Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี

[วันนี้ในอดีต] เมาส์ตัวแรกของโลก

วันที่: 
Saturday, November 17, 2018

วันนี้เมื่อปี ค.ศ.1963 เมาส์ตัวแรกของโลกได้ถือกำเนิดขึ้น ผู้คิดค้นประดิษฐ์เมาส์มีชื่อว่า ดร. ดักลาส คาร์ล อิงเกิลบาร์ต (Douglas Carl Engelbart) ที่สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด
 
เมาส์ตัวแรกนั้นมีขนาดใหญ่ และใช้เฟือง 2 ตัววางในลักษณะตั้งฉากกัน การหมุนของแต่ละเฟืองจะถูกแปรไปเป็นการเคลื่อนที่บนแกนในปริภูมิ 2 มิติ
 
เมาส์ในปัจจุบันได้ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แรงบันดาลใจของ ศาสตราจารย์ Jean-Daniel Nicoud ร่วมกับวิศวกรและช่างนาฬิกาชื่อ André Guignard ซึ่งการดำเนินงานครั้งนี้ทำให้เกิด บริษัท โลจิเทค (Logitech) ผลิตเมาส์ที่ได้รับความนิยมสูงเป็นยี่ห้อแรกนั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://guru.sanook.com/27981
ภาพประกอบ: 

เลนส์มิวอาย (MuEye)

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, November 15, 2018
รายละเอียด: 

ในยุคสมัยแห่งการแบ่งปันเรื่องราว เราพบเห็นภาพและเรื่องราวผ่านโลกสังคมออนไลน์ได้ตลอดเวลา ใครจะคิดว่าวันหนึ่ง เราจะสามารถถ่ายภาพได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียว ไม่เพียงแค่นั้น ภาพถ่ายจากกล้องมือถือยังสามารถถ่ายภาพวัตถุที่มีขนาดเล็กมากๆได้ ด้วยอุปกรณ์เสริมที่เรียกว่า “เลนส์มิวอาย” ซึ่งพัฒนาโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค โดยเลนส์มิวอายผลิตจากพอลิเมอร์และเป็นเลนส์ขนาดเล็ก สามารถนำมาใช้ติดตั้งกับกล้องบนโทรศัพท์มือถือ หรือกล้องของแท็บเล็ตได้เช่นกัน เพื่อนำมาใช้ในการขยายวัตถุที่มีขนาดเล็กมากๆ หรือใช้ในการศีกษาวิจัยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก สะดวกเหมือนมีกล้องจุลทรรศน์พกพา อีกทั้งยังใช้บันทึกเป็นภาพนิ่งแล้วแบ่งปันข้อมูลภาพผ่านสังคมออนไลน์ได้อีกด้วย ปัจจุบันเน็คเทคผลิตเลนส์มิวอายออกมา 3 รุ่น ได้แก่ 25S, 50S, และ 100S ซึ่งมีกำลังขยายแตกต่างกันที่ 25, 50 และ 100 เท่า ตามลำดับ สำหรับผู้สนใจเลนส์มิวอาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.nectec.or.th/innovation/innovation-hardware-electronics/mueye...

อ้างอิง
เนคเทค (2558). MuEye: เลนส์มิวอาย (31 ตุลาคม 2558). สืบค้นจาก http://www.nectec.or.th/innovation/innovation-hardware-electronics/mueye...
ภาพประกอบ
http://www.nectec.or.th/innovation/innovation-hardware-electronics/mueye...

Hits 6 ครั้ง

[วันนี้ในอดีต] ยานอวกาศเซอร์เวเยอร์ 6

วันที่: 
Wednesday, November 7, 2018

วันนี้เมื่อปี ค.ศ.1967 สหรัฐอเมริกาได้ส่ง ยานอวกาศเซอร์เวเยอร์ 6 (Surveyor VI) ขึ้นสู่วงโคจรเพื่อสำรวจดวงจันทร์ ก่อนจะถ่ายภาพพื้นผิวของดวงจันทร์กว่า 30,000 ภาพ และส่งข้อมูลกลับมายังโลก และด้วยความสำเร็จนี้ทำให้ต่อยอดไปสู่โครงการอพอลโล่นั่นเอง
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://guru.sanook.com/25620
ภาพประกอบ: 

LED ชีวิตที่ดี

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, November 6, 2018
รายละเอียด: 

LED ชีวิตที่ดี
ชีวิตความเป็นอยู่ในยุคปัจจุบันนี้ การใช้พลังงานของมนุษย์มีแนวโน้มที่จะใช้กันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้าที่เราทุกคนก็ต้องพึ่งพาแสงสว่างในการดำรงชีวิต หรือดำเนินธุรกิจ ตลอดจนการพัฒนาประเทศจึงจำเป็นต้องมีการขยายและต้องหาแหล่งพลังงานเพิ่ม ซึ่งนำมาสู่ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นมากจนหลีกเหลี่ยงไม่ได้เหมือนกันวันนี้จึงมีคำแนะนำในการช่วยลดการใช้พลังงานมาฝากกัน ด้วยการเปลี่ยนการใช้หลอดไฟแบบเก่ามาเป็นหลอดไฟแอลอีดี (LED) กันเถอะ

หลอดไฟ LED (Light-emitting diode) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้ากึ่งตัวนำหรือจะเรียกง่าย ๆ ว่าไดโอดเปล่งแสงโดยการพัฒนาจากอุปกรณ์เล็ก ๆ และเมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไปที่ขั้วหลอดไฟ LED ก็จะสว่างขึ้นทันที ซึ่งจะต่างกับหลอดไฟแสงจันทร์ หลอดฟลูออเรสเซนต์ ที่ใช้ตามบ้านเรือนทั่วไป

บอกข้อดีของหลอดไฟ LED กันเลย

หลอดไฟ LED เปิดปุ๊บสว่างปั๊บ ไม่ต้องรอเวลาหลังจากเปิดเหมือนกับหลอดฟลูออเรสเซนต์และหลอดแสงจันทร์ จึงช่วยประหยัดค่าไฟได้ เราสามารถใช้หลอดไฟ LED แทนหลอดประหยัดไฟแบบหลอดตะเกียบได้เลย เพราะถูกออกแบบขั้วหลอดให้ใช้ทดแทนกันได้ (แต่รอให้หลอดตะเกียบหมดอายุก่อนก็ได้นะ แล้วค่อยเปลี่ยน) หลอดไฟ LED สามารถควบคุมการกระจายแสงได้ เพราะถูกออกแบบมาเพื่อให้ควบคุมทิศทางการกระจายแสงได้ตามต้องการ จึงทำให้มีประสิทธิภาพสูง หลอดไฟ LED มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดแบบเก่า โดยมีอายุการใช้งานได้ถึง 60,000 ชั่วโมง โดยความสว่างของหลอดไม่ลดลง และที่สำคัญ หลอดไฟ LED ไม่มีการแพร่กระจายของรังสี UV แต่อย่างใด
ซึ่งปลอดภัยกว่าหลอดไฟรุ่นเก่าแถมยังไม่มีส่วนผสมของสารปรอทหรือสารพิษ จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมอีกด้วยหลอดไฟ LED สามารถลดภาวะโลกร้อนได้ เพราะช่วยลดพลังงาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่สูญเสียไปโดยไม่จำเป็นได้อย่างแท้จริง เราควรหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาโลกร้อน ปัญหาพลังงาน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ด้วยการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED เพิ่มขึ้นเพื่อชีวิตที่ดี

แหล่งอ้างอิง

http://www.changsinled.com/article
http://www.klcbright.com/articles.php

Hits 13 ครั้ง

Zenbo หุ่นยนต์พ่อบ้าน

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, November 1, 2018
รายละเอียด: 

หุ่นยนต์ Zenbo

บริษัทเอซุส (Asus)* ได้พัฒนาหุ่นยนต์พ่อบ้านที่มีราคาไม่สูงมากนัก เทียบเท่าได้กับราคาโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในปัจจุบันหรือประมาณ 599 ดอลล่าร์สหรัฐ (21,000 บาท) หุ่นยนต์ตัวนี้มีชื่อว่า “Zenbo” เป็นหุ่นยนต์ที่รองรับการสั่งงานได้ด้วยเสียง สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน (smart home devices) และสื่อสารกับมนุษย์ได้

ด้วยความสามารถดังกล่าว Zenbo จึงถูกนำมาช่วยงานในบ้านทั้งเพื่อความบันเทิงและความปลอดภัย เป็นเสมือนผู้ช่วยในบ้าน ดูแลเด็กและผู้สูงอายุ เช่น คอยเตือนนัดหมายสำคัญ ตรวจความปลอดภัยภายในบ้าน แจ้งผู้ดูแลเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในบ้าน เล่านิทาน ร้องเพลงและเล่นเกมส์กับเด็กๆ เป็นต้น

Zenbo ทำอะไรได้บ้าง?
เคลื่อนที่ – สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระด้วยล้อ 2 ล้อ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับล้อของเครื่องดูดฝุ่น
มองเห็น – สามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องที่ติดอยู่ในส่วนหัว ทำให้ Zenbo สามารถจดจำใบหน้าได้ ถ่ายรูปและวิดีโอ โทรศัพท์แบบเห็นหน้า และช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถตรวจตราบ้านผ่าน Zenbo ได้
สนทนา – สามารถพูดได้ โดยสามารถเตือนข้อมูลสำคัญและเล่านิทานให้เด็กๆ ฟังได้
ได้ยิน – สามารถฟังและทำตามคำสั่งของผู้ใช้ได้ โดยผู้ใช้สามารถพูดด้วยคำพูดและภาษาปกติ
ติดต่อสื่อสาร – สามารถสื่อสารและควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านได้ (smart home devices)
เรียนรู้ – สามารถเรียนรู้ได้จากการเก็บข้อมูลต่างๆ ของผู้ใช้ เพื่อปรับการทำงานให้ผู้ใช้พึงพอใจสูงสุด
แสดงอารมณ์ – สามารถแสดงอารมณ์ได้หลากหลาย เช่น ยิ้ม หัวเราะ เขินอาย ตื่นเต้น เป็นต้น

* บริษัทเอซุส (Asus) เป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไต้หวัน

ที่มาของข้อมูล

AsusTek Computer Inc. Zenbo [Internet]. 2016 [cited 2016 Jun 8]. Available from: https://zenbo.asus.com/

BBC. Taiwan’s Asus unveils ‘budget’ household robot [Internet]. 2016 [cited 2016 Jun 8]. Available from: http://www.bbc.com/news/business-36410829

Gibbs S. Meet Zenbo, the Asus robot that costs no more than a smartphone [Internet]. 2016 [cited 2016 Jun 8]. Available from: https://www.theguardian.com/technology/2016/may/31/asus-zenbo-robot-pric...

Hits 13 ครั้ง

ขยะพิษใกล้ตัว

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, October 25, 2018
รายละเอียด: 

ขยะพิษคืออะไร หลายคนอาจนึกถึงขยะจำพวก อิเล็กทรอนิกส์ เช่น แบตเตอรี่ เศษของไมโครชิฟต่าง ๆ หรือพวกหลอดไฟที่ใช้แล้ว แต่ขยะที่เป็นพิษยังมีอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น กระป๋องสเปรย์ ตลับหมึกพิมพ์ที่หมดแล้ว บรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำ เป็นต้น ขยะเหล่านี้หากเราไม่รู้จักวิธีการทิ้งหรือกำจัดให้ถูกที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบมาสู่สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ เนื่องจากมีส่วนผสมของโลหะหนัก ตะกั่ว ปรอท บรรจุอยู่ในผลิตภัณฑ์พวกนี้ เพราะฉะนั้น เราควรมาทำความรู้จักกับขยะพิษและหาวิธีจัดเก็บหรือจัดการกับขยะพิษเหล่านั้น

1.สารไวไฟ หมายถึง สารที่ติดไฟง่ายเมื่อถูกประกายไฟ เช่น น้ำมันก๊าด น้ำมันจารบี ทินเนอร์ ฯลฯ
2.สารมีพิษ หมายถึง สารที่อาจทำให้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บรุนแรงจากการสูดดม กินหรือสัมผัส เช่นน้ำยาล้างห้องน้ำ ยาฆ่าแมลง
3.สารกัดกร่อน หมายถึง สารที่มีฤทธิ์เผาไหม้หรือทำลายผิวหนัง นอกจากนี้ยังทำลายระบบทางเดินหายใจได้ เช่น แบตเตอรี่รถยนต์
น้ำยาที่มีสารฟอกขาว ฯลฯ
4.สารที่ระเบิดได้ หมายถึง สารที่อาจระเบิดได้เมื่อถูกการเสียดสีหรือโดนความร้อน เช่น ดอกไม้ไฟ กระป๋องสเปรย์ต่าง ๆ
5.สารออกซิไดซ์ หมายถึง สารที่เร่งการติดไฟสามารถทำให้ออกซิเจนออกมาเร่งการลุกไหม้ เมื่อสัมผัสกับสารไวไฟ หรือสารที่ติดไฟง่าย
อาจก่อให้เกิดการติดไฟขึ้น เช่น สารเร่งดอกลำไย (มีส่วนผสมของโซเดียมคลอเรต)
6.สารที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม หมายถึง สารที่เมื่อปล่อยสู่สภาพแวดล้อมจะทำให้เกิดความเสียหายต่อองค์ประกอบของสิ่งแวดล้อมทันที
เช่น สารกำจัดศัตรูพืช เราสามารถสังเกตสัญลักษณ์ด้านข้างบรรจุภัณฑ์เพื่อสะดวกในการจัดการหรือจัดเก็บและแยกขยะก่อนทิ้งได้ดังนี้

การจัดการกับขยะพิษอย่างง่าย
1.ลดปริมาณการใช้สิ่งของอันตรายในบ้าน เพื่อจะได้มีของเสียที่ต้องรวบรวมไปกำจัดในปริมาณที่น้อยลง
2.แยกของเสีย หรือของอันตรายออกจากขยะทั่วไป ถ้าของเสียเหล่านั้นเป็นของเหลวไม่ควรเทรวมกัน เพราะอาจทำปฏิกิริยากันได้

แหล่งอ้างอิง:
คู่มือการคัดแยกขยะอันตรายสำหรับเยาวชน สำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร
คู่มือการคัดแยกขยะอันตรายในสำนักงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน
http://www.thailandindustry.com/onlinemag/view2.php?id=547&section=30&is...

เรียบเรียงโดย: นางสาวธนภรณ์ ก้องเสียง

Hits 16 ครั้ง

น้ำยาปรับผ้านุ่ม: วิทยาศาสตร์ในของใช้ใกล้ตัว

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, October 16, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
น.ส.สมฤทัย ลอยมา
รายละเอียด: 

ปฎิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบันนี้แค่เสื้อผ้าที่ดูสะอาดอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับผู้สวมใส่ แต่เสื้อผ้านั้นอาจจะต้องมีกลิ่นหอม นุ่มนวล น่าสัมผัสอีกด้วย
การใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มจึงเป็นทางเลือกที่นิยมกันมากขึ้นแทนที่จะใช้ผงซักฟอกแต่เพียงอย่างเดียว

ในช่วงแรกน้ำยาปรับผ้านุ่มถูกผลิตมาเพื่อใช้กับเส้นใยเรยอน ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถใช้ได้กับเส้นใยผ้าทุกชนิด ซึ่งน้ำยาปรับผ้านุ่มนั้น
ความจริงแล้วก็คือ สารเคมีที่มีคุณสมบัติช่วยลดแรงตึงผิว ซึ่งทำให้ลดความหยาบกระด้างของเส้นใยผ้าให้นุ่มฟูเรียบลื่น เพราะธรรมชาติของเส้นใยผ้าที่ผลิต
จากเส้นใยต่างๆมักจะมีความชื้นอยู่น้อย จึงมีความแข็งหยาบทำให้เวลาสวมใส่มักเสียดสีกับผิวทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตได้ง่ายโดยองค์ประกอบหลักในน้ำยาปรับ
ผ้านุ่มนั้นจะประกอบไปด้วย 2 ส่วน นั่นก็คือ

1. ไข
2. ส่วนที่ทำให้ไขละลายน้ำ

โดยหลักการทำงานของน้ำยาปรับผ้านุ่ม เมื่อสารปรับผ้านุ่มละลายน้ำจะให้ประจุบวก ส่วนเส้นใยผ้าทุกชนิดในน้ำจะให้ประจุลบเสมอด้วยประจุที่ตรงข้ามกันก็
จะทำให้มีแรงดึงดูดเข้าหากันระหว่างผ้าและสารปรับผ้านุ่ม สารปรับผ้านุ่มจึงไปยึดเกาะบนเนื้อผ้า ทำให้ผ้ามีความนุ่มลื่นและลดการเสียดสีระหว่างผ้ากับผิว
จึงทำให้เรารู้สึกถึงผิวสัมผัสที่นุ่มลื่น และสามารถลดการเกิดไฟฟ้าสถิตที่เกิดจากการเสียดสีได้อีกด้วย นอกจากนี้ น้ำยาปรับผ้านุ่มยังทำให้ผ้าอุ้มน้ำได้น้อยลง
เป็นผลทำให้ผ้าแห้งได้เร็วขึ้น อีกทั้งยังสามารถกักเก็บหัวน้ำหอมไว้บนผ้าได้ดี ทำให้ผ้านั้นมีกลิ่นหอมติดทนยาวนาน แถมยังช่วยลดกลิ่นอับให้น้อยลงได้อีก

สำหรับข้อปฏิบัติในการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มนั้น อย่างที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วคือ ควรใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มในน้ำสุดท้ายของการซัก โดยไม่ควรใส่รวมไปพร้อม
กับผงซักฟอกหรือขณะที่มีน้ำผงซักฟอกอยู่ เพราะในสารปรับผ้านุ่มจะมีส่วนผสมของสารที่ทำให้ปริมาณฟองลดลง ซึ่งจะไปขัดขวางการทำงานของผงซักฟอก
ทำให้ประสิทธิภาพในการขจัดคราบสกปรกลดน้อยลง

แหล่งอ้างอิง:
o http://www.siamchemi.com/
o https://anthordimension.wordpress.com/น้ำยาปรับผ้านุ่ม-ลงลึก/
o http://siweb.dss.go.th/repack/repack_description.asp?repack_ID=14

เรียบเรียงโดย: น.ส.สมฤทัย ลอยมา

Hits 16 ครั้ง

กางเกงไฮเทคช่วยให้ผู้พิการเคลื่อนไหวได้

วันที่เผยแพร่: 
Friday, October 12, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.bbc.com/thai/international-45722544
รายละเอียด: 


กางเกงขายาวไฮเทค ทำให้คุณแข็งแกร่งได้เหมือนซูเปอร์ฮีโร เสื้อผ้าหุ่นยนต์ที่ทั้งฉลาดและนุ่ม ช่วยผู้พิการและคนสูงอายุให้เคลื่อนไหวได้

ศ. โจนาธาน รอสซิเทอร์ ม.บริสตอล กล่าวว่า "เราทำกางเกงหุ่นยนต์เนื้อนุ่ม 'The Right Trousers' ของเรา ถอดออกง่ายด้วยอุปกรณ์กระตุ้นที่ติดตั้งไว้ เป็นเหมือนกล้ามเนื้อเทียมรอบเอวและกางเกง เมื่อคุณกดปุ่มกางเกงก็จะเปลี่ยนรูปทรงและขนาดได้ มันจะใหญ่ขึ้น แล้วก็ถอดออกได้ง่ายขึ้นมาก"

กางเกงขาวยาวนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานไม่ต้องเสี่ยงหกล้มและยืนคนเดียวได้นานขึ้น

"Exoskeletons ที่ทำงานคล้ายกันปกติทำจากวัสดุแข็ง เราคิดว่า มันง่ายกว่ามาก ถ้าเราปรับมันเป็นเสื้อผ้า เพราะนั่นคือสิ่งที่เราสวมใส่มันสบายกว่า ใช้ง่ายกว่าและยืดหยุ่นมากขึ้น เราจึงผลิตมันได้ง่ายขึ้น"

ชื่อ "The Right Trousers" มีที่มาจาก "The Wrong Trousers" ในหนังเรื่อง Wallace and Gromit

"น่าสนใจมากที่รู้ว่า เสื้อผ้าของเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักในช่วง 10,000 ปีทีผ่านมา ผมสวมเสื้อผ้าฝ้ายอยู่ และนี่คือเทคโนโลยีเดียวกันกับเมื่อพันปีก่อน ถึงเวลาแล้วที่ เสื้อผ้าของเราจะต้องซับซ้อนขึ้น เช่นเดียวกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา"

Hits 17 ครั้ง

Alpha Go AI ปัญญาประดิษฐ์

วันที่: 
Friday, September 28, 2018

มารู้จัก อัลฟาโกะ (Alpha Go) ปัญญาประดิษฐ์นักเล่นโกะที่เก่งและฉลาดที่สุดจาก Google กันครับ
 
แรกเริ่มเดิมที อัลฟา โกะ ยังต้องพึ่งพาอาศัยการป้อนข้อมูลและชุดคำสั่งจากทีมผู้พัฒนาและต้องเรียนรู้กับมนุษย์มากถึง 1,000 เกม กว่าจะเรียนรู้เทคนิคการเล่นต่างๆ ได้
 
แต่ล่าสุด อัลฟา โกะ ถูกพัฒนาขึ้นอีกขั้นคือ อัลฟา โกะ ซีโร่ (Alpha Go Zero) ไม่จำเป็นต้องพึ่งพามนุษย์อีกต่อไป เนื่องจากมันสามารถเรียนรู้ทุกอย่างและฝึกเล่นกับตัวเอง เมื่อแต่ละเกมจบลง มันจะเรียนรู้ถึงข้อบกพร่อง จุดแข็ง และจุดอ่อนของตัวเอง เพื่อมาพัฒนาวิธีการเล่นรูปแบบต่อไป
 
หลังจาก อัลฟา โกะ กำเนิดขึ้นมาได้ 3 วัน มันสามารถโค่น อัลฟา โกะ รุ่นก่อนได้ และภายใน 40 วัน สามารถเอาชนะ อัลฟา โกะ ทุกรุ่นได้อย่างขาดลอย และขึ้นเป็นผู้เล่นโกะที่เก่งที่สุดในโลก
 
อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตได้บอกไว้ว่า จะนำสมองและความสามารถของปัญญาประดิษฐ์มาพัฒยาต่อ เพื่อแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์ให้กับมวลมนุษยชาติในอนาคตต่อไปครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://thestandard.co/alphago/
ภาพประกอบ: 

ครั้งแรกของมนุษย์กับการเดินทางไปดวงจันทร์

วันที่: 
Sunday, September 23, 2018

“นีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong)” ชื่อนี้ทุกคนต้องเคยได้ยินในคาบเรียนวิทยาศาสตร์แน่ๆ เขาคือมนุษย์คนแรกที่ได้เหยียบพื้นผิวของดวงจันทร์ เราไปทำความรู้จักภารกิจครั้งนี้ให้มากกว่าเดิมกันครับ
 
ในสมัยสงครามเย็นระหว่างสหรัฐและสหภาพโซเวียต ได้มีการแข่งกันเป็นเจ้าด้านการสำรวจอวกาศ ด้วยการแข่งกันนำยานออกไปสำรวจดวงจันทร์ โดยโซเวียตเป็นฝ่ายนำยานออกไปนอกอวกาศได้ก่อน ซึ่งมีชื่อว่า "ลูน่า" ในขณะที่สหรัฐส่งออกไปได้ทีหลังชื่อว่า "เรนเจอร์"
 
จนภายหลังเข้าสู่ยุคโครงการอะพอลโล่ สหรัฐฯ ได้ส่งยานอวกาศออกไปทั้งหมด 12 ลำและยานที่ได้ลงจอดบนดวงจันทร์เป็นลำแรกได้แก่ ยานอะพอลโล่ 11 โดยมี นีล อาร์มสตรอง เป็นนักบินอวกาศคนแรกที่ได้เหยียบพื้นผิวดวงจันทร์
 
ภารกิจในครั้งนี้ คือ การเก็บตัวอย่างและทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น เก็บตัวอย่างหินบนดวงจันทร์ ติดตั้งแผ่นวัดแผ่นดินไหว หรืออุปกรณ์วัดรังสี เพื่อการศึกษาในอนาคตนั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
http://www.narit.or.th/index.php/nso-news/116-2012-11-27-03-03-24
ภาพประกอบ: 
Subscribe to RSS - วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี