Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี

สกัดสารให้รส "อูมามิ" จากเนื้อปลาปักเป้า เล็งใช้ทำอาหารได้ไม่เสี่ยงถูกพิษ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Wednesday, February 13, 2019
รายละเอียด: 

ปลาปักเป้าที่มีพิษร้ายแรงถึงชีวิต กลับเป็นอาหารจานโปรดที่มีราคาแพงในญี่ปุ่นและหลายประเทศในเอเชียตะวันออก ซึ่งจะต้องปรุงโดยผู้เชี่ยวชาญพิเศษที่รู้จักวิธีนำพิษออกและมีใบอนุญาตโดยเฉพาะเท่านั้น แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายังคงมีผู้ถูกพิษจากการรับประทานเนื้อปลาปักเป้าอยู่ไม่น้อย

ความต้องการลิ้มรสเนื้อปลาปักเป้าที่แสนอร่อย ต้องถูกขัดขวางด้วยความเสี่ยงสัมผัสพิษ Tetrodotoxin ที่มีอยู่ในตับ รังไข่ ลูกตา และหนังปลา จนหลายคนรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะกินปลาชนิดนี้

แต่ล่าสุดทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทงของจีน และมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมของสหราชอาณาจักร สามารถค้นพบและสกัดสารให้รสอร่อยหรือ "อูมามิ" ในเนื้อปลาปักเป้าออกมาได้แล้ว ซึ่งในอนาคตจะใช้เป็นต้นแบบในการสังเคราะห์สารให้รสปลาปักเป้า เพื่อนำไปปรุงอาหารที่รับประทานได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงถูกพิษร้ายแรงกันอีกต่อไป

ปลาปักเป้าพันธุ์ผสม อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคในญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นประกาศจะกลับมาล่าวาฬเพื่อการค้ากลางปีหน้า
ไทยไม่ใช่ชาติเดียวที่กังวลเกี่ยวกับปลาจากฟุกุชิมะ
ทีมนักวิทยาศาสตร์มองหาสารประกอบที่ให้รสอูมามิในปลาปักเป้าสายพันธุ์ Takifugu obscurus ซึ่งพบได้ทั่วไปในแถบทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ โดยบดเนื้อเยื่อส่วนกล้ามเนื้อของปลาให้ละเอียด ทำให้สุกก่อนนำไปกรองและเข้าเครื่องหมุนเหวี่ยงสร้างแรงหนีศูนย์กลาง (Centrifuge) เพื่อให้ได้สารสกัดเนื้อปลาปักเป้าที่เป็นของเหลว

ผลการวิเคราะห์สารสกัดดังกล่าว พบสารประกอบที่สามารถให้รสได้ 28 ชนิด ในจำนวนนี้ 12 ชนิดซึ่งรวมถึงกรดอะมิโนอิสระ นิวคลีโอไทด์ และไอออนของสารอนินทรีย์ ได้ผ่านการทดสอบจากคณะกรรมการที่เป็นนักชิมรสชาติมืออาชีพแล้วว่า สามารถกระตุ้นการสร้างรสที่เหมือนกับเนื้อปลาปักเป้าขึ้นได้จริง โดยให้ทั้งรสอูมามิและรสชาติที่เข้มข้นหรือ "โคคุมิ" มากเป็นพิเศษ

เนื้อปลาปักเป้าดิบแล่เป็นชิ้นบาง ถือว่าเป็นอาหารเลิศรสชนิดหนึ่ง
ทีมผู้วิจัยคาดว่า หากมีการพัฒนาสารสังเคราะห์ที่ให้รสเนื้อปลาปักเป้านี้ต่อไป จนมีความใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด จะช่วยให้ผู้ที่หลงใหลในรสชาติของปลาชนิดนี้สามารถลิ้มรสของมันได้ โดยไม่ต้องเสี่ยงอันตรายอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนของญี่ปุ่นบางสำนักรายงานว่า คนบางกลุ่มต้องการลิ้มรสปลาปักเป้าเพราะชื่นชอบความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เผชิญความเสี่ยง บางคนเสาะหาอวัยวะของปลาส่วนที่มีพิษมากินในปริมาณเล็กน้อย เพราะติดใจความรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนเข็มแทงเบา ๆ ที่ริมฝีปาก ซึ่งเกิดจากการสัมผัสพิษนั่นเอง

ทั้งนี้ สารพิษ Tetrodotoxin ในปลาปักเป้า เป็นสารพิษทำลายระบบประสาท หลังได้รับพิษประมาณ 20 นาทีถึง 3 ชั่วโมง จะทำให้อาเจียน หายใจขัด กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตและเสียชีวิตได้

Hits 13 ครั้ง

พลังงานโซลาร์เซลล์มีประโยชน์อย่างไร

วันที่: 
Monday, February 11, 2019

เปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นโรงผลิตไฟฟ้าด้วย "โซลาร์เซลล์" แล้วพลังงานนี้คืออะไร? มีหลักการทำงานยังไง มาดูกันครับ
 
โซล่าเซลล์เป็นอุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยมีสารกึ่งตัวนำฉาบเอาไว้ เมื่อแสงอาทิตย์มากระทบกับเซลล์พลังงานแสงซึ่งมีอนุภาคของ โปรตอน ซึ่งประจุบวก (+) ไปกระทบกับสารกึ่งตัวนำบนเซลล์ที่มีอนุภาคเป็นอิเล็กตรอนซึ่งเป็นประจุลบ (-) จะเกิดการถ่ายเทพลังงานระหว่างกัน เมื่ออิเล็กตรอนเคลื่อนที่ครบวงจร จะสามารถต่อกระแสไฟฟ้าดังกล่าวไปใช่งานได้นั่นเอง
 
เมื่อก่อนโซลาร์เซลล์มีราคาสูงมาก จึงไม่นิยมกันมาใช้ในครัวเรือน แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้โซลาร์เซลล์มีราคาถูกลง ทำให้หลายๆ คนหันมาใช้กันในครัวเรือนและการเกษตกรรมกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ถือว่าโซลาร์เซลล์เป็นพลังทางเลือกที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิตไฟฟ้าได้ในระยะยาวเลยล่ะครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://board.postjung.com/938948
ภาพประกอบ: 

เทคโนโลยีแผงโซล่าลอยน้ำกระตุ้นการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดในเอเชีย

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, January 31, 2019
รายละเอียด: 

เทคโนโลยีแผงโซล่าลอยน้ำกระตุ้นการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดในเอเชีย

ตอนที่รัฐเกระละ ทางใต้ของอินเดียประสบกับภัยน้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปีเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีคนเสียชีวิตมากกว่า 480 คนเเละสร้างความเสียหายกว่าห้าพันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ แต่สิ่งหนึ่งที่รอดจากภัยน้ำท่วมครั้งนั้นโดยไม่เสียหายเเม้เเต่น้อยคือแผงโซล่าลอยน้ำของอินเดียที่ติดตั้งเหนือผิวน้ำในเขื่อนกั้นน้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

เชลีช เค. มิชรา (Shailesh K. Mishra) ผู้อำนวยการด้านระบบพลังงานที่หน่วยงานรัฐบาล Solar Energy Corporation of India กล่าวว่าขณะที่อินเดียกำลังประสบกับสภาพภูมิอากาศที่ผกผันมากขึ้น ความต้องการใช้ไฟฟ้าได้เพิ่มสูงขึ้นและอินเดียกำลังหันมาใช้แผงโซล่าลอยน้ำเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตกระเเสไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีนี้

เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวจากรอยเตอร์สว่าอินเดียกำลังวางแผนติดตั้งแผงโซล่าครั้งใหญ่ที่เขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำหลายแห่งเเละตามลำน้ำอีกหลายสายในรัฐต่างๆ

เขากล่าวว่าค่าลงทุนด้านการติดตั้งแผงโซล่าลอยน้ำได้ลดลงมาเกือบเท่ากับการติดตั้งแผงโซล่าบนพื้นดินเเละจะได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

บรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าขณะที่ประเทศต่างๆ กำลังเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากพลังงานเเสงอาทิตย์มากขึ้นเพื่อผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอแก่ความต้องการพลังงานเเละเพื่อลดภาวะโลกร้อน แผงโซล่าแบบลอยน้ำที่ติดตั้งที่เขื่อนหรือตามเเนวชายฝั่งทะเลกำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเอเชีย

โอลิเวอร์ ไนท์ (Oliver Knight) ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานอาวุโสแห่งธนาคารโลกกล่าวว่าแผงโซล่าลอยน้ำมีการติดตั้งในจีนไปจนถึงหมู่เกาะมัลดีฟส์เเละอังกฤษเพราะไม่เจอกับปัญหาขาดเเคลนที่ดินอย่างที่เกิดกับการติดตั้งเเผงโซล่าแบบดั้งเดิม

เขากล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับรอยเตอร์สว่าแม่น้ำหรือลำน้ำมีอยู่เเล้วไม่จำเป็นต้องไปเสาะหา เขากล่าวว่าการติดตั้งแผงโซล่าบนผิวน้ำ ส่วนใหญ่จะคลุมพื้นที่ได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เขื่อนทั้งหมด ช่วยลดการระเหยของน้ำลงได้ด้วยซึ่งเป็นผลดีต่อพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ

ยกตัวอย่าง รัฐบาลชุดใหม่ของปากีสถานที่กำลังพูดถึงการใช้แผงโซล่าลอยน้ำเหนือผิวน้ำในเขื่อนหลายแห่งใกล้กับเมืองคาราจีเเละเมืองไฮเดอราบัดเพื่อผลิตไฟฟ้าที่เป็นที่ต้องการเป็นอย่างมากเเละช่วยลดปัญหาการสูญเสียน้ำเนื่องจากอากาศที่ร้อนขึ้นเพราะภาวะโลกร้อน น้ำในเขื่อนที่ปากีสถานเกิดการระเหยไปในอากาศสูงขึ้นเพราะอากาศที่ร้อนจัด

ธนาคารโลกชี้ว่า ขณะนี้ จีนติดตั้งแผงโซล่าลอยน้ำที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าที่ 1.1 กิกะวัตต์มากที่สุด แต่ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้สูงกว่านี้มาก โดยไนท์ ผู้เชี่ยวชาญแห่งธนาคารโลกกล่าวว่าหากติดตั้งแผงโซล่าบนผิวน้ำของเขื่อนทั่วโลกเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ ก็จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ราว 400 กิกะวัตต์ ซึ่งถือว่าสูงมาก

อย่างไรก็ตาม ความนิยมติดตั้งแผงโซล่าลอยน้ำสร้างความกังวลว่าแผงโซล่าจะกันไม่ให้แสงอาทิตย์ลงไปในน้ำ ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศวิทยา หรือ ระบบการผลิตไฟฟ้าอาจไม่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เปียก โดยเฉพาะจากน้ำเค็มหากติดตั้งตามชายฝั่งทะเล

แต่ผู้ที่เห็นด้วยบอกว่าขณะที่จำเป็นต้องศึกษาผลกระทบทางสิ่งเเวดล้อม พวกเขามองว่าการติดตั้งแผงโซล่าบนผิวน้ำที่กินพื้นที่ไม่มากนักในขณะนี้ ยังไม่เป็นปัญหาใหญ่

มิชรา เจ้าหน้าที่อินเดียกล่าวว่าคนกังวลว่าแผงโซล่าลอยน้ำจะส่งผลกระทบต่อปลาเเละต่อคุณภาพน้ำ เเต่มาขณะนี้ ความกังวลนี้ในอินเดียได้หมดไป เขากล่าวว่าอินเดียผลิตแผงโซล่าขึ้นใช้เองเเละกำลังตั้งโรงงานผลิตอุปกรณ์ในการติดตั้งขึ้นใช้เองด้วย ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงมาได้อย่างมาก

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

Hits 28 ครั้ง

พบจุดบกพร่องใน “เฟสไทม์” ดักฟังปลายสายได้แม้ไม่กดรับ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, January 31, 2019
รายละเอียด: 

โปรแกรม Facetime ระบบการโทรของ iPhone ของแอปเปิล (Apple) พบช่องโหว่ หรือ Bug ที่เปิดโอกาสให้ผู้โทรสามารถดักฟังเสียงจากปลายสายได้ แม้จะไม่มีการรับสายเกิดขึ้นก็ตาม สร้างความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้สมาร์ทโฟนของ Apple มากขึ้น

เว็บไซต์ CNBC อ้างรายงานจากเว็บไซต์ 9to5Mac ที่ผู้ใช้รายหนึ่งชื่อว่า Benji Mobb ถ่ายคลิปทดสอบปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ระบบ Facetime สามารถฟังเสียงจากปลายสายที่ผู้ใช้โทรหาได้ โดยที่ปลายสายไม่ต้องกดรับ โดยเขาได้ทดสอบโทรไปยังปลายสายผ่าน Facetime และกดเพิ่มรายชื่อของตัวเองเข้าในระบบการโทรแบบกลุ่ม (group call) จะทำให้สามารถฟังเสียงจากปลายสายได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอให้รับสาย ซึ่งทาง CNBC ได้ทดสอบและพบว่ามีช่องโหว่ดังกล่าวอยู่จริง

ยิ่งไปกว่านั้น ทางเว็บไซต์ The Verge ยังพบว่า หากปลายสายพยายามตัดสายด้วยการกดปุ่ม Power ที่อยู่ด้านข้างของเครื่อง ระบบ Facetime จะส่งวิดีโอที่ไม่มีเสียงไปให้กับผู้โทรเข้า นั่นหมายถึง Facetime ได้บันทึกวิดีโอที่มีภาพของปลายสายไว้ไม่ว่าจะรับสายหรือไม่ก็ตาม

ทั้งนี้ ช่องโหว่ดังกล่าวถูกพบในระบบการโทรแบบกลุ่ม หรือ Group FaceTime ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ไอโฟนอย่างมาก เพราะอาจนำไปสู่การลักลอบดักฟัง หรือเข้าถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ล่าสุด Apple ออกมาเปิดเผยว่าจะเร่งแก้ไขจุดบกพร่องดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้ แต่ในระหว่างนี้ ผู้ใช้ไอโฟนสามารถป้องกันความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้เบื้องต้นได้ ด้วยการยกเลิกระบบ Group FaceTime เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

Hits 21 ครั้ง

แรงงานในอนาคตต้องพัฒนาศักยภาพเพื่อเเข่งขันกับหุ่นยนต์

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, January 31, 2019
รายละเอียด: 

เจนเนล ชาเวซ (Jennail Chavez) อายุ 25 ปี เคยทำงานอยู่ในคลังเก็บสินค้าแห่งหนึ่งเเละต้องการหางานใหม่ที่ดีกว่า จึงกลับไปเรียนหนังสือต่อ เเละหลังจากเรียนต่อที่วิทยาลัยการช่าง Los Angles Trade Technical College ชาเวซวางแผนว่าจะทำงานเป็นผู้รับเหมาทั่วไป เธอชอบทำงานด้านการก่อสร้างเเละไม่ลังเลเเม้ว่างานการก่อสร้างเป็นงานของผู้ชาย

ชาเวซบอกว่าต้องการทำงานที่เหมาะกับบุคลิกส่วนตัว จึงหันมาทำงานด้านการก่อสร้าง แต่ไม่นานหลังจากนั้น เธอค้นพบว่าความสามารถที่เรียนรู้จากวิทยาลัยการช่างกำลังจะถูกทดแทนด้วยหุ่นยนต์

เธอกล่าวว่า ปัจจุบันมีเครื่องพิมพ์สามมิติที่สามารถสร้างบ้านได้ ทำให้วิตกกังวลว่านี่จะทำให้เธอกำลังจะตกงาน

ลอเรนซ์ แฟรงค์ (Laurence Frank) ประธานของวิทยาลัยการช่าง Los Angeles Trade Technical College กล่าวว่า เเรงงานในสหรัฐฯ ปัจจุบันจำเป็นต้องเข้ารับการฝึกฝนความสามารถใหม่เพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาดเเรงงานที่เปลี่ยนไป เขากล่าวว่า คนงานต้องเรียนรู้ความสามารถใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้มีความรู้เท่าทันกับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า

เจค็อบ พอร์ทิลโล (Jacob Portillo) เข้าใจดีถึงความจำเป็นของการรู้เท่าทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เขาเพิ่งจบจากโครงการฝึกอบรมด้านการทำงานกับรถบรรทุกเครื่องยนต์ดีเซล

เขากล่าวว่า ทุกปีที่ผ่านไป ระบบต่างของรถบรรทุกวิวัฒนาการไปสู่ระบบที่แตกต่างไปกลายเป็นเรื่องใหม่ ตัวเขาเองต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเเละต้องวิวัฒนาการตามงานที่ทำ

ตำแหน่งงานต่างๆ ที่ต้องใช้ความคิดระดับสูง ต้องขบคิดเพื่อแก้ปัญหา เป็นงานที่หุ่นยนต์ทดแทนได้ยาก แฟรงค์กล่าวว่า งานช่างประปา ช่างไฟฟ้า เป็นงานที่ต้องแก้ไขปัญหาอยู่ตลอดเวลา ต้องตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา งานในตำเเหน่งเหล่านี้มีความมั่นคงสูงเพราะหุ่นยนต์เข้ามาทดแทนมนุษย์ได้ยาก

นอกจากนี้ ตำแหน่งงานที่ต้องใช้ความสามารถด้านอารมณ์ (Soft skills) อย่างเช่น การสื่อสาร การจัดการเวลา เเละงานที่ต้องทำเป็นทีม จะช่วยให้เเรงงานมีงานทำต่อไปในอนาคต

เจน โอทส์ (Jane Oates) ประธานของ Working Nation หน่วยงานรณรงค์เพื่อส่งเสริมการเตรียมเเรงงานชาวอเมริกันให้พร้อมกับตำเเหน่งงานในอนาคต บอกว่า มีความจำเป็นมากที่ต้องสอนนักเรียนนักศึกษาสมัยใหม่ให้เป็นนักสื่อสารที่ดี ทำงานเป็นทีม เเละมีความสามารถในการวิเคราะห์

โอทส์กล่าวว่า โรงเรียนมัธยมศึกษาเเละมหาวิทยาลัยจำนวนมากในสหรัฐฯ ตามไม่ทันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมื่อพูดถึงการเตรียมตัวนักเรียนนักศึกษาให้พร้อมกับตลาดงานในอนาคต

เขากล่าวว่า มหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมศึกษาควรว่าจ้างคนที่มีความรู้จากภาคอุตสาหกรรมเข้าไปสอนหนังสือ

โอทส์กล่าวว่า ในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 21 การเรียนรู้เเละการปรับตัวจะไม่มีทางสิ้นสุด เราต้องครุ่นคิดตลอดเวลาว่าจะพัฒนาตนเองให้เหมาะกับงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

เเละสำหรับ เจนเนล ชาเวซ เธอบอกว่าจะทำงานในภาคการก่อสร้างไปอีกสักสองสามปี เเละวางแผนว่าจะกลับไปเรียนต่อทางด้านไฟฟ้าเเละพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต

(เรียบเรียงโดย ทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

Hits 21 ครั้ง

ทำไมต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5

วันที่: 
Tuesday, January 29, 2019

มีกันอยู่ทุกบ้านกับ "เครื่องใช้ไฟเบอร์ 5" เคยสงสัยไหมครับว่า ฉลากเบอร์ 5 ที่ติดอยู่ตามเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มีความหมายอย่างไร มาดูกันเลยครับ
 
“ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานที่ได้มาตรฐานตามที่ กฟผ. และกระทรวงพลังงานกำหนด โดยฉลากประหยัดไฟจะมีระดับความประหยัดตั้งแต่เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 5 ซึ่งคือระดับที่ประหยัดไฟมากที่สุด
 
ในสลากจะมีข้อมูลประกอบไปด้วย
1. ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ
2. ปีที่ทำการทดสอบ
3. การใช้พลังไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าต่อปี
4. ข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ และยีห้อ
5. ตัวเลขประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน (1 - 5)
 
น้องๆ คงจะทราบแล้วว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 นั้นมีไว้เพื่อให้ผู้บริโภคอย่างเราเอาไว้ตัดสินใจเวลาเลือกซื้อ เพื่อที่จะประหยัดค่าไฟได้มากที่สุดนั่น รู้แบบนี้แล้ว รีบไปสำรวจบ้านตัวเองดูนะครับ ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้ามีฉลากเบอร์ 5 หรือไม่
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.sanook.com/home/9425/
ภาพประกอบ: 

เครื่องจักรทางการเกษตรไฮเทคของ Deere ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์วิทัศน์

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, January 29, 2019
รายละเอียด: 

เครื่องจักรเเละเครื่องใ้ช้ทางการเกษตรสุดไฮเทคของบริษัทจอห์น เดียร์ ที่นำมาเเสดงในงานมหกรรมสินค้า Consumer Electronics Show 2019 นี้ มีการติดตั้งทั้งจีพีเอส เลเซอร์ คอมพิวเตอร์วิทัศน์ ตลอดจน machine learning ซึ่งทำให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้ด้วยตัวเองเเละตัวเซ็นเซอร์เพื่อให้เครื่องจักรมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เครื่องจักรในการเกษตรสุดไฮเทคของบริษัท Deere เปิดตัวเป็นครั้งเเรกในงานนี้เเละเเสดงถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีในการเพาะปลูกพืช

บริษัท Deere ได้นำรถเก็บเกี่ยวธัญพืชคันใหญ่โตเเละรถแทรกเตอร์ที่ติดตั้งระบบนำทางจีพีเอสไปแสดงในงานเทคโนโลยีที่ลาสเวกัส เพื่อเน้นย้ำว่าการเกษตรไม่ได้พึ่งพาแค่สภาพอากาศเท่านั้น

ทางบริษัทชี้ว่าเครื่องมือการเกษตรต่างๆ ของบริษัทนำทางโดยข้อมูลที่ได้จากระบบจีพีเอสระบบใหม่ที่สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำมากกว่าเดิม

ขณะกำลังทำงานอยู่ในไร่ เครื่องจักรไฺ์ฮเทคจะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสภาพดินเเละเฝ้าระวังว่าการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเเละพืชชนิดอื่นมีประสิทธิภาพเเละลดขยะ

ดีนนา โวาร์ (Deanna Kovar) ผู้จัดการด้านการตลาดของบริษัท Deere กล่าวว่าทางบริษัทต้องการให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าเราปลูกพืชอาหารอย่างไร

เธอกล่าวว่านอกจากเครื่องจักร์ต้วนี้จะเก็บเกี่ยวผลผลิตธัญพืชเเล้ว ยังจัดเก็บข้อมูลไปในตัว ซึ่งช่วยเกษตรกรตัดสินใจเกี่ยวกับการเพาะปลูกในปีต่อไป

เธอกล่าวว่าอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ที่เพิ่มเข้าไปในเครื่องจักรทางการเกษตรของบริษัท ทำให้ราคาของรถเก็บเกี่ยวผลผลิตสูงขึ้นอีก 10,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือสามแสนบาท โดยขายที่ราคาเกือบ 500,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯหรือ 15 ล้านบาท

เเต่เธอกล่าวว่าเครื่องจักรไฮเทคตัวใหม่นี้ช่วยให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากขึ้นต่อไร่ ซึ่งจะช่วยเกษตรกรถอนทุนคืนได้อย่างรวดเร็ว

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

Hits 24 ครั้ง

ความจุขนาดต่างๆของหน่วยความจำ

วันที่: 
Monday, January 28, 2019

หลายๆ คนอาจคุ้นชินกับคำว่า กิกะไบต์ เมกะไบต์ ฯลฯ วันนี้มาทำความรู้จัก "หน่วยความจำ" ความจุต่างๆ ที่เราใช้กันในระบบคอมพิวเตอร์กันครับ
 
Byte (ไบต์) - หน่วยความจำเล็กที่สุดของระบบคอมพิวเตอร์ ความจุเทียบเท่าตัวอักษร 1 ตัว
 
KB (กิโลไบต์) - มีค่าเท่ากับ 1,024 ไบต์ คอมพิวเตอร์คำนวณด้วยระบบเลขฐานสอง แล้วยกกำลัง 10 จะมีค่าเท่ากับ 1,024 และเนื่องจากมีค่าใกล้เคียงกับ 1,000 จึงเป็นที่ยอมรับให้เรียกว่า "กิโล"
 
MB (เมกะไบต์) - มีค่าเท่ากับ 1,024 กิโลไบต์
 
GB (กิกะไบต์) - มีค่าเท่ากับ 1,024 เมกะไบต์
 
ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำมากขึ้น หน่วยความจำกิกะไบต์เริ่มไม่เพียงพอ จึงได้มีการเพิ่มหน่วยความจุเพิ่มเติมขึ้นมา เช่น
 
TB (เทราไบต์) - มีค่าเท่ากับ 1,024 กิกะไบต์
PB (เพตาไบต์) - มีค่าเท่ากับ 1,024 เทราไบต์
EB (เอ็กตราไบต์) - มีค่าเท่ากับ 1,024 เพตาไบต์
 
แต่ถึงในโพสต์นี้จะพูดความจุใหญ่สุดอยู่ที่เอ็กตราไบต์ (EB) เชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีการเพิ่มเติมชื่อเรียกหน่วยความจำขึ้นมาอีกแน่ เพราะในโลกเน็ตเวิร์กมีข้อมูลจำนวนมหาศาลและมากขึ้นทุกวันนั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
http://www.thailibrary.in.th/2013/08/29/memory/
ภาพประกอบ: 

ภาพถ่ายดาวเทียมช่วยระบุพื้นที่ยากจนที่สุดของโลก

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, January 22, 2019
รายละเอียด: 

Pop-out player
หนึ่งในเป้าหมาย 17 ข้อตามเป้าหมายของพัฒนาอย่างยั่งยืนองค์การสหประชาชาติที่ประกาศใช้ในปี ค.ศ. 2015 (Sustainable Development Goals) มุ่งที่จะกำจัดความยากจนมากที่สุดหรือความยากจนสุดโต่งให้หมดไปภายในปี ค.ศ. 2030 หรือภายในอีกเกือบ 12 ปีข้างหน้า

บรรดาผู้เชี่ยวชาญมักวัดระดับความยากจนด้วยข้อมูลของการสำรวจสำมะโนประชากร เเต่การสำรวจเหล่านี้เสียค่าใช้จ่ายสูงเเละใช้เวลานานเเละใช้บุคลากรจำนวนมาก ประเทศต่างๆ ทั่วโลกมักทำการสำรวจประชากรนานๆ ครั้งเท่านั้นเพราะไม่สามารถทำได้เป็นประจำทุกปี

ในอีกด้านหนึ่ง ดาวเทียมสามารถถ่ายภาพพื้นที่ต่างๆทั่วโลกได้ทุกๆสองถึงสามวัน โดยเป็นภาพถ่ายที่มีความละเอียดของภาพสูง ภาพถ่ายทางดาวเทียมมีคุณภาพดีขึ้นตลอดเวลาเเละมีราคาถูกลงเนื่องจากมีจำนวนดาวเทียมของรัฐบาลและของบริษัทเอกชนถูกส่งขึ้นไปทำงานกันมากขึ้น

ทีมนักวิจัยได้ใช้ภาพถ่ายทางดาวเทียมที่เเสดงระดับความสว่างมากที่สุดของแสงไฟในตอนกลางคืนในการประเมินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ในขณะที่มีนักวิจัยอีกจำนวนหนึ่งที่ใช้ภาพถ่ายทางดาวเทียมในการระบุหมูบ้านที่ร่ำร่วยที่สุดและที่ยากจนที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักวิจัยอีกกลุ่มหนึ่งที่แยกว่าเขตที่อยู่ใดร่ำรวยหรือยากจน โดยใช้ภาพถ่ายของความหนาเเน่นของตึกและอาคาร ตลอดจนพืชปกคลุมดิน

ผลการศึกษาชิ้นใหม่ล่าสุดใช้วิธีการศึกษาข้อมูลที่ให้รายละเอียด มากที่สุด โดยสามารถระบุได้ว่าภายในหนึ่งหมู่บ้าน โดยสามารถระบุว่าครัวเรือนใดยากจนและครัวเรือนใดร่ำรวย ซึ่งมีความแม่นยำถึงร้อยละ 62

ผลการศึกษานี้เน้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตชนบทของประเทศเคนยา ชื่อ Sauri ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหมู่บ้านมิลเลเนี่ยม (Millennium Villages Project) ซึ่งเป็นโครงการทดลองด้านการศึกษาความยากจนขนาดใหญ่โครงการหนึ่ง มีการจัดเก็บข้อมูลในรายละเอียดเกี่ยวกับรายได้เเละทรัพย์สินของครัวเรือนในปี ค.ศ. 2005

และในภาพถ่ายทางดาวเทียมของหมู่บ้านเเห่งนี้ ทีมนักวิจัยได้วัดขนาดของบ้านแต่ละหลังเเละศึกษาที่กินทำกินที่อยู่รอบๆ และไม่แปลกใจที่ บ้านที่มีขนาดเล็กกว่ามีคนอาศัยที่ยากจนกว่า และที่น่าสนใจ ทีมนักวิจัยยังพบด้วยว่าครัวเรือนที่ยากจนมักมีที่ดินทำกินที่ว่างเปล่ามากกว่าในเดือนกันยายน ในพื้นที่เขตนี้ของเคนยา ปกติในช่วงเดือนนี้ของปี เกษตรกรจะเตรียมพื้นที่ดินในการปลูกพืชรอบที่สองของปี

แกรี่ วัทมอค (Gary Watmough) นักภูมิศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเอดินเบอเรอห์ (University of Edinburgh) เเละหัวหน้าผู้ร่างรายงานผลการวิจัยกล่าวว่าโดยทั่วไปแล้ว ครัวเรือนที่ยากจนกว่าจะปลูกพืชรอบสองในช่วงปลายฤดูการเพาะปลูกเพราะมีความจำ้เป็นเนื่องจากไม่มีที่ดินเพียงพอเเก่การเพาะปลูกหรืออาจต้องการปลูกพืชสำรองเผื่อมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น

ภาพถ่ายจากดาวเทียมยังพบด้วยว่าพื้นที่เพาะปลูกของครัวเรือนที่ยากจนปลูกพืชในเวลาที่สั้นกว่า นักวิจัยกล่าวว่าเมื่อทีมงานกลับไปดูข้อมูลจากภาคสนาม พวกเขาพบว่าครัวเรือนยากจนมักไม่ปลูกพืชในพื้นที่เพาะปลูกเร็วเท่ากับครัวเรือนอื่นๆ นั่นเป็นเพราะว่าคนเหล่านี้ไปรับจ้างปลูกพืชให้กับครอบครัวที่ร่ำรวยกว่าเสียก่อนที่จะปลูกพืชของตน

พวกเขาจะใช้เงินที่ได้จากค่ารับจ้างปลูกพืชไปซื้อเมล็ดพืช ซึ่งทำให้พืชที่พวกเขาปลูกมีเวลาน้อยลงในการเติบโต

เดวิด นิวเฮ้าส์ (David Newhouse) นักเศรษฐศาสตร์แห่งธนาคารโลกซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษานี้กล่าวว่าผลการศึกษานี้เป็นก้าวย่างที่สำคัญ แสดงให้เห็นศักยภาพของภาพถ่ายทางดาวเทียมในการเเยกเเยะระหว่างความมั่งคั่งของคุณกับของเพื่อนบ้านและเขาชี้ว่านี่ค่อนข้างน่ากลัว เเต่ก็น่าตื่นเต้นด้วย

เขาเเนะนำว่าความกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวนี้ต้องได้รับแก้ไขเสียก่อนที่จะนำวิธีการศึกษาแบบนี้ไปใช้ในงานจริงๆ

แต่ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงต่อความยากจนจะสามารถมองเห็นได้จากภาพถ่ายดาวเทียมหรือไม่เเละคำถามนี้เป็นประเด็นที่ทีมนักวิจัยจะค้นหาคำตอบต่อไป

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

Hits 28 ครั้ง

กราฟีน วัสดุใหม่ในศตวรรษที่ 21

วันที่: 
Friday, January 18, 2019

กราฟีนคืออะไร? ทำไมถึงถูกขนาดนามว่า "วัสดุมหัศจรรย์แห่งศวรรษที่ 21" มาทำความรู้จักสิ่งนี้กันครับ
 
กราฟีน (Graphene) ทำมาจากแร่กราไฟท์ ซึ่งพบได้ในไส้ดินสอที่ถูกทำให้บางลงจนมีความหนาเท่ากับอะตอมเพียงอะตอมเดียว เป็นวัสดุที่บางที่สุดเท่าที่มีการค้นพบ แต่มีความแข็งแกร่งสูงกว่าเหล็กหลายเท่า และแม้จะแข็ง แต่กลับสามารถบิดงอม้วนหรือพับได้โดยไม่ทำให้โมเลกุลเสียหาย และมีความต้านทานไฟฟ้าต่ำ สามารถเป็นตัวนำไฟฟ้าได้อีกด้วย
 
ด้วยคุณสมบัติอันน่ามหัศจรรย์นี้ ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นทีวีที่พับได้ไม่ต่างจากกระดาษ การเคลือบกราฟีนลงบนกระจก เพื่อเปลี่ยนพื้นผิวให้กลายเป็นเหมือนหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ และอีกหลากหลายแน่นอน
 
แต่ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังหาวิธีผลิตกราฟีนได้ในปริมาณมากๆ อยู่ ดังนั้นเชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ จะได้เห็นกราฟีนเข้ามาเป็นส่วนประกอบในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นแน่นอนครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
http://www.mihliving.com/single-post/2016/06/17/Graphene-วัสดุแห่งยุคศตวรรษที่-21
ภาพประกอบ: 
Subscribe to RSS - วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี