมาเป็นมาการีนที่ใกล้เคียงเนยมากที่สุดนั่นเอง
 
วิธีการผลิต มาการีน : ใช้น้ำมันพืชเป็นวัตถุดิบหลัก
1. นำน้ำมันพืชมาเติมไฮโดรเจนเข้าไป โดยใช้กระบวนการไฮโดรจีเนชั่น
2. เมื่อผ่านกระบวนการแล้ว น้ำมันพืชจะมีจุดหลอมเหลวสูงขึ้น และเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นของแข็ง กลายมาเป็น มาการีน
 
ภายหลังพบว่า กระบวนการไฮโดรจิเนชั่น (Hydrogenation) ทำให้เกิดไขมันทรานส์ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เราจึงควรหลีกเลี่ยงการบริโภคมาการีน และหันมาบริโภคเนยแท้จะดีกว่านะครับ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ควรบริโภคเนยในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะทั้งเนย และมาการีน ต่างมีปริมาณไขมันสูงที่มากนั่นเอง
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/69157/-blo-sciche-sci-
ภาพประกอบ: 
Subscribe to RSS - มนุษยศาสตร์