Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี

[วันนี้ในอดีต] กำเนิดระเบิดไฮโดรเจน (Hydrogen Bomb)

วันที่: 
Tuesday, January 30, 2018

วันที่ 30 ม.ค. เมื่อปี 1950 ได้มีการพัฒนาทำระเบิดแบบฟิวชั่นของไฮโดรเจน ภายใต้รหัสโครงการว่า "Super" ตามคำสั่งประธานาธิปดีทรูแมน แสดงถึงพลังงานของระเบิดเทอร์โมนิวเคลียร์ ที่สูงกว่าระเบิดแบบฟิชชั่นที่ใช้ตอนปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 (ระเบิดปรมาณู) อยู่มากนั่นเองครับ
 
#STKC #วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี
 
 
 

แหล่งที่มา: 
http://www.rmutphysics.com/charud/naturemystery/sci3/day/1-jan.htm
ภาพประกอบ: 

[สุดยอดสิ่งประดิษฐ์โลก] โทรศัพท์

วันที่: 
Wednesday, February 21, 2018

อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับภาษาที่ใช้สำหรับคนหูพิการ ในปี ค.ศ. 1873 เขาได้ร่วมมือกับ โทมัส เอ. วัตสัน ผู้ช่วยของเขา ร่วมกันประดิษฐ์โทรศัพท์ โดยการใช้เส้นขดลวดโยงจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่ง ปลายทั้งสองข้างเป็นหูฟังที่ภายในประกอบด้วยทองแดงและแผ่นเหล็กบางๆ เมื่อพูดใส่จะเกิดการสั่นสะเทือน และพลังเสียงจะแปลงเป็นพลังไฟฟ้าวิ่งผ่านขดลวดไป การทดลองครั้งนี้ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จนัก เพราะเสียงที่ส่งไปไม่สามารถฟังเป็นคำได้

แต่หลังจากนั้น 8 เดือน ทั้งสองได้ปรับปรุงโทรศัพท์ให้ดีขึ้นจนสามารถฟังออกเป็นคำได้ ซึ่งเสียงแรกที่ส่งผ่านโทรศัพท์ในโลกนี้คือ "คุณวัตสัน มาที่นี่หน่อย ผมต้องการคุณ" เขาพูดเพราะทำกรดแบตเตอรี่หกใส่เสื้อตัวเอง เขาจึงเรียกผู้ช่วยของเขามาจากอีกห้องหนึ่งได้โดยผ่านโทรศัพท์ด้วยเสียงที่ชัดเจนนั่นเองครับ

แหล่งที่มา: 
http://www.nsm.or.th/index.php?option=com_k2&view=item&id=4508:alexander-graham-bell&Itemid=331
ภาพประกอบ: 

[สุดยอดสิ่งประดิษฐ์โลก] แท่นพิมพ์

วันที่: 
Thursday, February 15, 2018

จริงๆ แล้ววิทยาการต้นแบบการพิมพ์ถูกคิดค้นโดยชาวจีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618 - 907) เนื่องจากมีการสั่งให้คัดลอกหนังสือเป็นจำนวนมาก จึงเริ่มมีการประดิษฐ์บล็อกพิมพ์โดนสลักบล็อกพิมพ์จากไม้ขึ้นมาใช้ แต่ยังสามารถคัดลอกได้ช้า และต้องใช้แรงงานคนมาพิมพ์ทีละประโยค
 
จนมาถึงช่วงทศวรรษ 1430s โยฮันน์ กูเทนเบิร์ก (Johann Gutenberg) ได้นำแนวคิดแม่พิมพ์แบบบล็อกที่จีนเป็นผู้คิดค้น มาผสมกับเครื่องอัดแบบเกลียว (Screw Press) ที่ใช้สำหรับผลิตน้ำมันมะกอกและไวน์ นอกจากนี้ยังพัฒนาบล็อกพิมพ์โดยทำจากโลหะที่มีความทนทานมากกว่าบล็อกพิมพ์ที่ทำจากไม้ที่ใช้กันอยู่ก่อนหน้านั้น โดยขั้นตอนการพิมพ์ในสมัยนั้นคือ ต้องใช้ช่างเรียงบล็อกพิมพ์ นำบล็อกแต่ละตัวอักษรมาวางเรียงกันเป็นคำตามที่ต้องการและทาด้วยหมึก ก่อนจะนำมาอัดบีบอัดลงบนกระดาษ

สิ่งประดิษฐ์นี้ได้ส่งผลต่อคนทั่วโลก เพราะสามารถทำให้คนทั่วไปเข้าถึงหนังสือได้
เนื่องจากต้นทุนราคาถูกลง ต่างจากสมัยก่อนที่หนังสือแต่ละเล่มจะใช้เวลาและต้นทุนสูง จึงเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยกระจายความรู้สู่มนุษย์เป็นจำนวนมากตั้งแต่บัดนั้น นี่คือสาเหตุที่ทำให้ โยฮันน์ กูเทนเบิร์ก ได้รับการขนานนามว่า "บิดาแห่งการพิมพ์" นั่นเองครับ
 
#STKC #สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ของโลก #วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี

แหล่งที่มา: 
http://smailgutenberg.blogspot.com/
ภาพประกอบ: 

[สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ของโลก] เข็มทิศ

วันที่: 
Thursday, February 8, 2018

เข็มทิศ อีกหนึ่งสุดยอดสิ่งประดิษฐ์โลก คือเครื่องมือสำหรับใช้หาทิศทาง มีเข็มแม่เหล็กที่แกว่งได้อิสระในแนวนอนทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ ตามแรงดึงดูดแม่เหล็กโลก เข็มทิศจะชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ เมื่อทราบทิศเหนือแล้วก็ย่อมหาทิศอื่นๆ ได้
 
น้องๆ คงรู้จัก คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักเดินเรือคนแรกที่แล่นเรือไปทั่วโลกจนได้พบทวีปอเมริกา แต่น้องรู้ไหมครับก่อนหน้านั้น 70 ปี มีนักเดินเรือชาวจีนนามว่า "เจิ้งเหอ" นำกองเรือขนาดใหญ่อ้อมไปครึ่งโลกมาแล้ว
 
เข็มทิศ คือสิ่งประดิษฐ์ที่ทรงคุณค่าและเก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่งของจีน สมัยแรกคนจีนใช้เข็มทิศไปติดไว้บนรถ เพื่อสร้างเป็นรถชี้ทิศ เพื่อใช้ในสงคราม
 
ต่อมาในปี ค.ศ. 1405 เจิ้งเหอได้นำเข็มทิศไปใช้ในการเดินเรือ และสามารถเดินทางไปถึงอาหรับและแอฟริกาตะวันออกได้ถึง 7 ครั้ง รวมระยะเวลา 28 ปี หากไม่มีเข็มทิศ การเดินทางในมหาสมุทรระยะไกลเช่นนี้ย่อมไม่สำเร็จแน่นอน
 
หลังจากนั้นเข็มทิศได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนมาถึงยุคปัจจุบัน ที่เข็มทิศอยู่ในมือถือน้องๆ เรียบร้อยแล้วนั่นเองครับ

แหล่งที่มา: 
https://board.postjung.com/641387.html
ภาพประกอบ: 

วิธีใช้แอปธนาคารออนไลน์ ให้ปลอดภัยจากการโดนแฮกขโมยเงิน

วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, February 6, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.it24hrs.com/2018/mobile-banking-online-banking-app-safety/
รายละเอียด: 

ในปัจจุบันนี้เราสามารถเช็คยอดเงินบัญชีเงินฝาก สั่งโอนเงิน หรือเติมเงินมือถือ และชำระค่าสินค้าผ่านทางแอปธนาคารออนไลน์บนสมาร์ทโฟน แต่ก็ต้องระมัดระวังในการรักษาบัญชีออนไลน์ เพราะหากมีผู้ไม่หวังดีหรือแฮกเกอร์ มีรหัสผ่านของเรา หรือได้ข้อมูลรหัสของเราซึ่งเปรียบเสมือนกุญแจบ้าน มา Login แล้วแอบขโมยเงินในบัญชีเราไป ก็เป็นเรื่องใหญ่ได้เดือดร้อนแน่ๆ ดังนั้น การใช้งานแอปธนาคารออนไลน์ ควรรู้จักวิธีป้องกันการโดนแฮก และรู้วิธีใช้งานแอปอย่างปลอดภัยดังนี้

 

ก่อนใช้งานแอปธนาคารออนไลน์

  1. ควรตั้งรหัสล็อกหน้าจอ สำหรับการเข้าใข้มือถือ ซึ่งเจ้าของมือถือเท่านั้นที่ทราบรหัสมือถือตัวจริง
  2. ตั้งรหัสที่แฮกเกอร์คาดเดาได้ยาก แต่เราจำได้แม่น
  3. อย่าโหลดแอปเถื่อน แอปนอก Store และแอปที่ไม่รู้จัก เพื่อป้องกันพวกแอปแฝงมัลแวร์ขโมยข้อมูล
  4. ใช้แอปตรวจสแกนไวรัส มัลแวร์ เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น
  5. ไม่ใช้เครื่องที่ถูก Root เครื่องหรือ JailBreak เครื่อง
  6. ควรจำกัดวงเงินในการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ ป้องกันแฮกเกอร์แอบขโมยผ่านสั่งโอนเงินจำนวนมาก
  7. ผู้ใช้ต้องรู้ว่า ทางธนาคารไม่มีนโยบายส่ง SMS , E-mail เพื่อให้ดาวน์โหลดแอป หรือเข้าสู่ระบบผ่านทางออนไลน์ หากมีลิงค์ไปเว็บธนาคารเพื่อกรอก ให้คิดไว้ก่อนว่าเป็นเว็บปลอม

ขณะใช้งานแอปธนาคารออนไลน์

  1. หลังใช้เสร็จควรเปลี่ยนรหัสผ่านของแอปธนาคารอย่างสม่ำเสมอ
  2. ทำการ Logout หรือ Log off ออกจากระบบทุกครั้งหลังใช้บริการธุรกรรมออนไลน์ผ่านมือถือเสร็จ
  3. ไม่ควรใช้ Wi-Fi ในการทำธุรกรรมการเงิน ควรใช้เน็ตผ่านทางเครือข่าย 3G , 4G บนมือถือ จะปลอดภัยกว่า
  4. หมั่นตรวจสอบการทำธุรกรรมออนไลน์ เช่น รายการเงินโอน ยอดเงินคงเหลือ ยอดบัตรเครดิต ว่ามีรายการใดผิดปกติ หรือไม่
  5. หมั่นจำเว็บไซต์ธนาคารที่เราใช้บริการและพิมพ์ URL ของธนาคารที่เราใช้บริการให้ถูกต้อง
  6. หากพบลิงค์ที่น่าสงสัย ให้แจ้งติดต่อธนาคารที่คุณใช้บริการ 
Hits 55 ครั้ง

blockchain คืออะไร ?

วันที่เผยแพร่: 
Friday, February 2, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.it24hrs.com/2018/block-chain-what-is-blockchain/
รายละเอียด: 


 

Block chain คือเทคโนโลยีซอฟต์เป็นเทคโนโลยีซอฟแวร์แบบเพียร์ทูเพียร์ ( เชื่อมต่อแบบโครงข่ายโดยตรง ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่มีคนกลาง ) ที่ปกป้องข้อมูลโดยที่ไม่อนุญาตให้ใครปลอมหรือเปลี่ยนได้ หลายท่านคงเคยได้ยินว่า BlockChain ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อใช้สร้างสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ รวมถึง บิทคอยน์ ( BITCOIN) และไม่ใช่แค่สกุลเงินดิจิทัลเท่านั้น ยังมีบริการลายเซ็นออนไลน์ หุ้น เพลง หรือศิลปะต่างๆ ระบบลงคะแนน และแอปพลิเคชันอื่นๆอีกมาก เรียกได้ว่า BlockChain

โดยทั่วไปเราใช้เงินที่ทำจากกระดาษ เมื่อคุณได้ธนบัตร 10 ดอลล่าร์ คุณก็มั่นใจได้ว่ามันไม่ใช่ของปลอม แต่หากมีคนส่งอีเมลมาบอกคุณว่า “นี่เงินสิบดอลล่าร์” คุณก็คงจะไม่เชื่ออย่างแน่นอน ทั้งๆที่เวลาเรา”โอนเงิน” โดยใช้ตู้เอทีเอ็ม หรือจ่ายเงินผ่านบัตร เราก็ใช้วิธีการแบบเดียวกันนี้ เป็นการส่งเงินผ่านทางข้อความดิจิตอล

เพื่อที่จะทำให้แน่ใจว่าไม่มีใครโกง หรือส่งเงินที่พวกเขาไม่มีอยู่จริงออกไป “ข้อความ” พวกนี้ต้องเดินทางผ่านธนาคารที่เชื่อถือ ซึ่งการโอนเงินแต่ละครั้งจะลงบันทึกทุกอย่างเอาไว้ พวกเขาจึงทราบ ว่าใครมีเงินมากแค่ไหนและ หักออกไปได้อย่างถูกต้องจากทุกๆธุรกรรมที่เกิดขึ้น แต่ราคาของบริการก็จัดว่าสูงมาก เนื่องจากมีธุรกรรมเกิดขึ้นนับล้านทั่วโลกในทุกๆนาที

 

แต่ด้วย BlockChain เราสามารถประหยัดต้นทุนค่าบริการของธนาคาร ทำให้การส่งเงินเหมือนกับแค่การส่งอีเมล แทนที่จะส่งข้อมูลธุรกรรมจำนวนมากผ่านเซิร์ฟเวอร์เพียงไม่กี่ตัว BlockChainใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหลายพันเครื่องบนอินเตอร์เน็ต โดยทุกๆรายการจะถูกคัดลอกและตรวจสอบเทียบกัน ระหว่างคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง ในระบบสมุดบัญชีที่เรียกว่า เลดเจอร์ ซึ่งทำให้มีความปลอดภัย

BlockChain ไม่เพียงทำให้เรา สร้างสกุลเงินออนไลน์ที่ปลอดภัยได้เท่านั้น ด้วยคุณสมบัติของ BlockChain มีความปลอดภัยสูงในการจัดเก็บข้อมูล ทำให้หลายอุตสาหกรรมเริ่มนำเทคโนโลยี BlockChain มาประยุกต์ใช้ เช่น บัตรประชาชนออนไลน์ บัตรลงคะแนนเสียง หนังสือค้ำประกัน สัญญา โฉนดที่ดิน และ “เครื่องมือทางกฏหมาย” อื่นๆอีกมาก
BlockChain เปลี่ยนวิถีในการทำธุรกิจ เปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตในการแลกเปลี่ยนค่า Value Exchange เช่นโฉนดที่ดิน บัตรประชาชน ก็สามารถใช้เทคโนโลยี Block Chain ได้ และช่วยลดกระดาษ มีความปลอดภัยและและน่าเชื่อถือสูงเพราะบันทึกตลอดตั้งแต่ต้นทุกครั้งที่โอนย้ายเปลี่ยนเจ้าของ


ภาพประกอบจาก pwc.com

Hits 59 ครั้ง

คุกกี้ คืออะไรในคอมพิวเตอร์? ไม่ใช่ขนม และไม่ใช่คุกกี้เสี่ยงทาย

วันที่เผยแพร่: 
Friday, February 2, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.it24hrs.com/2018/what-is-cookie-in-computer/
รายละเอียด: 


ช่วงนี้หากพูดถึงคุกกี้ หลายท่านอาจนึกถึงขนมคุกกี้อันแสนหวาน กล่องคุกกี้สีแดงช่วงปีใหม่ หรือไม่ก็เพลงฮิตสุดๆในความหมายเดียวกันอย่าง คุกกี้เสี่ยงทาย – BNK48 ที่แปลมาจากเพลงต้นฉบับ Koisuru Fortune Cookie ของศิลปิน AKB48 ใช่ไหม แต่ถ้าเป็นคุกกี้ในวงการคอมพิวเตอร์นี่ ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องรู้ บางครั้งเป็นฟีเจอร์หนึ่งที่แสนหวาน แต่ก็เสี่ยงถึงการแฮกข้อมูลและความเป็นส่วนตัวได้เหมือนกัน

 

คุกกี้ ( Cookie ) ในวงการคอมพิวเตอร์นี้ ไม่ใช่ขนม แต่เป็น text ไฟล์เล็กๆที่สร้างขึ้นจาก web server และบันทึกข้อมูลลงในคอมของเรา เช่นข้อมูลเข้าถึงเว็บไซต์หลัง Login , การลงทะเบียนฟอร์ม ก็ต้องขออนุญาตให้ติดตั้ง Cookie ก่อน ถ้าไม่อนุญาต ก็ไม่สามารถติดตั้งได้ และ web server ก็เก็บข้อมูลบันทึกไฟล์ cookie ด้วย
ผลที่ได้จาก cookie เช่น คุณเข้า facebook แล้ว login ไว้ แล้วเข้าเว็บใหม่ จะไม่ถามรหัสผ่าน เข้าถึงโปรไฟล์และอัพเดตโปรไฟล์เราได้ทันที เนื่องจากเว็บได้อ่าน Cookie ที่ได้บันทึกไว้ แต่อย่างไรก็ตาม Cookie อันแสนหวานของคอมพิวเตอร์นี่ อาจมีสิ่งไม่ดีเช่น สปายแวร์แอบเก็บข้อมูลของคุณ เพื่อส่ง Junk-mail หรือ Pop-up โฆษณาก็ได้ และอาจเสี่ยงโดนสวมรอยบัญชีได้ด้วย ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือลบ cookie ออกผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ หรือจะ Logout เว็บไซต์ทุกครั้งก็ได้

คุกกี้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

  • คุกกี้ของบุคคลที่หนึ่ง ซึ่งเว็บไซต์ที่คุณเข้าชมเป็นผู้สร้างขึ้น เว็บไซต์จะแสดงอยู่ในแถบที่อยู่เว็บ
  • คุกกี้ของบุคคลที่สาม ซึ่งเว็บไซต์อื่นๆ เป็นผู้สร้างขึ้น เว็บไซต์เหล่านี้เป็นเจ้าของเนื้อหาบางอย่าง เช่น โฆษณาหรือรูปภาพที่คุณเห็นในหน้าเว็บที่เข้าชม

หากไม่ลบคุกกี้ ก็เสี่ยงถึงการเข้าถึงข้อมูลบัญชีสำคัญๆของเรา และอาจถูกเก็บข้อมูลเพื่อนำไปใช้อย่างอื่น หลายเว็บไซต์จึงออกนโยบายคุกกี้เพื่อความโปร่งใส และน่าเชื่อถือ เช่น Apple , Linkedin ด้วยอย่างไรก็ตามก็ควรลบคุกกี้ Cookie ผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ด้วยดีกว่า อย่าปล่อยให้คุกกี้เสี่ยงทายบัญชีออนไลน์ของคุณเลย

ภาพประกอบจาก blue2purple บน Slideshare  , Google

Hits 70 ครั้ง

HIP ระบบรักษาความปลอดภัยที่เหมาะกับบ้านและออฟฟิศ

วันที่เผยแพร่: 
Friday, February 2, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.it24hrs.com/2018/review-hip-access-control/
รายละเอียด: 

เทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้น เรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากขึ้นค่ะ ไม่ได้หมายถึงแค่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์นะคะ แต่เป็นความปลอดภัยเบื้องต้นอย่างบ้าน หรือในสถานที่ทำงานที่มีการเข้าออกนี่แหละค่ะ และเนื่องจากเอิ้นเพิ่งเปิด Office แห่งใหม่ (ย้ายจากที่เดิมมาที่ใหม่ค่ะ ^_^ เลยต้องทำใหม่หมดเลย) การเลือกอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก ซึ่งก็ต้องครอบคลุมอย่างครบวงจร ออฟฟิศใหม่นี้ เอิ้นก็เลือกใช้อุปกรณ์เหล่านี้จาก HIP มาดูกันว่ามีอะไรและทำงานอย่างไรบ้าง

อุปกรณ์สำคัญที่เอิ้นเลือกใช้คือระบบรักษาความปลอดภัยในออฟฟิศ ส่วนที่เลือกก็ประกอบด้วย CI806Uเครื่องสแกนลายนิ้วมือของ HIP และเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด CCTV

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมเลือกใช้เครื่องสแกนลายนิ้วมือ ยุคนี้แล้วหากออฟฟิศไหนใช้กุญแจก็คงยากค่ะ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่มีคนเข้าๆออกๆกันบ่อยๆ ทั้งพนักงานและตัวเอิ้นเอง การสแกนลายนิ้วมือจึงเหมาะสมที่สุด เพราะหากเป็นกุญแจทั่วไปอาจถูกขโมยไปปั้ม หรือสะเดาะกุญแจได้ ตรงกันข้าม ถ้าใช้เทคโนโลยีการสแกนด้วยลายนิ้วมือ อันเป็นเทคโนโลยีระดับสูงเพื่อตรวจสอบและพิสูจน์อัตลักษณ์ตัวบุคคล เพราะลายนิ้วมือของคนทุกคนแตกต่างกัน ไม่สามารถเลียนแบบได้ ซึ่ง HIP Access Controlตอบโจทย์ตรงนี้

นอกจากนี้ลายนิ้วมือสะดวกกว่ากุญแจ ไม่ต้องกลัวเผลอลืมไว้ที่ไหน เพราะอยู่กับเราตลอดเวลา ไม่ต้องคอยไขกันทุกครั้งให้ลำบากด้วย ก็เลยสะดวกง่ายดายกว่า เวลาจะเปิดประตูก็รวดเร็วเพียงแค่ 1 วินาทีเท่านั้นเอง ไม่ต้องรื้อ ไม่ต้องค้นหากุญแจในกระเป๋าอีกต่อไป ก็เลยตัดสินใจเลือกแบบนี้ค่ะ ถ้าต้องการความปลอดภัยให้เข้มข้นกว่านี้ ก็ใช้ควบคู่กันกับบัตรคลื่นความถี่ 125 KHz. และรหัสผ่าน ใช้ 3 อย่างนี้ควบคู่กันไปเลย

อีกทั้งเอิ้นสามารถจำกัดสิทธิและควบคุมระบบด้วยลายนิ้วมือของ Admin จำกัดการเข้าถึงเมนู เพิ่ม ลบ หรือแก้ไขลายนิ้วมือของผู้ใช้งาน รวมทั้งการจัดการโปรแกรม Premium Time ควบคุมการเปิดและปิดประตูได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ยังมี ชุดล็อคประตูด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า แถมติดตั้งกับประตูไม้ เหล็ก อลูมิเนียม กระจกบานเปลือยก็ยังติดตั้งได้ไม่ยากค่ะ มีไฟบ่งบอกสถานะการเปิดและปิดประตูชัดเจน และถ้าเปิดประตูค้างไว้ จะมีเสียงเตือนให้รีบปิดประตูด้วยป้องกันคนเผลอเปิดประตูค้างไว้หรือปิดไม่สนิท

แถมมีแบตเตอรี่สำรองไฟ ไฟตก ไฟดับเมื่อไหร่ ก็สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

เวลาจะเปิดประตูจากด้านในก็เพียงแค่กด Exit Switch

และเรื่องสำคัญที่เอิ้นว่าทุกออฟฟิศในสมัยนี้ควรจะต้องมี ก็คือกล้องวงจรปิดหรือระบบ CCTV ค่ะ เวลาเกิดเหตุอะไร ก็ได้ดูได้ (หรือจะไว้ดูว่าพนักงานทำงานกันเป็นอย่างไรก็ได้ เพราะสามารถเข้าชมภาพผ่านแอปบนมือถือได้เลย) ซึ่งเอิ้นเลือกใช้เทคโนโลยี AHD ของ HIP ซึ่งมีความคมชัดสูง 2 ล้านเมก้าพิกเซล หรือ 1080P ดูภาพได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แม้จะมืดสนิทก็ยังดูภาพได้นะ

โดยเรายังสามารถดูผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือได้ด้วย และภาพต่างๆนี้ เอิ้นเลือกในแบบให้บันทึกเอาไว้ด้วยค่ะ เผื่อเกิดเหตุใดๆ ก็สามารถมาเรียกดูภาพย้อนหลังได้ ซึ่งภาพถูกบันทึกในแบบคมชัดสูง เก็บไว้ในเซฟอย่างดี โดย HIP ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโดยเพิ่ม Battery Backup เก็บไว้ในตู้ Rack เพื่อป้องกันการทำลายอุปกรณ์อีกชั้นหนึ่งด้วย

เรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ต้องเลือกใช้งานอย่างรัดกุม ทั้งเครื่องสแกนลายนิ้วมือและระบบกล้องวงจรปิด ใช้งานง่าย เพิ่มความสะดวก แถมเพิ่มความปลอดภัยอีกต่างหากค่ะ บ้านหรือออฟฟิศไหนนำมาใช้ก็ดูอินเทรนด์ ดูดีมีสไตล์ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเจ้าของบ้านและสำนักงานไปด้วยนะคะ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ก็คือเพื่อความปลอดภัย ในราคาที่ไม่แพงอย่างที่คิด

Hits 76 ครั้ง

วิธีตั้งค่าเว็บเบราว์เซอร์ Chrome ปิดเสียงวีดีโอที่น่ารำคาญโดยอัตโนมัติ

วันที่เผยแพร่: 
Friday, February 2, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.it24hrs.com/2018/chrome-automatically-mute-settings/
รายละเอียด: 


 

ย้อนไปบทความเรื่อง วิธีตั้งค่าปิดเสียงวีดีโอที่น่ารำคาญ บนเว็บเบราว์เซอร์ Chrome ซึ่งวิธีนี้ก็ช่วยให้ลดเสียงต่างๆที่เล่นอัตโนมัติบนเว็บเบราว์เซอร์ได้ แต่ต้องคลิกแท็บนั้นก่อนถึงจะปิดเสียง นั่นหมายความว่าทันทีที่ปิดเครื่องคอมแล้วเปิดเว็บเบราว์เซอร์ใหม่ ก็เปิดเสียงอยู่ดี ดังนั้นเรามาจัดการสิ่งนี้ตั้งแต่ต้นโดยตั้งค่า Chrome ให้ปิดเสียงวีดีโอที่น่ารำคาญโดยอัตโนมัติ ไม่ให้พวกวีดีโอเล่นเสียงออกมาได้

โดยเข้าไปคลิกที่ไอคอน 3 จุด บนเว็บเบราว์เซอร์ Chrome เลือก Settings

เมื่อเข้าที่หน้าจอ Settings แล้ว ให้คลิกที่ Advanced

จากนั้นเลือกเมนู sound

จะเห็นหมวด Muted ซึ่งเป็นหมวดปิดเสียงนั่นเอง ให้คลิกที่ Add ดังรูป

แล้วใส่ชื่อเว็บไซต์ที่จะให้ Chrome ปิดเสียงวีดีโอให้โดยอัตโนมัติ แล้วคลิกที่ปุ่ม Add แค่นี้ก็เรียบร้อย
ผลที่ได้คือเว็บไซต์ที่ถูก Add จะถูกปิดเสียงโดยอัตโนมัติ ส่วนเว็บไซต์อื่นๆที่ไม่ได้ add ไว้ในการตั้งค่าเมื่อสักครู่จะเล่นเสียงตามปกติ

Hits 58 ครั้ง

Google Flight สามารถวิเคราะห์เที่ยวบิน Delay ด้วย AI

วันที่เผยแพร่: 
Friday, February 2, 2018
เจ้าของข้อมูล: 
https://www.it24hrs.com/2018/google-flights-predict-flight-delays/
รายละเอียด: 


หลายท่านคงเคยใช้ Google Flights ในการจองเที่ยวบินต่างๆใช่ไหม แต่ตอนนี้ Google เริ่มใช้เทคโนโลยี AI ในการวิเคราะห์ความล่าช้าของเที่ยวบิน (Flight delay) ได้แล้ว

โดย Google Flights จะแสดงในรูปแบบสีแดงเตือนว่าล่าช้า พร้อมรายงานสาเหตุการล่าช้าของเที่ยวบินด้วย โดยวิเคราะห์ด้วย Machine Learning  วิเคราะห์ว่าเที่ยวบินนี้มีโอกาสล่าช้ามากน้อยแค่ไหน โดยรวบรวมจากข้อมูลประวัติเที่ยวบินก่อนหน้านั้นในช่วงเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ การจองผ่านทาง Google Flight จะเผยราคาที่ละเอียดขึ้น ว่าโปรลดราคาจะถูกตัดอะไรออกบ้าง หรือต้องเพิ่มเงินอีกเท่าไหร่ถึงได้บริการนี้บนเครื่องบิน เช่นซื้อกระเป๋าเพิ่มเป็นต้น ตอนนี้ใช้ได้กับ Delta Air Lines, American Airlines และ United Airlines

ฟีเจอร์ใหม่ของ Google Flight นี้สามารถใช้ได้แล้ววันนี้บนเว็บไซต์ https://www.google.com/flights/ บนเว็บเบราว์เซอร์ ใช้ได้ทั้งคอมพิวเตอร์และบนมือถือ

ข้อมูลจาก Google  , Engadget

Hits 61 ครั้ง
Subscribe to RSS - วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี