Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี

สร้างสัมผัสที่ 6 ให้มนุษย์ ด้วยนวัตกรรม VEST

วันที่: 
Tuesday, January 21, 2020

สร้างสัมผัสที่ 6 ให้มนุษย์
ด้วยนวัตกรรมอุปกรณ์ที่เรียกว่า VEST
 
โดยปกติแล้ว มนุษย์เรามีสัมผัสทั้ง 5 ประกอบไปด้วย รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส หากเกิดการรับรู้ข้อมูลได้มากกว่า 2 ทางในเวลาเดียวกัน จะเรียกว่า "ความรู้สึกร่วมกัน" (Synesthesia)
 
นักวิจัยจึงผลิตอุปกรณ์ที่เรียกว่า เวสท์ (VEST) ลักษณะเหมือนเสื้อกั๊ก มีมอเตอร์สั่นสะเทือนติดตั้งไว้รอบเอว และทำหน้าที่สั่นเตือนได้หลากหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองข้อมูลรอบข้างทั้งหมด เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ ร่างกายจะชินกับการสั่นสะเทือนนี้ และเสริมให้สัมผัสทั้ง 5 ของเราชัดเจนขึ้น
 
ในปัจจุบัน อุปกรณ์นี้ได้มีการใช้งานในกลุ่มผู้บกพร่องทางการได้ยิน เสียงต่างๆ ก็สามารถส่งผ่านด้วยการสั่นสะเทือนไปยังสมองได้ ทำให้คนกลุ่มนี้ได้ยินเสียงที่ชัดเจนมากขึ้น
 
สมองของมนุษย์นั้นซับซ้อนกว่าที่เราคิดไว้มาก ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมีสิ่งประดิษฐ์ล้ำๆ ที่เพิ่มขีดจำกัดการรับรู้ของมนุษย์ขึ้นไปอีกก็เป็นได้นะครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/77630/-blo-scieng-sci-
ภาพประกอบ: 

แช่แข็งร่างกายด้วยไครโอนิกส์ (Cryonics) เพื่อรอวันคืนชีพ

วันที่: 
Tuesday, January 14, 2020

มีจริงด้วยเหรอ? แช่แข็งสมองและร่างกาย
เพื่อรอวันฟื้นคืนชีพในอนาคต!?
 
“ไครโอนิกส์” (Cryonics) เป็นเทคโนโลยีที่ให้บริการโดยบริษัท Cryonics เป็นกระบวนการแช่แข็งเซลล์สมองและร่างกาย ให้บริการกับผู้ที่เป็นโรคที่ไม่อาจรักษาได้ในปัจจุบัน โดยแช่แข็งสมองและร่างกายเอาไว้ เพื่อรออนาคตวันที่เราจะสามารถหาวิธีรักษาโรคนั้นๆ ได้
 
หลักการทำงาน คือ แช่แข็งเซลล์สมองหรือร่างกาย ด้วยไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส และทำการละลายออกมาเมื่อถึงเวลาที่ต้องการ ซึ่งขั้นตอนการฟื้นคืนชีพนี้ยังไม่สามารถทำได้อย่างปลอดภัยในปัจจุบัน
 
เอาเป็นว่า ถ้าในวันข้างหน้าเทคโนโลยีนี้เสร็จสมบูรณ์เมื่อไร ความตายจะไม่ใช่อุปสรรคของมนุษย์อีกต่อไปแน่นอนครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/77354/-blo-scibio-sci-
ภาพประกอบ: 

เทคนิคลดเวลาติดจอ

วันที่: 
Monday, January 13, 2020

เด็กติดจอ ทำให้เด็กขาดการพัฒนามิติกาย สมอง และสังคม ผู้ใหญ่จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยให้เด็กออกไปสู่โลกกว้าง ทำได้ไม่ยาก

1.มีกฎของบ้าน กำหนดเวลาในการใช้จอต่างๆ ให้เหมาะสม
2.เวลาอาหาร คือ เวลาครอบครัว ควรปิดโทรทัศน์ งดใช้โทรศัพท์
3.ปิดโทรทัศน์เมื่อรายการที่ตั้งใจจะดูจบลง
4.ไม่ควรมีโทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์ในห้องนอนของเด็ก
5.ฟังเพลงหรือนิทาน หรืออ่านหนังสือ แทนการดูโทรทัศน์
6.พ่อแม่ก็ควรวางสมาร์ตโฟน แท็บเล็ตและใช้เวลาด้วยกันกับลูก

แหล่งที่มา: 
https://www.thaihealth.or.th/Content/49726-เทคนิคลดเวลาติดจอ.html
ภาพประกอบ: 

สหรัฐฯ ใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนคนเพิ่มขึ้นสองเท่าในช่วง 9 ปี

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Wednesday, January 8, 2020
รายละเอียด: 

รายงานระบุว่าจำนวนหุ่นยนต์ที่ใช้ในสถานที่ทำงานทั่วสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นสองเท่าจากปีพ.ศ. 2552 ถึงปี 2560

รายงานดังกล่าวมาจากกลุ่มวิจัยของมูลนิธิ Century Foundation ซึ่งตั้งอยู่ในนิวยอร์ก ซึ่งระบุว่า หุ่นยนต์ส่วนใหญ่ทำงานในฝ่ายการผลิตทั่วรัฐในแถบมิดเวสต์ หรือแถบตอนกลางของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อการสูญเสียงานด้านการผลิต

William M. Rodgers III ศาสตราจารย์ด้านนโยบายสาธารณะและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ที่ศูนย์พัฒนาบุคลากร Heldrich Center ที่มหาวิทยาลัย Rutgers ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เป็นผู้ร่วมเขียนรายงานที่ศึกษาว่าหุ่นยนต์ที่ทำงานแทนมนุษย์นั้นส่งผลกระทบต่อคนงานในสหรัฐฯ อย่างไรบ้าง

ศาสตราจารย์ Rodgers กล่าวว่า ปัญหานี้อาจทำให้ผู้คนต้องย้ายถิ่นฐานหรือย้ายงานมากขึ้น แต่บรรดาบริษัทธุรกิจต่าง ๆ ที่ขยายตัวโดยที่ไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยี ไม่ต้องพึ่งพาหุ่นยนต์ สามารถรับมือกับปัญหานี้ได้

รัฐบางรัฐในแถบมิดเวสต์มีการใช้หุ่นยนต์มากกว่าพื้นที่อื่นถึงสองเท่า ซึ่งทำให้ผู้คนในบริเวณนั้น ๆ ได้รับความเดือดร้อน

ที่รัฐมิชิแกน โอไฮโอ อินเดียนา อิลลินอยส์ และวิสคอนซิน มีอัตราการใช้แรงงานหุ่นยนต์สูงที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นในธุรกิจด้านการผลิตที่ซึ่งหุ่นยนต์มักจะทำงานที่ไม่ซับซ้อนมากนักในแต่ละวัน รวมถึงการประกอบสิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกัน การลำเลียงสินค้า เชื่อม หรือทาสี เป็นต้น

รายงานพบว่า คนงานที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการถูกหุ่นยนต์เหล่านี้แย่งงาน คือกลุ่มคนหนุ่มสาว ซึ่งมีระดับการศึกษาน้อยกว่าคนงานกลุ่มอื่น ๆ ส่วนชายและหญิงอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันก็ประสบปัญหาสูญเสียงานมากที่สุดด้วย

ศาสตราจารย์ Rodgers ตั้งข้อสังเกตว่า คนงานในสหรัฐฯ ที่ต้องเปลี่ยนงาน มักต้องเปลี่ยนอาชีพ และรับค่าจ้างที่ต่ำกว่าเดิม ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาเมื่อมีการย้ายงานจำนวนมาก จนนำไปสู่การเกิดปัญหาแรงงานล้นตลาดในบางอุตสาหกรรม และว่าหากความต้องการด้านแรงงานไม่เพิ่มขึ้นรวดเร็วมากพอ ค่าแรงก็จะเริ่มลดลง

ศาสตราจารย์ Rodgers เรียกร้องให้บรรดานายจ้างพัฒนามาตรการที่ดีขึ้นในการให้ความช่วยเหลือพนักงานที่ต้องเปลี่ยนงาน หากพบวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง คนงานที่ถูกหุ่นยนต์แย่งงานอาจสามารถลงเอยด้วยการได้ทำงานในตำแหน่งที่จ่ายค่าจ้างสูงกว่าเดิม โปรแกรมให้ความช่วยเหลือลูกจ้างที่ตกงานควรให้ความรู้ตลอดจนการฝึกอบรมเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้กับพนักงานเหล่านั้นสำหรับเส้นทางอาชีพสายใหม่ และในตอนนี้ก็เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการเตรียมตัวรับมือกับแรงงานหุ่นยนต์ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

ที่มา https://www.voathai.com/a/robots-workforce-01052020/5226267.html

Hits 6 ครั้ง

อินเดียเตรียมส่งยานสำรวจดวงจันทร์อีกครั้งในปีนี้

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, January 7, 2020
รายละเอียด: 

อินเดียวางแผนที่จะเดินหน้าโครงการสำรวจอวกาศรอบใหม่ในปีนี้ หลังจากล้มเหลวไปเมื่อปีก่อน ตามการเปิดเผยของทางการอินเดีย

องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย เตรียมส่งยานสำรวจดวงจันทร์ “จันทรยาน-3” ซึ่งเป็นยานหลักที่ส่งไปยังดวงจันทร์ ก่อนจะส่งยานสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์เข้าไปเก็บชิ้นส่วนตัวอย่างบนพื้นผิวดวงจันทร์อีกทอดหนึ่ง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของโครงการจันทรยานที่ดำเนินมาเป็นรอบที่ 3 ซึ่งตั้งเป้าว่าจะปล่อยยานสำรวจลำใหม่นี้ ในเดือนพฤศจิกายน

ซึ่งหากโครงการจันทรยาน-3 สำเร็จ จะทำให้อินเดียเป็นประเทศที่ 4 ในโลก ตามหลังรัสเซีย, สหรัฐฯ และจีน ที่บรรลุภารกิจสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ และเป็นการสร้างรากฐานสำคัญของอินเดีย ในการเป็นมหาอำนาจด้านอวกาศที่ใช้ต้นทุนต่ำ โดยโครงการจันทรยาน-3 นี้ มีต้นทุน 35 ล้านดอลลาร์

ในโอกาสเดียวกันนี้ องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย เปิดเผยว่าได้คัดเลือกนักบินอวกาศ 4 คน สำหรับภารกิจโคจรรอบโลก ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า

ก่อนหน้านี้ ยานสำรวจอวกาศ จันทรยาน-2 ประสบปัญหาระหว่างการลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ที่มา https://www.voathai.com/a/india-to-launch-new-moon-mission-in-2020/52314...

Hits 5 ครั้ง

เสียงเรียกฝูงปลาให้กลับสู่ปะการังที่เสื่อมโทรม

วันที่: 
Wednesday, January 8, 2020

นักวิจัยประสบความสำเร็จ
ในการเรียกฝูงปลากลับถิ่นด้วยเสียง
 
เนื่องจากธรรมชาติถูกทำลาย แนวประการังซึ่งเคยเป็นที่อยู่ของเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ใต้ท้องทะเลได้เสื่อมโทรม ทำให้ต้องมีการอพยพย้ายถิ่นฐาน ทำให้ระบบนิเวศน์โดยรอบเสียไปด้วย
 
นักวิทยาศาสตร์ได้ลองนำลำโพงวางไว้ใต้น้ำ และเปิดเสียงดังเป็นเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ ปรากฏว่ามีฝูงปลากลับเข้ามาอยู่อาศัยตามแนวประการังเสื่อมโทรมนี้อีกครั้ง
 
ถือว่าการทดลองประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากการกลับมาของปลาเหล่านี้เป็นก้าวแรกของการพัฒนาสุขภาพของแนวปะการังครั้งสำคัญ เพื่อที่จะฟื้นคืนกลับสู่ระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติที่ดีนั่นเองครับ
 
#STKC
 
 
 

แหล่งที่มา: 
https://www.sanook.com/hitech/1492227
ภาพประกอบ: 

นักวิจัยหวั่น “ปัญญาประดิษฐ์” จ่อแย่งงาน “มนุษย์ออฟฟิส”

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Monday, January 6, 2020
รายละเอียด: 

ระหว่างที่หลายคนกำลังเป็นห่วงเป็นใยงานในภาคอุตสาหกรรมว่าจะถูกจักรกลแย่งงาน หันมาอีกที ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อาจจะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานของมนุษย์ออฟฟิสในเวลาอันใกล้นี้แล้ว โดยในการศึกษาจาก Brookings Institute ฟันธงเลยว่า AI จะสะเทือนตำแหน่งงานที่ต้องใช้วุฒิการศึกษาระดับปริญญา และในตำแหน่งที่จะได้รับค่าจ่างสูงๆเสียด้วย

นายมาร์ค มูโร นักวิจัยอาวุโสจาก Brookings Institute บอกว่า จากเดิมที่คิดว่า AI จะทดแทนตำแหน่งงานค่าจ้างน้อย แต่ตอนนี้พบว่าปัญญาประดิษฐ์จะสามารถทดแทนงานของคนรายได้ปานกลาง อย่างเหล่าพนักงานออฟฟิส ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจอย่างมาก

ระบบปัญญาประดิษฐ์ ออกแบบมาเพื่อทำสิ่งที่ต้องพึ่งพามันสมองของมนุษย์ เช่น การวางแผน, การเรียนรู้, การให้เหตุผล และการแก้ปัญหา ซึ่งทีมวิจัยของ Brookings Institute วิเคราะห์อาชีพที่จะได้รับผลกระทบจาก AI โดยตรง และพบว่าไม่มีตำแหน่งงานใดที่รอดพ้นจากเงื้อมมือ AI ไปได้

นายมูโร ชี้ว่า ตำแหน่งงานที่ใช้วุฒิการศึกษาปริญญาตรี 4 ปี จะได้รับผลกระทบจาก AI มากกว่าตำแหน่งงานที่ใช้วุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายถึง 5 เท่าตัว อย่างตำแหน่งงานที่มีรูปแบบการทำงานแบบชัดเจนตายตัว เช่น นักวิเคราะห์ตลาด, ผู้จัดการฝ่ายขาย, โปรแกรมเมอร์, นักวิเคราะห์ฝ่ายบริหาร และวิศวกร นั่นเป็นเพราะว่า AI ถูกออกแบบให้มีทักษะที่จำเป็นของมนุษย์ออฟฟิส โดยเฉพาะตำแหน่งฝ่ายบริหาร อย่างผู้จัดการและฝ่ายวิเคราะห์ ซึ่งเป็นงานถนัดของ AI ในแง่ของการใช้ทักษะการตัดสินใจและการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

จากความท้าทายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ ทีมวิจัยของ Brookings Institute แนะว่า การปรับตัวเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนสำหรับมนุษย์ในทุกหย่อมหญ้า ในการเพิ่มคุณค่าให้กับงานที่ทำอยู่

ขณะที่เอนิมา อนันกุมาร์ หัวหน้าฝ่าย Machine Learning ของ Nvidia กล่าวว่า พนักงานทุกคนควรประเมินอนาคตของบทบาทหน้าที่ที่ได้รับในงานที่ทำ ด้วย 3 คำถามสำคัญ คือ งานที่ทำอยู่เป็นงานที่ทำซ้ำซากหรือไม่? มีรูปแบบการประเมินผลงานที่ชัดเจนหรือไม่? และงานที่ทำเกี่ยวข้องกับข้อมูลมหาศาลเพื่อใช้ในการฝึกฝน AI ด้วยหรือไม่? ถ้าคำตอบทั้งหมดคือ “ใช่” ก็ฟันธงได้ว่า AI จ่อแย่งงานนี้ของคุณไปในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้าแน่นอน

อนันกุมาร์ แนะว่า พนักงานที่เสี่ยงต่อการถูก AI แย่งงาน ควรมุ่งเป้าไปที่ตำแหน่งงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และสัญชาตญาณมนุษย์ เพิ่มทักษะแบบ Soft Skill และด้านเทคโนโลยีซึ่งให้รู้เท่าทัน AI ขณะเดียวกันต้องมี growth mindset ในแง่ของการยอมรับและปรับเพิ่มการเรียนรู้ทักษะใหม่ เพื่อเปิดประตูแห่งโอกาสที่จะเข้ามาในอนาคต

cr. https://www.voathai.com/a/ai-worker-to-steal-middle-class-01022020/52303...

Hits 9 ครั้ง

“เอฟบีไอ” เตือนสมาร์ททีวีอาจสอดแนมผู้ใช้ได้

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Thursday, January 2, 2020
รายละเอียด: 

เอฟบีไอ เตือนผู้ใช้สมาร์ททีวี มีความเสี่ยงที่จะถูกสอดแนมโดยเหล่าแฮกเกอร์ได้

สำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI เตือนว่าการใช้สมาร์ททีวี โดยเฉพาะรุ่นที่มีระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต รวมทั้งมีระบบจดจำใบหน้าในตัวด้วย อาจทำให้ผู้ใช้มีความเสี่ยงที่จะถูกสอดแนมหรือเจาะล้วงข้อมูลโดยอาชญากรบนโลกไซเบอร์ได้

นายแมท เทต ผู้เชี่ยวชาญด้าน cybersecurity และอดีตที่ปรึกษาของ GCHQ ของอังกฤษ บอกว่า สมาร์ททีวีรุ่นใหม่และอุปกรณ์ที่ดำเนินการด้วยระบบซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และมีระบบเซนเซอร์เชื่อมต่ออื่นๆ เช่น ไมโครโฟน หรืออุปกรณ์สตรีมมิ่ง จะมีช่องทางให้แฮกเกอร์เข้าถึงอุปกรณ์เหล่านี้ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ เปิดปิดเสียงเอง แอบเปิดรายการที่ไม่เหมาะสมให้กับเด็ก หรือเลวร้ายกว่านั้น คือ แฮกเกอร์อาจแอบถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอผ่านทางสมาร์ททีวีในห้องนอนของคุณได้

ทาง FBI แนะว่า หากมีสมาร์ททีวีใช้ที่บ้าน ควรติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยในตัวเครื่อง เรียนรู้การใช้สมาร์ททีวีเบื้องต้น ที่จำเป็นต่อการป้องกันการเจาะล้วงข้อมูลโดยผู้ไม่ประสงค์ดี ทั้งการปรับระบบตั้งค่าอินเตอร์เน็ตในตัวเครื่อง และเรียนรู้ที่จะเปิดปิดกล้อง ไมโครโฟน และลำโพงที่มากับตัวเครื่อง หรืออย่างง่ายที่สุด หากไม่จำเป็นต้องใช้กล้องที่มากับโทรทัศน์ ก็ใช้เทปดำปิดทับส่วนที่เป็นกล้องของโทรทัศน์ไปเลย รวมทั้งถอดปลั๊กโทรทัศน์เมื่อไม่ได้ใช้

cr. https://www.voathai.com/a/fbi-warned-smart-tv-threats-12242019/5219320.html

Hits 8 ครั้ง

เทรนด์ใหม่! หุ่นยนต์เขียนบัตรอวยพรด้วยลายมือคน

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, December 27, 2019
รายละเอียด: 

การเขียนจดหมายหรือข้อความด้วยลายมือ เป็นสิ่งคนเราใช้ส่งข่าวสาร และแสดงออกถึงความรู้สึกลึก ๆ ข้างใน มาเป็นเวลานานนับร้อยปี ลายมือยังเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล ที่ตัวพิมพ์ในยุคดิจิตอลไม่สามารถทดแทนได้

แต่ปัจจุบัน ผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ได้หันไปใช้บริการจ้างหุ่นยนต์เขียนจดหมายและการ์ดอวยพรเลียนแบบลายมือมนุษย์ หนังสือพิมพ์ The Washington Post รายงานว่า หุ่นยนต์เหล่านี้สามารถทำให้ตัวหนังสือหรือลายมือออกมาสมจริง บางแห่งมีการทำให้เกิดรอยเปื้อน รอยน้ำหมึกหยด หรือตั้งโปรแกรมให้หุ่นยนต์เว้นช่องไฟ ลงน้ำหนักมือไม่สม่ำเสมอ เพื่อให้เหมือนการเขียนคนมากที่สุด

Handwrytten เป็นบริษัทแห่งหนึ่งในรัฐอริโซน่า ที่ใช้หุ่นยนต์ 80 ตัว บรรจงนั่งเขียนจดหมาย การ์ดขอบคุณ และบัตรอวยพรด้วยปากกาสีน้ำเงินกว่า 100,000 ชิ้นต่อเดือน

ในช่วงห้าปีตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ฐานลูกค้าของ Handwrytten ได้ขยายกว้างมากขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มเผยแพร่ศาสนาที่ส่งการ์ดให้นักโทษในเรือนจำ ลูกหลานที่ส่งจดหมายให้พ่อแม่ ไปจนถึง ร้านค้าแบรนด์หรู บริษัทผลิตรถยนต์ และองค์กรไม่หวังผลกำไร ที่ยอมจ่าย 3 ดอลล่าร์ หรือประมาณเกือบหนึ่งร้อยบาท สำหรับการ์ดหนึ่งใบที่เขียนโดยลายมือของหุ่นยนต์ คาดว่า รายได้ของบริษัทในปีนี้จะโตขึ้นสามเท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

Handwrytten มีแบบตัวอักษรให้เลือกประมาณ 20 แบบ ลูกค้ายังสามารถให้บริษัทสร้างฟ้อนท์จากลายมือจริง ๆ ของตัวเอง ในสนนราคา 1,000 ดอลล่าร์ ส่วนผู้ที่ต้องการเพิ่มลายเซ็นต์ ต้องจ่ายอีก 150 ดอลล่าร์ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ มักจะเป็นนักการเมือง หรือผู้บริหารบริษัท

หุ่นยนต์เหล่านี้ใช้เวลาในการเขียนการ์ดแต่ละใบประมาณ 4-5 นาที ซึ่งเดวิด วัคส์ (David Wachs) เจ้าของบริษัทมองว่ายังช้าเกินไป แต่ข้อดีของหุ่นยนต์คือสามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมงโดยไม่จำเป็นต้องมีเวลาพัก เครื่องจักรเหล่านี้จะส่งเมสเสจไปหาพนักงานมนุษย์ เพื่อแจ้งว่ากระดาษ หรือปากกาหมึกหมด

นอกจาก Handwrytten ยังมีบริษัทอื่น ๆ ในอเมริกา เช่น Felt ในรัฐโคโลราโด ที่ให้ลูกค้าใช้นิ้วมือ หรือปากกาสไตลัส (stylus) เขียนข้อความลงบนสมาร์ทโฟน ก่อนที่จะส่งมาให้บริษัท หรือบริษัท Postable ในนิวยอร์ก ที่ให้ลูกค้าตั้งเวลาส่งการ์ดได้ล่วงหน้าเป็นปี นอกจากนี้ยังมีบริษัทอื่น ที่จ้างคนจริง ๆ มานั่งเขียนการ์ดหรือจดหมายประมาณ 1,000 ฉบับต่อสัปดาห์

นักวิจารณ์มองว่าการเอ้าท์ซอร์ส (outsource) หรือมอบงานเหล่านี้ให้หุ่นยนต์ ทำให้การเขียนข้อความส่วนตัวของมนุษย์สูญเสียคุณค่าที่เคยมี และเป็นตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้าง “ของจริงแบบปลอม ๆ” ขึ้นมา

เอเลน แฮนด์เลอร์ สปิทส์ (Ellen Handler Spitz) อาจารย์มหาวิทยาลัยเยล กล่าวว่า ถึงแม้จะเป็นแผนการธุรกิจที่ชาญฉลาด แต่การให้หุ่นยนต์เขียนข้อความส่วนตัวทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกทรยศ เพราะการเขียนด้วยลายมือ เป็นสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามและใช้เวลา แสดงออกถึงความสนิทสนมลึกซึ้งระหว่างผู้ให้และผู้รับ

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการบางคนกลับบอกว่า พวกเขายินดีที่จะให้หุ่นยนต์เขียนการ์ดแทน เพราะพวกเขาไม่ชอบการนั่งเขียน บ้างก็บอกว่าลายมือของตัวเองดูไม่ได้ นอกจากนั้น พวกเขายังมองว่าจะเขียนเอง หรือให้เครื่องจักรเขียนก็ไม่ต่างกัน เพราะสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า “เจ้าของลายมือ” คือความคิดถึงและความตั้งใจ ที่ผู้ส่งมีให้ผู้รับ

cr. https://www.voathai.com/a/robot-handwriting-handwritten-cards-letters/52...

Hits 11 ครั้ง

รัสเซียเผยความสำเร็จทดลอง "รูเน็ต" เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในประเทศ

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Wednesday, December 25, 2019
รายละเอียด: 

รัสเซียเปิดเผยความสำเร็จในการทดสอบใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตภายในประเทศ หรือที่เรียกว่า Runet ซึ่งอาจจะนำมาใช้แทนอินเทอร์เน็ตข้ามประเทศที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ตามรายงานของ BBC

กระทรวงสื่อสารของรัสเซียระบุว่า ผลการทดสอบประสบความสำเร็จด้วยดี แต่ยังไม่มีแผนจะนำเสนอเรื่องนี้ต่อประธานาธิบดีปูติน และว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการทดสอบนี้

ปัจจุบัน หลายประเทศกำลังนำเครือข่ายอินเทอร์เน็ตภายในประเทศมาใช้ เพื่อควบคุมการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของประชาชนกับเครือข่ายในต่างประเทศ เช่น ระบบ NIN ของรัฐบาลอิหร่าน และ Firewall of China ของจีน ซึ่งเรื่องนี้สร้างความกังวลเรื่องเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนในประเทศนั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าข้อดีอย่างหนึ่งของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในประเทศ คือช่วยให้บริษัทเทคโนโลยีในประเทศนั้นสามารถเติบโตได้ ตัวอย่างเช่น การบล็อกกูเกิล ยูทูบ และเฟสบุ๊กในจีน ช่วยให้บริษัทอินเทอร์เน็ต อย่างเช่น ไป่ตู เหว่ยโป๋ และ ยูกุ เติบโตอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน รัสเซียมีบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของตัวเอง เช่น Yandex, Mail.Ru และ VK ซึ่งเชื่อว่าจะได้ประโยชน์จากมาตรการควบคุมอินเทอร์เน็ต ตลอดจนบริษัทท้องถิ่นรายเล็ก ๆ ด้วย

cr. https://www.voathai.com/a/russia-domestic-internet-test/5218639.html

Hits 10 ครั้ง
Subscribe to RSS - วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี