น้ำบนฟ้า พา ฝนทั่วไทย
น้ำบนฟ้า พา ฝนทั่วไทย
น้ำในชั้นบรรยากาศเป็นส่วนสำคัญของวัฏจักรน้ำ ตั้งแต่การระเหยของน้ำจากทะเลและพื้นดิน การก่อตัวของเมฆ จนถึงการตกลงมาเป็นฝน ความแตกต่างของลม มรสุม ภูเขา และทะเล ทำให้ทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศไทยมีลักษณะฝนแตกต่างกัน
น้ำในชั้นบรรยากาศคืออะไร?
น้ำในบรรยากาศมีอยู่หลายรูปแบบ ไม่ได้มีเพียงเมฆหรือไอน้ำที่เรามองเห็นเท่านั้น
1.ไอน้ำ (Water vapor)
น้ำในรูปก๊าซที่มองไม่เห็น เกิดจากการระเหยของน้ำในทะเล แม่น้ำ แหล่งน้ำ และการคายน้ำของพืช เป็นวัตถุดิบสำคัญในการเกิดเมฆและฝน
2.เมฆ (Clouds)
เกิดเมื่ออากาศชื้นเย็นตัวลงจนไอน้ำควบแน่นเป็นละอองน้ำขนาดเล็กหรือผลึกน้ำแข็ง เมฆจึงเป็นกลุ่มละอองน้ำหรือผลึกน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในอากาศ
3.หยาดน้ำฟ้า (Precipitation)
เมื่อละอองน้ำหรือผลึกน้ำแข็งในเมฆเติบโตจนตกลงมา อาจเป็นฝน ฝนละออง ลูกเห็บ หรือหิมะ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ
วัฏจักรน้ำใน 4 ขั้นตอน
1.ระเหย — ความร้อนจากดวงอาทิตย์ทำให้น้ำกลายเป็นไอน้ำ
2.ควบแน่น — อากาศชื้นเย็นตัว เกิดละอองน้ำและเมฆ
3.ตกเป็นฝน — หยดน้ำเติบโตจนตกลงสู่พื้นโลก
4.ไหลกลับและสะสม — น้ำลงสู่แม่น้ำ ทะเล และพื้นดิน ก่อนหมุนเวียนต่อไป
ทำไมแต่ละภูมิภาคของไทยจึงมีฝนไม่เท่ากัน?
ปัจจัยสำคัญมี 3 อย่าง ได้แก่
ลมมรสุม — ตัวขนส่งความชื้น
มรสุมตะวันตกเฉียงใต้นำอากาศชื้นจากมหาสมุทรอินเดียเข้ามา ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือทำให้ไทยตอนบนเย็นและแห้งลง แต่ช่วยนำความชื้นจากอ่าวไทยไปสู่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก กรมอุตุนิยมวิทยา
ภูเขา — ตัวบังคับให้อากาศลอยตัว
เมื่ออากาศชื้นปะทะภูเขา อากาศจะถูกยกตัวขึ้นและเย็นลง จึงเอื้อต่อการเกิดเมฆและฝน ด้านรับลมมักมีฝนมากกว่าด้านอับลม
ทะเล — แหล่งความชื้นขนาดใหญ่
พื้นที่ใกล้ทะเลได้รับอิทธิพลจากอากาศชื้นได้ง่าย แต่ปริมาณฝนยังขึ้นอยู่กับทิศทางลม ฤดูกาล และสภาพอากาศในขณะนั้น
น้ำในบรรยากาศกับ 5 ภูมิภาคของไทย
เนื้อหาด้านล่างสามารถนำไปจัดเป็นอินโฟกราฟิก 5 ช่อง โดยแต่ละช่องมี ลักษณะเด่น – กลไกทางวิทยาศาสตร์ – สิ่งที่น่าสนใจ
1. ภาคเหนือ
ภูเขากับเมฆฝน
- ลักษณะเด่น: มีเทือกเขาและหุบเขาจำนวนมาก
- กลไก: อากาศชื้นที่เคลื่อนเข้าหาภูเขาอาจถูกยกตัวและเย็นลงจนเกิดเมฆฝน
- เรื่องน่าสนใจ: พื้นที่ภูเขาแต่ละด้านอาจมีปริมาณฝนต่างกัน แม้อยู่ไม่ไกลกัน
- ผลต่อชีวิต: ฝนช่วยเติมน้ำให้ต้นน้ำและอ่างเก็บน้ำ แต่ฝนหนักอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก
2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ฝนตามฤดูกาล
- ลักษณะเด่น: มีที่ราบสูงและพื้นที่บางส่วนอยู่ด้านอับลมของแนวเขา
- กลไก: ฝนขึ้นอยู่กับมรสุม ร่องความกดอากาศต่ำ และพายุ ขณะที่บางพื้นที่ได้รับฝนน้อยเพราะภูมิประเทศ
- เรื่องน่าสนใจ: ช่วงต้นฤดูฝนอาจมีฝนมาเป็นระยะ แต่ไม่ได้หมายความว่าดินและแหล่งน้ำจะมีน้ำเพียงพอตลอดฤดู
- ผลต่อชีวิต: ฝนที่ทิ้งช่วงอาจกระทบการปลูกข้าวและการสำรองน้ำ
3. ภาคกลาง
ที่ราบกับน้ำหลาก
- ลักษณะเด่น: มีที่ราบลุ่มและเครือข่ายแม่น้ำสำคัญ
- กลไก: เมื่อฝนตกในพื้นที่ต้นน้ำ น้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำและพื้นที่ตอนล่างตามลำดับ
- เรื่องน่าสนใจ: น้ำท่วมในพื้นที่ราบลุ่มอาจเกิดจากฝนในพื้นที่เอง หรือจากน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่อื่น
- ผลต่อชีวิต: ฝนช่วยเกษตรกรรม แต่ฝนสะสมและน้ำจากต้นน้ำอาจเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วม
4. ภาคตะวันออก
พื้นที่ฝนชุกบางแห่ง
- ลักษณะเด่น: อยู่ใกล้อ่าวไทย มีแนวภูเขาและชายฝั่งทะเล
- กลไก: ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้นำความชื้นเข้ามา เมื่ออากาศปะทะภูมิประเทศจึงเอื้อต่อการเกิดฝน
- เรื่องน่าสนใจ: จังหวัดตราด โดยเฉพาะอำเภอคลองใหญ่ เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีฝนรายปีสูงมากของประเทศ
- ผลต่อชีวิต: ฝนช่วยสวนผลไม้และแหล่งน้ำ แต่ฝนหนักต่อเนื่องอาจทำให้น้ำท่วมและดินถล่มได้
5. ภาคใต้
สองฝั่ง สองจังหวะฝน
- ลักษณะเด่น: เป็นคาบสมุทรที่มีทะเลขนาบทั้งสองฝั่ง
- กลไก: มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ส่งผลเด่นต่อฝั่งอันดามัน ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือส่งผลเด่นต่อฝั่งอ่าวไทย
- เรื่องน่าสนใจ: ในช่วงที่ฝั่งอันดามันมีฝนมาก ฝั่งอ่าวไทยอาจมีรูปแบบฝนต่างออกไป และในช่วงปลายปีฝั่งอ่าวไทยมักมีฝนมาก
- ผลต่อชีวิต: ฝนมีความสำคัญต่อสวนยางพารา แหล่งน้ำ และการท่องเที่ยว แต่ฝนหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน
