Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี

เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัย: ระบบควันไล่โจรขึ้นบ้าน

วันที่เผยแพร่: 
Monday, September 17, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.bbc.com/thai/features-45534129
รายละเอียด: 

"หากโจรมองไม่เห็น พวกเขาก็เอาอะไรไปไม่ได้" นี่คือแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนา ZeroVision อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยที่จะช่วยจัดการกับปัญหาตีนแมวย่องเบาเข้าไปลักทรัพย์ตามบ้านเรือน ด้วยการปล่อยควันหนาทึบเมื่อตรวจจับว่ามีผู้บุกรุกเข้าบ้าน

บริษัทผู้ผลิตบอกว่า แม้นี่อาจไม่ใช่นวัตกรรมใหม่ แต่การนำอุปกรณ์ปล่อยควันมาใช้กับระบบบ้านอัจฉริยะถือเป็นมิติใหม่ในการรักษาความปลอดภัย โดย ZeroVision จะตรวจจับผู้ที่บุกรุกเข้าบ้าน จากนั้นระบบจะส่งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบความปลอดภัยผ่านกล้องวงจรปิด และเมื่อเห็นว่ามีผู้บุกรุก เจ้าหน้าที่จะสั่งการให้ระบบปล่อยควันหนาทึบออกมาในห้องที่มีการติดตั้งระบบนี้ ซึ่งจะปิดกั้นทัศนวิสัยอย่างสิ้นเชิงภายใน 45 วินาที บริษัทผู้ผลิตอ้างว่าควันจะหายไปภายใน 45 นาทีและไม่ทิ้งสารตกค้างใด ๆ ภายในบ้าน

Hits 8 ครั้ง

[วันนี้ในอดีต] ค้นพบธาตุ Meitnerium

วันที่: 
Tuesday, August 28, 2018

28 สิงหาคม ปี ค.ศ.1982 มีการสร้างอะตอมของธาตุใหม่ขึ้นมา และตั้งชื่อว่า Meitnerium (MT) โดยนักฟิสิกส์จากศูนย์วิจัยไอออนหนัก (Heavy Ion Research Laboratory) ที่ Darmstadt ประเทศเยอรมันนี โดยใช้เทคนิคการหลอมรวมนิวเคลียส เพื่อสร้างนิวเคลียสหนักของธาตุใหม่
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
http://www.rmutphysics.com/charud/naturemystery/sci3/day/8-august.htm
ภาพประกอบ: 

บ้านแห่งอนาคตบนดาวอังคาร

วันที่เผยแพร่: 
Thursday, August 16, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.bbc.com/thai/features-45033467
รายละเอียด: 

นานมาแล้วที่มนุษย์ใฝ่ฝันถึงการย้ายไปตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคาร ล่าสุดองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) เผยภาพที่เข้ารอบสุดท้ายการประกวดออกแบบที่พักอาศัยแห่งอนาคต ซึ่งช่วยจุดประกายความหวังว่าสักวันมนุษย์จะได้ขึ้นไปใช้ชีวิตในสภาพอากาศสุดขั้วบนดาวอังคารได้

นาซาเริ่มจัดการประกวดนี้เมื่อปี 2015 โดยแบ่งการประกวดเป็น 3 ช่วง และมีเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 82.5 ล้านบาท) และเมื่อเร็ว ๆ นี้ นาซาได้นำแบบจำลอง 3 มิติของที่พักอาศัยบนดาวอังคารที่ชนะการประกวดรอบสุดท้ายทั้ง 5 รางวัลออกมาเผยแพร่

แบบที่ได้รับคัดเลือกให้เข้ารอบสุดท้ายนี้ล้วนเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการออกแบบให้มีสภาพเหมาะสมกับการใช้ชีวิตและทำงานท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วบนดาวอังคาร โดยผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศมีลักษณะเป็นพ็อดสีขาวรูปทรงคล้ายแมงมุม ซึ่งภายในเป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่สามารถสร้างโครงที่พักอาศัยได้คราวละ 1 หลัง เมื่อพิมพ์เสร็จ ส่วนคล้ายขาแมงมุมจะยกขึ้น เพื่อที่จะเคลื่อนไปสร้างที่พักหลังใหม่ในตำแหน่งอื่นต่อไป

Hits 24 ครั้ง

เนื้อสังเคราะห์ อาหารแห่งอนาคต?

วันที่เผยแพร่: 
Thursday, August 16, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.bbc.com/thai/features-45110653
รายละเอียด: 

คุณกล้าทานเนื้อที่ถูกเพาะขึ้นในห้องทดลองหรือเปล่า?

ไม่ว่าคุณจะกล้าหรือไม่ แต่แนวคิดเรื่องการใช้อาหารที่สังเคราะห์ขึ้นด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาเลี้ยงปากท้องชาวโลกกำลังใกล้ความจริงขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โลกกำลังเสี่ยงกับภาวะขาดแคลนอาหารจากประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันมีข้อมูลว่ามนุษย์เราใช้ทรัพยากรซึ่งปกติใช้ได้นาน 1 ปี หมดไปภายในเวลาเพียง 7 เดือน ขณะเดียวกันประชากรโลกก็มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 11,000 ล้านคนภายในช่วงสิ้นสุดศตวรรษนี้ ดังนั้นการผลิตอาหารให้ได้มากขึ้นจึงเป็นภารกิจสำคัญอันดับต้น ๆ ของเรา ส่งผลให้มีธุรกิจสตาร์ทอัพหลายรายหันมาผลิตเนื้อสังเคราะห์ หรือที่เรียกว่า "คลีนมีท" (clean meat) เพื่อหวังให้เป็นแหล่งอาหารแห่งอนาคตของมนุษย์

บริษัท Mosa Meat ของเนเธอร์แลนด์ ถือเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจด้านนี้ โดยเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ได้คิดค้นการผลิตเนื้อเบอร์เกอร์จากเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ในห้องทดลองขึ้นมาเป็นครั้งแรก หวังแก้ปัญหาความต้องการเนื้อสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการที่กระบวนการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์แบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ทั้งพลังงาน น้ำ และที่ดิน ซึ่งส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนปัญหาทางจริยธรรมในการเลี้ยงสัตว์เพื่อนำเนื้อมาบริโภค

ในการทดลองเมื่อ 5 ปีก่อน คณะนักวิจัยนำสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อของวัวมาเพาะโดยเติมสารอาหารและสารเร่งการเติบโต แล้วปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลาสามสัปดาห์ จนสเต็มเซลล์ได้แบ่งตัวเพิ่มนับล้านเซลล์ ก่อนจะนำสเต็มเซลล์เหล่านั้นมาแบ่งและเพาะต่อเพื่อให้ก่อตัวและประสานรวมกันเป็นกล้ามเนื้อ จากนั้นก็เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลายาวนานในการนำสเต็มเซลล์กล้ามเนื้อมาเรียงกันเป็นชั้น ใส่สี และผสมกับไขมัน จนได้ออกมาเป็นชิ้นเบอร์เกอร์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่ได้ชิมเนื้อเบอร์เกอร์ดังกล่าว บอกว่ารสชาติใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ แต่ไม่ชุ่มฉ่ำเท่า

Hits 23 ครั้ง

มนุษย์จะสร้าง "ไทม์แมชชีน" ไว้เดินทางข้ามเวลาได้จริงหรือไม่ ?

วันที่เผยแพร่: 
Thursday, August 16, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.bbc.com/thai/international-45146624
รายละเอียด: 

Prof Ron Mallett

การเดินทางข้ามเวลาเพื่อกลับไปสู่อดีตหรือก้าวกระโดดไปยังโลกอนาคตนั้น แม้จะยังไม่สามารถทำได้ด้วยวิทยาการในปัจจุบัน แต่ก็น่าสงสัยว่าการท่องห้วงเวลาด้วย "ไทม์แมชชีน" (Time machine) มีความเป็นไปได้อยู่หรือไม่ และบรรดานักวิทยาศาสตร์มีหนทางที่จะพัฒนาเครื่องมือในจินตนาการชิ้นนี้ให้เป็นจริงขึ้นมาอยู่บ้างหรือเปล่า

เจาะเวลาผ่านรูหนอน

หากเรามองว่าเวลาคือสิ่งที่เดินทางเป็นเส้นตรง โดยเข็มนาฬิกาเดินจากอดีตมายังปัจจุบันและมุ่งต่อไปสู่อนาคตอย่างต่อเนื่อง การเดินทางข้ามเวลาในรูปแบบนี้จะอิงอาศัยสมการทางฟิสิกส์ของอัจฉริยะตลอดกาลอย่างอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งบ่งชี้ว่าปริภูมิ (Space) 3 มิติในจักรวาล ทั้งความกว้าง ความยาว และความสูง มีความเชื่อมโยงกับมิติที่ 4 คือเวลา (Time) อย่างแน่นแฟ้น

ไอน์สไตน์ยังเล็งเห็นว่าเราสามารถ "พับ" ให้ปริภูมิ-เวลา 2 ตำแหน่งที่อยู่แยกห่างกันไกลมาบรรจบกัน เพื่อย่นระยะทางและเดินทางข้ามเวลาได้ โดยทางลัดที่เกิดจากการพับมิติทั้งสี่นี้เรียกว่า "รูหนอน" (Wormhole) ซึ่งเป็นช่องทางคล้ายอุโมงค์เชื่อมต่อเวลาและสถานที่ที่แตกต่างกัน

Albert EinsteinImage copyrightSPL

คำบรรยายภาพไอน์สไตน์เห็นว่าเราสามารถพับให้กาล-อวกาศ 2 ตำแหน่งมาบรรจบกัน เพื่อย่นระยะทางและเดินทางข้ามเวลาได้

รูหนอนนี้อาจมีอยู่ทั่วไปในจักรวาลตามธรรมชาติ แต่รูหนอนที่อยู่ใกล้โลกของเรามากที่สุด ก็อาจอยู่ห่างออกไปไกลถึงหลายล้านปีแสง ทั้งยังไม่มีหลักประกันด้วยว่าหากเราเดินทางผ่านรูหนอนแล้วจะถูกส่งไปยังที่ใดในช่วงยุคสมัยไหนด้วย

แม้นักฟิสิกส์บางกลุ่มเชื่อว่ามนุษย์จะสามารถเชื่อมต่อรูหนอนซึ่งนำไปยังสถานที่และเวลาที่ต้องการได้อย่างเฉพาะเจาะจงในอนาคต แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอื่น ๆ อยู่ เช่นมีผลคำนวณที่ทำนายว่ารูหนอนมักยุบตัวพังถล่มได้ง่าย และอาจบดขยี้ผู้ที่กำลังเดินทางท่องเวลาอยู่ภายในนั้นได้ ทำให้ต้องหาวิธีแก้ไขปัญหานี้ไว้ล่วงหน้าเช่นกัน

ศ. ทามารา เดวิส นักจักรวาลวิทยาจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียบอกว่า การทำให้ปากรูหนอนทั้งสองด้านเปิดอยู่เป็นเวลานานมากพอโดยไม่ยุบตัวลงมาเสียก่อนเป็นเรื่องยาก เพราะต้องใช้พลังงานที่เป็นลบซึ่งสามารถต่อต้านแรงโน้มถ่วงได้มาทำหน้าที่นี้ แต่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังค้นหาพลังงานชนิดที่ว่านี้ไม่พบ เว้นเสียแต่ "พลังงานมืด" (Dark energy ) ที่เชื่อกันว่าเป็นตัวการทำให้จักรวาลขยายตัวด้วยอัตราเร่งจะมีอยู่จริง และสามารถค้นพบวิธีนำมาใช้งานได้

กาลเวลาที่หมุนเหมือนน้ำวน

นับเป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้วที่ ศ. โรนัลด์ มัลเลตต์ จากมหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัตของสหรัฐฯ เฝ้าศึกษาและคิดค้นหลักการสร้างเครื่องเดินทางข้ามเวลา เนื่องมาจากแรงบันดาลใจที่ได้รับจากการอ่านนิยายวิทยาศาสตร์ของเอช.จี.เวลส์ เรื่อง The Time Machine และความปรารถนาที่จะได้พบกับพ่อที่เสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเด็กอีกครั้ง

ปัจจุบัน ศ. มัลเลตต์พบหลักการสร้างเครื่องไทม์แมชชีนที่เป็นไปได้ ซึ่งแตกต่างไปจากหลักการในแบบของไอน์สไตน์ที่กาลเวลาเดินเป็นเส้นตรง โดยเขาสร้างอุปกรณ์ตั้งโต๊ะขนาดย่อมขึ้นมาสาธิตหลักการที่ว่านี้

WormholeImage copyrightALAMY

คำบรรยายภาพภาพจากฝีมือศิลปินแสดงให้เห็นรูหนอนข้ามเวลาซึ่งเกิดจากการพับตัวและบิดเบี้ยวของกาล-อวกาศ

มีการสร้างลำแสงเลเซอร์ที่หมุนวนเป็นวงกลมในอุปกรณ์ดังกล่าวได้หลายรอบ ซึ่งภายในวงแหวนเลเซอร์นี้ปริภูมิ (Space) จะถูกบิดให้ผิดรูปไปจากเดิมเหมือนกับการคนกาแฟในแก้ว หากปริภูมิและเวลามีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดจริงแล้ว เวลาในวงแหวนเลเซอร์ก็ย่อมจะต้องเปลี่ยนไปด้วย โดยจะเกิดสภาพเวลาที่หมุนวนเป็นรอบจากอดีตไปสู่อนาคตและย้อนกลับสู่อดีตอีกครั้ง

ในทางทฤษฎีแล้ว หากเราสามารถทำให้เลเซอร์มีความเข้มมากพอในปริภูมิที่เล็กมากจุดหนึ่ง เราก็อาจจะบิดให้เวลาที่เดินเป็นเส้นตรงโดยไม่หวนกลับคืน กลายเป็นเวลาที่หมุนวนกลับมาบรรจบกันอีกได้หลายรอบโดยไม่จำกัด แต่วิธีนี้จะต้องใช้พลังงานมหาศาล และต้องหาวิธีย่อส่วนสรรพสิ่งให้ลงมาอยู่ในขนาดเล็กจิ๋วระดับไมโครเท่านั้น

อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต มีอยู่พร้อมกันหรือไม่ ?

จักรวาลในแบบของไอน์สไตน์นั้น ถือว่าทุกสิ่งอยู่ในโครงสร้างของปริภูมิ-เวลาเดียวกันโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตามแนวคิดนี้เวลาทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ล้วนแล้วแต่เป็นจริงเท่าเทียมกัน ซึ่งเท่ากับว่าเหตุการณ์ในทั้งสามช่วงเวลานั้นมีอยู่แล้วมาโดยตลอดในปริภูมิ-เวลา (Space-Time) ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งของจักรวาล

"เหตุการณ์ที่ไดโนเสาร์มีชีวิตอยู่ในอดีต เหตุการณ์ที่เรากำลังทำอยู่ในปัจจุบัน และเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ต่างก็ดำรงอยู่ในจุดใดจุดหนึ่งของปริภูมิ-เวลาเดียวกันทั้งสิ้น" ดร. คริสตี มิลเลอร์ จากศูนย์เพื่อการศึกษาเรื่องเวลาของมหาวิทยาลัยซิดนีย์ในออสเตรเลียกล่าว

ปรากฏการณ์นี้อาจเทียบได้กับการที่เราอยู่ที่ประเทศไทย แต่ก็มีคนอื่นอยู่ที่กรุงลอนดอน หรืออยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ด้วยในเวลาเดียวกัน ซึ่งสถานที่ทั้งสามแห่งนั้นต่างมีอยู่จริงเหมือนกันหมด เพียงแต่เรารับรู้ได้ถึงสถานที่ที่เราอยู่เท่านั้น

Rod Taylor in the Time MachineImage copyrightGETTY IMAGES

คำบรรยายภาพร็อด เทย์เลอร์ นำแสดงในภาพยนตร์ยุคทศวรรษ 1960 ที่สร้างจากนิยายของเอช.จี. เวลส์ เรื่อง The Time Machine

หากหลักการนี้ถูกต้อง ก็นับว่าเป็นข่าวดีต่อโอกาสในการพัฒนาไทม์แมชชีนให้เป็นความจริงขึ้นมาได้ แต่ก็เกิดข้อจำกัดด้วยว่า ในเมื่ออดีต ปัจจุบัน และอนาคต ถูกกำหนดไว้ตายตัวอยู่แล้ว เราจึงไม่สามารถจะเดินทางข้ามเวลาไปเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในอดีตเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ต่างออกไปในอนาคตได้ เช่นเราไม่สามารถข้ามเวลาไปสังหารฮิตเลอร์ เพื่อหยุดยั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวได้

แม้ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์บางรายยังมองว่าการเดินทางข้ามเวลาไม่อาจจะเป็นจริงขึ้นมาได้ แต่หลายรายก็ฝากความหวังไว้กับความก้าวหน้าของวิทยาการควอนตัม ซึ่งกฎฟิสิกส์ที่มีมาแต่เดิมมักถูกยกเว้นหรือเปลี่ยนแปลงไปภายใต้สภาวะควอนตัมนี้ ดังเช่นที่เคยมีการค้นพบว่าอนุภาคหนึ่งสามารถอยู่ในหลายสถานที่ได้พร้อมกันมาแล้ว

Hits 16 ครั้ง

ภารกิจ “แตะ” ดวงอาทิตย์ของนาซา

วันที่เผยแพร่: 
Thursday, August 16, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.bbc.com/thai/international-45132360
รายละเอียด: 

วันนี้ (12 ส.ค.) นาซาได้ส่งยาน พาร์คเกอร์ โซลาร์ โพรบ ขึ้นไปสำรวจชั้นบรรยากาศรอบนอกของดวงอาทิตย์แล้ว เมื่อเวลา 14.31 น. ที่ผ่านมา ตามเวลาในไทย

ยานสำรวจขนาดเท่ารถยนต์คันเล็ก ๆ นี้ มีภารกิจที่จะเข้าไปถึงชั้นบรรยากาศรอบนอกของดวงอาทิตย์ พร้อมกับเกราะป้องกันความร้อนพิเศษจะช่วยให้ยานทนความร้อนได้ถึง 1,500 องศาเซลเซียส โดยจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สุดถึง 690,000 กม./ชม.

นาซาประกาศแผนดำเนินโครงการนี้เมื่อปี 2009 โดยใช้งบประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เกือบ 5 หมื่นล้านบาท) โดยยานสำรวจมีกำหนดการโคจรรอบดวงอาทิตย์นาน 7 ปี โดยจะเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศบางส่วนของดวงอาทิตย์ แล้วจะเข้าใกล้พื้นผิวมากที่สุดเท่าที่เคยมีวัตถุซึ่งสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์เคยสำรวจมา ส่วนเป้าหมายหลักของการเก็บข้อมูล คือเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนนอกสุดของชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ ที่เรียกว่าโคโรนา ซึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มีความรู้มากขึ้นถึงที่มาและพัฒนาการของลมสุริยะ

นาซาได้เปลี่ยนชื่อยานสำรวจดวงอาทิตย์ลำนี้จากเดิมคือ "โซลาร์โพรบพลัส" มาเป็น "พาร์กเกอร์ โซลาร์โพรบ" เพื่อเป็นเกียรติแก่ ศ.ยูจีน ปาร์กเกอร์ นักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกงานวิจัยด้านลมสุริยะ

นอกจากนาซาแล้ว องค์การอวกาศยุโรป เป็นอีกหน่วยงานที่มีแผนจะปล่อยยานสำรวจดวงอาทิตย์ชื่อ โซลาร์ ออร์บิเทอร์ ในเดือน ก.พ. ปี 2019

ภารกิจสำรวจดวงอาทิตย์ครั้งสำคัญของมนุษยชาติ
เหตุผล 4 ข้อที่ยานในภารกิจสัมผัสดวงอาทิตย์ไม่มอดไหม้

Hits 17 ครั้ง

[วันนี้ในอดีต] นิวเคลียร์ใต้ทะเลลูกแรก

วันที่: 
Wednesday, July 25, 2018

วันนี้เมื่อปี ค.ศ.1946 สหรัฐอเมริกาได้ทดลองระเบิดปรมาณูชื่อ "Baker" ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งถือว่าเป็นการทดลองใต้ทะเลครั้งแรก ในปฏิบัติการ Operation Crossroads ซึ่งเป็นการทดลองกับเรือรบของกองทัพที่ปลดระวางแล้ว และเรือของเยอรมันกับญี่ปุ่นที่ถูกยึดมาระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเอง
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
http://www.rmutphysics.com/charud/naturemystery/sci3/day/7-july.htm
ภาพประกอบ: 

ซ่อมเครื่องบินด้วยเทปกาว

วันที่: 
Thursday, July 12, 2018

ฮือฮากันเป็นแถบเมื่อมีการแชร์ภาพการซ่อมเครื่องบินด้วยเทปกาว? แล้วเอาขึ้นบินจริงๆ
 
แต่ก่อนที่เรื่องราวจะไปกันใหญ่ เจ้าของสายการบินก็ได้ออกมาแถลงให้ความรู้ว่า เทปกาวที่ใช้ซ่อมนั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่เทปกาวธรรมดา แต่มันคือเทปที่เรียกว่า Speed Tape
 
Speed Tape คือเทปที่ทำจากอลูมิเนียม เอาไว้ใช้ซ่อมเครื่องบินหรือรถแข่งโดยเฉพาะ เอาไว้ใช้ซ่อมแซมชั่วคราวก่อนส่งไปซ่อมอย่างเป็นทางการ ซึ่ง Speed Tabe นี้มีคุณสมบัติที่ทนทานมาก เหมาะกับการใช้งานจริงๆ ทนต่อน้ำ ลม ไฟ ความดันอากาศ ความร้อน ความเย็น และแสงยูวีอีกด้วย
 
ถ้าน้องๆ เห็นเทปแปะซ่อมชั่วคราวบนเครื่องบินก็อย่าเพิ่งตกใจไปนะครับ เพราะถือว่าเป็นเรื่องปกติของวงการการบินนั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.dek-d.com/education/49643, https://en.wikipedia.org/wiki/Speed_tape
ภาพประกอบ: 

กรอบรูปวิทยาศาสตร์ ศาสตร์ความทรงจำที่กำลังจะเลือนหาย

วันที่เผยแพร่: 
Monday, July 9, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
http://www.scimath.org/article-science/item/7814-2017-12-19-02-22-21
รายละเอียด: 

เชื่อว่าหลาย ๆ บ้านคงมีภาพถ่ายตั้งหรือติดอยู่มุมใดมุมหนึ่งของบ้าน  ตั้งแต่อดีตมาเรามักนิยมนำรูปถ่ายที่เราต้องการตั้งโชว์หรือติดโชว์ตามฝาผนังบ้าน ใส่กรอบรูปชนิดหนึ่งที่เรียกว่า กรอบรูปวิทยาศาสตร์  วันนี้คงไม่ได้มานำเสนอขั้นตอนการทำแต่อย่างใด แต่อยากนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการการเปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัยของกรอบรูปวิทยาศาสตร์ และแนะนำให้รู้จักวัตถุดิบทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับกรอบรูปชนิดนี้

7814 1

ภาพ การทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์
ที่มา  http://pcu05438.blogspot.com/2011/12/blog-post_09.html

         สมัยก่อนแทบทุกบ้านต่างนิยมนำกรอบรูปมาตั้งโชว์ พูดได้ว่าสร้างรายได้เป็นจำนวนมากให้แก่บรรดาห้างร้านต่าง ๆ ที่ทำกรอบรูปเป็นอย่างมากเลยทีเดียว กรอบรูปวิทยาศาสตร์มีลักษณะที่เรียบง่ายมีความสวยงามเฉพาะตัวตามรูปแบบหรือลายที่เจ้าของรูปต้องการเลือกใส่ และด้วยราคาที่เหมาะสมไม่แพงจนเกินไปที่จะทำให้ทุกบ้านมีกรอบรูปวิทยาศาสตร์นี้ประดับอยู่ที่บ้าน

        วันเวลาผ่านไป กระแสความนิยมของกรอบรูปวิทยาศาสตร์ก็ค่อย ๆ ลดลงเลือนหายเข้าไปทุกที  อันเนื่องมาจากที่เทคโนโลยีหรือรูปลักษณ์ใหม่ ๆ ของกรอบรูปที่ถูกพัฒนาให้สวยงามคงทนมากยิ่งขึ้น ทั้งกรอบลอย กรอบลายไม้ กรอบพลาสติก กรอบผ้า กรอบหลุยส์ที่นิยมกันมาอย่างต่อเนื่อง

        มีการกล่าวถึงว่า ประเทศไทยมีการนำรูปภาพมาใส่กรอบแล้วเคลือบรูปเพื่อให้สวยงามและคงทน ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ เมื่อประมาณปี 2509 โดยกระบวนการของการปกป้องรักษาภาพถ่ายอยู่ที่น้ำยาเคลือบ ซึ่งมีส่วนประกอบที่สำคัญดังนี้

         เรซื่น (Resin) วัสดุทางเคมีตัวสำคัญในการปกป้องรูปภาพให้คงสภาพเดิม เรซิ่นที่ใช้เป็นโพลิเอสเทอร์เรซิ่นชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นเรซิ่นสำหรับงานเคลือบโดยเฉพาะ ที่มีคุณสมบัติ เงา ดูแลปกป้องสีรูปภาพให้คงสีสภาพเดิม ไม่เหลืองง่าย

         ฮาดเดนเนอร์  (ตัวเร่ง)  เป็นตัวทำให้แข็งหรือตัวเร่งปฏิกิริยา ชื่อทางเคมี  Methyl ethyl ketone peroxide (MEKP) โดยผสมลงในเรซิ่นประมาณ 1 % มีหน้าที่ทำปฏิกริยากับเรซิ่นทำให้เรซิ่นแข็งตัว จนกลายเป็นเหมือนพลาสติกเหลวมีหลายสี เช่น แดง ม่วง ใส แต่มีกลิ่นฉุน

          อะซิโตน (Acetone) ที่มีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี กลิ่นฉุน ติดไฟง่าย ใช้ล้างเรซิ่นอีกที

          ฟิล์มไมล่า หรือ แผ่นโพลีเอสเตอร์ฟิล์มชนิดบาง วางทาบบนเรซิ่นเพื่อให้ผิวหน้าเรียบเท่า ๆ กัน ควรมีขนาดใหญ่กว่ากรอบภาพ

          ปัจจุบันอาชีพการทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์ก็ยังมีอยู่ในท้องตลาดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก ทั้งที่จริงแล้วก็หวังว่าสิ่งนี้ซึ่งเป็นศาสตร์ทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปะศาสตร์ที่มีเสน่ห์คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ก็หวังว่ามันจะไม่เลือนหายไปในที่สุด และหวังว่าจะมีผู้พลิกศาสตร์แห่งความทรงจำนี้มาประยุคให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างกลมกลืน อันจะเป็นหนทางสร้างวิชาชีพอีกวิชาชีพหนึ่งที่ดีต่อไปได้อีกในอนาคต

Hits 41 ครั้ง

วิธีใช้โหมดกลางคืนบน Windows 10 (Night Light) ป้องกันแสงสีฟ้า

วันที่เผยแพร่: 
Monday, July 9, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.it24hrs.com/2018/night-light-windows10/
รายละเอียด: 

วิธีใช้โหมดกลางคืน  Windows10 ฟีเจอร์นี้ช่วยถนอมสายตาให้กับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานในช่วงเวลากลางคืนเป็นเวลานาน โดย Windows10 จะมีฟีเจอร์ที่ชื่อว่า Night Light ซึ่งมีคุณสมบัติคัดกรองแสงสีฟ้าที่ออกมาจากหน้าจอคอม โดยการเปลี่ยนสีนั่นเอง ทั้งนี้ใช้ได้ตั้งแต่ Windows10 Creators Update แล้ว มาดูกันว่ามีวิธีใช้อย่างไร

วิธีใช้โหมดกลางคืน Night Light บน Windows10

วิธีใช้โหมดกลางคืน

เข้าไปที่ Settings > เลือก System > เลือก Display แล้วคลิกที่สวิตซ์ ON ที่ Night light ก็เปิดการใช้งานแล้ว

วิธีใช้โหมดกลางคืน

จากนั้นคลิกเข้าไปที่ Night light settings เพื่อเข้าตัวค่า Night Light

วิธีใช้โหมดกลางคืน

คุณสามารถปรับสีของจอภาพได้ โดยปรับได้ตามที่ต้องการว่าต้องการลดสีฟ้าเท่าไร โดยหน้าจอจะปรับเป็นสีส้ม โดยตัวปรับแสงนี้จะทำงานตามเวลาที่คุณกำหนด แต่คุณสามารถกดปุ่ม Turn on now เพื่อเปิด Night Light ได้ทันที โดยไม่ต้องรอถึงช่วงกลางคืน

วิธีใช้โหมดกลางคืนส่วน Schedule night light  สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิด Night Light ได้ตามที่ต้องการ

วิธีใช้โหมดกลางคืน

นอกจากนี้ในหน้า Action Settings ทางด้านขวา คุณสามารถแตะที่ Night Light เพื่อ เปิด-ปิด โหมดกลางคืนบน Windows10 ได้ทันทีด้วย

ลองใช้ Night Light บน Windows10 เพิ่อถนอมสุขภาพตาของคุณ ทั้งนี้ฟีเจอร์นี้ใช้ได้บน Windows10 Creator Update ขึ้นไป หากไม่มีฟีเจอร์นี้ สามารถอัปเดต Windows10 เพื่อรับคุณสมบัติ Night Light และฟีเจอร์อื่นๆอีกมากมายฟรี

Hits 28 ครั้ง
Subscribe to RSS - วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี