มหัศจรรย์ดวงจันทร์สีเลือดเหนือฟ้าไทย จันทรุปราคาเต็มดวง วันมาฆบูชา 2569
ดวงจันทร์สีเลือดเหนือฟ้าไทย จันทรุปราคาเต็มดวง วันมาฆบูชา 2569
ปรากฏการณ์จันทรุปราคา เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวระนาบเดียวกัน โดยมีโลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ เกิดขึ้นเฉพาะในวันดวงจันทร์เต็มดวง หรือช่วงข้างขึ้น 14 - 15 ค่ำ ขณะที่ดวงจันทร์โคจรผ่านเข้าไปในเงามืดของโลกที่ทอดไปในอวกาศ ผู้สังเกตบนโลกจะมองเห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งไปเรื่อย ๆ จนดวงจันทร์เข้าไปอยู่ในเงามืดทั้งดวง และเริ่มมองเห็นดวงจันทร์เว้าแหว่งอีกครั้งหนึ่งเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่ออกจากเงามืดของโลก คนไทยสมัยโบราณเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ราหูอมจันทร์
อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากดวงจันทร์โคจรรอบโลก แต่เนื่องด้วยมีระนาบวงโคจรเอียงทำมุมประมาณ 5 องศา กับระนาบวงโคจรของโลก ส่งผลให้ดวงจันทร์ไม่ได้โคจรผ่านเข้าไปอยู่ในเงาของโลกทุก ๆ เดือน แต่จะเปลี่ยนไปในตำแหน่งที่ "สูงกว่า" หรือ "ต่ำกว่า" เงาของโลก ทั้งนี้ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาจะเกิดขึ้นอย่างน้อยเฉลี่ย 2 ครั้งต่อปี แต่การมองเห็นปรากฏการณ์จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ และสามารถคำนวณวันและเวลา รวมถึงพื้นที่การเกิดปรากฏการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ
ปรากฏการณ์ (เวลาประเทศไทย)
18:23 น. | ดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้า: เริ่มต้นช่วงคราสเต็มดวง (Total Eclipse) ดวงจันทร์จะเป็นสีแดงอิฐ (Blood Moon) ตั้งแต่เริ่มเห็นบนท้องฟ้าทางทิศตะวันออก
18:58 น. | กึ่งกลางคราส (Greatest Eclipse): ดวงจันทร์เข้าไปในเงามืดของโลกลึกที่สุด สีแดงจะเข้มและชัดเจนที่สุด
19:33 น. | สิ้นสุดคราสเต็มดวง: ดวงจันทร์เริ่มออกจากเงามืด (เริ่มเห็นเสี้ยวสว่าง)
21:23 น. | สิ้นสุดจันทรุปราคาบางส่วน: ดวงจันทร์กลับมาสว่างเต็มดวงตามปกติ
ทำไมต้อง "สีแดงอิฐ" (Blood Moon)?
เกิดจากแสงอาทิตย์ที่หักเหผ่านชั้นบรรยากาศโลก แสงสีน้ำเงินถูกกระเจิงออกไป เหลือเพียงแสงสีส้ม-แดง ที่ตกลงบนพื้นผิวดวงจันทร์
ความพิเศษ: ปีนี้เกิดตรงกับ วันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันที่ดวงจันทร์เต็มดวงพอดีตามวงโคจร ทำให้ความหมายทางดาราศาสตร์และวัฒนธรรมมาบรรจบกัน
3 เทคนิคถ่ายภาพ Blood Moon ด้วยมือถือ/กล้อง
ใช้ขาตั้งกล้อง (Tripod): สำคัญมากเพราะแสงน้อย การเปิดหน้ากล้องนานจะทำให้ภาพสั่น
ปรับ Focus & Exposure: แตะที่ดวงจันทร์ในหน้าจอเพื่อโฟกัส และรูดแถบความสว่างลง (Exposure) เพื่อให้เห็นรายละเอียดพื้นผิวและสีแดงชัดขึ้น
เลนส์ Zoom/Telephoto: หากมีเลนส์เสริมหรือกล้อง Mirrorless ให้ใช้ระยะ 200mm ขึ้นไป เพื่อให้ดวงจันทร์ดูใหญ่และอลังการ
