Infographic

สร้างและออกแบบสื่อ Infographic ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

E-Book

รวบรวมหนังสือ/เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้อ่านสามารถอ่านผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

Science and Technology Article

รวบรวมบทความ/สื่อตีพิมพ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Mobile Application

Mobile Application ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง

ฝุ่นละออง

วิกฤตฝุ่นละออง PM 2.5

ภาพประกอบ: 
วันที่เผยแพร่: 
Friday, February 8, 2019
รายละเอียด: 

กรมควบคุมมลพิษแจ้งเตือนค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐานเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง
ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวของประชาชนจำนวนมากเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ โดยฝุ่นละออง PM 2.5 ตามข่าวนั้นเป็นฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กและไม่สามารถมองเห็นได้
ด้วยตาเปล่า เพราะมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (ไมโครเมตร) หรือเล็กกว่าเส้นผมคนเราถึง 20 เท่าเลยทีเดียว

โดยปกติในเมืองใหญ่ ๆ จะมีฝุ่นชนิดนี้อยู่แล้วในระดับที่ยอมรับได้ แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ภาครัฐต้องออกมาเตือนประชาชนเนื่องมาจากมีการสะสมของฝุ่น PM 2.5
เกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานซึ่งกรมควบคุมมลพิษ กำหนดไว้ที่ 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร มีสาเหตุหลักมาจากควันเสียของรถยนต์โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล
โรงงานอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง รวมถึงสภาพอากาศในช่วงนี้มีลักษณะแบบอากาศนิ่งและสภาพอากาศปิด ทำให้ฝุ่นละอองในอากาศไม่สามารถลอยตัวขึ้น
ทำให้มีการสะสมเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ

pm2 5 2

ด้วยอนุภาคของฝุ่นละอองที่มีขนาดที่เล็ก ทำให้เมื่อเราหายใจเข้าไปจะส่งผลให้เกิดการระคายเคือง ไอ จามหรือมีเสมหะ ฝุ่นละออง PM 2.5 นี้สามารถผ่านเข้าไป
จนถึงส่วนในสุดของปอดซึ่งจะมีผลกระทบต่อหลอดลมฝอยและถุงลม สามารถผ่านผนังถุงลมเข้าสู่เส้นเลือดฝอยและกระจายตัวไปทั่วร่างกายของเรา ส่งผลกระทบ
ต่อสุขภาพในหลายๆด้าน อีกทั้งยังเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคมะเร็งปอด ภาวะหลอดเลือดแข็ง หลอดเลือดสมองตีบและหัวใจ
เต้นผิดจังหวะ

การป้องกันที่เราสามารถทำได้คือ การลดกิจกรรมที่อยู่นอกตัวอาคารในช่วงเวลาที่มีระดับของฝุ่นละอองอยู่ในปริมาณที่สูง แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องเดินทางไป
ในบริเวณที่มีความเสี่ยงควรใส่อุปกรณ์ป้องกันที่ได้มาตรฐานและต้องมีความละเอียดของเส้นใยสูงพอที่จะกรองฝุ่นเล็กขนาด 2.5 ไมครอนโดยการใส่หน้ากาก
อนามัย N95 ซึ่งหน้ากากชนิดนี้ต่างจากหน้ากากอนามัยที่ไปใช้กันทั่วไป เนื่องจากสามารถป้องกันฝุ่นขนาด 0.1-0.3 ไมครอน ได้ 95% การสวมใส่จำเป็นต้อง
คำนึงถึงขั้นตอนการใส่ที่ถูกต้องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและไม่ควรใส่นานเกินไปเพราะอาจส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพออีกด้วย

แหล่งข้อมูล :
https://www.bbc.com/thai/thailand-46643980
http://www.pcd.go.th/Public/News/GetNewsThai.cfm?task=lt2019&id=18542
https://www.honestdocs.co/pm-2-5-environmental-nano-pollutants

Hits 93 ครั้ง

PM 2.5 คืออะไร ?

วันที่: 
Friday, January 18, 2019

หมอกพิษ PM 2.5 ฝุ่น PM 2.5 เกิดมาจาก 30% อุตสาหกรรมโรงงาน 13% อุตสาหกรรมก่อสร้าง 15% มนุษย์ พืช และสัตว์ 29% ยานพาหนะ 14% อุตสาหกรรมไฟฟ้า PM 2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือเส้นเล็กกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผมประมาณ 25 เท่า เล็กจนสามารถแพร่เข้ากระแสเลือด แทรกซึมเข้าสู่อวัยวะต่างๆ ได้ ดรคจากฝุ่นพิษ PM 2.5
1. โรคหลอเลือดในสมอง
2. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
3. โรคมะเร็งปอด
4. โรคหัวใจขาดเลือด
5.โรคติดเชื้อเฉียบพลัน ระบบหายใจส่วนกลาง

แหล่งที่มา: 
https://www.facebook.com/MTlikesara/?tn-str=k*F
ภาพประกอบ: 

มลพิษในอากาศ มีอะไรบ้าง?

วันที่: 
Thursday, February 22, 2018

มลพิษในอากาศ มีอะไรบ้าง?

  1. ฝุ่นละออง

ฝุ่นละออง เป็นมลพิษในอากาศที่เป็นปัญหาหลักในกรุงเทพมหานคร และชุมชนขนาดใหญ่ จากการวิจัยพบว่าฝุ่นละอองที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่มีขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน โดยฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้ สามารถเข้าไปในระบบทางเดินหายใจผ่านโพรงจมูกเข้าไปถึงถุงลมในปอด ทำให้เกิดการอักเสบ และการระคายเคืองเรื้อรัง และฝุ่นละอองจะมีพิษมากขึ้น หากฝุ่นละอองนั้นเกิดจากการรวมตัวของก๊าซบางชนิด เช่นซัลเฟอร์ไดออกไซด์  ออกไซด์ของไนโตรเจนเข้าไปในอนุภาคของฝุ่น โดยก่อให้เกิดการแพ้ และระคายเคืองผิวหนัง ทางเดินหายใจ และดวงตาได้

  1. สารตะกั่ว

สารตะกั่ว มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท และมีผลต่อกระบวนการรับรู้ และการพัฒนาสติปัญญาของมนุษย์

  1. ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์

ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์  มีความสามารถในการละลายในเลือดได้ดีกว่าออกซิเจนถึง 200 - 250 เท่า เมื่อหายใจเอาก๊าซชนิดนี้เข้าไป จะไปแย่งจับกับฮีโมโกลบินในเลือด เกิดเป็นคาร์บอกซีฮีโมโกลบิน ทำให้ความสามารถของเลือดในการเป็นตัวนำออกซิเจนจากปอดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ลดลง  ทำให้เลือดขาดออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย และหัวใจทำงานหนักขึ้น หากมนุษย์ ได้รับก๊าซนี้ในปริมาณมาก จะทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดออกซิเจน และจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

  1. ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์

ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มีฤทธิ์กัดกร่อน ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ  ผิวหนัง และเยื่อบุตา ทำให้เกิดการแสบจมูก หลอดลม ผิวหนัง และตา  เมื่อหายใจเอาก๊าซชนิดนี้เข้าไป จะทำให้ก๊าซละลายในของเหลวในระบบทางเดินหายใจ เกิดเป็นกรดซัลฟิวริก ซึ่งจะกัดกร่อนเยื่อบุ และอวัยวะในระบบทางเดินหายใจ หากได้รับเป็นเวลานานๆ จะทำให้เป็นโรคจมูก และหลอดลมอักเสบเรื้อรังได้

  1. ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน

ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน มีผลต่อระบบการมองเห็น และผู้ที่มีอาการหอบหืด หรือโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เมื่อหายใจเอาก๊าซชนิดนี้เข้าไป จะทำให้มีอาการกำเริบขึ้นได้ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในบรรยากาศ หากรวมตัวกับไอน้ำ จะสามารถเกิดเป็นกรดไนตริก ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนวัสดุต่างๆ รวมถึงทางเดินหายใจของมนุษย์

  1. ก๊าซโอโซน

ก๊าซโอโซน มีฤทธิ์กัดกร่อน ก่อให้เกิดการระคายเคืองตา และเยื่อบุระบบทางเดินหายใจ เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อจมูก และปอด  ทำให้ความสามารถของปอดในการรับก๊าซออกซิเจนลดลง  อาจเกิดโรคหืด โดยเฉพาะในเด็ก  และมีอาการเหนื่อยง่าย และเร็ว ในคนชรา และคนที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง หรือโรคหืด จะมีอาการมากขึ้นกว่าเดิม

  1. สารอินทรีย์ระเหยง่าย

สารอินทรีย์ที่ระเหยง่าย มีผลโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ  โดยทำให้เกิดการอักเสบ และการระคายเคืองเรื้อรัง  นอกจากนี้สารบางชนิดเป็นสารก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ และเสี่ยงต่อการก่อมะเร็ง เช่น polycyclic aromatic hydrocarbons เบนซีนและไดออกซิน (มักเกิดจากการเผาขยะมูลฝอยที่มีพลาสติกปน)

แหล่งที่มา: 
https://www.sanook.com/health/9529/
ภาพประกอบ: 

การติดตามสภาวะหมอกควันในภาคเหนือ ด้วยแสงซินโครตรอน

วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, March 21, 2017
เจ้าของข้อมูล: 
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: 
รายละเอียด: 

สถานการณ์หมอกควันหรือฝุ่นละอองในภาคเหนือตอนบน ซึ่งสูงเกินมาตรฐานในปี 2555 พบว่าเกิดขึ้นเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา คือเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ การเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ จากไฟป่า การเผาตอฟางข้าว ซากข้าวโพดหลังเก็บเกี่ยว การเผาวัชพืชเพื่อทำไร่ และยังเกิดจากไอเสียของรถยนต์

ที่มา http://164.115.25.161/th/index.php?option=com_content&view=article&id=11...

Hits 346 ครั้ง

การติดตามสภาวะฝุ่นหมอกละอองควันภาคเหนือ โดยเทคนิคการดูดกลืนแสงอินฟราเรด

วันที่เผยแพร่: 
Tuesday, March 21, 2017
เจ้าของข้อมูล: 
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: 
รายละเอียด: 

หมอกควันจัดได้ว่าเป็นมลพิษทางอากาศที่สำคัญ เป็นผลมาจากกระบวนการเผาไหม้หรือสันดาปที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ ไฟป่า การเผาเศษพืชหรือเศษวัสดุทางการเกษตร การเผาขยะมูลฝอยจากชุมชน มลพิษจากอุตสาหกรรม เป็นต้น การเผาป่าหรือวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่โล่งมีผลอย่างมากต่อการเพิ่มขึ้นขององค์ประกอบของสารอินทรีย์ในอนุภาคฝุ่นละอองและชนิดของก๊าซที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ ความเข้มข้นของฝุ่นละอองที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางต่ำกว่า 2.5 ไมครอน และโอโซนสูง มีผลต่อคุณภาพของอากาศก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มากขึ้น อนุภาคฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กมากยังมีผลต่อสุขภาพและระบบนิเวศโดยรวมอีกด้วย

ที่มา http://164.115.25.161/th/index.php?option=com_content&view=article&id=11...

Hits 328 ครั้ง
Subscribe to RSS - ฝุ่นละออง